bc

รอวันดอกไม้บาน

book_age18+
204
FOLLOW
1.4K
READ
contract marriage
family
HE
age gap
stepfather
heir/heiress
blue collar
sweet
lighthearted
kicking
office/work place
love at the first sight
like
intro-logo
Blurb

แววตาเศร้า ๆ ทำให้ดาษดามั่นใจว่าตัดสินใจไม่ผิด

หลังจากนี้กุลปาลีจะกลายเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบของเขา

แถมยังเป็นความรับผิดชอบที่เขาเต็มใจรับไว้เสียด้วย

---------------------------------------------------------------

‘ดาษดา’ 

หนุ่มชาวสวนผู้ที่เคยปวารณาเอาไว้ว่าจะมอบชีวิตที่เหลือให้กับงาน

กลับถอนคำพูดตัวเองแทบไม่ทันเมื่อความชิดใกล้นำพามาสู่ความรู้สึกดี ๆ

เธอไม่ใช่เพียงแค่ผู้หญิงที่เขาต้องปกป้อง แต่เป็นผู้หญิงที่เขาอยากมอบอ้อมกอดให้ตลอดชีวิต

‘กุลปาลี’ 

หญิงสาวที่ชีวิตพลิกผันไปพลิกผันมาจนหาความแน่นอนในชีวิตไม่เคยได้

แต่ยังหวังลึก ๆ ว่าวันใดวันหนึ่ง ชีวิตของเธอจะพบเจอกับความสุขเหมือนอย่างใครเขาบ้าง

กระนั้นกลับไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วย นอกจากช่วยให้เธอหลุดพ้นจากเรื่องร้าย ๆ แล้ว

ยังทำให้หัวใจเธอเต้นแปลก ๆ เพียงแค่ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขามอบให้

“จะไปโรงพยาบาล ทำไมไม่บอกพี่”

“เกี้ยวไปที่ออฟฟิศแล้วค่ะ แต่คนงานบอกว่าพี่ตั้มติดธุระ” ดวงตากลมโตก้มมองมือตัวเอง หากมองหน้าดาษดาในเวลานี้ น้ำตาเจ้ากรรมต้องไหลออกมาแน่แล้ว เขาเองไม่ใช่หรือที่ไม่อยู่ให้เธอได้บอกกล่าว

“ต่อให้มีก็ยกเลิกได้ ผัวที่ไหนจะเห็นงานสำคัญกว่าพาเมียไปหาหมอ หรือจำไม่ได้แล้วว่าพี่กับเกี้ยวเป็นอะไรกัน”

หัวใจดวงน้อยพองโตจนใหญ่กว่าปอดกับสรรพนามที่เขาแทนตัว รวมไปถึงสถานะที่ยกให้เธอ ทว่ากลับพองโตได้ครู่เดียว

“เกี้ยวจำได้ค่ะว่าเป็นภรรยาพี่ตั้ม ภรรยาในนาม” กุลปาลีเอ่ยเสียงแผ่ว หาใช่ตอบคำถาม แต่เป็นการตอกย้ำว่าตัวเองเป็นใคร ดาษดาจดทะเบียนสมรสกับเธอเพราะไม่ต้องการให้พ่อเข้ามาวุ่นวายในชีวิตก็เท่านั้น เป็นความสงสาร ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก หนำซ้ำเรื่องระหว่างเธอกับเขามีคนรู้เพียงไม่กี่คน

“แค่นั้น?”

หญิงสาวกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บ เธอระลึกอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยลืมว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณต่อครอบครัว

“พี่ตั้มใช้หนี้ให้พ่อ ก็เท่ากับว่าเกี้ยวเป็นลูกหนี้”

“เดี๋ยวนี้เก่ง ใครสอนให้ช่างต่อปากต่อคำ หืม” ฝ่ามือกรำงานสวนงานไร่วางลงบนศีรษะหญิงสาวแล้วโยกเบาๆ เจ้าหล่อนจะรู้หรือเปล่าว่าที่เขาเป็นแบบนี้เพราะหวงเพราะหึง

ลมหายใจหนักๆ ถูกพ่นออก ร้อนในอกเพียงแค่จินตนาการว่าดอกไม้ที่ตนเฝ้าทะนุถนอม รอคอยวันเบ่งบานดอกนี้ตกไปอยู่ในมือชายอื่น

หรือถึงเวลาแล้วที่เขากับกุลปาลีต้องเป็นสามีกันจริงๆ ...ไม่ใช่แค่ทางกฎหมาย

chap-preview
Free preview
1 ดอกไม้กลีบช้ำ 1/2
กะละมังใบเก่าลอยผ่านหน้า ก่อนตกลงแตกเป็นเสี่ยงบนพื้นตามด้วยเสียงด่าทอแสบ ๆ คัน ๆ จากหญิงวัยกลางคนผู้ซึ่งยืนชี้นิ้วยังทิศทางตามที่ชายร่างผอมกะหร่องวิ่งไป คำด่าไล่หลังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดหรือเบาลงแม้อีกฝ่ายลับตา ราวกับมันถูกอัดไว้ในแผ่นเสียงแล้วเปิดวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไรอย่างนั้น “โดนลูกหลงหรือเปล่าครับ” คนเดินตามหลังยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าตนปลอดภัยดี ไม่มีสิ่งใดน่าห่วง เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับแล้วเดินนำขึ้นบันไดสู่อีกชั้น ชายหนุ่มจึงเดินตามหลัง ไม่วายชะโงกหน้าลงสังเกตการณ์และพบว่าหญิงร่างท้วมกำลังระบายอารมณ์กรุ่นโกรธด้วยการเหยียบกะละมังใบที่แตกอยู่แล้วให้แหลกละเอียดกว่าเดิม ยิ่งกว่านั้นคือทุกคนในอาคารเพิกเฉยราวไม่มีสิ่งใดแปลกประหลาด ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พบเห็นในทุกวัน “บ่อยหรือ” คนเดินนำหน้ายังคงเดินขึ้นบันไดต่อ คำถามนั้นไม่มีทางแปลเป็นอื่นได้ มีอย่างเดียวเท่านั้นคือถามถึงความถี่ในการเปิดสมรภูมิรบของสองสามีภรรยา เพื่อนร่วมอาคารพักอาศัยเดียวกันกับเขา “ก็...ครับ” เขาไม่แน่ใจว่าคนที่ตนนับถืออย่างพี่ชายตีความคำว่า ‘บ่อย’ ไว้ถี่แค่ไหน หากหมายถึงทุกวัน วันละหลายครั้งแล้วละก็ นั่นคือใช่ ลุงขี้เมาดื่มสุราแทนข้าวในขณะที่ป้าติดการพนันงอมแงม เรื่องมีปากมีเสียงจึงเกิดขึ้นทุกครั้งที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีที่ต้องขยายความให้รับรู้ ดาษดาพยักหน้า เพื่อนรุ่นน้องเขาไม่พูดเกินจริงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สิ่งแวดล้อมที่เห็นตลอดทางตั้งแต่จอดรถหน้าตัวอาคารกระทั่งเดินขึ้นบันไดจนถึงห้องพักซึ่งอยู่ชั้นสาม จัดว่าอยู่ในระดับที่ไม่ควรถูกเรียกว่าดีหรือค่อนข้างดี ทุกอย่างเป็นตัวชูให้มั่นใจว่าเขาคิดถูกที่ตกปากรับคำช่วยเหลือกุลธรกับครอบครัว “ริมสุดครับ” กุลธรชี้ไปยังห้องซึ่งอยู่ไกลสุดจากบันได ก่อนเดินนำอีกฝ่ายไปยังห้องที่ว่า ชายหนุ่มเคาะประตูห้องสองสามครั้ง เพียงไม่นานประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นหญิงอายุราว ๆ ห้าสิบปีกำลังส่งยิ้มให้ “สวัสดีครับ”ดาษดายกมือไหว้ทักทายแล้วส่งยิ้มตอบกลับให้อย่างเคารพ ท่านนี้คงเป็นกอบกุล มารดากุลธร “สวัสดีค่ะ” คุยกันตรงนี้คงไม่สะดวกเท่าไรนัก ด้านในน่าจะเหมาะกว่า “เชิญค่ะ” กอบกุลเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อต้อนรับแขกคนพิเศษ ดาษดาถอดรองเท้าไว้หน้าห้อง ฝ่าเท้าใหญ่ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงโซฟาตัวเดียวในห้อง แม้ไม่สังเกตโดยละเอียดถี่ถ้วน หากแต่ชายหนุ่มกลับเก็บรายละเอียดรอบกายได้หลายสิ่ง ห้องพักแห่งนี้ค่อนข้างเก่าแต่สะอาดสะอ้าน เครื่องเรือนมีเท่าที่จำเป็น มีห้องแยกออกไปสองห้องซึ่งน่าจะเป็นห้องนอนกับห้องน้ำ ระเบียงนอกห้องมีอุปกรณ์ทำครัวแขวนชิดผนัง แน่นอนว่าครอบครัวกุลธรใช้ส่วนนั้นเป็นห้องครัว และห้องสี่เหลี่ยมห้องเล็ก ๆ นี้แออัดไปด้วยผู้อาศัยถึงสี่ชีวิต “ห้องเล็กไปหน่อย น้าต้องขอโทษคุณตั้มด้วยนะคะ” ดาษดายกแก้วน้ำซึ่งกอบกุลเลื่อนมาตรงหน้าเขาขึ้นดื่มเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ “เรื่องที่จะย้ายขึ้นเหนือ ก้าวน่าจะบอกให้คุณน้าทราบแล้วใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มพาเข้าประเด็น ไม่ยอมเสียเวลาแม้เพียงนิด “ค่ะ น้ากับเกี้ยวรู้เรื่องแล้ว ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณตั้ม น้าก็ไม่รู้ว่า...” หยาดน้ำรื้นขอบตาเมื่อนึกถึงเรื่องที่คุยกับกุลธรหลายวันก่อน ดาษดาไม่ใช่คนในครอบครัวแต่มีน้ำใจช่วยเหลือในยามที่เธอ ลูกชาย ลูกสาวขาดที่พึ่งพิง สิ่งที่ทำให้ยอกแสยงหาใช่การย้ายไปอยู่ต่างถิ่น หากแต่เธอเจ็บปวดเนื่องจากผู้ที่ดึงให้ทุกคนต้องตกที่นั่งลำบากคือชายผู้ซึ่งเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกทั้งสอง “คุณน้าไม่ต้องคิดมากครับ ผมเต็มใจช่วย ทำใจให้สบาย เก็บของใช้จำเป็นเตรียมไว้ก็พอครับ” “ค่ะ น้าจะพยายามทำใจให้สบายอย่างคุณตั้มว่า” “เกี้ยวไปไหนครับแม่ จะให้มาสวัสดีพี่ตั้มสักหน่อย” กุลธรมองหาทั่วห้อง แต่ไม่พบแม้เงา “เกี้ยวอยู่ในห้องน้ำ ก้าวไปดูหน่อยเถอะลูก หายเข้าไปในนั้นตั้งแต่พ่อออกจากห้อง” “พ่อก่อเรื่องอีกแล้วใช่ไหมครับ” คำตอบที่ได้รับจากมารดาคือการพยักหน้า กุลธรกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้จะระบายออกด้วยวิธีใด “ขอตัวครู่เดียวครับพี่ตั้ม” บรรยากาศภายในห้องพักเล็ก ๆ ตกอยู่ในความเงียบ ดาษดาเข้าใจดี แววตากุลธรยามเอ่ยถึงน้องสาวเคล้าไปด้วยความห่วงใยระคนเจ็บปวดแทน สื่อได้ถึงความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างพี่น้องที่คลานตามกันมา ไม่ต่างจากตัวเขากับพี่สาว คนหนึ่งเจ็บ อีกคนเจ็บไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน กุลธรเปิดประตูห้องน้ำ ยืนมองนิ่ง ๆ สักพัก คุยสองสามประโยคพอให้ได้ยินกันสองคน ก่อนจูงมือน้องออกมาด้านนอกด้วยกัน เก้าอี้กลมสำหรับนั่งกินข้าวถูกลากมาวางตรงข้ามโซฟา มือหนากดไหล่กุลปาลีเบา ๆ ให้นั่งลงแล้วแนะนำดาษดาให้รู้จัก “นี่พี่ตั้ม” กุลธรบอกน้อง จากนั้นจึงเอ่ยกับรุ่นพี่ “ยายเกี้ยวครับ น้องสาวคนเดียวของผม” หญิงสาวประนมมือไหว้ ดวงหน้าประพิมพ์ประพายพี่ชายไม่กล้าสบตาผู้มาเยือน ทว่าดาษดาไม่ถือสา เพราะสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มสนใจมากกว่าถึงขั้นขมวดคิ้วคือความปูดนิด ๆ ของเนื้อเหนือหน้าผากชิดไรผมนั้น มีเลือดซึมเล็กน้อย มันยังเป็นรอยใหม่ ๆ แต่ทำไมหญิงสาวจึงไม่สนใจทำแผลให้ตัวเอง หรือการที่เลือดตกยางออกไม่ใช่เรื่องแปลก “พี่ตั้มกลับเช้าพรุ่งนี้” “ค่ะ” กุลปาลีรู้อยู่แล้วว่าแม่กับตนต้องไปที่นั่นพร้อมดาษดาตามความประสงค์ของพี่ชาย หากก็อดใจหายไม่ได้เมื่อจะอยู่ห้องพักนี้อีกเพียงแค่คืนเดียว ไม่สะดวกสบายเท่าบ้านหลังเก่า แต่ผูกพันด้วยอาศัยตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลาย “ทางสะดวกที่สุดแล้ว พ่อเข้าบ่อน กว่าจะกลับคงเกือบ ๆ อาทิตย์” แน่นอนว่าที่กลับไม่ใช่เพราะเบื่อบ่อนการพนัน แต่เพราะเงินหมด ร้ายแรงกว่านั้นคือสร้างหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ “ถ้าไม่ไปมะรืนนี้ เกี้ยวจะเจ็บตัวเพราะพ่ออีกเรื่อย ๆ เมื่อกี้ก็เข้าห้องน้ำไปแอบร้องไห้ไม่ใช่หรือ” “เกี้ยว...แค่เข้าไปขัดห้องน้ำค่ะ” กุลปาลีตอบเสียงแผ่วเบาคล้ายคนหมดแรง ซึ่งเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เธอไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะหายใจในตอนนี้ ผู้ชายสองคนที่เธอรักมากที่สุดคือพ่อกับพี่ชาย แต่หนึ่งในสองคนนี้กลับทำให้เธอเจ็บปวดได้มากที่สุดเช่นกัน “เข้าห้องไปทำแผลก่อนไป พี่จะคุยกับแม่กับพี่ตั้มอีกหน่อย” กุลธรลูบผมน้องสาวเบา ๆ “ค่ะ” หญิงสาวยอมแต่โดยดี ก้มหน้านิด ๆ เป็นการขอตัว ก่อนตรงไปยังห้องนอน เป็นช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่สบตากัน แต่ไม่กี่วินาทีนี้เองที่ดาษดาเห็นว่าดวงตากลมโตคู่นั้นบอบช้ำด้วยผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก กุลปาลีบอบช้ำทั้งกายทั้งใจ แปลกที่เขาเจ็บร่วมด้วย ทั้งที่ไม่เคยพบเจอเธอมาก่อน รู้จักเพียงผ่านการบอกเล่าจากกุลธรเท่านั้น “แม่สงสารน้องเหลือเกินก้าว” ก้อนเหนียวหนืดถูกกอบกุลกลืนลงคออย่างยากเย็น เจ็บกว่าเป็นสิบเท่าตอนเห็นลูกสาวถูกพ่อแท้ ๆ ผลักจนศีรษะกระแทกผนัง ไม่ใช่ครั้งแรกที่กุลปาลีเจ็บตัว เธอเป็นแม่ แต่กลับช่วยอะไรลูกได้ไม่มากเพราะต้านแรงสามีไม่ไหว “แม่กับเกี้ยวไม่ต้องทนแล้วครับ” กุลธรบีบมือแม่ ให้ท่านรู้ว่าเขาไม่ทิ้งไปไหน กุลปาลีเจ็บตัวคราวนี้ไม่พ้นสาเหตุเดิม ๆ “ลำพังแค่ตัวแม่คนเดียวไม่เท่าไรหรอก เป็นห่วงก็แต่ก้าวกับเกี้ยว” แรก ๆ เธอกับลูกสาวไม่บอกกล่าวกุลธรเรื่องพ่อของลูกอารมณ์ร้ายถึงขั้นใช้กำลัง ปองพลเลือกจังหวะได้เหมาะเจาะในทุก ๆ ครั้ง เขารู้ว่าลูกชายออกไปเรียนกี่โมงและกลับเมื่อไร กุลปาลีถูกพ่อขู่เอาเงินอยู่เสมอ บางครั้งเป็นช่วงที่แม่อย่างเธอทำงานนอกบ้าน บาดแผลในร่างกายมีบ่อยขึ้นจนกุลธรผิดสังเกตจึงคาดคั้นแล้วรู้ความจริง “คราวนี้ขอมากกว่าทุกครั้ง บอกจะเอาไปตั้งตัวในบ่อน และก็...” กระแสเสียงนั้นไม่มั่นคงนักเมื่อพูดมาถึงตรงนี้ คนฟังพ่นลมหายใจหนักหน่วง พ่อตกหลุมพนันจนยากถอนตัว บังคับขู่เข็ญเอาเงินจากกุลปาลีเป็นประจำ ได้บ้างไม่ได้บ้าง หลัง ๆ มานี้พยายามหว่านล้อมให้กุลปาลีไปทำงานในบ่อนการพนัน อ้างว่าเงินดี แถมยังมีทิปงาม ๆ ในแต่ละวัน กุลธรมั่นใจว่างานที่ว่าหาใช่เพียงพนักงานธรรมดา ๆ ในบ่อน แต่รวมไปถึงใช้ร่างกายแลกเงิน ผีพนันเข้าสิงจนพ่อกลายเป็นอีกคน ทำได้แม้แต่คิดขายลูกสาวกิน พ่อทำลงไปได้อย่างไร

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook