บทที่ 1
ดินแดนแห่งราชวงศ์เซนต์บรูซผู้ปกครองดินแดนทางใต้ของทวีปอันแสนรุ่งเรืองมีความเป็นเลิศทั่งทางการทหารและการค้า ที่นี้คือเมืองเสรีของคนหลายชนชาติต่างพากันมาแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างคึกคัก
พระราชวังเซนต์บรูซ
ห้องทรงงานองค์รัชทายาท
งานสังสรรค์ของเหล่าคนสนิท
ประตูบานใหญ่เปิดออก เหล่าขุนนางต่างมองกันเป็นตาเดียวหญิงสาวหนึ่งเดียวในองค์ประชุมก้าวเท้าตรงเข้าเคารพผู้รั้งตำแหน่งราชาแห่งดินแดน"ถวายบังคมฝ่าบาท"
"นั่งลงเถอะ"
"มาช้าจังเลยนะ คุณแม่มดแห่งตะวันออกไกล"ชายผู้ขึ้นชื่อว่ารอบรู้ที่สุดในแดนใต้นักขายข่าวเอ็ดม่อนขยับกรอบแว่นขึ้นมองใบหน้าเรียวเล็กแสนเย้ายวน ก่อนกดยิ้มมุมปากส่งให้นาง
"หึหึหึ...ท่านก็รู้ว่าเรือข้าพึ่งจอดเทียบท่าได้ไม่กี่วันก็ต้องยุ่งเป็นธรรมดา"หญิงต่างแดนสะบัดพัดในมือเบาๆ ก่อนโปรยยิ้มหวานกระชากใจให้เหล่าข้ารับใช้ผู้ไม่เคยพบเห็นใจต้องใจเต้นเล่น
"ยุ่งที่พูดถึงคงไม่ใช่กับการซื้ออาวุธผิดกฎหมายหรอกใช่มั้ย"บารอนเควินผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนเอ่ยขึ้นพรางพ่นควันซิกก้าราคาแพงออกมา
"พูดอะไรแบบนั้นกันนายท่าน ข้าค้าขายถูกกฏหมายตลอด ไม่คิดท้าทายอำนาจของท่านหรอกเจ้าค่ะ"ทั้งสองปะทะสายตากันอย่างไม่ยอมแพ้ แม้บารอนผู้มากไปด้วยอำนาจจะทำท่าทางแข็งกร้าวเพียงใด หญิงสาวก็ยังคงความสุภาพและรอยยิ้มเอาไว้บนใบหน้า
"นี้พวกนายต่อหน้าฝ่าบาทเลิกกัดกันซักที"เอิร์นวินเซนต์รีบลุกขึ้นห้ามทัพ เมื่อระหว่างทั้งสองเริ่มเกิดประกายไฟระอุผ่านสายตาขึ้น
"เอาเถอะ ข้าชินแล้วหล่ะวินเซนต์"คงเป็นเรื่องปกติของผู้อยู่ในราชการกับคนที่ค้าขายที่จะไม่ลงรอยกันมากนัก หากได้เรียกมาพบเจอกันทีไรต้องคอยพูดไม่ถูกคอกันเสียทุกที
งานเลี้ยงแสนหรูหราย้อมต้องเลิกลาหากถึงเวลา เหล่าขุนนางต่างทยอนกันออกจากบานประตูใหญ่ เหล่าข้าราชบริพารเข้าเก็บกวาดทำความสะอาดโดนพลัน จนเหลือเพียงหญิงสาวร่างเล็กบนโซฟาและองค์รัชทายาทที่หลังจากได้ข้อมูลมากมายก็รีบตรงไปไปยังโต๊ะทำงาน
"หลิวหยาง ประเทศเราต้องขอบคุณเจ้าอีกครั้งที่นำพืชพันธ์มาค้าขายในช่วงขาดแคลนเช่นนี้"องค์รัชทายาทเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารมองหญิงสาวร่างเล็กด้วยสายตาขอบคุณ
"ประเทศของสหาย หม่อมชั้นจะปล่อนให้อดอยากได้อย่างไร"ถ้วยชาหอมกรุ่นถูกวางลงเบามือ ร่างเล็กในชุดกี่เพ้าเบาบางสีแดงสดกระชับผ้าคลุมไหล่ขนนกขาวผ่อง หยัดร่างก้าวเท้าเข้าไปด้านหลังเก้าอี้ตัวใหญ่เหลี่ยมกรอบไปด้วยทองคำบริสุทธิ์ ไม่ว่ามองสักกี่ครั้งก็ยังเป็นผลงานชั้นเลิศ นางวางร่างลงบนที่พักแขนแข็งแรงยกยิ้มมองไปยังสหายรูปงาม"หากฝ่าบาทต้องการหม่อมชั้นยังมีสิ่งของอีกมากมาย ขอเพียงแค่พระองค์ทรงเปิดตลาดรับ"
"ข้าจะเก็บไว้พิจารณาแล้วกัน"
ครึง
ประตูหลังใหญ่ถูกเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจนเกิดเสียงดัง ร่างของบึกบึนในเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้ามาในห้อง สายตาคมแสดงออกถึงความหงุดหงิดตวาดมองหญิงร่างเล็กไม่คุ้นหน้า คนถูกจับจ้องถึงขั้นเหงื่อตกแต่ยังคงรักษามาดเรียบนิ่งไว้ได้
"เช่นนั้นกระหม่อมขอตัวเพคะ ฝ่าบาท"ร่างเรียวเล็กเย้ายวนหยัดกายก้าวผ่านผู้มาใหญ่พร้อมส่งยิ้มทักทายไปให้แต่ก่อนจะพ้นผ่านสายตานางดันสะดุดเข้ากับแหวนประจำตระกูลบนนิ้วแกร่งแต่ยังมองไม่ชัดก็ก้าวออกจากประตูมาเสียแล้ว แต่นางมั่นใจได้อย่างนึงคือเขาต้องเป็นคนที่ตนตามหาอยู่เป็นแน่
แกร่ก
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยความความเบามือ ร่างสูงในเครื่องแบบเต็มยศใบหน้าดูคลายหงุดหงิดลงบ้างแล้ว หญิงสาวที่ยืนรออยู่นานเห็นเป้าหมายอยู่ตรงหน้า ทำใจดีสู้เสือก้าวเข้าใกล้ทันที
"ท่านแกรนด์ดยุคแองค์เจอร์ไนน์"คนถูกเรียกหยุดเดินหันกลับมองเธอด้วยสายตาคมเรียบนิ่ง นางรู้สึกกลัวสายตานั้นเหลือเกินแต่หากปล่อยโอกาสนี้ไปคงไม่มีอีกแล้ว"ยินดีที่ได้พบท่านเจ้าค่ะ"
"....."อีลิคกวาดสายตาสำรวจร่างเล็กอย่างไม่ปิดบัง ชุดสีแดงรัดรูปและต้นขาขาวโผล่พ้นช่องว่างตั้งใจตัดให้เป็นรอยยาวเห็นได้ชัดยิ่งเรียกสายตาคมจ้องมองลึกลงไปเข้าใหญ่"ต้องการอะไร..."
"พูดอะไรเช่นนั้นละเจ้าคะ ข้าเพียงแค่อยากทักทายเท่านั้น"หลิวหยางซ่อนเร้นรอยยิ้มไว้ใดพัดที่ปิดยังใบหน้า ขณะสายตาเขายังไม่ละออกจาเรียวขาอิ่ม นางก้าวเข้าใกล้ร่างสูงมากขึ้น ยิ่งใกล้มากเท่าใดยิ่งรู้สึกถึงความเล็กจ่อยของตน"แต่ไหนๆก็ได้พบกันแล้ว นายท่านอยากลองร่วมการค้ากับหม่อมชั้นดูดีไหมเจ้าคะ"
"ข้าไม่สนใจการค้า..."สายตาคมละออกจากร่างบาง ผ้าคลุมปลิวสะบัดผ่านร่างนางไปทันที
"นายท่านลองชมสินค้าของเราก่อน ค่อยตอบตกลงดีไหมเจ้าคะ"
"หึ...ได้"อีลิคยกยิ้มพอใจ ยอมตามร่างบางไปโดยดี
คลังสินค้าใหญ่ของบริษัทตะวันออกไกล
ผ่านย่านผู้คนผลุกผลาญเข้ามาด้านในสุดสำหรับวางสิ่งของมีค้าชิ้นใหญ่ เช่น ชุดโซฟาแบบจีน เก้าอี้ เตียง เครื่องเรือน หรือของที่เป็นเซ็ต มีไว้ขายให้เฉพาะขุนนางชั้นผู้ใหญ่ด้วยเหตุเพราะมีราคาสูงเป็นพิเศษ เธอเดินแนะนำไปเรื่อยๆจนสุดทาง
"นายท่านสนใจชิ้นไหนเป็นพิเศษไหมเจ้าคะ"หลิวหยางสะดุ้งตัวออกเมื่อหันกลับมาพบแผ่นอกดุจกำแพงชิดใบหน้าเกินไป แต่สายไปอีลีคคว้าร่างบางลอยหวือขึ้นบนอากาศ มุ่งหน้าตรงไปยังเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่"น..นายท่าน"
"ข้าเลือกได้แล้ว..."
"งั้นเดี๋ยวหม่อมชั้นจัดการให้เองเจ้าค่ะ...ปล่อยหม่อมชั้นลง..อืม"ริมฝีปากช่างเจรจาถูกหยุดไว้ด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เรียวลิ้นร้อนตวาดกวาดความหวานในความนุ่มไม่ปราณี หลิวหยางถูกหย่อนลงบนเสื้อคลุมที่ชายหนุ่มถอดปูไว้อย่างเบามือ นางรู้ตัวได้ทันทีว่าแผนการครั้งนี้คงต้องแลกด้วยร่างกายแสนห่วงแหนอย่างแน่นอน
"ข้าเลือกเจ้า..."สิ่งที่ชายร่างสูงคิดอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ความใคร่อย่างเดียว แต่นึกถึงหญิงงามที่เคยเป็นดวงใจตนและเพื่อเธอเขายอมทำได้ทุกอย่าง รวมถึงการกำจัดศัตรูที่จะทำให้นางเจ็บปวดออกไปด้วย
"นายท่านโปรดเมตตา"
"อย่าสะดิ้งไป เจ้าคงผ่านมาเยอะแล้ว ไม่ต้องห่วงข้าจะตอบแทนให้อย่างงามแน่นอน"มือเล็กกำแน่นซ่อนความโกรธที่ถูกดูหมิ่นเอาไว้ รอยยิ้มเย้ายวนกลับมาประทับบนใบหน้าอีกครั้ง ยกแขนเกี่ยวลำคอแกร่งโน้มลงมาใกล้ขึ้นอีก
"หากนายท่านรับฟังคำขอของหม่อมชั้น..."หลิงหยางปลดกระดุมกี่เพ้าตนให้กว้างขึ้นอวดความคับแน่นกับสายตาคมกริบ คนมองเลือดในกายสูบฉีดให้ร้อนรุ่มตัดกับความหนาวเย็นของอากาศทันที
เรียวขาเล็กอิ่มเกี่ยวรัดสะโพกสอบเข้าใกล้ ความแข็งร้อนบางอย่างเกยเข้ากับโหนกนูนสาวที่เหลือเพียงปราการชิ้นเล็กด่านสุดท้ายปิดบังไว้เท่านั้น
*ที่ใช้หม่อมชั้นด้วยเหตุที่ว่าดยุคมีบรรดาศักดิ์เทียบเท่าราชวงศ์