ตอนที่ 1 ฝาแฝด
"ฝาแฝด"
เพราะการมีใครอีกคนลืมตามาดูโลกพร้อมๆกันผ่านชีวิตมาด้วยกันนับแต่วินาทีแรกของการมีชีวิตคือความโชคดีอย่างที่สุดสำหรับคนอย่างฉัน และทุกครั้งที่ชีวิตเดินผ่านหนทางที่ดำมืด ฉันมีความหวังลึกๆว่ายังมีเธออยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้ เฝ้ารอดูวันที่ฉันจะข้ามผ่านปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ ทุกครั้งที่วันเวลาหมุนผ่านจะห้าปี สิบปี ยี่สิบปี ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราจะกลับมาพบกัน รอยยิ้มในดวงตาของเธอฉุดฉันขึ้นมาจากความทุกข์ยากลำบากทั้งปวง ฉันเข้มแข็งขึ้นเพื่อเธอ มีชีวิตอยู่เพื่อเธอ เราเกิดจากเลือดเนื้อเดียวกัน ฉันโชคดีที่มีเธอคอยเฝ้ามองชีวิตกันและกันเสมอ………
แต่……
วันนี้เธอจากไปแล้ว เธอตัดสินใจทิ้งชีวิตที่สดใสนั้น และทิ้งให้ฉันเผชิญชีวิตอยู่ลำพัง เหมือนว่าโลกทั้งใบพังลงมา แล้วคล้ายกับถูกก้อนแข็งๆทุบลงมาบนศรีษะซ้ำๆ ฉันพยายามตั้งสติ และบอกตัวเองว่าเป็นแค่ฝันร้าย
[ฟ้า ฮืออ ฟ้าได้ยินครูพูดไหมลูก?]
เสียงจากปลายสายโทรศัพท์จากครูเอื้องที่พยายามเรียกคืนสติฉันที่ทิ้งดิ่งลงจุดต่ำสุดมืดดำสนิท หัวใจราวกับหยุดเต้น และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองล้มลงนั่งบนพื้นแข็งๆไม่สนใจสายตาใครเป็นสิบเป็นร้อยที่มองมา ไม่สนแม้กระทั่งว่ากำลังต่อคิวซื้ออาหารเที่ยงในแคนทีนของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ที่ที่ฉันเดินทางมาทำตามความฝัน
"ครูเอื้องพูดจริงเหรอคะ ฟ้าหูฝาดไปใช่ไหม?"
[ทำใจดีๆไว้นะลูก…ฟ้ากลับมานะ มาจัดงานศพให้ขวัญ มาส่งขวัญเป็นครั้งสุดท้าย]
อาจเหมือนมีสายสัมพันธ์ที่ไม่ว่าผ่านมานานแค่ไหนยังคงอยู่ ฉันที่เติบโตมาใน'บ้านเด็กกำพร้าเนตรกมล' เติบโตมาด้วยความเอื้ออารีย์ของแม่ครูเอื้อง หญิงสาวผู้มอบความรักความอบอุ่นให้ในบ้านเด็กกำพร้า เฝ้าเลี้ยงดูให้ความรู้จนฉันและพราวขวัญอายุได้สิบขวบ แม้เวลาผ่านมานานแค่ไหน ความรักนั้นจากครูเอื้องที่มีต่อเราทั้งสองไม่เคยน้อยลง
"ไม่จริง ขวัญจะทำแบบนั้นทำไม?"
ฉันทวงถามถึงเหตุผล ชีวิตที่พราวขวัญมีมันดีทุกอย่าง มีครอบครัวเศรษฐีรับมาอุปการะ ได้เรียนหนังสือสูงๆ ทุกครั้งที่ติดต่อทางไกลหากันยังเห็นพราวขวัญยิ้มแย้มมีความสุข
[ ครูเองยังไม่รู้เหตุผล ครูรู้ข่าวก็รีบโทรบอกฟ้า ฟ้าจัดการทางนั้นให้เรียบร้อยนะลูก กลับมาหาขวัญ ขวัญมีของบางอย่างที่บอกว่าต้องเอามันให้ฟ้า ขวัญเขาคงคิดถึงฟ้าจนลมหายใจสุดท้าย]
ครูเอื้องเอ่ยพร้อมกับร่ำให้จนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ฉันเองก็ปล่อยสะอื้นเสียงดัง ไม่มีไม่เหลือเรี่ยวแรงจะพาตัวเองก้าวเดินออกมา
อาจเป็นการร้องไห้ที่แสนทรมาน น้ำตานั้นเอ่อนองเต็มสองตา จนมองทางไม่เห็น จนหมดสติไป
ฉันหวังให้ตื่นมาแล้วพบเธอยังมีชีวิตอยู่ หวังให้ทุกอย่างเป็นแค่ฝัน ภาวนาให้เธอไม่จากฉันไปจริงๆ 'พราวขวัญ'
แต่ความจริง ก็คือความจริง
………………………………………
ประเทศไทย
อาจเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย และสำหรับพราวฟ้า เหตุการณ์ทุกอย่างที่เคยผ่านมา เหมือนกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ครูเอื้องใส่ชุดสีดำ อกด้านซ้ายกลัดเข็มขัดช่อดอกไม้สีขาวไว้เป็นสัญลักษณ์ของการไว้อาลัยถึงการจากไปของพราวขวัญ ดวงหน้าสวยหวานบ่งบอกริ้วรอยแห่งวัย หญิงวัยกลางคนทอดสายตามองพราวฟ้าที่ไม่แตะอาหารอะไรสักอย่างมาตั้งแต่เดินทางกลับมาถึง สายตามองไปที่ภาพถ่ายหน้าโลงศพบรรจุร่างของพราวขวัญอย่างเลื่อนลอย
"ฟ้า ทานข้าวหน่อยไหมลูก?หนูยังไม่กินอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมาสองสามวันแล้ว"
"ฟ้าไม่หิวหรอกค่ะ…"
ลำคอนั้นเค้นคำตอบกลับไปอย่างแห้งผาก
"ขวัญไปสบายแล้ว ฟ้าเองก็หักห้ามใจซะเถอะนะลูก ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันถูกกำหนดมาแล้ว"
พราวฟ้านิ่ง ความสงสัยก่อตัวหมุนวนอยู่ลึกๆในใจ สัญชาตญาณบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ปกติเลย
"ฟ้าไม่อยากเชื่อ ตอนนั้นที่เราโทรคุยกันครั้งสุดท้าย ขวัญบอกจะหาเวลาลางานที่บริษัทไปหาหนูที่อเมริกา ขวัญบอกว่าจะทำข้าวคลุกกะปิให้หนูกิน ขวัญทำให้มั่นใจว่าอีกไม่นานเราก็จะเจอกันอีกครั้ง"
พราวฟ้าระบายความทุกข์ที่ท่วมท้นหัวใจออกมา หลายวันมานี้พยายามไม่ร้องไห้ พยายามจัดงานศพให้พราวขวัญอย่างสมศักดิ์ศรี แขกเหรื่อผู้มาร่วมในพิธีส่วนใหญ่คือเพื่อนร่วมงานในบริษัทที่ใกล้ชิดพราวขวัญ แต่น่าแปลกที่คนจากตระกูลใหญ่ผู้รับพราวขวัญไปเลี้ยงดูกลับไม่มีใครโผล่หน้ามา
"ฟ้า ครูเองเห็นว่าหนูสองคนโตกันแล้ว และคิดว่าขวัญเองจะจัดการชีวิตของเขาได้ บางอย่างที่ขวัญเองก็ไม่ได้บอกหนู และครูไม่อยากก้าวก่าย"
"หนูเชื่อมาตลอดว่าขวัญมีอะไรก็บอกกับหนูทุกเรื่อง"
"ฟ้า ขวัญมีแต่ความรักและความหวังดีให้หนู เขาอยากให้หนูใช้ชีวิตให้ดี ไม่ต้องคอยห่วงเขา"
พราวฟ้ากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เริ่มไม่แน่ใจว่าชวิตพราวขวัญที่ผ่านมานั้นพบเจอสังคมสิ่งรอบกายที่ดีจริงๆหรือเปล่า…หรือเป็นเพียงเปลือก
"ขวัญเป็นโรคซึมเศร้า ที่ผ่านมาเขาพยายามรักษามาเสมอ ครูเองก็อยากบอกเรื่องนี้ให้ฟ้ารับรู้ แต่ขวัญขอร้องไว้ว่าอย่าบอกหนู..... ดูเหมือนเขาจะดีขึ้นครูก็หมดห่วง แต่ไม่คิดเลยว่า....."
ครูเอื้องขบเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกผิด หากเธอบอกเรื่องนี้กับพราวฟ้าสักหน่อย เรื่องทั้งหมดอาจไม่เลวร้ายแบบนี้
'โรคซึมเศร้างั้นเหรอ พราวฟ้าพยายามทบทวน ที่พราวขวัญตัดสินใจตัดชีวิตตัวเองเพราะโรคซึมเศร้างั้นเหรอ
พราวฟ้ากำมือแน่นเม้มริมฝีปาก หัวใจดวงน้อยราวกับถูกขว้างไปไกลแสนไกล ถูกแรงเหวี่ยงมากมายทำให้มันหมุนเคว้ง นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มเปิดใจรับรู้สิ่งที่พราวขวัญไม่เคยบอก ความทุกข์ที่แฝดสาวของเธอแบกรับมันมาจากโรคซึมเศร้า พราวฟ้าอยากลงโทษตัวเองที่ละเลยจนเกิดเรื่องแบบนี้ ชั่วชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอ จะพอหรือไม่เพื่ออุทิศเพื่อจมอยู่กับความรู้สึกผิดเหล่านั้น
"ที่ขวัญฆ่าตัวตาย เพราะโรคซึมเศร้าเหรอคะครู?…นานแค่ไหนแล้ว หนูไม่เคยรู้ ไม่เคยเลย"
ดวงตามองไปที่รูปถ่ายของพราวขวัญ รอยยิ้มนั้นยังคงสดใส ไม่เคยเลยที่พราวฟ้าจะเห็นพราวขวัญในด้านทุกข์ใจ สิ่งที่เธอบอกคือความสุขในชีวิต ไม่เคยรับรู้ข่าวคราวความทุกข์จากพราวขวัญ
……………