เช้าวันนั้นครอบครัวของชิงหลินนั่งล้อมรอบโต๊ะอาหารไม้ซึ่งตั้งอยู่กลางห้องครัวขนาดเล็ก มีแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เสียงเครื่องครัวกระทบกันเบา ๆ ขณะที่ชิงหลินผู้มีหน้าที่ทำงานบ้านทุกอย่างกำลังจัดจานข้าวไว้ให้กับทุกคน ในบ้านใหญ่หลายครัวเรือนอาศัยอยู่นี้ ครอบครัวหกคนตระกูลชิงมักใช้เวลาร่วมกินมื้อเช้าด้วยกันในวันหยุดทำงานตรงกันได้แก่วันเสาร์ เสียงบทสนทนาทั่วไปดังขึ้นในขณะกินอาหารร่วมกันทว่าบ่อยครั้งที่ความเงียบเข้ามาแทนที่การสนทนา
เมื่อทุกคนนั่งพร้อมหน้าคุณพ่อชิงซา เริ่มต้นบทสนทนาคุยเรื่องงานของตัวเองที่แปลงเกษตรส่วนรวม
“วันนี้วันหยุด พวกเราได้พักผ่อนกันสักที แต่วันจันทร์นี้พวกเรายังต้องกลับไปทำงานหนักเหมือนเดิมนะเช่นนั้นพักผ่อนกินของอร่อยกันให้เต็มที่ เขาพูดพลางตักข้าวเข้าปาก “ที่ทำงานของพ่อน่ะ มีงานใหม่เข้ามาอีกแล้ว คราวนี้คงต้องเร่งทำงานอีกหลายวันเลยล่ะ”
ชิงเซียนพยักหน้า “ใช่ค่ะคุณพ่อ โรงงานของหนูก็มีงานเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่ยังดีที่พอมีวันหยุดให้พักบ้าง” เธอยิ้มบางรู้สึกดีที่วันนี้สามารถใช้เวลากับครอบครัวได้เต็มที่
“แม่อยากให้ทุกคนได้พักผ่อนเยอะ ๆ นะ” คุณแม่กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะตักกับข้าวลงบนจานของชิงอิ๋ง “แต่ชีวิตมันก็แบบนี้ล่ะ ต้องทำงานหนักเพื่ออนาคตอันสดใสของพวกเรา”
ชิงอิ๋งซึ่งยังอยู่ในวัยที่ไม่มีภาระงานหนักเหมือนพี่สาวพี่ชาย เธอถือช้อนอยู่ในมือและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “คุณแม่คะ หนูอยากมีคู่เดตเหมือนพี่หลินบ้าง วันก่อนมีผู้ชายตัวสูงเอาดอกไม้มาให้พี่หลินแต่พี่เขาปฏิเสธไปน่าเสียดายแย่เลย”
คุณแม่หัวเราะเบา ๆ “ชิงอิ๋ง หนูยังเด็กอยู่เลยลูก ไม่ต้องรีบหรอกเดี๋ยวถึงเวลาก็มีคนมาชอบลูกสาวแสนน่ารักของแม่เอง”
ชิงหลินแม้ว่าเธอจะเพิ่งโดนกล่าวถึงยังคงนั่งเงียบเป็นป่าสากตลอดไม่มีทีท่าว่าอยากเข้าร่วมวงสนทนา เหลือบตามองแม่เลี้ยงก่อนหลบตาไปมองขนมจีบบนถ้วยตนเองต่อไป เธอรู้สึกไม่สบายใจที่จะพูดถึงเรื่องไร้สาระพวกนี้และต้องการหลีกเลี่ยงการสนทนาทว่าแม่เลี้ยงกลับไม่ปล่อยให้เธอหลุดพ้นไปได้ง่าย ๆ
“ว่าแต่คู่ดูตัวครั้งก่อนล่ะลูกหลิน พอจะถูกใจบ้างไหม เราอายุถึงวัยแต่งงานออกเรือนแล้วนะ” คุณแม่ถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจแต่แฝงด้วยความหวังอยู่ในนั้น
ชิงหลินเหลือบตามองคนถามก่อนถอนหายใจยาวก่อนจะตอบสั้น ๆ “ก็...ไม่เชิงว่าถูกใจหรือไม่ถูกใจค่ะ”
“ไม่เป็นไร ลูกยังสาวมีโอกาสอีกมาก” คุณแม่พูดพร้อมยิ้มอ่อนโยน “เออ จริงสิ แม่มีข่าวดีจะบอกแม่มีอีกคนหนึ่งที่พ่อของลูกหลินนัดหมายไว้ให้แล้วคราวนี้เป็นทหารจากมณฑลอื่น เขาเป็นลูกชายของอดีตเพื่อนร่วมทำงานทหารของพ่อน่ะ พ่อเขานัดหมายให้เราไปพบกันที่ร้านอาหารใหญ่ในตัวเมืองเซี่ยงไฮ้เชียวน้า”
ชิงหลินนิ่งไปครู่หนึ่งในใจรู้สึกถึงความรำคาญที่เริ่มก่อตัวขึ้นเต็มอก แม้เธอจะไม่ชอบการถูกบังคับให้ไปพบคนที่เธอไม่รู้จักแต่ในสถานการณ์ตอนนี้เธอรู้ว่าการปฏิเสธไปตามตรงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด
พี่ชายใหญ่ซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้ตรงข้ามกับเธอเป็นคนนิสัยดูมีน้ำใจและใส่ใจคนในครอบครัวอยู่เสมอ เขาพยายามพูดให้บรรยากาศผ่อนคลายลง “คุณแม่ครับ น้องหลินยังเด็กอยู่ ไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับ...ให้เธอมีเวลาตัดสินใจเองดีกว่า”
ชิงหลินมองไปทางพี่ชายใหญ่ ซึ่งภายนอกดูเป็นคนดีและห่วงใยเธอ แต่ลึก ๆ ในใจเธอรู้สึกได้ว่าความคิดของเขาอาจไม่บริสุทธิ์อย่างที่แสดงออกมา เธอตัดสินใจที่จะไม่ต่อต้านคำกล่าวนั้นของพี่ชายที่กำลังมองมาที่เธอด้วยแววตาอ่อนโยนหวานซึ้ง
“ตกลงค่ะคุณแม่ หนูจะไปเจอเขาตามนัด” ชิงหลินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพื่อตัดบท ในใจเธอจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจกับการนัดพบหนนี้เลยก็ตาม
คุณแม่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ “ดีแล้วจ้ะ แม่ว่าเขาเป็นคนดี ลูกจะต้องถูกใจเขาแน่”
ชิงเซียนนั่งข้างชิงหลินจับมือพี่สาวพร้อมบีบเบามือเพื่อให้กำลังใจ “พี่หลิน พี่ไม่ต้องห่วงนะ หนูเชื่อว่าพี่จะเจอคนที่ดีอย่างแน่นอน”
ชิงหลินยิ้มรับคำพูดของชิงเซียน แม้เธอจะรู้ว่าตัวเองต้องเจอกับสถานการณ์ที่อาจซ้ำรอยเดิมกับคราวที่แล้วแต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอจะไปตามนัดและหาทางหลีกเลี่ยงความคาดหวังของทุกคนอย่างแนบเนียนให้จงได้
หลังจากครอบครัวตระกุลชิงทุกคนกินข้าวเสร็จ ชิงหลินมีหน้าที่เก็บจานชามไปล้าง ขณะที่เธอกำลังเช็ดโต๊ะอยู่เธอรู้สึกถึงความไม่ชอบที่เพิ่มพูนขึ้นในใจเมื่อคิดถึงครอบครัวร่างเดิมของเธอ
ทุกอย่างดูเหมือนเป็นเพียงการแสดงออกที่ขัดแย้งกับความรู้สึกจริง ๆ ของพวกเขา ทุกคนในครอบครัวนี้ดูเหมือนจะสร้างภาพของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่ชิงหลินรู้สึกว่ามันเต็มไปด้วยความเสแสร้ง
เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถแยกตัวออกไปจากครอบครัวนี้ได้ง่ายดายเพียงแค่หลบหนีออกจากบ้านไปเนื่องจากทะเบียนบ้านเป็นสิ่งสำคัญในยุคนี้ หากไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน เธอจะไม่มีทางได้รับคูปองเพื่อใช้ในดำรงชีวิตหรือแม้แต่ซื้อของกินจำเป็นยังยาก แต่เธอก็ไม่สามารถทนอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ไปตลอดแน่นอน
เธออยากมีชีวิตใหม่ที่สงบสุข เรียบง่ายและทำตามใจได้โดยไม่มีใครบงการ
ขณะที่เธอกำลังล้างจานความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเธอ
การแต่งงานเป็นหนึ่งในไม่กี่วิธีที่จะสามารถแยกทะเบียนบ้านได้ทันที
...บางทีการไปดูตัวในครั้งนี้อาจเป็นโอกาสที่จะพาเธอไปจากที่นี่ได้ การนัดดูตัวครั้งนี้อาจมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
ชิงหลินวางจานใบสุดท้ายลงในตะกร้า ล้างมือด้วยน้ำเย็นจากอ่างล้างจาน เธอเงยหน้ามองกระจกที่ติดอยู่บนผนังสะท้อนภาพของตัวเองยิ้มให้กับตัวเองเพื่อเพิ่มพลัง
ห้า