วันถัดมาหลังจากการประชุมที่ตึงเครียดในบริษัท คิรันตัดสินใจให้ไอรีนเดินทางไปต่างประเทศด้วยกันเพื่อช่วยงานในโปรเจกต์สำคัญกับลูกค้ารายใหญ่ ไอรีนรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เพราะไม่เคยคิดว่าเธอจะมีโอกาสได้ไปทำงานต่างประเทศกับคิรันและลูกค้าระดับนี้มาก่อน
เช้าวันนั้น ไอรีนตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ความตื่นเต้นปะปนกับความกังวลทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายต้องการจะออกวิ่งไปข้างหน้า แต่ใจกลับเต็มไปด้วยความกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาด การเดินทางครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหนๆ เพราะไม่เพียงแค่ต้องทำงานให้สำเร็จ แต่เธอยังต้องเจอกับคิรันที่เข้มงวดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันสำคัญ ไอรีนเลือกใส่ชุดเดรสเรียบง่ายสีดำเข้มที่ดูสง่างาม ไม่หวือหวาเกินไปแต่ก็ยังคงดูดึงดูด สะท้อนความมั่นใจในตัวเอง แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับลูกค้าระดับสูงและคิรันที่เข้มงวด แต่เธอก็มั่นใจว่านี่คือการเลือกที่ดีที่สุดในการสะท้อนภาพลักษณ์ที่เธอต้องการแสดงออก
การเดินทางไปสนามบินนั้นค่อนข้างเงียบสงัด บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบที่ไม่สามารถหลบหลีกได้ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเงียบๆ สอดคล้องกับเสียงลมหายใจของพวกเขา
“เอาล่ะ ไอรีน ถ้าผิดพลาดอะไรอีกครั้ง ฉันจะไม่ยอมให้มันผ่านไปง่ายๆ” คิรันพูดเสียงเรียบขณะมองไปข้างหน้า มือขับรถของเขาทำให้ร่างกายของเขาดูแข็งแกร่งและมั่นคง
ไอรีนพยักหน้ารับ รู้ดีว่าคำพูดของเขาไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นการบอกให้เธอรู้ว่าเขาคาดหวังอะไรมากจากเธอ แม้จะรู้สึกเครียดจากแรงกดดัน แต่เธอก็รู้ว่าเขามองเธอในฐานะมือขวาที่เชื่อถือได้ และเธอก็พร้อมที่จะทำให้ดีที่สุด
เมื่อมาถึงสนามบิน ทั้งสองเดินผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยและไปยังห้องรอเที่ยวบิน จากนั้นเดินทางไปยังที่พักที่โรงแรมสุดหรูใจกลางเมือง ไอรีนพักในห้องที่สะดวกสบาย แต่ความกดดันจากงานที่ต้องทำยังคงตามติดเธอเหมือนเงา โดยเฉพาะการพบปะกับลูกค้ารายใหญ่ในช่วงบ่ายที่ทำให้เธอไม่อาจจะผ่อนคลายได้เต็มที่
ช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว และทั้งสองก็เตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงตอนเย็นที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าคนสำคัญ
เมื่อไอรีนเดินมาถึงห้องจัดเลี้ยง เธอก็พบกับคิรันที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องประชุม เขายืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟอ่อน ๆ ท่าทางเขาดูสงบแต่แฝงไปด้วยพลังดึงดูดที่ไม่น้อย หน้าเขาคมกริบ, ดวงตาแฝงไปด้วยความมั่นคงและเย็นชา แม้จะไม่มีการแสดงออกที่ชัดเจน แต่ไอรีนรู้สึกถึงความน่ากลัวในตัวเขาอย่างชัดเจน
“ทำไมต้องยืนมองแบบนั้น?” ไอรีนคิดในใจ เธอรู้สึกว่าคิรันกำลังจับจ้องเธออยู่ด้วยสายตาที่อันตรายไม่ต่างจากการมองเหยื่อที่เขาตั้งใจจะไล่ล่า
คิรันยักคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปาก — ยิ้มที่ดูเหมือนจะเป็นการท้าทาย มากกว่าความยิ้มแย้มที่แสดงออกจริงๆ เขาไม่ต้องพูดอะไร แค่สายตาของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกได้ว่าเขาคือคนที่มีอำนาจและความมั่นคงในตัวเอง
“เธอดูดีมากในชุดนี้” เขาพูดเสียงทุ้มที่ชัดเจน ไอรีนรู้สึกกระตุกขึ้นในใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
สายตาของคิรันจับจ้องไปที่เธอเหมือนกับการมองเห็นบางสิ่งที่เขาต้องการครอบครอง เขารู้สึกถึงความมีเสน่ห์ที่แฝงอยู่ในทุกท่วงท่าของเธอ การเดิน, การยิ้ม, ทุกการเคลื่อนไหวของเธอล้วนทำให้เขารู้สึกอยากเข้ามาใกล้ขึ้น
ไอรีนพยายามทำใจให้สงบ ไม่ให้ตัวเองรู้สึกประหม่า แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเจอสายตาของเขา
คิรันยื่นมือออกไปจับข้อมือของเธอเบาๆ พร้อมดึงให้เธอเข้าไปใกล้ เขามองตาเธออย่างลึกซึ้ง ดวงตาของเขามีความเจ้าเล่ห์และท้าทายอยู่ในนั้น ปากหนากระตุกยิ้มเล็กน้อย
ไอรีนรู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อคิรันจับข้อมือของเธอ แต่ก็รู้สึกถึงความเย็นชาจากมือของเขาที่ไม่ปล่อยให้เธอมีเวลาคิด อารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้น ขณะที่สายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งที่เขาต้องการจากเธอ
"ไปกับฉันเถอะ..." เขาพูดเสียงต่ำ ก่อนจะให้เธอควงแขนเขาแล้วเดินเข้าไปในงานเลี้ยงด้วยกัน
ไอรีนไม่ตอบอะไร แต่เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงจากสายตาของคิรัน ที่ทำให้เธอรู้สึกทั้งหวั่นไหวและท้าทายไปพร้อมๆ กัน
บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเริ่มคึกคักขึ้น พร้อมเสียงพูดคุยของแขกที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองและเงียบสงบ สาวๆ ในงานหลายคนแต่งตัวหรูหราสะดุดตา แต่ไอรีนเลือกใส่ชุดเดรสสีดำเรียบง่ายที่ดูสง่างามและคลาสสิก ด้วยท่าทางที่มั่นใจ เธอได้เริ่มพูดคุยกับลูกค้าชายคนหนึ่ง ซึ่งคิรันดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจที่จะเข้าร่วมการสนทนาในครั้งนี้ เขายังคงยืนอยู่ที่มุมห้อง คุยงานกับลูกค้ารายอื่นอย่างตั้งใจ
ลูกค้าชายที่สนใจในตัวไอรีนเริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำถามทั่วไปเกี่ยวกับงาน ก่อนจะค่อยๆ พูดถึงชีวิตส่วนตัว และพยายามสร้างความสนิทสนม ไอรีนที่ไม่ค่อยชินกับการพูดคุยส่วนตัวกับลูกค้าแบบนี้ พยายามจะรักษาระยะห่าง แต่ความสนใจที่ลูกค้าชายมอบให้เธอก็ทำให้เธอรู้สึกประหม่า
“ทำไมคุณรู้สึกว่างานที่เรากำลังทำมันน่าสนุกล่ะ?” ลูกค้าชายถามขึ้น พร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
ไอรีนพยักหน้าตอบอย่างสุภาพ
“ก็เพราะมันเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายค่ะ การได้ทำงานในระดับนี้ทำให้เราเติบโตมากขึ้น”
ลูกค้าชายยิ้มกว้างขึ้น ท่าทางเขาเริ่มเป็นมิตรและสนิทสนมกับเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่การสนทนาของพวกเขากำลังดำเนินไป คิรันที่ยืนอยู่ห่างออกไปในห้องมองดูไอรีนและลูกค้าชายอย่างเงียบๆ สายตาของเขาเย็นชาและไม่ยอมหลบไปไหน เขารู้สึกถึงการสนิทสนมที่มากเกินไประหว่างทั้งสอง มันทำให้คิรันรู้สึกไม่พอใจอย่างชัดเจน
เขาไม่ใช่คนที่เปิดโอกาสให้ใครเข้ามาสนิทสนมกับ....คนของเขา.... และไอรีน… เธอก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น
คิรันเดินตรงไปหาทั้งสองอย่างไม่รีบร้อน พร้อมกับท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เมื่อถึงจุดที่ทั้งสองคนยืนคุยกันอยู่ เขาก็ยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ
“ไอรีน” คิรันเรียกเธอเสียงต่ำ และเมื่อเธอหันมามอง เขาก็พยักหน้าให้กับลูกค้าชายที่ยืนอยู่
“ขอให้เธอไปคุยกับผมสักครู่ครับ” เขาพูดเสียงเรียบและมั่นคง ราวกับเป็นคำสั่ง
ลูกค้าชายยิ้มกว้างขึ้นและลุกออกจากการสนทนา เขายิ้มให้กับไอรีนอีกครั้งก่อนจะเดินไปหาลูกค้าคนอื่น ๆ ในขณะที่คิรันดึงตัวไอรีนไปที่มุมห้องที่เงียบสงัดกว่าเล็กน้อย
“คุณคิรัน… ทำไม?” ไอรีนไม่เข้าใจ เธอพูดเสียงต่ำเมื่อทั้งสองยืนอยู่ที่มุมห้องที่เงียบสงัด คิรันไม่ตอบทันที แต่เขากำลังจับจ้องไปที่เธอด้วยแววตาเย็นชาและมั่นคง
“อย่าไปสนิทกับคนอื่นมากนัก” คิรันพูดเสียงเข้ม
คิรันพูดเสียงทุ้มและมั่นคงขึ้น “เธอรู้ไหมว่าในสถานการณ์แบบนี้ เราต้องรักษามาตรฐานให้สูงสุด การสนิทกับคนอื่นมากเกินไปอาจทำให้เราดูไม่เป็นมืออาชีพ" เขาจ้องตาเธออย่างไม่ยอมละสายตา จนไอรีนรู้สึกเหมือนเขากำลังบอกเธอว่า เธอต้องควบคุมทุกอย่างให้ได้
ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาจับข้อมือของเธอและดึงให้เดินไปข้างเขา การกระทำนี้ทำให้ไอรีนรู้สึกตกใจและไม่พอใจเล็กน้อย
ไอรีนพยายามจะดึงมือออกจากการจับของเขา แต่คิรันไม่ปล่อย
“คุณคิดว่าฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอ? อย่าลืมว่าเรามาทำงาน และคุณกำลังทำงานกับฉัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุและจริงจัง ก่อนที่จะยิ้มเยาะเบาๆ
“เธอคงไม่ใช่คนที่จะไปสนิทกับใครง่ายๆ แบบนี้หรอกนะ”
ไอรีนยืนนิ่งอยู่ในที่นั้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคิรันถึงได้พูดกับเธอแบบนี้ สายตาของเขาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยคำสั่งที่ไม่อาจฝ่าฝืนได้
เมื่อเห็นว่าไอรีนไม่ได้พูดอะไร คิรันก็พาเธอกลับไปที่งาน เขาดึงตัวเธอไปข้างๆ และเดินไปพูดคุยงานกับลูกค้าชายรายอื่นอย่างไม่สนใจเธออีก
ไอรีนรู้สึกถึงความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นในใจ การที่เขามาบอกให้เธอ “อย่าไปสนิทกับคนอื่นมากนัก” ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกควบคุม และไม่เข้าใจว่าเหตุใดคิรันถึงต้องแสดงออกเช่นนี้กับเธอ
เธอเดินตามเขาไปเงียบๆ คิรันกลับไปยังการสนทนากับลูกค้ารายอื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไอรีนกลับรู้สึกไม่พอใจ