บทนำ
“ไม่เข้าไปด้านในด้วยกันเหรอ”
“เฮียคิเรย์กับเจ้เข้าไปกันก่อนเลยค่ะ หนูขอยืนสูดอากาศข้างนอกสักแป๊บแล้วจะตามไป”
ลับหลังร่างบาง ชายหนุ่มที่ควงคู่มากับว่าที่ภรรยาเลิกคิ้วเป็นการตั้งคำถามทางสีหน้าอย่างไม่เข้าใจ มุกดาเห็นเช่นนั้นอมยิ้มเล็กน้อย ไขข้อข้องใจให้กระจ่าง
“ซาร่าห์คงอยากดักรอเจอเฮียคัสก่อนน่ะค่ะ” เพราะเท่าที่เธอเห็น เพื่อนรุ่นน้องถือกล่องของขวัญที่ตั้งใจนำมาให้มาร์คัสอย่างทะนุถนอม หวงแหนของด้านในอย่างกลัวมีใครจะฉกชิงไปจากตัวเอง
คิเรย์ร้องอ้อลากเสียงยาวอย่างพอจะเข้าใจ ไม่ใช่เขาดูไม่ออก รุ่นน้องของมุกดาคนนี้แอบชอบเพื่อนของเขามาตั้งนานแล้ว และนับวันมันก็ยิ่งเพิ่มพูนความรู้สึกมากขึ้นจนใครๆ ก็ดูออก
“งั้นเราเข้าไปในงานกันเถอะ” คิเรย์ยิ้มก่อนโอบเอวพาว่าที่ภรรยาคนสวยเข้าไปในงานวันเกิดของเพื่อนสนิทเขา
งานที่ว่าเป็นของไอ้แฝดทั้งสองคน มาร์คัสแฝดคนพี่และมาร์ตินแฝดคนน้อง แฝดที่เหมือนกันแค่หน้าตาแต่ดูจากบุคลิกภายนอกและนิสัยต่างๆ โดยรวมแล้ว ทำให้แยกออกได้ไม่ยากว่าใครเป็นใคร
โคตรแตกต่างกันอย่างสุดๆ
ในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม แสงอาทิตย์ของวันเริ่มจางลงและถูกแทนที่ด้วยความมืดโรยตัวปกคลุม ร่างแบบบางยังคงยืนปักหลักมั่นคงที่เดิมไม่คิดเดินเข้าไปในงานง่ายๆ หากยังไม่ได้เจอคนที่อยากเจอ รอบกายนั้นล้อมเต็มไปด้วยบรรดาลูกน้องชายชุดดำที่คอยยืนรักษาความปลอดภัยให้กับแขกภายในงาน
ก็อย่างว่าแหละนะ…งานวันนี้มันธรรมดาซะที่ไหน
นอกรั้วห่างออกไปประมาณห้าสิบเมตรเกิดเป็นแสงสว่างวาบจากยานพาหนะที่ขับเคลื่อนเข้ามาก่อนจอดสนิทลงเมื่อถึงเป้าหมาย
ร่างบางในชุดเดรสสีชมพูหวาน กระโปรงสั้นแถมยังเว้าหลังเผยความเซ็กซี่นิดๆ ตัดกับผมลอนสวยสีทองวาววับยิ่งขับให้ดูโดดเด่นน่ามอง เป็นที่น่าพิสมัยแก่ผู้มาใหม่เป็นอย่างมาก
เธอเห็นแล้วเขากำลังเดินเข้ามา เหล่าลูกน้องชายชุดดำต่างพร้อมใจกันทำความเคารพผู้เป็นนายด้วยการโค้มหัวเล็กน้อย
“ฮะ..เฮียคัส หวัดดีค่ะ” ยกมือไหว้คนอายุแก่กว่าหลายปีรวมไปถึงเพื่อนๆ ของเขาอีกสามสี่คนที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยกัน
ซาร่าห์ไม่เข้าใจตัวเองว่าเธอจะประหม่าไปทำไม เจอหน้ามาร์คัสออกจะบ่อยควรชินได้สักที แต่นี่อะไรกัน ไม่ว่าจะกี่รอบต่อกี่รอบ ดูเหมือนว่าอัตราการเต้นของหัวใจเธอเวลาเจอหน้าเขามันไม่เคยลดความเร็วลงเลย
“สวยซะด้วย”
“เข้าทางเลยเพื่อนกู”
“อิจฉาว่ะ”
เสียงแซวจากบรรดาเพื่อนๆ ยิ่งเพิ่มความแดงซ่านบนหน้าคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี ทันก่อนที่จะแดงลามไปทั้งตัว เห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรอยู่เป็นก้างขวางคอ ทุกคนจึงขอตัวเข้าไปในงานก่อน ปล่อยให้สองหนุ่มสาวได้มีเวลาคุยกันสองต่อสอง
“มีอะไรจะคุยกับเฮียรึเปล่า” พอเห็นหญิงสาวยืนเงียบเหมือนใบ้กิน มาร์คัสจึงเป็นฝ่ายถามไถ่ออกไปก่อน
ซาร่าห์เลิกหลบสายตา จากที่ก้มหน้างุดราวกับคนขี้อายทั้งที่ไม่ใช่นิสัยของเธอก็ทำใจกล้าเงยหน้ามองร่างสูง ใบหน้าหล่อจัด หล่อชนิดที่ว่าทำเอาเธอหยุดหายใจไปชั่วขณะ รู้สึกถึงเลือดลมในกายวิ่งพล่าน มื้อไม้คล้ายจะอ่อนแรงเสียดื้อๆ
หล่ออะไรขนาดนี้ ไม่รู้หรือไงว่าคนที่จ้องหน้าเขาเกินสามสิบวินาทีไม่ได้แบบเธอมันใจอ่อนปวกเปียกไปหมดแล้ว
“คะ..คือว่าหนู หนู…” หนูอะไรก็พูดออกไปสิวะ จะตะกุกตะกักทำหอกอะไร
แกก็ใจกล้าๆ หน้าด้านๆ อย่างปกติหน่อยสิ
“หนู..” มาร์คัสเลิกคิ้วรอคำตอบ ไม่มีทางรู้เลยว่าท่าทางของเขาในตอนนี้จะทำให้ซาร่าห์ล้มทั้งยืนได้อยู่แล้ว
“หนูเอาของขวัญมาให้เฮียคัสค่ะ” หญิงสาวรัวคำพูดแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มือเรียวส่งกล่องของขวัญที่ว่าให้มาร์คัส ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มทำเพียงกดมองเล็กน้อย กล่องสีชมพูหวานแหววแบบเดียวกับสีชุดของเธอเลย แถมยังผูกโบว์สวยงามซะดิบดี
“ขอบใจนะ” เขายิ้มรับตามมารยาท ปกติไม่รับของจากใครง่ายๆ แต่เห็นว่าเป็นคนรู้จักกันไม่ใช่ใครอื่นไกลและที่สำคัญ เธอให้ก็คงเพราะวันนี้เป็นวันเกิดเขา “ให้อะไรเฮียเหรอ”
ไม่กล้าเขย่ามากนัก แต่เท่าที่ถือก็ไม่ได้หนักอะไรขนาดนั้น
“น้ำหอมค่ะ หนูทำเองเลยนะคะ ไม่รู้เฮียจะชอบกลิ่นมันรึเปล่า” ซาร่าห์อยากจะร่ายยาวมากกว่านี้ด้วยซ้ำ น้ำหอมนั่นเธอทำเองจริงๆ ถึงขั้นที่ว่าเอาเวลาว่างทั้งหมดทุ่มไปกับคอร์สเรียน ลองผิดลองถูกจนตอนแรกๆ กลิ่นเพี้ยนตีจมูกเวียนหัวไปหมด พอเริ่มจับทางได้จึงลงไม้ลงมือทำอย่างพิถีพิถันด้วยความตั้งใจอันเปี่ยมล้น
เพื่อผู้ชายทำได้ทุกอย่าง และผู้ชายที่ว่าก็ต้องเป็นมาร์คัสเท่านั้น คนอื่นอย่าได้หวังจะเห็นเธอด้านนี้
“ไว้เฮียจะฉีดบ่อยๆ นะ ขอบใจมาก” เขายิ้มให้เธออีกแล้ว ซาร่าห์ใจฟูจนเกือบจะเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ หากมีโอ่สักใบคงไม่ลังเลรีบวิ่งเข้าไปชะโงกหน้าแล้วกรี๊ดใส่ให้สุดเสียง
คุ้มค่าแล้วกับที่เรียนมา คิดถูกที่เลือกทำน้ำหอมให้มาร์คัสเพราะคนรวยอย่างเขาคงไม่ต้องการข้าวของแพงๆ เท่าไรนัก ชีวิตนี้มีครบหมดแล้ว การให้ของที่ทำด้วยใจและทำด้วยตัวเอง ซาร่าห์คิดว่ามันมีคุณค่าที่สุด
ภายในงาน..กลุ่มเพื่อนซึ่งเรียนจบสัตวแพทย์สามถึงสี่คนเป็นเพื่อนของมาร์คัส อันที่จริงชายหนุ่มไม่สันทัดงานปาร์ตี้อะไรเทือกนี้ด้วยซ้ำ ความต้องการทั้งหมดล้วนมาจากแฝดน้องทั้งสิ้น
ปาร์ตี้ฉลองวันเกิดก็ฝีมือมัน บัตรเชิญร่วมงานวันเกิดก็ฝีมือมัน คนออกค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ก็มันอีกนั่นแหละ ติดนิดเดียวตรงที่ทำไมถึงได้เลือกเอาบ้านเขาเป็นสถานที่จัดงานวะ
ถึงบ่นไปก็เท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่เคยห้ามความเอาแต่ใจของแฝดน้องได้อยู่ดี
“ไอ้คัสล่ะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ” มาร์ตินในลุคดูภูมิฐานกว่าทุกวันออกมาต้อนรับแขกกลุ่มใหม่นั่นก็คือเพื่อนสนิทสมัยเรียนของพี่ชายฝาแฝดและยังคบหากันมาจนถึงบัดนี้
“อ๋อ ปล่อยให้มันคุยกับสาวไปก่อน พอดีน้องเขาเอาของขวัญมาให้มันน่ะ”
“น้องไหนวะ” มาร์ตินถามอย่างใคร่รู้เมื่อได้รับคำตอบชวนให้ฉงนใจ
“เดี๋ยวก็คงมากันแล้ว มึงเห็นเองล่ะน่า” ให้เขารอเหรอ หึ..ไม่มีทาง
เขาไม่ใช่คนชอบรอ ถ้ามันอยากรู้มากก็ต้องรู้ในทันที
“มึงจะไปไหน” สัตวแพทย์หนุ่มคนหนึ่งร้องทัก
“ไปเสือก” ทว่าคำตอบสั้นๆ ของมาร์ตินก่อนขายาวจะก้าวฉับไว ไขข้อสงสัยหมดสิ้น
ก็ขอให้การเสือกของมันไม่ทำให้โดนไอ้คัสเฉ่งหัวกลับมาก็พอ
ขายาวๆ ก้าวไม่กี่ครั้งก็มาหยุดยืนบริเวณเกือบหน้าบ้าน มองเห็นคนที่อยากจะเห็นในระยะนี้ได้อย่างเด่นชัดไม่ต้องพึ่งแว่นขยายเลยล่ะ
“เฮอะ..” เสียงเข้มหัวเราะขึ้นจมูก สายตาเพ่งมองสองร่างที่ยังคงยืนคุยกันอย่างออกรสชาติ
ก็คิดว่าจะเป็นคนสวยๆ สักคน แต่ที่ไหนได้ คนสวยในจินตนาการของเขาดันกลายเป็นยัยหัวทอง
ดับฝันกันสุดๆ โคตรเซ็ง
แต่ไม่แปลกใจนักหรอกที่เป็นเธอ ปลื้มพี่ชายฝาแฝดเขาออกนอกหน้าขนาดนั้นใครมันจะโง่ดูไม่ออกบ้าง
กับไอ้คัสทำตัวเล็กตัวน้อย บอบบาง อ่อนหวาน หากกลับกันลองให้คนที่ยืนตรงหน้าเธอในตอนนี้เป็นเขาแทน อะไรๆ มันคงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนเลยล่ะ
อ่อนหวานเหรอ ฝันไปได้เลย
บอบบาง? กับผีน่ะสิ เคยโดนแม่นั่นบิดหูจนเกือบขาดมาแล้วก็มีเหอะ
ตัวเล็กตัวน้อย แม่งเอ้ยอย่าให้พูด กับกูแทบจะกินหัว
หากนางผีเสื้อสมุทรในวรรณคดีของสุนทรภู่มีจริงและกลับชาติมาเกิด มาร์ตินไม่เคยลังเลเลยสักครั้งที่จะคิดว่ามันต้องเป็นซาร่าห์ กับมาร์คัสเธออาจแปลงร่างเป็นสาวสวยแต่พอกับเขาเธอคืออสุรีดีๆ นี่เอง
“อะแฮ่มๆ จะยืนเสวนากันอีกนานมั้ย” ไม่ได้อยากเสียมารยาทแต่เห็นแล้วมันขัดหูขัดตา อีกอย่างขืนปล่อยไว้นานกว่านี้มีหวังพี่ชายของเขาอาจโดนมนต์ดำเล่นงานก็เป็นได้
คนทั้งคู่มองไปทางต้นเสียง เห็นว่าเป็นมาร์ตินต่างก็แสดงความรู้สึกผ่านทางสีหน้าคนล่ะแบบ
แทบไม่ต้องเดาให้ยากว่าซาร่าห์ทำหน้าแบบไหน
“รีบเข้างานดิ คนอื่นรอมึงอยู่”
“อืม” มาร์คัสตอบรับก่อนเดินนำโดยมีซาร่าห์เดินตาม แต่ถึงอย่างนั้นใช่ว่าเธอจะได้เข้าไปด้านในง่ายๆ
“เดี๋ยวก่อน”
“อ๊ะ..” ปัดโธ่เว้ย! คนจะเดินไม่ทราบว่าคุณพี่เข้ามาขวางเพื่อ? แล้วตัวก็โตยังกับหมีควาย เธอจะผ่านเข้าไปด้านในได้ยังไง
ที่สำคัญ เฮียคัสไม่ได้รั้งรอเธอ เอาง่ายๆ เขาตั้งหน้าเดินเข้าไปด้านในโดยไม่หันกลับมามองเธอด้วยซ้ำว่าได้เดินตามไปด้วยหรือเปล่า
บัดซบ! ไม่ได้ด่าเฮียคัสนะ ด่าไอ้คนตรงหน้านี่แหละ
“แรดเนอะ”
“ห้ะ”
“บอกว่าแรด หูหนวกเหรอ” ทีแรกคือบัดซบเฉยๆ แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนใหม่เป็นโครตของโคตรบัดซบ!
“มีการดักรอให้ของขวัญด้วย คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะสร้างความประทับใจให้ไอ้คัสเหรอ จะบอกไว้ให้นะว่าผู้หญิงแบบเธอ…โอ้ยยยย!”
ไม่ต้องรอให้เขาพูดจบหรอก เธอไม่ได้มีความอดทนสูงมายืนฟังใครพล่ามอะไรได้นานๆ โดยเฉพาะคนที่พล่ามดันเป็นศัตรูเบอร์หนึ่งอย่างมาร์ติน
ไอ้ผู้ชายเฮงซวยเอ้ย! อารมณ์ขึ้นตั้งแต่ด่าเธอแรดแล้ว
“เธอ..อึก! นางมารร้าย ยัยตัวแสบ” ร่างที่ต่ำกว่าเพราะอยู่ในท่างอตัว มือกุมเป้ากางเกงชี้นิ้วสั่นๆ หมายคาดโทษอย่างหนักที่เธอกล้าเตะผ่าหมากใส่ลูกรักของเขา แต่สภาพนี้ถามหน่อยเถอะจะเอาคืนอะไรเธอได้
“ตั้งใจอยากอวยพรวันเกิดให้ดีๆ แท้ๆ แต่ในเมื่อปากไม่สร้างสรรค์แบบนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้รับพรอะไรเลยเถอะ” ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธจนควันออกหูเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอคำพูดไม่จรรโลงใจและจรรโลงหูจากเขา
เรียกได้ว่านับครั้งไม่ถ้วนจนสงสัยว่ามันจะมีสักครั้งไหมที่เราจะพูดจากันดีๆ ไม่มีเลยสินะ
แม้แต่วันนี้ที่อุตส่าห์จะยอมเลิกปากดี ยอมสงบศึกให้สักวันแต่เขาดันออกลายก่อน ก็ตามนั้น…ช่วยไม่ได้ อยากทำให้เธอกลายเป็นนางมารร้ายเอง
“หลบดิ เป็นเจ้าภาพประสาอะไรไม่เชิญแขกเข้างาน โคตรไม่ได้เรื่อง” นิ้วเรียวจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายด้วยแรงที่คิดว่ามีมากพอส่งผลให้มาร์ตินเสียหลักหน้าหงาย ตัวเซหลุนๆ ไปติดขอบประตูอีกฝั่ง
หน็อย…ยัยหัวทอง เห็นหรอกนะว่าแอบยิ้มสะใจ คราวนี้เป็นทีของเธอ เธอได้ใจไป แต่อย่าให้ถึงทีเขาล่ะ พ่อจะทำให้ร้องโหยหวนหาทางกลับบ้านไม่ถูกเลย