อัคราชก้าวยาว ๆ ไปหาเพื่อนรักที่มารอรับที่สนามบิน ตอนนี้เขานึกถึงแต่ใบหน้าและรอยยิ้มของภรรยา เกือบหนึ่งปีที่เขาไป ๆ มา ๆ ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอ และสามเดือนเต็มที่ไม่ได้กอดไม่ได้เจอ มันทำให้ความคิดถึงมากมายจนล้นอก
“ไง...”
“แกล่ะยังไง คราวนี้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ใช่ ฉันไม่ต้องอยู่ห่างเมียแล้วล่ะ ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว”
อัคราชพูดถึงการขยายสาขาไปยังหลายประเทศที่เขาทุ่มเทเวลาให้นานนับปี
“เออดีแล้ว”
“ขอบคุณนะคิมที่แกช่วยดูแลเดือนแทนฉันเป็นอย่างดี”
“มาทุกครั้งก็พูดแบบนี้ทุกครั้ง แกจะเกรงใจอะไรนักหนาวะ แล้วที่แกว่าฉันดูแลเดือนอย่างดีฉันต้องขอโทษแกด้วยนะคราม”
“ขอโทษ? เรื่องอะไรวะ”
“กลับถึงบ้านแกคุยกับเดือนเองเถอะ”
สีหน้าที่แสดงออกถึงความไม่สบายใจของคิมหันต์ทำให้อัคราชรับรู้ถึงความไม่ปกติ
“มีอะไรหรือเปล่าคิม”
“ไว้คุยที่บ้านแกเถอะ”
“อืม...”
อัคราชทำเสียงรับรู้ในลำคอทั้งที่ในใจร้อนรุ่มไปด้วยความสงสัย แต่ก็รู้ดีว่าต่อให้เซ้าซี้ยังไงคิมหันต์ก็จะไม่มีวันพูดจนกว่าจะถึงเวลาจึงทำได้เพียงอดทนรอเท่านั้น
อัคราชแทบบ้าเมื่อกลับมาพบภรรยานอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง ใบหน้าและร่างกายซูบโทรมจนน่าใจหาย และสาเหตุที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะปานเดือนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย คือเรื่องจริงที่ฉีกกระชากวิญญาณเขาจนขาดวิ่น
“ทำไมไม่บอกผม! ทำไม!”
ชายหนุ่มโวยวายแต่ภรรยากลับพยายามส่งยิ้มให้ มือเล็กยื่นมาจับมือหนาบีบเบา ๆ เพราะต้องการให้เขาสงบลง
“เดือนรู้ว่าคุณรักงานมากแค่ไหน เดือนไม่ต้องการให้ความเจ็บป่วยของเดือนไปเป็นตัวถ่วงของคุณค่ะ”
“พูดอะไรน่ะเดือน! แกก็เหมือนกันไอ้คิม! แกไม่คิดจะบอกฉันเลยเหรอ!”
“อย่าว่าคุณคิมเลยค่ะ เดือนเป็นคนขอร้องเขาเอง”
“นี่มันอะไรกัน... ฮึก...”
สองมือหนาถูกยกขึ้นปิดหน้าพยายามที่จะรวบรวมสติที่แตกกระเจิง ความจริงที่เขาได้รู้ทำให้ช็อกแบบสุดขีด อัคราชไม่อาจทำใจยอมรับได้ว่าภรรยาของเขากำลังจะจากไปเพราะโรคร้าย
“เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดานะคะ”
“ไม่มีวัน! ผมไม่ปล่อยให้เดือนตายหรอกนะ!”
ปานเดือนฝืนยิ้มด้วยริมฝีปากขาวซีดเพื่อส่งกำลังใจให้สามี พลางยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างอ่อนโยน
“ผมจะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาเดือน! ที่ไหนไอ้คิม! ที่ไหน! หมอคนไหนที่เก่งที่สุดบอกฉันมา!”
อัคราชหันไปปรึกษาเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาล แต่คิมหันต์ก็ส่ายหน้า
“มันลุกลามเกินกว่าจะรักษาหายแล้วคราม ฉันพยายามเต็มที่แล้วจริง ๆ”
“ฉันไม่เชื่อ! มันต้องมีสิวะคนที่จะรักษาเมียฉันได้! มันต้องมีใครสักคน จะเท่าไหร่ฉันก็พร้อมที่จะจ่าย!”
“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินนะคราม แกต้องเข้าใจก่อนว่ามันเป็นเพราะเชื้อมะเร็งลุกลามจนเกินจะรักษา เราทำอะไรไม่ได้นอกจาก...”
“พอ!”
อัคราชยกมือห้ามเพราะไม่อาจทนฟังคำพูดแสลงหู เพราะคำพูดเหล่านั้นมันฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น
“ฉันขออยู่กับเดือนสองคน”
คิมหันต์มองเพื่อนด้วยความสงสารก่อนจะปลีกตัวออกมาเงียบ ๆ เพื่อให้อัคราชใช้เวลาตามลำพังกับภรรยา
“เดือน... ฮึก... ผมขอโทษ... ขอโทษจริง ๆ”
เขาจับมือบางขึ้นมาจูบแล้วพูดขอโทษซ้ำ ๆ ความรู้สึกผิดอัดแน่นอยู่ในอกที่ละเลยเธอ และเอาเวลาไปทุ่มเทกับงาน
“มองให้เป็นเรื่องธรรมดาสิคะ”
ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาทั้งน้ำตาที่ไหลไม่หยุด เพียงแค่คิดว่าเธอจะต้องจากไปหัวใจของเขาก็แทบจะขาด แล้วจะให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปได้ยังไงกัน
“คุณครามอย่าร้องไห้สิคะ เห็นแล้วเดือนยิ่งรู้สึกหดหู่”
“เดือนเป็นแบบนี้จะให้ผมยิ้มออกได้ยังไง ใจผมจะขาดแล้วรู้ไหม แค่คิดว่าเดือนจะจากไป... ฮึก... ผมก็...”
“แต่ตอนนี้เดือนยังอยู่นี่คะ คุณครามไม่อยากใช้เวลาที่เหลือกับเดือนเหรอ”
“อยากสิ... อยากจะใช้เวลากับเดือนตลอดไปเลยล่ะ”
เขาบอกพร้อมกับพยายามกลั้นสะอื้น เพราะอยากให้เธอรู้สึกสบายใจ
(หลายวันต่อมา)
เวลาแทบจะทั้งหมดของเขาถูกใช้ไปกับการดูแลภรรยา แต่ในขณะเดียวกันอัคราชก็ยังไม่ยอมละความพยายามที่จะหาหมอมารักษาปานเดือน และเมื่อคิมหันต์เห็นว่าเพื่อนไม่ยอมแพ้ จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพราะคุณหมอเจ้าของโรงพยาบาลอย่างเขาย่อมเชี่ยวชาญกว่า
“คิ้วขมวดอีกแล้วนะคะ”
ปานเดือนยิ้มอ่อนแล้วใช้ปลายนิ้วคลึงหว่างคิ้วของสามี
“เดือนบอกแล้วไงคะว่าให้มองเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อไหร่ที่คุณเลือกที่จะยอมรับความจริง ความทุกข์มันก็จะหมดไปค่ะ”
“ผมพยายามแล้วเดือน... พยายามแล้วแต่ก็ทำไม่ได้”
ถึงแม้จะพยายามระงับความเจ็บแต่เสียงของอัคราชก็ยังสั่นเครือจนคนฟังสงสารจับใจ
“คุณครามคะ...”
“หืม...”
“คุณรักเดือนมากเดือนรู้ค่ะ แล้วเดือนรักคุณมากคุณรู้ไหมคะ”
“รู้สิที่รัก... ผมรู้”
“ถ้าเดือนจะขอให้คุณทำบางอย่างให้เดือนจะได้ไหมคะ”
“ได้สิ ได้ทุกอย่างขอแค่เดือนพูดออกมา”
ปานเดือนส่งยิ้มบาง ๆ ก่อนจะบอกในสิ่งที่เธอต้องการ
“เดือนอยากให้คุณมีผู้หญิงอีกคนค่ะ”
“อะไรนะ!”
อัคราชถามเสียงดังเพราะคาดไม่ถึงว่าภรรยาจะขออะไรแบบนั้น
“เดือนพูดอะไรออกมาน่ะ!”
“เดือนแค่อยากเห็นคุณมีความสุขก่อนที่เดือนจะตาย เดือนอยากให้คุณมีรักใหม่ ไม่อยากให้คุณทุกข์ใจกับการจากไปของเดือนจนมากเกินไป”
“ไม่! ไม่มีทางเดือน ผมไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด!”
“แต่เดือน...”
“ไม่เดือน! หยุดเลย ห้ามพูดอะไรแบบนี้อีกเพราะผมจะไม่มีใครนอกจากคุณ!”
“คุณไม่เข้าใจเดือนหรอกค่ะ ว่าเดือนเองก็รักคุณมากเหมือนกัน! เดือนก็แค่อยากตายตาหลับไม่ต้องคอยกังวลว่าคุณจะทุกข์แค่ไหนที่ไม่มีเดือน”
“ผมไม่มีวันรักใครเดือน... ได้ยินไหมว่ามันเป็นไปไม่ได้”
ปานเดือนสะอื้นดัง ๆ แล้วยกสองมือขึ้นปิดหน้าเมื่อสามีปฏิเสธคำขอของเธอ ในขณะที่อัคราชเลือกที่จะเดินออกมาข้างนอกเพื่อสงบสติอารมณ์