บทนำ
ตึกสูงระฟ้าทั้งหมดห้าตึก บรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปแสงไฟระยิบระยับ รถหรูหลายร้อยคัน ผู้คนที่โถมแบรนด์เนมมาทั้งตัว พนักงานมากกว่าสองร้อยชีวิต โรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถมีที่ดินมากขนาดนี้ในใจกลางเมือง ใช่ครับ ทั้งหมดที่พูดให้ฟังมากมายนั้นคืออาณาจักรของครอบครัวของผม
โรงแรม สวนน้ำ ร้านอาหารสุดหรู ผับ แต่ยังมีธุรกิจที่เป็นเหมือนท่อน้ำเลี้ยงของครอบครัวเราอีกอย่างนั้นคือ ‘คาสิโน’ ที่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ห่างเพราะท่อน้ำเลี้ยงนี้ดันเป็นที่ต้องการของใครหลายคน
คาสิโน ของครอบครัวเราถือเป็นคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครบทุกเกมส์ ครบทุกแบบที่ผู้เข้ามาใช้บริการจะจิตนาการได้ ตระกูลของเราคือ ‘อาคิมาสะ’ พ่อของผมเป็นคนญี่ปุ่นซึ่งตระกูลของพ่ออดีตเคยเป็นมาเฟียแต่เพราะพ่อของผมเป็นลูกคนสุดท้องทำให้พ่อไม่ได้รับการสืบทอดอำนาจนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอำนาจเสียทีเดียว…คุณพ่อจึงได้มาทำธุรกิจที่ประเทศไทย เหตุการณ์นั้นทำให้คุณพ่อพบรักกับคุณแม่ของผมในระหว่างนั้น แต่การแต่งงานหรือรักกับหญิงสาวที่มาจากต่างประเทศจะถือว่าเป็นการดูถูกตระกูลที่สืบทอดกันอย่างยาวนาน ง่ายๆคือคุณพ่อมีคู่หมายอยู่แล้วแต่คุณพ่อไม่สนใจและได้ละทิ้งตำแหน่งจนสุดท้ายคุณพ่อและคุณแม่ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยและสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมา
ผมชื่อไคกิ เป็นลูกชายคนโตของตระกูล ผมมีน้องอยู่อีกสองคนนั้นคือเคนจิและเคนเซ แม้ผมและน้องๆจะเกิดและเติบโตที่ประเทศไทยแต่คุณพ่อก็อยากจะให้ลูกๆของท่านใช้ชื่อภาษาญี่ปุ่นกันทุกคน
ชื่อของผมมีความหมายว่ามหาสมุทรอันงดงาม ช่างดูเข้ากับบุคลิกของผมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ตั้งแต่เรียนจบไม่สิตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยผมก็เข้ามาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจนี้มันทำให้ผมค้นพบว่าธุรกิจของครอบครัวเรานั้นไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่ฉากหน้าแสดงออกมา
โรงแรมใจกลางกรุงในเนื้อที่เกือบ 50 ไร่ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมีทั้งต่างประเทศและในประเทศโดยกลุ่มลูกค้าของโรงแรมนั้นคือเศรษฐีดีๆนี่เอง ห้องพักที่เล็กและถูกที่สุดอยู่ที่คืนละสามหมื่นบาท ภายในโรงแรมมีทั้งร้านอาหาร สวนน้ำ ผับ และที่ขาดไม่ได้คือ คาสิโน บริการของคาสิโนของเรานั้นแตกต่างจากที่อื่นเพราะด้วยพนักงานที่ผมคัดเองมากับมือที่คอยดูแลลูกค้าระดับvvip ทุกคนจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้พวกเขาใช้เงินในคาสิโนนี่ให้เยอะที่สุด หากผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนทำได้ดีที่สุดค่าตอบแทนก็สูงตาม อาชีพนี้เป็นที่หมายตาของสาวๆและหนุ่มๆเป็นอย่างมาก
แต่ที่อันตรายที่สุดในการทำธุรกิจนี้คือการตรวจอาวุธและยาเสพติดให้ละเอียดเพราะหากมีหลุดเข้ามาภายในคาสิโนนี้แม้แต่เพียงนิดเดียว ธุรกิจของเราต้องล้มไม่เป็นท่าแน่นอน …สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือข่าวลือซึ่งสามารถทำให้ความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้นหรือลดน้อยลงก็แล้วแต่ว่าเรากำลังเผชิญอยู่กับเรื่องอะไร ในสมัยก่อนแค่เผชิญหน้ากันต่อสู้กันหรือฆ่ากันก็จบเรื่องแต่ในยุคสมัยนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่สำคัญคือภาพลักษณ์ที่สื่อออกมา
“โอโต้ซังจะไปญี่ปุ่นกับคุณแม่นานเลยเหรอครับ” เสียงออดอ้อนของน้องคนชายคนสุดท้องของผมดังขึ้น
“ใช่แล้ว ไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวไคกิจะอยู่ดูแลพวกลูกเอง” โอโต้ซังหรือคุณพ่อของผมพูดพลางติดตลก แต่เวลาพูดกับผมทีไรน้ำเสียงต่างจากพูดกับน้องทุกที
“หึ โตขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องดูแลอะไรมากหรอกแค่เข้าเรียนให้ครบก็พอแล้ว” ผมพูดเสียงเรียบพลางมองน้องชายสองคนนิ่งๆผมภาวนาแค่เรื่องเดียวคือพวกมันไม่มีเรื่องกับใครก็พอ
“งั้นแม่กับโอโต้ซังไปก่อนนะ” คุณแม่หันมายิ้มให้พวกเราก่อนจะเดินไปที่รถหรูที่มีคนขับรถคือมือขวาของผม ‘ริว’ คอยดูแล
“ไคกิ ถ้ามีปัญหาที่จัดการไม่ได้ให้รีบโทรมานะ” โอโต้ซังหันมาพูดกับผมเสียงเครียด…ผมพยักหน้าก่อนจะปิดประตูให้พวกเขา..บ้านของพวกเราก็คือโรงแรมแห่งนี้โดยตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุดของโรงแรมแต่น้องชายของผมทั้งสองคนนั้นไม่เคยมาอยู่เลยตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยเนื่องจากบอกว่าไม่สะดวก
“พวกผมไปก่อนนะโอนิซัง” เคนเซน้องชายคนเล็กบอกผมก่อนจะเดินขนาบคู่ไปกับเคนจิน้องชายคนกลาง…คงจะออกไปเที่ยวอีกตามเคย ผมเคยบอกว่าทำไมไม่เที่ยวผับของโรงแรมแต่ได้ความว่า ผับของผมมีแต่ผู้ใหญ่ไม่ก็คนแก่แบบผม อายุแค่ยี่สิบหกนี่เรียกแก่งั้นเหรอ
“คุณไคกิคะ” เสียงหวานทักผมขึ้น ร่างบางในชุดเดรสแสนเซ็กซี่ หึ ชุดทำงานของณิชาแต่ละวันนี่มันจริงๆเลยสินะ…เราสองคนเข้ามาในลิฟท์เพื่อจะลงไปยังห้องทำงานผมที่อยู่ใต้ดิน
“มีอะไร”
“คือว่า..เรื่องรับพนักงานใหม่นคาสิโนจะรับวันไหนดีคะ” ณิชาพูดขึ้นก่อนจะแก่วงปากกาในมือพลางอมปลายปากกาก่อนจะเลียปากกานั้นจนแฉะ
“นี่ในลิฟท์”
“แล้วไม่ได้เหรอคะ”
“หึ ผมไม่มีปัญหาหรอก…แต่โอโต้ซังรู้เข้าคงจะไล่คุณออก”
ณิชา คือเลขาส่วนตัวคนที่สามของพ่อผมเนื่องจากธุรกิจที่ต้องดูแลมีหลายประเภททำให้เลขาที่จ้างมาแต่ละคนก็จะดูแลจัดการธุรกิจคนละประเภทกัน
“แล้วคุณไคกิจะยอมเหรอคะ” ณิชาปล่อยปากกาให้ตกลงพื้นก่อนจะก้มเก็บ…แต่สิ่งที่เธอพยายามจะทำคือยั่วให้ผมมองหน้าอกนั่นสินะ
“ผมจะยอมหรือไม่ คุณไม่มีสิทธิ์ถาม” ผมพูดพลางยิ้มร้าย “แล้วก็อย่าทำแบบนี้อีก อย่างให้เรื่องนี้ถึงหูโอโต้ซังเหรอ”
“ก็คุณท่านไม่อยู่นี่นา”
ติ๊ง
เสียงประตูลิฟท์เปิดออกก่อนที่ผมจะเดินนำหน้าณิชาไปทันที ใช่ครับ ผมกับณิชาเรามีสัมพันธ์ลับกันเรื่องมันเริ่มตั้งแต่เธอเข้ามาทำงานได้เพียงไม่กี่วัน
เธอเป็นผู้หญิงฉลาดและร้ายลึก แต่ที่ผมยังยุ่งกับเธอเพราะเธอรู้ว่าที่ที่เธออยู่คือที่ไหน เธอไม่เคยล้ำเส้นซึ่งนั้นดีมากๆเพราะผมเกลียดคนที่ไม่รู้จักที่ของตัวเองที่สุด
ไม่รู้ว่าโอโต้ซังรับพนักงานเข้ามาเพื่อให้ผมได้ระบายอารมณ์จากการทำงานหนักหรือเปล่า หึ