ทันทีที่พ้นออกมาจากประตูคฤหาสน์สกุลเติ้ง ไป๋ซินซินก็รีบจับแขนของมารดา แต่ก็ถูกสะบัดออกอย่างแรง จึงได้แต่จับมือตัวเองอย่างหวาดหวั่นกระวนกระวาย
“ท่านแม่ ท่านจะให้ข้าแต่งงานกับผู้เฒ่าเสิ่นจริงหรือ”
จูอินคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาว “ดีใจจนร้องไห้เลยหรืออาซิน”
“ข้าไม่ได้ดีใจนะท่านแม่”
“ไม่ต้องห่วง แม่คนนี้จะรีบไปเจรจาให้เจ้าเดี๋ยวนี้แหละ เจ้ากับน้องกลับบ้านไปก่อนนะ รอฟังข่าวดีจากแม่ได้เลย”
หญิงสาวรีบคุกเข่ากับพื้นถนน “ท่านแม่ได้โปรด อย่าให้ข้าแต่งงานกับท่านผู้เฒ่าเลยนะ”
“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” จูอินรีบหันซ้ายแลขวาแล้วกระชากร่างเล็กขึ้นมา “หยุดร้องเดี๋ยวนี้!”
“เจ้าทำให้แม่โกรธอีกแล้วนะอาซิน!” จูอ้ายเหม่ยตะคอกเสียงเบา แล้วบิดเนื้อตรงต้นแขนของนางด้วยความเกลียดชังเป็นทุน “แต่งงานกับท่านผู้เฒ่าไม่ดีตรงไหน ฐานะท่านก็ดี เจ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาช่วยท่านพ่อทำงานอีก”
“ใช่ พอเจ้าแต่งงานไปแล้วข้าก็ต้องมาเหนื่อยแทนเจ้าอีก ข้าเสียสละเพื่อเจ้าแค่ไหนคิดบ้างสิ”
“ข้ายอมเหนื่อย ยอมตื่นเช้านอนดึกกว่าเดิมก็ได้ ท่านแม่อย่าให้ข้าแต่งงานกับผู้เฒ่าเสิ่นเลยนะ”
“ไม่ได้ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว อ้ายเหม่ยพานางกลับบ้านไปเดี๋ยวนี้”
“เจ้าค่ะท่านแม่” จูอ้ายเหม่ยกระชากแขนของอีกฝ่ายให้เดินตามโดยไม่พูดอะไรอีก “ถ้ายังไม่หยุดร้องข้าจะควักลูกตาของเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้เลย แม่ให้เจ้าแต่งงานนะ ไม่ได้ให้เจ้าไปตายเสียหน่อย จะร้องทำไม ร้องเพื่ออะไร”
“อ้ายเหม่ย เจ้าอย่าใจร้ายกับข้านักเลย”
“ฮึ!” อ้ายเหม่ยสะบัดหน้าเดินจากไปไม่สนใจ
ร้านซาลาเปาสกุลจู
“ท่านพ่อ”
จูเกอละสายตาจากงาน มองลูกชายที่เรียกเขาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“ข้าเห็นพี่ใหญ่ร้องไห้อยู่ด้านนอก พี่รองก็อยู่กับนางด้วย ท่านรีบออกไปดูหน่อยเถิด”
“เจ้าอยู่หน้าร้านก่อนนะ”
“ท่านพ่อ ๆ นางอยู่หน้าประตูเล็ก ท่านควรเดินอ้อมหลังห้องครัวออกไป จะได้แอบฟังว่าพวกนางทะเลาะอะไรกัน” ก่านต้งชี้แนะ
จูเกอทำตามที่ลูกชายแนะนำ เขาเดินไปทางหลังร้านแล้วเดินไปตามทางเล็ก ๆ ไปที่ประตูที่ใช้สำหรับเข้าออกบ้านโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านร้านค้า
เดินเกือบจะถึงก็ได้ยินเสียงของลูกสาวคนเล็กลอยเข้าหูชัดเจน
“จะร้องไห้จนตายไปเลยไหมอาซิน.. อาซิน! ถ้ายังไม่หยุดข้าจะตีเจ้าให้ตายเดี๋ยวนี้เลย”
“ตีข้าเลย ตายไปได้ก็ดี จะได้ไม่ต้องแต่งงาน”
“เจ้าอยากให้พ่อกับแม่ถูกตราหน้าว่าเลี้ยงลูกอกตัญญูนักใช่ไหม ถ้าอยากตายนักก็รอไปตายที่บ้านสามีของเจ้าโน่น ตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ข้าก่อนแล้วค่อยตาย แขวนคอในห้องหอเลยก็ได้”
“อากังอยู่ไหน มาหาข้าหน่อย” จูเกอแกล้งเรียกหาคนงานเสียงดัง เพื่อให้หญิงสาวที่อยู่ด้านนอกได้ยิน
เสียงของบิดาที่ดังออกมาจากด้านใน ทำให้สองสาวที่กำลังโต้เถียงกันอยู่ด้านนอกสะดุ้งตกใจจนตัวโยน รีบเก็บอาการให้เป็นปกติที่สุด แต่ยังไม่ทันได้แยกย้ายกันไปไหนประตูก็เปิดออก
“ท่านพ่อ” อ้ายเหม่ยรีบทักทาย
ไป๋ซินซินกลัวอีกฝ่ายจะเห็นความเสียใจที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้า จึงรีบก้มหน้าลงต่ำให้มากที่สุด
“พวกเจ้ามาทำอะไรตรงนี้” จูเกอแสร้งทำเป็นแปลกใจที่เห็นพวกนางอยู่ด้วยกัน
“พวกข้าเพิ่งกลับมาถึง กำลังจะเข้าบ้านก็เจอท่านพ่อออกมาพอดี”
“แล้วแม่ของเจ้าทำไมไม่กลับมาด้วยกัน”
“ท่านแม่บอกว่าจะแวะไปซื้อของ ให้พวกเรากลับกันมาก่อน”
“อือ” จูเกอเบี่ยงเบนความสนใจไปที่หญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้า “อาซิน เจ้าไม่สบายหรือ”
“เจ้าค่ะ ข้าปวดศีรษะมากท่านพ่อ ปวดจนน้ำตาไหลแล้ว”
“เช่นนั้นก็รีบไปนอนพัก วันนี้ไม่ต้องออกมาช่วยงานที่ร้านหรอก”
“ขอบคุณท่านพ่อ” แล้วรีบเดินเข้าบ้านไปทันที
“ส่วนเจ้าไปช่วยอาต้งที่หน้าร้าน”
“แต่ข้ากลับมาเหนื่อย ๆ อยากนอนพักสักหน่อย”
“อยากพักก็พักไป แต่ถ้าข้ากลับมาแล้วรู้ว่าเจ้าขัดคำสั่ง แม่เจ้าก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ”
“เจ้าค่ะ” อ้ายเหม่ยได้แต่เดินคอตกไปทางหน้าร้าน
คฤหาสน์สกุลเติ้ง
ซูฮวามองเถ้าแก่จูด้วยสายตาเรียบเฉย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถาม ไม่เข้าใจว่าคนบ้านนี้เล่นอะไรกันอยู่ ลูกเมียเพิ่งกลับไปคนเป็นผัวก็มาถึง
“ตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อนของนายท่าน สาวใช้อย่างข้าไม่กล้าไปรบกวนนายท่านหรอก เถ้าแก่จูมีเรื่องด่วนหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องรอจนกว่านายท่านจะตื่น แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนค่อยกลับมาใหม่วันอื่น ข้าจะบอกนายท่านให้”
“ข้าจะรอ”
“อาจจะนานนะ”
“นานแค่ไหนข้าก็รอได้”
“เช่นนั้นก็เชิญรอตามสบาย” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินจากไป แต่เพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็ต้องยืนตัวแข็งทื่อ เสียววาบไปทั้งสันหลัง
“นายท่าน” เขามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาไปที่ห้องทำงานใหญ่แล้ว
“เดี๋ยวนี้กล้าตัดสินใจแทนข้าแล้วหรือ”
น้ำเสียงเยียบเย็นของเขาทำนางตัวสั่น เพราะรู้ตัวดีว่าทำผิด
จูเกอได้ยินเสียงคุ้นหูที่แว่วเข้ามาก็รีบลุกไปหาด้วยความร้อนใจ
“ท่านเติ้ง”
“ออกไป” เติ้งอี้เทียนไล่สาวใช้แล้วจึงเชื้อเชิญให้จูเกอไปนั่งคุย เขามองอีกฝ่ายที่อยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยนัก ตามตัวยังมีฝุ่นแป้งติดอยู่ “ดูเหมือนท่านจะรีบร้อนมาหาข้านะ”
“ขออภัยนายท่าน” จูเกอพยายามเอาผ้าที่พาดคอมาเช็ดฝุ่นแป้งที่ติดตามเสื้อผ้า
“ทำตามตัวสบาย มีอะไรร้อนใจก็พูดมาเถิด”
“เรื่องของอาซิน..” เขาอึกอักเพื่อหาคำพูดที่เหมาะสม “ข้ารู้สึกผิดต่อนาง อยากมาบอกปฏิเสธท่าน”
“เดี๋ยวก่อนนะเถ้าแก่จู ข้ารู้ว่าท่านร้อนใจ แต่ช่วยพูดให้มันชัดเจนกว่านี้หน่อยได้ไหม เกิดอะไรขึ้นกับนาง ทำไมถึงต้องปฏิเสธข้า”
“ขออภัยท่านเติ้ง ข้าร้อนใจจนอาจจะพูดจาไม่รู้เรื่องไปบ้าง ก่อนมาหาท่านที่นี่ข้าแอบได้ยินนางร้องไห้ นางไม่อยากแต่งงานถึงขั้นบอกว่าอยากตาย ข้ากลัวว่านาง..นางจะฆ่าตัวตายในวันเข้าหอ”
เห็นความห่วงใยจากพ่อเลี้ยงของนาง ก็ทำให้นึกถึงมารดาผู้ให้กำเนิดนางมา
ความรักที่มีให้นางช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
“เจ้าคิดว่าที่นางเสียใจเป็นเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับข้า”
“ใช่”
“เข้าใจผิดแล้วเถ้าแก่จู วันนี้ฮูหยินจูพานางมาหาข้าก็จริง แต่นางมาบอกข้าว่าจะให้ซินซินแต่งงานกับผู้เฒ่าเสิ่นไม่ใช่ข้า เรื่องนี้ข้าอยากจะคุยกับท่านเหมือนกัน ว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”