1คู่หมั้นวัยเด็ก
15 ปีก่อน
ภายในบ้านหลังใหญ่บนพื้นที่กว่าสามไร่ใจกลางย่านธุรกิจ ตัวบ้านขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านโดดเด่นและร่มรื่นจากการดูแลของเหล่าผู้ดูแลบ้าน โดยเฉพาะวันนี้ที่จะมีแขกคนสำคัญเดินทางมาถึงในเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
“จำที่แม่บอกได้ใช่ไหมดาว” เสียงกำชับพร้อมสีหน้าตึงเครียดของหญิงวัยกลางคน ขณะช่วยจัดแต่งเสื้อผ้าและทรงผมให้กับรูปร่างผอมบางที่แต่งกายผลัดเปลี่ยนจากเสื้อผ้ามอมแมม
และเพียงแค่ไม่นานร่างเล็กที่เคยมอมแมมถูกผลัดเปลี่ยนให้อยู่ในชุดเดรสกระโปรงตัวสวยราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยผู้เป็นแก้วตาดวงใจ
“ดาวจำได้ค่ะแม่เข็ม” เด็กน้อยในวัยแปดขวบอย่างดวงดาวตอบเสียงดัง ไม่บ่อยเลยที่เธอจะได้แต่งตัวสวยแบบนี้ ซึ่งเป็นชุดของน้องสาวผู้ชื่อว่าข้าวหอมอายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปีและหากเธอทำตามที่แม่เข็ม หรือเข็มทองพอใจ เธอจะได้กินอาหารอร่อย ๆ ร่วมกับแม่เข็มและน้องข้าวหอมอีกด้วย
“ดี อย่าทำให้แม่ผิดหวัง เย็นนี้แม่จะซื้อเค้กช็อกโกแลตมาให้” เข็มทองจับบ่าเด็กสาวแน่น หมุนตัวร่างเล็กซึ่งอยู่ในเดรสพอดีตัว โชคดีที่ดวงดาวและข้าวหอมอายุไล่เลี่ยและมีรูปร่างใกล้เคียงกันจึงพอหาชุดใส่ให้เด็กสาวได้ทันท่วงที
“ค่ะแม่เข็ม”
“แม่บอกว่ายังไงดาว” เข็มทองกดเสียงต่ำอีกครั้ง มือจับบ่าเด็กสาวแน่นจนดวงดาวต้องนิ่วหน้า
“ข้าวหอมเข้าใจแล้วค่ะคุณแม่” เมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจเข็มทองจึงปล่อยมือที่ยึดบ่าเล็ก ก่อนจะฉีกยิ้มออกมาแล้วกุมมือเด็กสาวลงมาด้านล่าง เป็นจังหวะเดียวกับที่รถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด
ชายสูงวัยคนหนึ่งจูงมือเด็กชายใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาในตัวบ้านขณะที่ดวงดาวมองใบหน้าเด็กหนุ่มตัวสูง จากการคาดคะเนแล้วเขามีอายุมากกว่าเธอหลายปี
ชายหนุ่มตรงหน้ามองตรงมาที่เด็กสาวทันที และกลายเป็นดวงดาวเองที่ต้องหลุบตาลงต่ำ มือข้างที่ว่างของดวงดาวจากการกุมของเข็มทองขยุ้มชายกระโปรงจนเป็นรอยยับย่น
“กันต์ธีไหว้คุณน้าสิลูก” ชายชราสะกิดหลานชาย ก่อนที่เจ้าของชื่อจะหันไปทำความเคารพเข็มทอง และดวงดาวเองก็ไม่ลืมจะยกมือไหว้ชายชราเช่นเดียวกัน
“น้องข้าวหอมค่ะ ลูกสาวของเข็ม” เข็มทองรีบดันตัวดวงดาวพร้อมกับแนะนำในชื่อลูกสาวของตนเอง มือที่ขยุ้มชายกระโปรงถูกเข็มทองขยับตัวมาบังอาการประหม่าของเด็กน้อย
“หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูอายุเท่าไหร่ล่ะ บอกปู่หน่อยลูก” ชายชราแทนตนเองว่าปู่พร้อมกับเอ่ยถามเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงระคนเอ็นดู ระหว่างเอ่ยชมยังเพ่งพิศมองเด็กน้อย แม้รูปร่างจะผอมบางทว่าผิวพรรณและโครงหน้านั้นอ่อนหวานจิ้มล้มผิดแปลกไปจากผู้เป็นแม่พอควร ท่าทางเด็กน้อยดูตื่นกลัว
“ปะ แปะ”
“เจ็ดขวบค่ะคุณปู่”ดวงดาวกำลังจะเอ่ยตอบอายุของตนเองออกไปกลับถูกเข็มทองขัดขึ้นมาเสียก่อน
“งั้นเหรอ แล้วลูกสาวอีกคนของเธอล่ะอยู่ไหน” ชายชราหันมองไปรอบ ๆ ตามที่ตกลงกันลูกสาวบ้านนี้มีสองคน แม้ว่าข้าวหอมจะมีศักดิ์เป็นลูกสาวแท้ ๆ ส่วนอีกคนเป็นลูกสาวบุญธรรมซึ่งถูกรับมาเลี้ยงในวัยไล่เลี่ยกันทว่าตามข้อตกลงที่ทำกันไว้ หากหลานชายจะหมั้นหมายกับลูกบ้านนี้ก็มีสิทธิ์เป็นลูกสาวจากหนึ่งในสองคนนี้ คนใดคนหนึ่ง
“คนพี่ติดเรียนพิเศษค่ะคุณปู่” เข็มทองตอบกลับเสียงเบา มือข้างหนึ่งจิกแผ่นหลังเล็กของเด็กน้อยเอาไว้ไม่ให้เผยพิรุธ
“เสียดายจริง ๆ วันนี้ฉันตั้งใจจะพาหลานชายมาทำความรู้จักกับลูกสาวทั้งสองคนของเธอเสียหน่อย”
“ไว้คราวหน้าลูก ๆ จะต้องอยู่กันพร้อมหน้าแน่นอนค่ะคุณปู่” เข็มทองตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทว่าในใจกลับวางแผนเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ให้มีโอกาสนั้นเด็ดขาด เพราะการมาของคุณปู่เศรษฐีบ้านนอกที่แสนร่ำรวยนี้ก็เพราะคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับสามีของเธอ ว่าหากหลานชายและลูกสาวของทั้งสองฝ่ายโตขึ้นเด็กทั้งสองจะต้องแต่งงานกัน โดยหมั้นหมายกันไว้เสียตั้งแต่ยังเล็ก
แน่นอนว่าแม้จะมีลูกสาวสองคน แต่ข้าวหอมคือลูกสาวของเธอ ยิ่งได้เห็นเด็กชายใบหน้าหล่อเหลาผิวพรรณสะอาดแถมยังร่ำรวยมหาศาลไม่มีทางที่เธอจะปล่อยให้พวกเขาเลือกหมั้นหมายกับดวงดาว
“เข้าไปคุยธุระด้านในกันเถอะแม่เข็ม ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักกัน” ชายชราพยักพเยิดหน้าให้หลานชายชวนเด็กน้อยออกไปเล่นด้านนอก เข็มทองจำต้องปล่อยมือของดวงดาวอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ไม่วายส่งสายตากำชับไปถึงเรื่องที่ตกลงกันเอาไว้
ผู้ใหญ่เดินเข้าไปคุยธุระสำคัญในบ้าน ส่วนเด็ก ๆ เดินออกมาเล่นชมด้านนอกด้วยกัน
“นั่งเล่นตรงนั้นได้ไหม” เด็กหนุ่มร่างสูงชี้ไปยังศาลาริมน้ำ ดวงดาวนิ่งไปสักพักจึงพยักหน้าให้
“กลัวฉันเหรอทำไมต้องเกร็งขนาดนั้น” เด็กหนุ่มเปิดปากถามอีกครั้งเมื่อคนทั้งคู่เข้ามานั่งในศาลา ลมเย็นทำให้ชายกระโปรงที่ดวงดาวไม่ค่อยคุ้นชินพลิ้วไหวจนต้องใช้สองมือปิดทับเอาไว้ขณะที่หลุบตาต่ำลงไม่กล้าสบสายตา
“จะไปร้านหนังสืออีกเมื่อไหร่” เงียบไปสักพักกันต์ธีถามเด็กสาวขึ้นมาอีก เมื่อได้ยินคำว่าร้านหนังสือดวงดาวเงยหน้าขึ้นมองสบตาเด็กหนุ่มตรงหน้าทันที
เขาจำเธอได้ แม้ว่าทุกครั้งที่ได้พบเจอกันเธอจะแต่งตัวมอมแมมไม่ใช่เจ้าหญิงตัวน้อยเหมือนวันนี้ ความคิดนั้นกลับยิ่งทำให้ดวงดาวเขินอายกับสภาพมอมแมมของตนเอง
ภายในร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ดวงดาวชอบเธอเคยเจอพี่ชายคนนี้หลายครั้ง เธอจำเขาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาลงมาจากรถคันหรู
“ว่ายังไง เมื่อไหร่จะไปอีก”
“ไม่รู้ค่ะ” ดวงดาวส่ายหน้า เธอจะได้ออกไปร้านหนังสือก็ต่อเมื่อออกไปพร้อมกับคนในบ้าน ช่วงเวลาที่ออกไปซื้อของ ดวงดาวจะขอติดตามไปด้วย เด็กน้อยชอบไปนั่งรอพี่ ๆ ที่ร้านหนังสือ ทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือคือความสุขของเธอ ดวงดาวได้เรียนรู้โลกกว้างมากมาย
“ถ้าไปรอบหน้า ฉันมีหนังสือเกี่ยวกับอวกาศจะให้เธอด้วยนะ” คำพูดของเขาดึงความสนใจของดวงดาว คลายความประหม่าลงไปได้มาก
“จริงเหรอคะ” เด็กน้อยแสดงความสนใจ ในร้านหนังสือมีสิ่งที่เธอสนใจมากมาย ทว่าเด็กน้อยไม่มีกำลังที่จะซื้อหนังสือเล่มโปรดมาเป็นของตนเอง
“จริงสิ แต่เธอต้องไปก่อนสิ้นเดือนนี้นะ” เด็กหนุ่มกำชับ
“ทำไมเหรอคะ” ดวงดาวไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปก่อนสิ้นเดือนนี้ เธอยังไม่รู้เลยว่าภายในเดือนนี้จะได้ออกไปร้านหนังสืออีกไหม เธออยากออกไปทว่าการจะออกไปตามใจตนเองนั้นเป็นเรื่องยาก
“ฉันจะต้องไปเรียนต่อ” กันต์ธีอธิบายต่อพร้อมแสดงสีหน้าผิดหวังที่ต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศอีกหลายปี บ้านของเขาอยู่ต่างจังหวัดการที่จะได้เจอกับเด็กสาวน่ารักน่าเอ็นดูมีเวลาอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
“ถ้าอยากได้หนังสือก็ต้องไปเจอกันที่ร้านหนังสือเข้าใจไหม” กันต์ธีกำชับ ดวงดาวพยักหน้าตอบตกลงและได้นัดแนะกันไว้คือวันก่อนที่เด็กหนุ่มจะออกเดินทาง เธออยากได้หนังสือ พี่ชายใจดีคนนี้บอกว่าให้เธอยืมอ่าน วันหนึ่งที่เธอโตขึ้นค่อยเอาหนังสือเล่มนี้คืนให้เขา
กันต์ธีพยักหน้ารับเมื่อเด็กสาวตอบตกลงซ่อนความดีใจเอาไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเริ่มถามต่ออีกหน่อยเกี่ยวกับหนังสือดวงดาวบนฟากฟ้าที่เด็กน้อยอ่านอย่างตั้งใจทุกครั้ง และเพียงแค่ได้บอกเล่าเรื่องราวที่ตนเองอ่านอย่างตั้งใจ ร่างเล็กก็เริ่มยืดขึ้นประกอบท่วงท่าการอธิบาย
“ดาวเสาร์ใหญ่มากค่ะใหญ่กว่าโลกเยอะเลย” เด็กน้อยกางแขนออกประกอบคำอธิบายเพื่อให้พี่ชายใจดีเข้าใจว่าดาวเสาร์ใหญ่มากขนาดไหน
“ใหญ่มากเลยเหรอ” เด็กหนุ่มทำเสียงตื่นเต้น มองท่าทางจริงจังของเด็กน้อย
“ใหญ่มาก ๆ ค่ะ แล้วก็มีวงแหวนรอบ ๆ ด้วย” ดวงดาวอธิบายพี่ชายต่อ เท้าเล็กพาตัวเองหมุนไปรอบ ๆ วงแขนที่กางออกขยายใหญ่มากขึ้น
กันต์ธียิ้มขำกับท่าทางของเธอเบา ๆ ทว่าด้วยความไม่ชินกับรองเท้าหรูหราประดุจเจ้าหญิง ระหว่างที่หมุนร่างกาย เด็กน้อยสะดุด ส่งผลให้เจ้าตัวล้มลงทันที
เฮ้ยย
ว๊ายย
ตู๊มมมม ตู๊มมมม กันต์ธียื่นมือจะคว้าร่างเล็กเอาไว้ทว่าไม่ทันเมื่อร่างน้อยร่วงหล่นลงสู่ผืนน้ำ เด็กหนุ่มไม่ลังเลที่จะกระโดดตามไปช่วยทันที
“ฮึก ฮึก” เมื่อพาร่างเล็กของเด็กน้อยขึ้นมาบนฝั่ง มือเล็กเกาะแขนเขาเอาไว้ด้วยท่าทางตื่นกลัว น้ำหู น้ำตาไหลพราก เนื้อตัวสั่นเทา
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” กันต์ธีสำรวจเนื้อตัวเด็กน้อยซึ่งไม่มีร่องรอยบาดเจ็บ มีเพียงความตื่นตกใจของเธอและเนื้อตัวเปียกปอน
เขาหันกลับไปมองผืนน้ำอีกครั้ง ระดับความสูงเพียงเอวของเด็กน้อย นั่นจึงทำให้เขาได้รู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าไม่ชอบผืนน้ำ และบางทีการที่เธอนั่งเกร็งตลอดช่วงเวลาคุยกันเพราะเธอกลัวผืนน้ำด้านหน้าศาลา
“ฉันขอโทษ” เด็กหนุ่มเอ่ยขอโทษเด็กสาวยกมือลูบผมยาวของเธอที่เปียกลู่ จังหวะนั้นที่เขาได้เห็นปานสีดำรูปวงกลมที่ลาดไหล่ด้านหลังของเด็กสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้น” ยังไม่ทันที่กันต์ธีจะได้เอ่ยพูดปลอบใจ เสียงของเข็มทองดังขึ้นมาจากด้านหลังก่อนที่จะเข้ามาโอบกอดเด็กน้อยเอาไว้ ส่งผมให้เธอร้องไห้หนักขึ้น
“ความผิดของผมเองครับที่ดูแลน้องไม่ดี” กันต์ธีหันไปบอกคุณปู่ที่เดินตามมาด้านหลัง ขณะหันกลับไปมองเด็กน้อยที่ร้องไห้อย่างน่าสงสาร
“น้องยังเด็กนะคะคุณกันต์ ทำไมถึงมานั่งเล่นกันตรงนี้” เข็มทองหันมาทำเสียงดุใส่เด็กหนุ่มด้วยความไม่พอใจ
“ผมขอโทษครับ”
“ขอโทษเหรอคะ ถ้ายัยข้าวหอมเป็นอะไรไปจะทำยังไงคะ โถไม่เป็นไรนะลูกขวัญเอ๊ยขวัญมา” เข็มทองลูบหลังให้เด็กน้อยอยู่หลายที ทว่าแทนที่จะดีขึ้นเด็กน้อยกลับร้องไห้เสียงดังจนคุณปู่ของกันต์ธีต้องหาทางพูดแทนหลานชาย
“ผมจะรับผิดชอบน้องครับ” เด็กหนุ่มรับผิดอย่างกล้าหาญแถมยังเอ่ยปากจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้เป็นปู่จะช่วยพูดให้
“ยังไงคะ คุณกันต์จะรับผู้ชอบลูกของน้ายังไง” เข็มทองหันมาเอาผิดเด็กหนุ่มพร้อมกับถามหาความรับผิดชอบอีกครั้ง
“ผมจะหมั้นกับน้องข้าวหอมครับ”