ชิงหลินหลับไปแล้วหลังจากผ่านวันที่เหนื่อยล้า แต่ทันทีที่เธอปิดเปลือกตาลงเธอรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่สภาวะที่ไม่ปกติราวกับตัวเธอหายเข้าไปในมิติที่ไม่คุ้นเคย สายตาลืมเปิดขึ้นอีกครั้งค่อย ๆ ปรับให้เห็นสิ่งรอบตัวได้ชัดเจนขึ้น เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าที่มีเพียงแสงสีฟ้าส่องสว่างจากทุกทิศทาง บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงการเต้นของหัวใจที่ได้ยินอยู่ข้างในตัวเธอเอง
“นี่ฉันอยู่ที่ไหน ?” ชิงหลินพึมพำกับตัวเอง เธอรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวดูไม่เหมือนจริงเกินไป
ทันใดนั้นเสียงนุ่มนวลแต่ทว่ามั่นคงดังขึ้นในอากาศ “ยินดีต้อนรับสู่มิติเทคโนเวิร์ส ผมคือเอไอประจำนาฬิกาเรือนนี้”
ชิงหลินสะดุ้งเฮือก “ใครพูด ? แล้วเทคโนเวิร์สคืออะไร”
เสียงนั้นตอบกลับอย่างสงบนิ่ง “ฉันเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกติดตั้งในนาฬิกาเรือนนี้ และนาฬิกาที่คุณสวมใส่มีชื่อว่า เทคโนเวิร์ส”
ชิงหลินพยายามรวบรวมความคิดและตั้งสติ “แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?”
“คุณไม่ต้องกังวล ฉันจะอธิบายให้ฟัง” เอไอตอบ “เทคโนเวิร์สเป็นนาฬิกาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้บริการทั้งในด้านการจัดเก็บทรัพย์สินและการสนับสนุนส่งเสริมการทำความดีในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ โดยมีสองฟังก์ชันหลัก
ฟังก์ชันแรกคือฉันเป็นแหล่งชอปปิ้งสินค้าอุปโภคที่มีผลิตในยุคปีค.ศ. 2024 ซึ่งคุณจะต้องใช้คะแนนความดีในการซื้อสินค้า คะแนนความดีที่ใช้ซื้อของแต่ละชิ้นนั้นจะเท่ากับราคาที่ปรากฏที่ข้างล่างสินค้า”
ชิงหลินฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจ “คะแนนความดี ? นี่มันอะไรแล้ว...อีกฟังก์ชันคืออะไร ?”
“ฟังก์ชันที่สองคือการเป็นมิติเก็บของขนาดเท่ากับห้องเก็บของปกติ แต่สามารถขยายพื้นที่ได้เรื่อย ๆ ตามคะแนนความดีที่คุณสะสมได้มากขึ้น” เอไออธิบายเพิ่มเติม
“แล้วคะแนนความดีมาจากไหน” ชิงหลินถามต่อ
เอไอยังคงตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพและชัดเจน “คะแนนความดีจะมาจากการที่คุณทำความดีในชีวิตประจำวัน ฉันจะเป็นคนให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้เอง คุณสามารถใช้คะแนนเหล่านี้เพื่อแลกสินค้าหรือขยายพื้นที่เก็บของได้”
ชิงหลินครุ่นคิดสักครู่ก่อนถามต่อ “แล้ว...ทำไมถึงมีนาฬิกาเรือนนี้มาอยู่กับฉันได้ล่ะ ?”
ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์บางอย่างในอดีตเริ่มปรากฏขึ้นในความคิดของเธอ
เธอจำได้ว่าก่อนที่จะย้อนเวลามาอยู่ในยุคนี้ ชาติที่แล้วเธอกำลังลอบเข้าไปในบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งซึ่งกำลังพัฒนานาฬิกาให้กับรัฐบาลประเทศที่เธอถูกส่งไปสืบข้อมูล เธอเข้าไปในห้องทดลองและขโมยข้อมูลลับบางอย่างออกมาโดยไม่ทันรู้ตัวว่าตายตอนไหนและอย่างไรในห้องทดลองแห่งนั้น
อยู่ดีดีก็โผล่มาอยู่ในยุคอดีตย้อนเวลามานี้และก็มีนาฬิกาติดมือตามมาด้วย
“ฉันเข้าใจแล้ว...” ชิงหลินพูดกับตัวเอง “นาฬิกาเรือนนี้คงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในประเทศนั้น ที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนทำความดี เพื่อแลกกับการได้รับสิทธิพิเศษในการใช้ชีวิต”
เอไอตอบกลับด้วยเสียงที่นิ่งเฉย “ใช่ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของจุดประสงค์ของเทคโนเวิร์ส แต่ตอนนี้นาฬิกาเรือนนี้เป็นของคุณแล้ว และคุณสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มที่”
ชิงหลินรู้สึกถึงความหวังในการใช้ชีวิตในยุคที่เธอไม่เคยอยู่ เธอรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีเหลืออยู่ “แล้วถ้าฉันอยากจะใช้มันล่ะต้องทำอย่างไรบ้าง”
“เพียงแค่คุณออกเสียงคำสั่งการเสียงเบาหรือสัมผัสหน้าจอนาฬิกา เทคโนเวิร์สจะตอบสนองตามคำสั่งของคุณ” เอไอตอบ
ชิงหลินพยักหน้าช้า ๆ แม้ว่าเธอจะยังคงรู้สึกไม่แน่ใจ ในหัวสมองเต็มไปด้วยคำถาม แต่เธอก็เริ่มเข้าใจถึงศักยภาพของนาฬิกาเรือนนี้แล้ว
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ” ชิงหลินกล่าวก่อนที่จะรู้สึกถึงความมืดครอบงำเธออีกครั้ง และเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกทีพบว่าตัวเองกลับมาอยู่บนเตียงในห้องนอนอีกครั้ง
“มันเป็นแค่ความฝันหรือเปล่า”
เธอพึมพำกับตัวเองแต่สายตาของเธอกลับก้มลงไปมองนาฬิกาที่ข้อมือราวกับต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างเธอลองสัมผัสปุ่มที่ขอบนาฬิกาเบา ๆ กระซิบคำสั่งให้มันเปิดการทำงาน แล้วทันใดนั้นเอง หน้าจอเล็ก ๆ ที่หน้าปัดนาฬิกาก็สว่างขึ้น พร้อมกับแสดงข้อมูลบางอย่าง
ชิงหลินมองดูด้วยความทึ่ง “มันไม่ใช่แค่ความฝันจริง ๆ”
เธอพูดเสียงเบากับตัวเองพร้อมกับเริ่มวางแผนว่าเธอจะใช้ประโยชน์จากเทคโนเวิร์สนี้อย่างไรในยุคนี้ดี
ในเมื่ออย่างไรต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เธอจะต้องปรับตัวในการอยู่ที่นี่ ต้องกอบโกยอิสระที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชาติที่แล้วเหล่านี้ให้เต็มที่ ลาขาดกันทีชีวิตสายลับไร้ตัวตนต่อไปนี้เธอจะใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการสักที...
หลังจากงีบหลับไปครู่ใหญ่ตื่นมาอีกทีห้องนอนที่เธอพักร่วมกับน้องสาวสองคนเวลานี้ว่างเปล่าแล้ว ไม่มีใครอยู่ในห้องสักคนแน่นอนว่าเธอจำเหตุการณ์ก่อนหน้าชัดเจน และเมื่อมองไปยังข้อมือของตัวเองก็เห็นนาฬิกาเทคโนเวิร์สยังคงอยู่ที่เดิมยืนยันได้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภาพหลอนแต่มันเป็นเรื่องจริง
“ต้องลองทำตามที่เอไอบอกดู” ชิงหลินพูดกับตัวเองเบา ๆ จากนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะทดสอบระบบของนาฬิกาเพื่อให้แน่ใจว่าเธอสามารถใช้งานมันได้จริง
บ้านในเช้าวันนี้ดูเงียบเหงาเนื่องจากสมาชิกทุกคนออกจากบ้านไปหมดแล้ว
ในความทรงจำร่างเดิมจำได้ว่าแม่เลี้ยงชิงซือทำงานโรงงานเสื้อผ้าที่เดียวกับชิงเซียน ส่วนคุณพ่อที่ขาไม่ดีไปทำเกษตรส่วนรวมขนาดเล็กที่ท้ายเมือง พี่ชายใหญ่ทำโรงงานเหล็กหนักได้ค่าตอบแทนและสวัสดิการดีที่สุดของบ้าน ส่วนน้องสาวสุดท้องที่อายุเพียงสิบห้าขวบแม่เลี้ยงให้ไปเรียนเย็บผ้าที่บ้านในตัวตลาดเพื่อเอาไว้รับเย็บผ้าแลกเนื้อสัตว์และวัตถุดิบทำอาหารในวันข้างหน้า ส่วนเธอน่ะหรือมีหน้าที่ทำงานบ้านทุกอย่างรวมทั้งรับจ้างทำความสะอาดให้กับครอบครัวอื่นที่อยู่ในระแวกเดียวกันทั้งหมดแลกกับเงิน
หน้าที่ที่ดูเหมือนสบายนี้แม่เลี้ยงมอบหมายให้โดยเฉพาะทำให้ชิงหลินคนก่อนหลงเชื่อว่าแม่เลี้ยงรักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวแท้ ๆ จึงยอมทำทุกอย่างที่แม่เลี้ยงขอให้ทำรวมทั้งการฝืนใจออกไปดูตัวกับผู้ชายมากหน้าหลายตาเพื่อแลกของฝากมากมายด้วยเช่นกัน
ชิงหลินคนเก่าช่างใสซื่อเสียจริง...เธอมาอยู่ที่นี่เพียงได้คุยกับแม่เลี้ยงไม่กี่ประโยคก็จับทางผู้หญิงคนนั้นได้แล้วว่าคิดสิ่งใดอยู่
เหอะ เหตุผลที่ให้ชิงหลนคนเก่ารับจ้างทำงานบ้านเป็นเพราะไม่อยากให้ออกแดดทำให้ผิวพรรณเสียส่งผลทำให้ราคาค่าตัวตกต่างหากล่ะ
ชิงหลินผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นตัวใหม่ก่อนมองออกไปนอกหน้าต่างบานเล็ก เสียงนกกาที่ร้องประปรายจากด้านนอกทำให้บรรยากาศดูเยือกเย็นขึ้น เธอเดินออกจากห้องนอนมาแล้วสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ห้องครัวที่เต็มไปด้วยจานชามที่ยังไม่ได้ล้าง เธอรู้ว่าถ้าเธอไม่ทำงานบ้านเหล่านี้ แม่เลี้ยงของเธอคงไม่พอใจและจะตำหนิอีกครั้งแม้ว่าใจไม่ได้นึกกลัวและอยากปฏิบัติตามคำสั่งผู้หญิงเห็นแก่ตัวผู้นั้นอีกต่อไปก็ตามทว่าเธอคิดเรื่องบางอย่างสนุก ๆ ออก
“ทำความดีเชื่อฟังบุพการีเพื่อแลกคะแนนความดีสิ” ชิงหลินคิดในใจแล้วเริ่มลงมือทำความสะอาดบ้านทันที
เธอเริ่มจากการล้างจานที่กองพะเนินอยู่ในอ่าง ล้างไปเรื่อย ๆ จนไม่มีคราบเหลือจากนั้นเธอขัดถูพื้น กวาดฝุ่นที่มุมห้อง และจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงงานบ้านทุกอย่างที่ต้องทำเสร็จสิ้นเสียทีเงยหน้าขึ้นมาอีกพบว่าดวงอาทิตย์เคลื่อนขึ้นมาเกือบตรงศีรษะเสียแล้ว
เมื่อทำงานบ้านเสร็จ ชิงหลินก็มองไปที่นาฬิกาเทคโนเวิร์ส “มาดูกันว่าคะแนนความดีที่ฉันได้จะทำอะไรได้บ้าง”
เธอสัมผัสปุ่มที่นาฬิกา หน้าจอเล็ก ๆ สว่างขึ้นพร้อมกับแสดงตัวเลือกของสินค้าที่สามารถแลกได้ เธอเลื่อนดูรายการต่าง ๆ จนมาสะดุดที่หุ่นยนต์จิ๋วทำความสะอาด มันมีฟังก์ชันทั้งดูดฝุ่นและถูพื้นได้เอง
“ถ้าใช้หุ่นยนต์นี้ งานบ้านจะง่ายขึ้นมาก ฉันจะได้เอาเวลาอันมีค่าไปทำอย่างอื่น” ชิงหลินคิดก่อนจะยืนยันการแลกเปลี่ยน
ทันใดนั้น หุ่นยนต์จิ๋วขนาดเล็กกว่าสองฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นบนพื้นตรงหน้าเธอ มันมีรูปร่างกลมคล้ายจานบินเล็ก ๆ สีขาวสะอาด สว่างไสวด้วยแสงไฟสีฟ้าที่ขอบมัน มันเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติทันทีที่ปรากฏตัว
ชิงหลินมองหุ่นยนต์นั้นด้วยความตื่นตะลึง “ซื้อได้จริง ๆ สินะ” เธอพูดกับตัวเองอย่างดีใจ
ขณะที่เธอกำลังดูหุ่นยนต์ทำงานอยู่ แม่เลี้ยงของชิงหลินเดินเข้ามาในห้องส่วนกลางของบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ดีที่ชิงหลินได้ยินเสียงฝีเท้าไหวตัวทันจึงรีบปิดการใช้งานหุ่นยนต์จิ๋วก่อนใช้เท้าเตะมันเข้าไปข้างล่างเก้าอี้ตัวยาว
คนเดินเพิ่งกลับจากโรงงานหวังมากินมื้อเที่ยงที่บ้านเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเปลี่ยนไป คราวนี้แม่เลี้ยงพูดด้วยน้ำเสียงใจดีผิดปกติ “ลูกหลิน ลูกอยู่ที่นี่เอง ไหนล่ะของขวัญจากตระกูลเย่ว” แม่เลี้ยงหยุดพูดครู่หนึ่งเพื่อคิดชื่อผู้ชายที่เธอนัดให้ชิงหลินไปพบที่ตลาด “คุณเย่วสือหน้าตาหล่อไม่เบา เขาดูพูดจาดีลูกได้กินข้าวกับเขาถือว่าโชคดีไม่น้อย”
ชิงหลินรู้ทันทีว่าแม่เลี้ยงกำลังพูดถึงผู้ชายที่เธอหนีจากมาเมื่อวาน ตอนนั้นเธอไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นไม่ลงมือสังหารผู้ชายพวกนั้นก็บุญเท่าไหร่แล้ว เพียงแค่อยากหนีให้พ้นจากสถานการณ์เลวร้ายที่เกือบจะเกิดขึ้นกับเธอเท่านั้น
“ไม่มีหรอกค่ะคุณแม่” ชิงหลินตอบอย่างเรียบเฉย “ฝ่ายนั้นหลอกลวง ไม่ได้เอาไข่ไก่มาฝากเลยสักแผงทีหลังคุณแม่ไม่ต้องหวังดีนัดผู้ชายบ้านไหนมาให้ฉันแล้วนะคะ ฉันเกรงใจกลัวคุณแม่ลำบากเกินไป”
แม้ว่าแม่เลี้ยงจะยังคงยิ้ม มือลูบหัวราวกับต้องการปลอบประโลมเธอเบา ๆ แต่ชิงหลินก็สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของแม่เลี้ยง เสียงของแม่เลี้ยงที่พูดนั้นดูอ่อนหวาน แต่ความจริงกลับเต็มไปด้วยการข่มความโกรธที่เธอพยายามไม่แสดงออกมาได้ในเวลานี้ “ไม่เป็นไรลูกไม่ลำบากแม่เลยสักนิด เอาไว้แม่หาผู้ชายที่ดีและร่ำรวยกว่าตระกูลเย่วให้ลูกเองไม่ต้องเสียใจไป”
“คุณแม่ไม่รู้หรือว่าคนพวกนั้นเป็นพวกเกเร ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษไม่ให้เกียรติผู้หญิงอย่างลูกเลยสักนิด”
“หืม ลูกพูดเพ้อเจ้อเรื่องไหนอยู่ ผู้ชายที่แม่หามาให้ลูกจะต้องเป็นคนดีทุกคนอยู่แล้วสิ ชิงหลินฟังแม่...แม่รักและหวังดีต่ออนาคตของลูกที่สุดนะ”
“...”
ชิงหลินขนลุกกับคำพูดของแม่เลี้ยง เธอรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เคยคิดหวังดีอะไรกับเธอเลย ในใจของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยว่าแม่เลี้ยงมีแผนอะไรซ่อนอยู่กันแน่นอกจากความโลภอยากได้ของของผู้อื่น ชิงหลินคิดว่าแม่เลี้ยงผู้นี้ต้องมีเหตุผลอื่นที่ทำไมเธอถึงถูกส่งไปพบกับผู้ชายคนนั้นที่เป็นถึงลูกชายของนายอำเภอแน่
หลังจากที่แม่เลี้ยงออกจากห้องไปแล้ว ชิงหลินถอนหายใจด้วยความโล่งอกแต่ก็ไม่วายระวังตัวมากขึ้น เธอมองไปที่หุ่นยนต์จิ๋วที่เพิ่งเดินออกมาทำความสะอาดพื้นอย่างขยันขันแข็ง และครุ่นคิดถึงความจริงที่ว่าเธอไม่ได้โง่อย่างที่แม่เลี้ยงคิดจึงไม่มีทางยอมทำตามคำสั่งของผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป
สาม