ตอนที่ 1 : แต่งงาน?
'พั่บ พั่บ พั่บ'
"อ่ะ อ๊ะ อ้า พี่เหนือ เบาหน่อย เบาหน่อยค่ะ อะ โอ๊ย อังจุก พี่เหนือ อ้า.."
"ร้องออกมาดังๆ เลยอังศุลดา ยิ่งได้ยินเสียงร้องของเธออารมณ์ของพี่ก็ยิ่งพุ่งพล่านมากขึ้น กว่าเธอจะยอมร้องออกมาพี่ต้องเสียพลังงานมากแค่ไหนเธอไม่รู้หรอกอังศุ หึ"
"พี่เหนือ หย่ากับอังเถอะค่ะ"
ในขณะที่เขากระแทกความเป็นชายเข้าใส่เธอไม่ยั้งหญิงสาวก็พูดออกมาทั้งน้ำตา
"หย่า"
"ค่ะ"
"จู่ๆ ก็ขอหย่าในเวลานี้เนี่ยนะ"
"ก็มีแต่เวลานี้เท่านั้นไม่ใช่เหรอคะ ที่พี่จะคุยกับอัง"
"ทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน"
'พั่บ พั่บ พั่บ'
"โอ้ย อังไม่ทำแล้ว อังจะไม่ยอมพี่เหนือต่อไปแล้ว พี่เหนือปล่อยอัง โอ้ย อังเจ็บ อังจุก อื้อ.."
ยิ่งหญิงสาวปัดป่ายขัดขืน ความต้องการเอาชนะของเหนือตะวันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เขากดหญิงสาวให้แนบชิดกับตัวของเขามากเข้าไปอีก สองแขนล็อกหัวไหล่ของหญิงสาวเอาไว้จนเธอไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการได้เลย
หนึ่งปีก่อน บ้านสวนตระกูลเสวตศรีคราม
"อะไรนะคะ แต่งงาน อังไม่เอาด้วยหรอกค่ะเพิ่งจะเรียนจบได้ไม่กี่ปีเองขออังทำงานก่อนไม่ได้เหรอคะคุณพ่อ คุณแม่"
"นี่ ยายอังนี่เป็นโอกาสของแกแล้วนะ แกเองก็ชอบตาเหนือมาตั้งแต่เด็กไม่ใช่รึไง"
"ถึงหนูจะชอบ แต่พี่เหนือไม่ชอบหนูก็ไปด้วยกันไม่ได้หรอกค่ะแม่ อีกอย่างพี่เหนือเป็นแฟนกับยายรินเพื่อนสนิทของหนู หนูไม่หักหลังเพื่อนอย่างเด็ดขาดค่ะ"
"ใครกันแน่ที่หักหลัง ฉันว่ายายนั่นรินต่างหากล่ะที่หักหลังแก ยายรินก็รู้ว่าแกชอบตาเหนือ แต่ก็ยังมาเป็นแฟนพี่เขาจนได้เนี่ยนะ"
คุณไอลดาผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นจิกหน้าจิกตา
"ถึงยังไงหนูก็ไม่แต่งค่ะ พี่เหนือรักยายรินไม่ได้รักหนู"
"คุณ ช่วยพูดกับลูกให้หน่อยสิคะ ดื้อเหลือเกินเด็กคนนี้"
"อัง ตอนนี้สวนลำใยของเรากำลังถูกรุกรานจากนายทุนแผ่นดินใหญ่ สวนน้าห¬วิง ยายชี ที่สวนติดกับสวนของเราก็ถูกนายทุนกว้านซื้อไปหมดแล้วนะ เพราะถูกลำไยของนายทุนตีตลาดสวนของเราจึงมีสภาพแบบนี้ยังไงล่ะ และพ่อเองก็ไม่อยากขายสวนที่เป็นมรดกตกทอดมาจากคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายนี้ให้กับพวกนั้นเหมือนเพื่อนบ้านของเราแต่ก็ยื้อราคาไม่ไว้ไหว สวนของเราขาดทุนมาสามปีแล้ว และตระกูลอมรศิลาวัตรก็เป็นคนยื่นมือเข้ามาช่วยครอบครัวของพวกเรา"
"แล้วยังไงคะ ต้องเป็นบุญคุณ เขาขออะไรก็จะให้เพียงเพราะเขายื่นมือเข้ามาช่วยพวกเราไว้อย่างนั้นเหรอ พ่อคะ แม่คะ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว พ.ศ. 2566 แล้ว การคลุมถุงชนควรจะหมดไปได้แล้วนะคะ"
"มันไม่ใช่การคลุมถุงชนร้อยเปอร์เซ็นต์ซักหน่อย แกเองก็รักก็ชอบพี่เขามากไม่ใช่รึไง"
คุณไอลดาเอ่ยแทรกขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกสาวเอาแต่ปฏิเสธอย่างเดียว
"แต่เขาไม่ได้รักหนูค่ะแม่ ชีวิตหนูทั้งชีวิตจะเอาไปทิ้งกับผู้ชายที่ไม่ได้รักหนูเนี่ยนะคะ นี่ไม่เข้าใจในสิ่งที่หนูพูดกันเลยรึไงคะ พ่อ แม่"
อังศุลดาเหนื่อยใจที่จะพูดกับผู้เป็นพ่อ และแม่เหลือเกิน จริงอยู่ที่เธอชอบเหนือ¬ตะวัน เรียกได้ว่าหลงเขาจนหัวปักหัวปำเลยก็ว่าได้ แต่เธอก็พยายามที่จะไม่แสดงให้ชายหนุ่มรู้ตั้งแต่เด็ก เพราะกลัวว่าหากชายหนุ่มไม่ได้มีใจที่ตรงกับเธอเขาอาจจะหายไปจากชีวิตเธอไปเลยก็ว่าได้ เธอจึงเลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกนี้เอาไว้กับชายหนุ่ม แล้วบอกกับทารินเพื่อนที่เธอสนิทที่สุดและครอบครัวเพียงเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่า ทารินที่เป็นเพื่อนสนิทจะกลายเป็นพรมลิขิตของเหนือตะวันไปได้เมื่อสองคนได้เจอกันตอนเธอและทารินอยู่มอปลาย
ชายหนุ่มตกหลุมรักทารินทันทีที่ทั้งสองคนได้เจอกัน ตอนแรกทารินก็ปฏิเสธเพราะเกรงใจอังศุลดา แต่เมื่ออังศุโกหกทารินว่าเธอตัดใจจากเหนือตะวันได้แล้ว และเหลือแต่ความเป็นพี่น้องเอาไว้เท่านั้นไม่กี่วันต่อมาสองคนก็ตกลงเป็นแฟนกันตอนที่เธออยู่ปีสองจะขึ้นปีสาม
เหนือตะวันอายุมากกว่าพวกเธอสามปี แต่ก่อนชายหนุ่มชอบมารับอังศุ¬ลดาไปทานข้าวที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง เพราะสองบ้านสนิทกันมาก แต่เมื่อชายหนุ่มเป็นแฟนกับทารินทั้งสองคนก็ห่างหายจากกันไปโดยปริยายรวมถึงเธอกับทารินด้วย ที่มักจะเจอกันน้อยลงทุกที อีกทั้งต้องคอยจดแล็กเชอร์ พร้อมทั้งคอยทำงานกลุ่มแทนทารินด้วย เพราะพักหลังทารินค่อนข้างที่จะขาดเรียนบ่อย
สุดท้ายทั้งสองคนก็เรียนจบจนได้ แต่ทารินต้องวิ่งแก้งานก่อนจบอยู่คนเดียวจนหัวหมุน เพราะบางวิชาอังศุลดาเองก็ทำแทนไม่ได้
แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีข่าวว่าทารินแต่งงานกับหนุ่มยุโรปตาน้ำข้าวเธอได้ข่าวว่าเหนือ-ตะวันไม่ได้แสดงท่าทีเสียใจ แต่เขาก็ไม่ไปพบปะสังสรรค์กับใครอีกเลย เมื่อหกเดือนก่อนได้ข่าวว่าทารินกลับมาเมืองไทย และเหนือตะวันไปรับที่สนามบินด้วยตัวเอง
อังศุจึงคอยย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ ว่าเหนือตะวันไม่ใช่เนื้อคู่ของเธอ สิ่งที่ชายหนุ่มทำก็ชัดอยู่แล้วว่าเขาไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลยสักนิด ด้วยครอบครัวของเธอมีฐานะที่ปานกลางเธอจึงลงสอบข้าราชการไว้ทุกสนามสอบ
สามปีมานี้แม้จะท้อบ้าง แต่เธอก็ไม่ถอดใจ มุ่งมั่นที่จะสอบแข่งขันต่อไป พร้อมทั้งช่วยพ่อและแม่ทำสวนลำไยที่เป็นอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษไปด้วย หญิงสาวไม่ใช่ไม่รู้ว่าสวนลำไยของเธอกำลังขาดทุนอย่างหนัก แต่เธอเองก็พยายามสุดความสามารถแล้วเหมือนกันที่จะหาทางออก และพอวันนี้เธอกำลังจะตัดใจจากเหนือตะวันได้แล้ว แต่แล้ววันนี้พ่อกับแม่ของเธอจะให้แต่งงานกับเขาเนี่ยนะ
ให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเธอ ต่อให้เป็นทางเดียวที่เหลืออยู่ เธอก็ไม่มีวันที่จะทำแบบนี้เด็ดขาด
บ้านหลังใหญ่ของตระกูลอมรศิลาวัตร
"อะไรนะครับ แต่งงานกับยายอัง พ่อครับแม่ครับผมรักทาริน แล้วจะให้ผมแต่งงานกับยายอังได้ยังไงล่ะครับ"
"แต่งๆ ไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละลูก" คุณประภัสสรผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นหลังจากเกลี้ยกล่อมให้ผู้เป็นลูกชายเรื่องการแต่งงานอยู่นาน
"ผมไม่แต่ง ผมจะแต่งกับทารินเพียงคนเดียวเท่านั้นครับ"
"แต่หนูทารินเขาก็มีทคนนั้นนะ ลูกจะแต่งกับเธอได้ยังไงกัน อีกอย่างเธอก็มีลูกกับผู้ชายคนนั้นแล้วด้วย แม่คิดว่าเธอคงเพียงแค่ทะเลาะกันเท่านั้น ตัดใจจากหนูทารินเถอะนะลูก เหนือตะวัน"
คุณประภัสสรเกลี้ยกล่อมลูกชาย เดิมทีเธอก็ไม่ได้ขัดที่ลูกชายคบกับทา¬ริน ออกจะชอบใจด้วยซ้ำเพราะทางบ้านของทารินเองก็มีฐานะพอสมควร ดูแล้วก็เหมาะสมกันดีกับลูกชายของเธอ แม้จะเสียดายอังศุลดาอยู่บ้างแต่คนเป็นแม่ก็ไม่เคยขัดตามใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวนในทุกเรื่อง
แต่วันนี้ ทารินที่ทิ้งลูกชายของเธอไปอย่างไม่ใยดีกำลังจะกลับมาสร้างความโกลาหลให้กับชีวิตลูกชายเธออีกครั้ง มีหรือคนเป็นแม่อย่างเธอจะยอมหันไปสบตาคุณอาทิตย์ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ หนุ่มใหญ่เข้าใจในทันทีเอ่ยขึ้น
"เอาล่ะ ไม่แต่งก็คือไม่แต่ง ช่างลูกเถอะคุณอิมอย่าขัดใจเขาเลย"
"ค่ะคุณ"
"จริงเหรอครับคุณพ่อ"
"จริง ถ้าแกอยากแต่งงานกับหนูทารินมากขนาดนั้น พ่อก็คงต้องถอดถอนแกออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทผลิตถุงเก็บน้ำนมเราแล้วล่ะ จากนั้นแกก็ต้องไปหางานใหม่ทำเพื่อสร้างครอบครัวกันเองกับหนูทาริน ถ้าแกยอมพรุ่งนี้พ่อจะจัดการเลยสมบัติจากตระกูลอมรศิลาวัตรแกก็จะไม่ได้อะไรเลยสักชิ้น ตกลงตามนี้เลยแล้วกัน คุณอนงค์พรุ่งนี้เรียกทนายศิลาเข้ามาพบผมที่บริษัทหน่อยนะ แล้วจัดการเรียกประชุมผู้บริหารทั้งหมดในเวลาเก้าโมงเช้าให้ผมด้วย ผมจะเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม และบอร์ดบริหาร"
"รับทราบค่ะท่าน"
ผู้เป็นบิดาไม่พูดเปล่ากดโทรศัพท์หาผู้เป็นเลขาสั่งงานเสร็จสรรพก็ยกกาแฟขึ้นดื่มต่อไป
"เดี๋ยว เดี๋ยวสิครับพ่อ นี่มันอะไรกันครับ ผมงงไปหมดแล้ว"
"พ่อก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น หากแกยืนยันว่าจะแต่งงานกับหนูทารินแกก็ต้องออกจากตระกูลอมรศิลาวัตรไป แล้วพิสูจน์ตัวเองว่าสิ่งที่แกมีอยู่ได้ทุกวันนี้มันไม่ได้มาจาก ASV ที่เป็นบริษัทของฉันกับแม่ของแกมอบให้ แกอายุยังน้อยสามารถใช้ความรู้ที่มีหาเงินได้สบาย ส่วนพวกฉันน่ะแก่แล้ว จะไปสร้างบริษัทใหม่ก็คงไม่ไหว หากคนเป็นลูกยังคงดื้อดึงฉันก็คงต้องยกให้คนอื่น"
"คนอื่น ใคร"
"ก็หนูอังยังไงล่ะ ตอนที่พ่อแกไม่สบาย แกหายไปกับแม่ทารินอะไรนั่นตั้งหลายสิบวัน ก็มีแต่หนูอังศุนี่แหละที่มาช่วยดูแล ถ้าไม่มีหนูอังป่านนี้พ่อแกคงไปเกิดที่ไหนสักแห่งแล้ว"
"แอ่ม แค่คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ก็พอแล้วมั้งครับคุณอิม"
"อ๋อ นั้นแหละค่ะ"
คุณประภัสสรพูดขึ้นจนคุณอาทิตย์ต้องกระแอมเพื่อแก้ต่าง
"โธ่ คุณแม่ เรื่องมันก็เกิดขึ้นมาเป็นปีๆ แล้วนะครับ ทำไมต้องเอาเรื่องนี้มาเล่นงานผมทุกทีเลย"
"ก็เพราะแกมันหลงผู้หญิงคนนั้นจนมองไม่เห็นหัวคนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะสิ ตกลงตามนี้ถ้าแกไม่แต่งกับหนูอังศุก็ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ ฉันจะคิดว่าฉันไม่มีลูกอย่างแก" คุณประภัสสรเหลืออดแผดเสียงใส่เหนือตะวันจนชายหนุ่มผงะ
"คุณแม่ใจเย็นก่อนนะครับ แต่งก็แต่งครับคุณแม่ แค่เข้าพิธีแต่งงานกับเธอใช่ไหมครับ โอเคครับผมจะทำครับคุณแม่ เพื่อคุณพ่อคุณแม่นะครับผมจะทำ อย่าไล่ผมออกจากบ้านเลยนะครับ นะครับคุณแม่"
เหนือตะวันโผเข้ากอดคนเป็นแม่ ใช้ลูกอ้อนจนคุณประภัสสรใจอ่อน
"มันต้องได้อย่างนี้สิ หึ"
"คุณอนงค์ยกเลิกแผนการในวันพรุ่งนี้ให้หมด และยังคงแผนการเดิมของเมื่อวานที่คุณรายงานผมมา"
"รับทราบค่ะท่าน" คุณอาทิตย์ยกหูโทรศัพท์กดหาเลขาส่วนตัวอีกครั้งเมื่อแม่ลูกเคลียร์กันลงตัวแล้ว
..........