เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของยามเช้า ไอรีนสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ ร่างกายของเธอหนักอึ้งจากความเครียดและความกังวลเกี่ยวกับวันแรกของการทำงาน เธอถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันใหม่
เมื่อเธอมาถึงบริษัทซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้าในย่านธุรกิจ หัวใจของเธอเต้นแรง เธอก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับพนักงานคนอื่น ๆ ที่ดูยุ่งอยู่กับโทรศัพท์มือถือหรือเอกสารในมือ บรรยากาศเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีใครพูดคุยกันมากนัก
ไอรีนเดินเข้าไปในแผนกบริหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานหลักของผู้ช่วยส่วนตัวของคิรัน เธอพบกับธันวา ผู้ช่วยคนเก่งของคิรันที่คอยแนะนำเธออย่างเป็นมิตร
“คุณไอรีน คุณต้องเข้าไปพบคุณคิรันก่อนนะครับ” ธันวากล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แต่แฝงด้วยความเห็นใจ
ไอรีนพยักหน้าก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องทำงานของคิรัน ซึ่งกว้างขวางแต่กลับให้ความรู้สึกเย็นชา โต๊ะทำงานของเขาถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบไร้ที่ติ ไม่มีอะไรเกินจำเป็น ทุกอย่างดูเป็นทางการและสมบูรณ์แบบ
คิรันนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานของเขา ดวงตาคมกริบของเขาเงยขึ้นมามองเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับไปสนใจเอกสารตรงหน้า
“มาถึงตรงเวลา” เขาพูดเสียงราบเรียบ “ดี ฉันไม่มีเวลาสำหรับคนที่สาย”
ไอรีนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรู้ดีว่านี่จะไม่ใช่การทำงานธรรมดา
ไอรีนได้รับมอบหมายให้จัดการเอกสารจำนวนมาก เธอต้องพิมพ์รายงาน จัดตารางนัดหมาย และคอยส่งอีเมลต่าง ๆ ให้กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของบริษัท ทุกอย่างต้องเป๊ะและไม่มีที่ว่างสำหรับข้อผิดพลาด
“คุณคิรันต้องการกาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล” ธันวาเตือนเธอขณะเดินผ่าน
ไอรีนรีบชงกาแฟและนำเข้าไปให้คิรัน แต่เมื่อเขาจิบไปคำหนึ่ง เขากลับวางแก้วลงแล้วจ้องเธอด้วยสายตาเย็นชา
“ฉันบอกว่าไม่ใส่น้ำตาล” น้ำเสียงของเขาเฉียบคมราวกับใบมีด
ไอรีนรู้สึกเหมือนมือของตัวเองจะสั่นหลุดจากการควบคุม แต่เธอพยายามข่มใจไม่ให้แสดงออกมา กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรีบขอโทษและกลับไปชงกาแฟใหม่
เธอรู้สึกถึงแรงกดดันที่มาจากทุกทิศทาง ความผิดพลาดเล็กน้อยนี้มันอาจจะหมายถึงการสูญเสียทุกอย่างของเธอ
ไอรีนรีบขอโทษและกลับไปชงใหม่ มือของเธอสั่นเล็กน้อย เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
ช่วงบ่าย คิรันมีประชุมกับลูกค้ารายใหญ่ ไอรีนได้รับมอบหมายให้จดบันทึก แต่เขาพูดเร็วและเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคที่เธอไม่คุ้นเคย เธอพยายามจดให้เร็วที่สุดแต่ก็ยังพลาดบางจุดไป
หลังประชุมจบลง คิรันรับรายงานจากเธอไปอ่าน และเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยสายตาเย็นยะเยือก
“ข้อมูลผิด” เขาพูดเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
ไอรีนรู้สึกเหมือนเลือดในร่างกายเย็นเฉียบ เธอพยายามอธิบาย แต่คิรันกลับพูดขัดขึ้นมาก่อน
“ฉันไม่ต้องการข้อแก้ตัว”
เธอก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด ใบหน้าของคิรันไร้อารมณ์ แต่แฝงไปด้วยความเฉียบคมที่ทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำให้ดีขึ้น
“ถ้าเธอทำพลาดแบบนี้อีกครั้งเดียว ฉันจะทำให้เธออยากลาออกเอง” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่ความเย็นชานั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ไอรีนรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำ
การพูดแบบนั้นไม่เพียงแต่ทำให้หัวใจของเธอหล่นไปถึงท้อง มันยังทำให้รู้สึกถึงช่องว่างระหว่างตัวเธอกับเขาอย่างชัดเจน
ไอรีนเดินเข้าไปในสำนักงานของ ‘วัชรานนท์ กรุ๊ป’ เป็นวันที่สองในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของคิรัน แม้ว่าเมื่อวานเธอจะโดนกดดันสำหรับการทำงานวันแรก แต่เธอก็ยังไม่อยากยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ถูกบีบบังคับ
พนักงานในบริษัทต่างจ้องมองเธออย่างสงสัยและระแวดระวัง พวกเขาต่างรู้ดีว่าคิรัน วัชรานนท์ เป็นเจ้านายที่เข้มงวดและเย็นชาขนาดไหน การที่หญิงสาววัยนักศึกษาปีสุดท้ายอย่างไอรีนเข้ามาเป็น ‘ผู้ช่วยส่วนตัว’ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนพูดถึงกันทั่ว
“นั่นใช่ผู้ช่วยใหม่ของท่านประธานหรือเปล่า?”
“จริงเหรอ? เธออยู่ได้นานแค่ไหนกันเชียว?”
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นตามทางเดิน ไอรีนเหลือบมองรอบตัวเล็กน้อยก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ เธอรู้ว่าคนพวกนี้คิดว่าเธอจะอยู่ได้ไม่นาน แต่เธอไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ
เมื่อเธอมาถึงหน้าห้องทำงานของคิรัน มือของเธอเกือบจะเคาะประตู แต่ก่อนที่เธอจะทำ เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มก็ดังขึ้นจากข้างใน
“เข้ามา”
เธอชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานอันกว้างขวาง โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ด้านหลังมีชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยเอกสารและแฟ้มงาน คิรันนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำ ดวงตาคมกริบเหลือบมองเธออย่างเย็นชา
“มาสายสองนาที”
ไอรีนขมวดคิ้วมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง “ฉันคิดว่าฉันตรงเวลานะคะ”
“ฉันบอกให้เธอมาถึงก่อนเวลาห้านาที” เขาตอบเสียงเรียบ “อย่าทำตัวเหมือนพนักงานทั่วไป”
เธอเม้มปากแน่น แต่เลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไร เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะยื่นแฟ้มเอกสารมาให้
“วันนี้เธอมีหน้าที่ตรวจสอบตารางงานของฉัน ประสานงานกับเลขาฯ และจัดการเอกสารทั้งหมดให้เรียบร้อย”
“ทั้งหมดนี้?” เธอมองเอกสารหนาเตอะในมือ “ฉันต้องทำเสร็จภายในวันเดียวเหรอคะ?”
“ใช่” คิรันตอบสั้น ๆ ก่อนจะก้มหน้ากลับไปอ่านเอกสารของตัวเองต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไอรีนถอนหายใจยาว ก่อนจะย้ายตัวเองไปนั่งที่โต๊ะเล็กมุมห้อง เธอเริ่มลงมือทำงานที่ได้รับมอบหมาย ตรวจสอบเอกสารทีละหน้า จัดระเบียบแฟ้มข้อมูล และประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ แม้ว่ามันจะเป็นงานที่เธอไม่เคยทำมาก่อน แต่เธอก็ตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถ
ผ่านไปหลายชั่วโมง เธอเริ่มรู้สึกเมื่อยล้า แต่ก็พยายามกัดฟันทำงานต่อ จนกระทั่งมือของเธอเผลอไปปัดแก้วกาแฟที่วางอยู่ใกล้ ๆ ทำให้กาแฟร้อน ๆ หกลงบนเอกสารสำคัญ
“อ๊ะ!” ไอรีนรีบคว้ากระดาษทิชชู่ขึ้นมาช่วยเช็ดแก้วกาแฟที่หกลงบนเอกสารสำคัญ แต่ก็สายเกินไปแล้ว หมึกบนกระดาษเริ่มเลอะและจางลง
หัวใจของไอรีนเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือของเธอที่พยายามยกขึ้นมาเช็ดกลับสั่นมากขึ้น แรงกดดันที่คิรันมองมาที่เธอทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตัดสินจากทุกมุม
“เธอทำอะไรลงไป?” เสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งไหลผ่านกระดูกสันหลัง
“ฉันขอโทษค่ะ… ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
คิรันลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินตรงเข้ามาหาเธอ หยิบเอกสารที่เปื้อนขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาที่ไร้ความเมตตา
“นี่เป็นเอกสารสำคัญ ถ้าเธอคิดจะทำงานที่นี่จริง ๆ เธอควรมีความระมัดระวังมากกว่านี้”
เสียงของเขาดังขึ้นต่ำ ๆ ราวกับเสียงคำสั่งที่ไม่ต้องการการโต้แย้ง
เขาโยนเอกสารกลับไปบนโต๊ะด้วยเสียงดังที่ทำให้ไอรีนสะดุ้งและรู้สึกเหมือนทุกสิ่งที่เธอทำกำลังถูกคัดออกทันที
ไอรีนกัดริมฝีปากแน่น เธอรู้สึกถึงแรงกดดันจากเขา แต่เธอไม่อยากยอมแพ้หรือหวาดกลัว
“ฉันจะแก้ไขมันให้ค่ะ” เธอพูดเสียงหนักแน่น “ฉันจะพิมพ์ใหม่ให้หมด”
คิรันมองเธออย่างประเมิน ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “เธอมีเวลาสองชั่วโมง”
จากนั้นเขาก็กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน ทิ้งให้เธอต้องเร่งมือจัดการกับความผิดพลาดของตัวเอง
ตลอดเวลาที่เธอทำงาน ไอรีนสังเกตได้ว่าคิรันดูจะจับตามองเธอมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เธอกำลังตั้งใจพิมพ์งาน หรือตอนที่เธอเผลอถอนหายใจออกมาเพราะความเหนื่อยล้า แต่แทนที่เธอจะรู้สึกกลัว เธอกลับรู้สึกท้าทาย
พนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทต่างจ้องมองไอรีนอย่างสงสัย พวกเขาพูดกันเบา ๆ เมื่อเธอเดินผ่าน คำพูดกระซิบกันดังไม่ออกมาชัดเจน แต่บรรยากาศนั้นเหมือนมีการคาดเดากันอยู่ตลอดเวลา
"เธอจะอยู่ได้นานแค่ไหน?" เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนข้าง ๆ
“อย่าพูดดีกว่า เดี๋ยวประธานได้ยิน” เสียงตอบกลับด้วยความตื่นตระหนก
ไอรีนเหลือบมองพวกเขาแล้วแค่นยิ้ม ก่อนที่จะเดินต่อไปด้วยท่าทีมั่นใจ ซึ่งในตอนนี้... เธอเริ่มรู้สึกถึงการจับตามองที่มาจากทุกคนในห้อง
และนั่น… ดูเหมือนจะทำให้คิรันสนใจเธอมากขึ้น
หลังจากเวลาผ่านไปสองชั่วโมง ไอรีนก็พิมพ์เอกสารใหม่เสร็จ เธอเดินไปวางมันลงบนโต๊ะของคิรัน
“เสร็จแล้วค่ะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง
คิรันมองเอกสารในมือเงียบ ๆ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
"ใช้ได้" คำพูดนั้นสั้นและคลุมเครือ แต่ท่าทางของเขายังบอกอะไรบางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้นจากเอกสารและจ้องมองไอรีนอยู่ครู่หนึ่ง
เสียงของเขากระตุกขึ้นต่ำเมื่อเขาพูดอีกครั้ง “เธอทำได้ดีกว่าที่ฉันคาดไว้”
ไอรีนรู้สึกท้าทาย และแม้ว่าจะยังไม่เห็นความเห็นใจจากเขา แต่คำพูดนั้นก็ทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังสนใจในความสามารถของเธอ
และที่สำคัญ… เธอเริ่มรู้แล้วว่าเจ้านายสุดโหดของเธอ ไม่ใช่คนที่อ่านง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว