หลังจากที่เรียนเสร็จลู่ชิงก็ยังกังวนไม่หายกลัวว่าตาลุงนั้นจะชิงไม่ยอมซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ ถ้าแม่รู้ว่าทำโทรศัพท์พังตั้งแต่มาเรียนวันแรกมีหวังแม่ด่าตายห่าเลยอยากจะโทรไปแต่ก็กลัวจะเสียฟอร์ม เฮ้ออ แค่คิดก็เครียดความดันจะขึ้นแล้วเนี่ยยย นี่มันวันซวยที่แท้ทรูเลยเนี่ย
“นี่ไอ้ลู่ มึงจะทำหน้าเหม็นเบื่ออีกนานมั้ยเนี่ย ไปหาไรแดกได้แล้วไอ้ห่า กูหิวจะแดกแล้วมึงดูเพื่อนๆมึงด้วย หิวจนสมองกลับกันหมดแล้วนี่กูเหมือนเลี้ยงลูกอ่ะมึงมีแค่ไอ้ไปป์คนเดียวมีสามารถดูแลตัวเองได้ไม่ทำตัวเป็นภาระแบบมึงสองคนเนี่ย โว๊ยยย กูอยากจะบ้าตาย”คนเดียวบ่นออกมาอย่างเหลืออดทุกวันนี้แทบจะไม่ใช่เพื่อนแล้ว แทบจะเป็นพ่อคนนึงอยู่เนี่ยแล้ว ทั้ง 4 คนเดินไปที่โรงอาทานกลางเพื่อทานอาหารกลางวันถึงช่วงบ่ายจะไม่มีเรียนแต่ก็ขอทานข้าวในโรงอาหารก่อนกลับบ้านล่ะกัน
“คนเดียว เราเอาข้าวมันไก่เอาหนังเยอะๆ”ข้าวสวยหันมาสั่งเพื่อนแล้วก็ตามด้วย
“กูเอา คะน้าหมูกรอบเผ็ดๆ แล้วก็เอาน้ำส้มด้วย”
“หยุด! หยุด! หยุดแบบไม่มีอะไรกั้น กูไปซื้อข้าวให้แดกแล้วมึงควรไปซื้อน้ำจ๊ะน้องลู่วิ่ง กวนส้นตีนไอ้เหี้ย”คนเดียวด่าเพื่อนๆก่อนที่จะเดินไปซื้อข้าว ลู่ชิงพอโดนคนเดียวพูดแบบนั้นก็ต้องลุกไปซื้อน้ำมาให้เพื่อนๆ
“อ่ะ แดกๆกันให้ตายไปข้างนึงเลยจ๊ะ”ลู่ชิงเดินกลับมาพร้อมกันน้ำ 5 แก้ว ที่ซื้อมาเกินจำนานเพื่อนๆก็เพราะว่าลู่ชิงจะเบิ้ลนั้นเองคร๊าบบบบบ
“ลู่ชิง แล้วนี่เลิกเรียนจะไปซื้อโทรศัพท์เลยมั๊ยเดี๋ยวพาไปวันนี้มีไปห้าง xxx พอดี”ไปป์พูดขึ้น ตั้งแต่เช้ามานี่คือประโยคแรกของวันนี้ผมเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้วเพราะทั้งบ้านผมก็เป็นเแบบนี้กันทุกคน แต่ที่ผมพูดน้อยกลับมีแต่คนอยากจะเข้าหาผมไม่เว้นแต่ละกันอาจเพราะด้วยรูปร่างหน้าตาของผมและด้วยฐานะที่บ้านผม แต่เพื่อนที่ผมมีอยู่นี้ทุกคนล้วนแต่ไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองแม้แต่น้อย ทุกคนคบกันด้วยใจไม่ได้คบเพราะผลประโยนช์อย่างที่ผมเคยเจอมา เพราะฉะนั้นผมจะรักษาเพื่อนกลุ่มนี้ไว้ให้นานที่สุดถึงทุกคนในกลุ่มจะแปลกๆไปหน่อยก็เถอะแต่ก็ดูน่ารักดีแบบว่าไม่เหมือนใครและก็ไม่มีใครเหมือนดีจะเรียกว่าเพื่อนแบบแรร์ไอเทม
หลังจากที่ทุกคนทานอาหารกันเสร็จก็พากันแยกย้ายกลับบ้านของตนเหลือแค่คนเดียวกับลู่ชิงที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนกันต่อดี
“ไอ้เดียว กูโทรให้ตาลุงนั้นพาไปซื้อโทรศัพท์เลยดีมะ กูอยากได้โทรศัพท์ไว้เล่นเกมส์อ่ะมึงก็รู้ว่ากูติดโทรศัพท์มากแค่ไหนถ้าไม่มีโทรศัพท์กูก็เหมือนคนตาบอดคนนึงอ่ะมึง ไม่ฉงฉานกูหรอเพื่อนนนนน”ลู่ชิงแสดงความน่าสงสารให้เพื่อนสนิทดูแต่มีเหรอที่คนอย่างคนเดียวจะเชื่อแค่มองก็รู้แล้วว่ามันตอแหล แต่ก่อนมีแต่ผู้หญิงที่ตอแหลเดี๋ยวนี้ผู้ชายตอแหลเก่งกว่าผู้หญิงไปอี๊กกกกก ยิ่งเพื่อนตัวดีของเขานะยิ่งแล้วใหญ่เล่นเรื่องแสดงแบบเว่อร์วังมันถนัดนักแล
“พอหยุดแสดงได้แล้วกูเพื่อนมึงนะ กูดูออกว่าอันไหนเรื่องจริงอันไหนตอแหล”คนเดียวตอบกับอย่างเบื่อๆ วันๆนึงใช้สมองกับไอ้ลู่มากกว่ากับการเรียนหนังสือซะอีกอยากตะโกนว่าเหนื่อยวันละล้านรอบแม่ง
“มึงอ่ะ ไม่เข้าข้างกูเลยก็กูอยากได้โทรศัพท์อ่ะ”ลู่ชิงง้อแงใส่คนเดียวก่อนจะตัดสินใจโทรไปหาตาแก่นั้น แต่ก็เป็นคุณเลขรับสายแทนแต่ก็ยังดีที่รับสายถ้าให้นามบัตรมาแล้วพอโทรไปไม่รับนะ จะไปโพสประจานในเฟสเลยค่อยดู ฮึมๆ
“ว่าไงบ้างมึง”คนเดียวถามลู่ชิงที่ตอนนี้นั่งทำหน้าทำตาแปลกๆอยู่คนเดียว
“เค้าบอกว่าให้เราไปรอที่ห้าง xxx ได้เลยถ้าถึงช๊อปก็ให้โทรหาเค้าอีกทีอ่ะมึง กูกลัวว่ะถ้าเราไปถึงแล้วเค้าเทเราอ่ะมึง ชิบหายกันเลยนะเนี่ย”ลู่ชิงเริ่มไม่มั่นใจว่าจะไปดีมั๊ย โว๊ยย รู้งี้ยอมโดดเรียนไปตั้งแต่เช้าก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดมากอยู่แบบนี้
“กูว่าเขาไม่เทเราหรอกมึง ดูจากฐานะเขาแล้วไม่หน้าจะเป็นพวกหลอกลวงอะไรแบบนั้นหรอกมึง กูว่าเรารีบไปที่ห้างเถอะเดี๋ยวมึงกลับบ้านช้าแม่มึงจะแหกอกมึงเอา”ลู่ชิงสังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามที่เพื่อนสนิทบอกทั้งสองเดินไปที่โรงจอดรถเพื่อมุ่งหน้าไปห้าง xxx คนเดียวใช้เวลาขับรถกว่าจะมาถึงห้างก็เกือบครึ่งชั่วโมงไหนจะรถติดเอ๋ยไม่มีที่จอดเอ๋ย อยากจะรีบเรียนจบเร็วจะไปสมัครเป็นนายกซักหน่อยคนเก่าทำอะไรให้ประเทศไม่ได้เลย เฮ้ออออ(ถ้านิยายชั้นปลิว ชั้นจะลากแกไปตบ To ไรท์)
“นี่มึงกูจะเอาไอ้โฟน 13 pro max เลยนะไหนก็ได้ใหม่แล้วอ่ะ”
“อยากจะทำอะไรก็เรื่องของมึงเถอะ นี่ไอ้ลู่กูถามจริงนะมึงจะให้เค้าซื้อโทรศัพท์ให้เพราะเค้าทำของมึงพังจริงดิ มึงนี่เหมือนพวกโจรปล้นทรัพย์เลยนะเพียงแค่มึงมาให้รูปแบบของเด็กนักศึกษาแค่นั้นเอง แต่ก็เอาเถอะนานๆจะมีคนหลงมาให้คนโง่อย่างมึงหลอกซักที”คนเดียวตอนแรกก็เหมือนจะด่าแต่ช่วงท้ายๆกลับเห็นด้วยซะงั้น ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่ไม่นานก็เจอเข้ากับคู่กรณี
“สวัสดีครับ/สวัสดีครับ”ทั้งลู่ชิงและคนเดียวยกมือสวัสดีผู้มาใหม่ แต่คนข้างกายของคู่กรณีลู่ชิงกับแต่กต่างออกไป เพราะเมื่อเช้าคนที่มาด้วยหน้าตาดูเป็นมิตรมาแต่ทำไมคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับดูไม่เป็ฯมิตรเอาซะเลย
“อืม สวัสดี เข้าไปเลือกได้เลยชั้นมีธุระต่อ”โคลพูดแค่นั้นก็เดินเข้าไปข้างในก่อนปล่อยให้เด็กแสบสองคนยืนมองหน้ากันอย่างทั้งที่อีกฝ่ายมาช้ำกว่าแต่ดันมาเร่งคนที่มาก่อนซะงั้นอะไรคือความยุติธรรมกันเนี่ย พอทั้งสองเดินเข้ามาในช๊อปก็ตาลุกวาวกับโทรศัพท์เครื่องหรูที่อยู่ตรงน่า ลู่งชิงแทบจะเก็บอาการไม่อยู่เพราะไม่คิดว่าไอโฟรตัวใหม่จะงามได้ขนาดนี้ เพราะเครื่องเก่าของตนไอโฟน X ตอนที่ได้เครื่องมาก็หรูหรามากไม่คิดว่ารุ่นใหม่ล่าสุดจะหรูหราได้มากขนาดนี้
“สวัสดีครับ พี่ครับขอดูเครื่องนี้หน่อยครับ สีกราไฟต์ครับ”ลู่ชิงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเท่าที่เคยพูดเวลาอ้อนขอเอาของ
“ได้ค่ะลูกค้า รบกวนวางตัวเครื่องบนผ้าผืนนี้ได้เลยค่ะอยากดูเครื่องไหนอีกแจ้งได้เลยนะคะ”พนักงานพูดจบก็เดินจากไปปล่อยให้ลูกค้าดูเครื่องอยากสบายใจ ลู่ชิงยิ้มแก้มปริทันทีที่เห็นตัวเครื่องชัดมันสวยมาก ก.ไก่ล้านตัวไปเลย ลู่ชิงค่อยหยิบเครื่องขึ้นมาอย่างเบามือ งูยยยยย ดูดีมากเลยคร๊าบบบบ
“จะหยิบก็หยิบขึ้นมาจับแรงๆได้มันไม่เจ็บหรอกน่า ชั้นให้เลือกเลยว่าจะเอาเครื่องไหนชั้นไม่ได้มีเวลาว่างมารอนายเลือกโทรศัพท์ทั้งวันหรอกนะ”ลู่ชิงตวัดสายตามองตาลุงแก่อย่างไม่พอใจ ก็คนมันอยากให้ความรู้สึกดีๆกับโทรศัพท์นิทำไมต้องมาขัดกันด้วยเล่า ลู่ชิงทำหน้าเศร้าลงทันที ก้เวลาจะซื้อของใหม่ทั้งทีก็อยากจะเลือกอันที่ตนเองชอบที่สุดแต่พอมาโดนคนพูดแบบนั้นใส่ก็เลยเกิดอาการน้อยใจขึ้นมา
“งั้นไม่เลือกต่อแล้ว กลับเลยก็ได้ไม่เอาโทรศัพท์แล้ว”ลู่ชิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า คนเดียวที่นั่งรออยู่เห็นเพื่อนสนิททำหน้าแปลกๆเลยเดินเข้าไปหา
“เป็นไรไอ้ลู่ ทำไมทำหน้างั้นอ่ะแล้วเลือกโทรศัพท์ได้แล้วไง”คนเดียวถามอย่างสงสัย ลู่ชิงส่ายหน้าแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ที่คนเดียวพึ่งลุกมา
“เฮ้ออออ ขอโทษนะครับเมื่อกี้คุณได้พูดอะไรกับเพื่อนผมมั้ยครับ”คนเดียวถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตน
“ชั้นไม่ได้พูด คนที่พูดคือคนนั้น”มาร์คพูดอย่างนิ่งๆแล้วชี้ไปที่ญาติของตนที่ตอนนี้หนีออกไปคุยโทรศัพท์อยู่ด้านหลังของร้าน คนเดียวมองไปที่คนๆนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วหันไปมองเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้นั่งหน้าซึมเป็นส้วมเลยคนเดียวถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหา