ตอนที่1
หากเอ่ยชื่อ นัดธิดา สิทธิเดช น้อยคนนักที่จะไม่อิจฉาเธอ หญิงสาวที่อยู่ในวัยสดใสร่ำรวยทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ เธอเป็นทายาทคนเดียว ชีวิตของเธอมันดูสมบูรณ์แบบไร้ข้อบกพร่องแต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดของคนนอกที่มองเข้ามา เพราะความจริงแล้วเธอไม่ได้มีชีวิตที่แสนสุขอย่างที่ใครเข้าใจ
“พ่อจะส่งแกไปผ่าตัดที่อเมริกา”
“ทำไมต้องไปไกลขนาดนั้นด้วยคะพ่อ ในเมื่อบ้านเราก็มีหมอเก่งๆที่จะรักษาหนูได้”
“ฉันบอกว่าไปรักษาที่อเมริกา ก็คืออเมริกาแกอย่าถามมาก!”
คุณณรงค์กระชากเสียงใส่ลูกสาวด้วยความไม่พอใจจนนัดธิดาไม่กล้าถามต่อ
“แล้วแกก็ห้ามบอกใครเรื่องนี้เด็ดขาด! ไม่ว่าจะเพื่อนสนิทแค่ไหนก็ห้ามบอก!”
“ทำไมคะ...”
“ทำตามที่ฉันสั่ง”
คุณนรามองลูกสาวด้วยความเห็นใจก่อนจะยื่นมือมากุมมือลูกเอาไว้
“ไม่ต้องกังวลนะลูก เดี๋ยวแม่จะไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ได้! เธอต้องอยู่ที่นี่”
“แต่ตอนนี้ลูกมองไม่เห็นนะคะ จะปล่อยให้ไปคนเดียวได้ยังไง”
คุณนราพยายามจะให้เหตุผลแต่สามีก็ไม่ได้ใส่ใจ
“ผมจ้างพยาบาลให้ไปด้วยแล้วคุณไม่ต้องไป”
“แต่...”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ นัดไปคนเดียวได้”
หญิงสาวตัดบทเพราะไม่อยากทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพ่อและแม่
“ฟังพ่อนะนัด...แกไปรักษาตัวที่นั่น อยู่ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ห้ามลงโซเชียล ห้ามบอกใครว่าอยู่ที่ไหนจนกว่าพ่อจะบอกให้กลับมาเข้าใจมั้ย”
“หนูทำได้ค่ะ แต่คุณพ่อจะไม่บอกเหตุผลหนูหน่อยเหรอคะ ว่าทำไมถึงต้องทำเหมือนกำลังซ่อนหนูจากใคร”
“แกรู้ไว้แค่ว่าพ่อทำแบบนี้ เพราะต้องการปกป้องแกก็พอ”
คำตอบของบิดาไม่ได้ช่วยให้เธอสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อยกลับกันเธอยิ่งรู้สึกสงสัยและกังวลมากกว่าเดิม
คุณณรงค์เป็นนักธุรกิจการขนส่งที่มีชื่อเสียงมากระดับต้นๆของเมืองไทย แต่ชื่อเสียงนั้นก็ไม่ได้มาจากด้านดีเพียงอย่างเดียว เพราะหากเอ่ยชื่อ ณรงค์ สิทธิเดช คนจะเบ้ปากเสียส่วนใหญ่ เพราะการที่เขามายืนตรงนี้ได้ใครๆต่างก็รู้ว่ามาจากการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น
แต่ถึงบิดาจะเป็นคนที่เคี่ยวเค็มและไม่เคยยอมเสียผลประโยชน์ให้ใครง่ายๆ นัดธิดาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าท่านจะมีปัญหาขัดแย้งกับใครจนเป็นเรื่องใหญ่
“วันไปแกไปกับพยาบาลสองคนนะ ทุกอย่างพ่อเตรียมไว้แล้วอย่านอกกรอบ”
“ค่ะ”
หญิงสาวรับคำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่เด็กจนโตนัดธิดาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรเกี่ยวกับตัวเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอมีบิดาเป็นผู้กำหนด ทำให้เธอสูญเสียความสุขบางอย่างในวัยเด็กไป
“ไปเถอะลูก กลับห้องไปจัดของกัน”
คุณนราจูงลูกสาวซึ่งตอนนี้สูญเสียการมองเห็นเดินออกจากห้องทำงานของสามี แต่ก็ยังคงหันไปมองเจ้าของห้องด้วยความหนักใจ เพราะเธอรู้ดีว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณณรงค์เข้มงวดกับนัดธิดามากขนาดนี้
3 วันต่อมา...
การเดินทางของนัดธิดาถูกปิดเป็นความลับ นอกจากคนในบ้านก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ สาเหตุที่คุณณรงค์ต้องส่งลูกสาวไปรักษาถึงอเมริกา ก็เพราะต้องการให้ลูกสาวไปซ่อนตัวที่นั่น
“ทำไมจู่ๆคุณถึงให้ยัยนัดไปอเมริกาละคะ”
คุณนราเอ่ยถามสามีที่ยืนมองลูกสาวผ่านบานหน้าต่าง
“ทางโรซารามันส่งจดหมายมา”
คุณณรงค์หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งวางลงบนโต๊ะเพื่อให้ภรรยาได้เข้าใจ
‘สวัสดีครับคุณณรงค์ สิบปีแล้วที่คุณใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ตอนนี้คงถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องชดใช้ให้เราสักที เริ่มจากเรื่องของลูกสาวคุณก่อนดีมั้ยครับ ตอนนี้นัดธิดาคงโตเป็นสาวแล้ว ฝากบอกเธอด้วยว่าอีกไม่นานเราคงได้เจอกันอีกครั้ง’
คุณนรายกมือขึ้นปิดปากด้วยท่าทางตื่นตระหนก เธอกำจดหมายในมือแน่นแล้วมองสามีด้วยความโกรธ
“ทุกอย่างมันเป็นเพราะความสารเลวของคุณ! ถ้าลูกเป็นอะไรไปก็รู้ไว้ด้วยว่ามันเป็นเพราะคุณ!”
“หุบปากไปเถอะน่า! เอาแต่มาด่าว่าว่าผมเลวแล้วทุกวันนี้คุณไม่ได้เสวยสุขอยู่บนกองเงินที่ผมหามาหรือไง!”
“ที่ฉันยังอยู่ตรงนี้ก็เพราะไม่อยากทิ้งลูกไปไหน บอกเอาไว้เลยว่าฉันไม่เคยอาวรณ์ความสุขสบายหรือแม้กระทั่งคุณก็ด้วย!”
หากเป็นเวลาปกติไม่มีทางที่คุณนราจะกล้าขึ้นเสียงใส่สามี แต่ตอนนี้เธอกำลังเป็นกังวลและหวาดกลัวถึงความปลอดภัยของลูกสาว จึงไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
“ใช่! คุณมันไม่อาวรณ์ในตัวผมหรอก เพราะคุณไม่รักผมไงล่ะ!”
คุณนรากวาดตามองผู้ชายที่เคยรักสุดหัวใจด้วยความเจ็บปวดระคนรังเกียจ
“คุณรู้ดีว่าทำไมฉันถึงไม่รักคุณ!”
นัยน์ตาของคุณนราไหวระริกเมื่อนึกถึงเรื่องราวอัปยศที่สามีก่อเอาไว้ในอดีต ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ความรักของเธอถูกแทนที่ด้วยความรังเกียจ
“ผมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวเรานะ!”
“ทุเรศ! อย่าเอาฉันกับลูกไปเป็นข้ออ้างในการทำชั่วของคุณนะ อย่าทำให้ฉันกับลูกต้องแปดเปื้อนไปกับคุณด้วย!”
พูดจบเธอก็เดินออกจากห้องเพราะไม่อาจทนมองหน้าเขาได้อีก ส่วนคุณณรงค์ก็ค่อยๆทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง
@สนามบิน
“ถึงแล้วนะคะคุณนัด เดี๋ยวพี่จะลงไปจัดการเรื่องกระเป๋าแล้วจะมารับคุณนัดนะคะ”
“ค่ะ”
นัดธิดาได้ยินเสียงกุกกักก่อนที่ประตูจะเปิดและปิด เธอนั่งรออย่างสงบอยู่บนรถอยู่นานหลายนาทีจึงได้ยินเสียงประตูเปิดอีกครั้ง
“ให้นัดลงเลยมั้ยคะพี่สา...”
“…”
“พี่สาคะ...”
เธอเรียกซ้ำเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับแล้วประตูก็ถูกปิดลงพร้อมกับรถที่เคลื่อนตัวออก
“เราจะไปไหนกันคะพี่สา...อื้อ...”
จมูกของเธอถูกปิดด้วยผ้าผืนหนึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับนัดธิดาจนไม่อาจนิ่งเฉย สัญชาตญาณบอกกับเธอให้ดิ้นรนเอาตัวรอด แต่ทำได้ไม่นานเปลือกตาคู่สวยก็ปิดลงเพราะฤทธิ์ยา
ไคน์ โรซารา มองหญิงสาวที่หลับใหลอยู่บนเบาะอย่างพิจารณา นับเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่เขาได้เห็นเธอใกล้ๆ นัดธิดาในวันนี้เปลี่ยนไปมากอย่างเหลือเชื่อ จากเด็กหญิงตัวผอมบางหน้าตาตลกหลับกลายเป็นหญิงสาวสวยสะพรั่ง
แต่น่าเสียดายที่ความงามของเธอไม่อาจลดทอดความแค้นในใจเขาได้เลย เพราะความเลวระยำที่บิดาเธอทำเอาไว้กับครอบครัวเขามันมากมายเกินอภัย นัดธิดาจึงต้องตกเป็นเครื่องมือเพื่อใช้ในการเอาคืนคนเลวครั้งนี้
10 ปีก่อน...
“ดูสิลูกน้องน่ารักเหมือนตุ๊กตาเลยว่ามั้ย”
คุณมารีญาบอกในขณะที่กำลังหวีผมให้กับนัดธิดา
“ครับแม่ เห็นมาขลุกอยู่ที่นี่ทุกวันทำอะไรกันครับ”
“ก็...อบขนมบ้าง จัดดอกไม้บ้าง แม่สอนน้องให้ทำงานที่แม่ชอบ”
“หึ หึ หึ หาคนถูกใจได้แล้วสินะครับ”
ไคน์เอ่ยแซวมารดาเพราะรู้ว่าท่านรักในการทำอาหารและตกแต่งบ้าน จึงหวังจะถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้กับโซเฟียพี่สาวของเขา แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะโซเฟียสนใจการทำธุรกิจมากกว่า ด้วยวัยเพียงสามสิบปีโซเฟียสามารถนั่นในตำแหน่งรองประธานคู่กับบิดาเขาได้อย่างภาคภูมิ
“ใช่...ก็โซเฟียทำแม่อกหักแล้วนี่นะ”
“เอาเถอะครับ ยังไงก็ยังได้ไลร่ามาเป็นลูกศิษย์แล้ว”
“พี่ไคน์ชิมขนมของไลร่าหรือยังคะ”
นัดธิดาเอ่ยถามอย่างเขินๆเพราะเธอชอบไคน์ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก และเรื่องนี้ผู้ใหญ่ทุกคนต่างก็รู้ดีแต่ไม่เคยมีใครดุว่า เพราะเห็นเป็นปั๊บปี้เลิฟของเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเสียหาย
“ชิมแล้วครับ อร่อยมากๆเลย”
พอได้รับคำชมเธอก็ยิ้มโชว์เหล็กดัดฟันแล้วรีบหลบสายตา ไคน์รู้สึกเอ็นดูเธอไม่น้อยเพราะเห็นมาตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนชื่อไลร่าเขาก็เป็นคนตั้งให้เธอเพื่อที่จะเอาไว้เรียกขานให้ง่ายขึ้น
คุณณรงค์พ่อของนัดธิดาเป็นลูกน้องคนสนิทของคุณนิโคลัสบิดาเขา ทั้งคู่ร่วมงานกันมาตั้งแต่โรซารายังเป็นบริษัทโลจิสติกส์ขนาดกลาง จวบจนทุกวันนี้ใหญ่โตเรืองอำนาจจนขยายไปทั่วโลก ครอบครัวของเขาจึงไม่ได้มองคุณณรงค์เป็นลูกน้อง หากแต่คิดว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน
ช่วงปิดเทอมนัดธิดาจะมาคลุกคลีอยู่กับมารดาเขาเพื่อเรียนรู้งานครัว จึงทำให้ไคน์รู้สึกเอ็นดูเธอมากขึ้นไปอีกเพราะเด็กหญิงทำให้คุณมารีญามีความสุข และความเอ็นดูก็คงจะไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นหากคุณณรงค์บิดาของเด็กหญิงไม่เผยการกระทำสารเลว
ภายในห้องทำงานของท่านประธานบริษัท คุณนิโคลัสนั่งหน้าเครียดเพราะกำลังจะเสียลูกน้องคนสำคัญไป แต่ไคน์ที่เพิ่งเริ่มมาช่วยทำงานก็พยายามจะพูดให้บิดาเข้าใจ
“คุณอาคงอยากกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดนะครับ คุณพ่ออย่าไปทำให้ลำบากใจเลย”
“ฉันเป็นห่วงนายนะณรงค์และก็คงจะคิดถึงมาก”
“ขอบคุณครับท่าน แต่ท่านไม่ต้องห่วงเพราะผมจะแวะเวียนมาเยี่ยมบ่อยๆ ผมจะนำความรู้ในการทำบริษัทโลจิสติกส์ไปประกอบอาชีพของตัวเอง ผมจะเปิดบริษัทเล็กๆเอาไว้หากำไรเลี้ยงครอบครัวครับ”
“อืม...ดีๆ ฉันเชื่อว่านายทำได้แน่ๆ คนอย่างนายมีความสามารถอยู่แล้ว”
คุณนิโคลัสตบบ่าลูกน้องคนสนิทที่เขารักดุจน้องชายเบาๆ โดยที่ไม่เคยคิดระแวงเลยว่ามันจะกลายเป็นงูเห่าที่แว้งกัดเขาได้ลง
คุณณรงค์กลับมาเปิดบริษัทที่ประเทศไทยแต่ไม่ใช่บริษัทเล็กๆอย่างที่เคยพูดเอาไว้ ใช้เวลาเพียงสองปีก็สามารถกลายเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ความใหญ่โตไม่ใช่จุดเปลี่ยนหากแต่เป็นเส้นทางธุรกิจที่ขัดขากัน คุณณรงค์ประกาศตนเป็นศัตรูกับ ‘Rosara Express’ ด้วยการร่วมเข้าประมูลเส้นทางการขนส่งทางเรือ สร้างความงุนงงระคนเจ็บปวดให้กับคุณนิโคลัสเป็นอย่างมาก
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือบริษัทของคุณณรงค์ชนะการประมูล แต่ที่น่าแปลกคือหลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นการประมูลใดๆ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง’Rosara Express’ ก็ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ ทำให้หุ้นของโรซาราร่วงกราวจนน่าใจหาย แต่ในที่สุดคนที่ค้นพบสาเหตุก็คือเขาเอง
“พอสักทีเถอะ! แกจะให้บริษัทของพ่อล้มละลายเพราะฉันหรือยังไง!...ฮึก...”
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของพี่สาวทำให้ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูหยุดฟัง แต่ไหนแต่ไรโซเฟียเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและเก่งรอบด้าน งานสำคัญหลายอย่างจึงถูกวางใจให้เธอรับมอบหมาย แต่มาวันนี้ไคน์กลับได้ยินพี่สาวร้องไห้จึงมั่นใจว่าน่าจะเป็นเรื่องใหญ่พอควร
“แกมันสารเลว!”
โซเฟียก่อนด่าคนที่อยู่ปลายสายอย่างคับแค้นก่อนที่จะสะอื้นออกมาดังๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“โซเฟีย!”
ไคน์เรียกพี่สาวให้รู้ตัวก่อนจะผลักประตูเข้าไป โดยที่อีกฝ่ายรีบเช็ดน้ำตาเป็นพัลวัน
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”
“เปล่า...พี่แค่ทะเลาะกับเพื่อน”
“แต่...”
“พี่บอกว่าไม่มีก็คือไม่มี มาหาพี่มีธุระอะไร”
“ผมจะมาบอกพี่ว่าการประมูลเส้นทางครั้งนี้สำคัญมาก ผมอยากจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง”
“นี่แกไม่ไว้ใจพี่เหรอไคน์...”
“เปล่าเลยโซเฟีย...แต่ผมเห็นพี่เครียดๆเยอยากช่วย เราพลาดการประมูลมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ถ้าเราพลาดอีกเราอาจติดตัวแดง”
“พี่รู้ไคน์ แต่พี่ขอจัดการเรื่องนี้เอง มันเป็นหน้าที่ของพี่นะ”
ไคน์มองสบตาพี่สาวก่อนจะพยักหน้าในที่สุด
“ก็ได้โซเฟีย แต่ครั้งนี้ผมอยากให้พี่เก็บข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับสุดยอด เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาทางนั้นชนะประมูลด้วยราคาที่เฉียดฉิวจนน่าสงสัย ผมอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะมีคนในที่เป็นสายให้มัน”
“อืม...พี่จะทำให้ดีที่สุด”
และเหตุการณ์ทุกอย่างก็พลิกล็อคอีกครั้งเมื่อถึงวันเปิดซองประมูล เพราะบริษัทของคุณณรงค์เป็นผู้ชนะอีกครั้งในราคาที่เฉียดฉิว ส่งผลให้หุ้นของ’Rosara Express’ ร่วงกราวติดตัวแดง ทำเอาคุณนิโคลัสเครียดจัดจนถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาล
“นี่มันอะไรกัน!!”
ไคน์กระชากเสียงถามพี่สาวที่เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ในห้องไม่ยอมออกไปไหน
“พี่มีอะไรที่ไม่ได้บอกผมหรือเปล่าโซเฟีย!
แต่ไม่ว่าเขาจะคาดคั้นยังไงก็ได้รับเพียงเสียงร้องไห้ที่มาจากความรู้สึกผิด
“พูดมานะโซเฟียว่ามันเกิดอะไรขึ้น!”
เขาจับบ่าบอบบางทั้งสองข้างของพี่สาวแล้วออกแรงเขย่าจนเธอหัวสั่นหัวคลอน
“พี่เองที่เป็นหนอนบ่อนไส้! พี่เป็นคนบอกราคาประมูลกับมันทุกครั้ง! พี่เองที่สารเลว! ฮือๆ...”
ไคน์ถึงกับเซเมื่อได้ยินสิ่งที่พี่สาวบอก ทั้งอึ้งทั้งโกรธปะปนจนแยกแยะไม่ได้
“พี่ทำบ้าอะไรลงไป! พี่ทำแบบนั้นทำไมกัน!”
“มันข่มขืนพี่! ไอ้ณรงค์มันข่มขืนพี่แล้วถ่ายคลิปเอาไว้!...ฮึก...ถ้าพี่ไม่ทำมันจะโพสต์ประจานพี่!”
ความคับแค้นแน่นอยู่ในอกเมื่อได้ยินเรื่องราวทุกอย่าง ความโกรธที่มีต่อพี่สาวแปรเปลี่ยนเป็นความสงสาร
“มัน...ฮึก...มันบอกว่าการประมูลครั้งนี้สำคัญมาก ถ้าพี่ยอมแพ้มันอีกครั้งมันจะลบคลิปนั่น...พี่ก็เลย...ฮือๆ...”
ไคน์โอบกอดโซเฟียเอาไว้อย่างต้องการปลอบประโลม สองพี่น้องร้องไห้ด้วยกันแต่ต่างคนต่างความรู้สึก
“ไม่เป็นไรนะโซเฟีย ใครที่มันทำร้ายพี่มันจะต้องได้รับกลับคืนเป็นร้อยเป็นพันเท่า เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”
“พี่ทรยศคุณพ่อ...ฮึก...ทรยศครอบครัวตัวเอง...”
“ไม่เป็นไรโซเฟีย...ผมเชื่อว่าคุณพ่อจะเข้าใจพี่เหมือนที่ผมเข้าใจ”
แต่ไม่ว่าไคน์จะพยายามปลอบโยนสักเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล เพราะโซเฟียถูกความรู้สึกผิดทิ่มแทงจนไม่อาจทนไหว เธอเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองเพื่อชดเชยความผิดและยุติปัญหาทุกอย่าง สร้างความโกรธแค้นให้ตระกูลโรซาราอย่างเหลือคณนานับ โดยเฉพาะไคน์ที่บ่มเพาะความแค้นในใจมานานนับสิบปี ชายหนุ่มสาบานกับตัวเองว่าจะเอาคืนครอบครัวของคุณณรงค์อย่างสาสม ชนิดที่ว่าอีกฝ่ายจะต้องทุกข์ทรมานจนเรียกร้องหาความตายด้วยปากของตัวเอง