ตอนที่ 17
งานกาชาด
----------------------
ปลายเดือนมกราคมย่างเข้ามา สายลมหนาวยังไม่คลายจากไป เทศกาลงานกาชาดประจำปีของจังหวัด ปลัดอาวุโส ภูผา เลิศรัตภากร ร่วมเดินทางมมาเปิดงานโดยมีภรรยาคนสวยติดสอยห้อยตามมา
บ้านหลังเดิมที่ซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนถูกรีโนเวทใหม่เป็นสไตล์นอดิกน่ารักแบบที่ลูกสาวคนเล็กนั้นชื่นชอบ
บนห้องใต้หลังตาชายหนุ่มยังคงงัวเงียไม่ยอมลุกจนกระทั่งบ่ายโมงย่ำเข้ามา
!! ครืดครืด ครืดครืด
“อือ”
[ตื่นหรือยัง เรารออยู่ที่ห้างกับต้นไม้]
“อือ เดี๋ยวตามไป” ตอบคนรักไปเพียงเท่านั้นก็วางสายก่อนจะพาร่างที่งัวเงียนั้นเดินโซซัดโซเซไปเข้าห้องน้ำ
ห้างสรรพสินค้า
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหุ่นไม่หนาไม่บางเดินตรงมายังโซนเครื่องเล่นและห้องคาราโอเกะ ทันที่เห็นกลุ่มเพื่อนสายตาก็เพ่งเล็งไปยังหญิงสาวตัวเล็ก อารมณ์ขุ่นมัวก็เกิดขึ้นภานในใจ รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้ก่อนจะรีบวิ่งปรี่เข้ามาหา
“คือแต่งตัวแบบนี้” [ทำไมแต่ตัวแบบนี้]
“ทำไมอะ ไม่สวยเหรอ” ชายหนุ่มถอนหายใจยาวพลางเบือนหน้าหลบมองทางอื่น เสื้อวอมสีดำที่เขาสวมทับมาถูกถอดออกห่อนจะสวมทับมันให้เธอ โดยไม่สนใจเลยว่าสายตาของเพื่อนนั้นมองมาอย่างต้องการแซว แต่เมื่อเห็นสายตาของเขาก็พากันหันหนีไปทางอื่น
“อย่าให้เห็นอีกนะไอ้ที่ใส่เสื้อสายเดี่ยวออกจากบ้านแบบนี้” เขาคาดโทษเธอเอาไว้พลางรูดซิบขึ้นจนถึงคอ
“ทีนายแต่งตัวหล่อเรายังไม่เห็นว่าเลย”
“แล้วไม่ดีหรือไง”
“ไม่ดีสาวมองเยอะ เราหวง”
“แต่งสวยได้เราไม่ว่าแต่ห้ามแต่โป๊” คนตีวเล็กมุ่ยหน้าใส่ก่อนที่คนเจ้าเล่ห์จะต่อท้ายไว้อีกหนึ่งประโยค
“เอาไว้โป๊แค่ตอนอยู่กับเราก็พอ”
แปะ! ฝ่ามือเล็กฟาดลงต้นแขนเบา ๆ พร้อมกับสองพวงแก้มที่เปล่งระเรื่อตามมาติด ๆ
“โอ้ย! ขิวคนมีแฟนโว้ย มึงว่าบ่บักสน” คนถูกถามยกยิ้มใส่เล็กน้อยก่อนจะเดินหน้าตั้งเข้าไปในห้องคาราโอเกะที่ว่าง เสียงเพลงดังขึ้นเป็นสนที่ครองไมค์ตั้งแต่เพลงแรก จนตอนนี้ เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยววางไว้ตรงหน้ากินไปพลาง ๆ
“ขอค้างด้วยได้ไหม”
“อยากกะบอก” [อยาก...ก็บอก]
“ทะลึ่ง คิดอยู่เรื่องเดียวหรือไง”
“หึ~ เข้าใกล้ยามได๋ถืกสี้สุเทือบ่เข็ดติ” [เข้าใกล้ทีไรก็โดนเอาตลอดไม่เข็ดหรือไง]
“เขียบ พูดอะไรเนี่ยเดี๋ยวเพื่อนก็ได้ยินหรอก” เกลียดรอยยิ้มแบบบนี้ของเขาชะมัด ตั้งแต่เปิดใจเปิดตัวนี้ก็พูดซะไม่เก็บทรงเลย ภาพบักเขียบคนดีคนเดิมหายสิ้น
งานกาชาด
สนามกีฬากลางจังหวัดและพื้นที่รอบข้างมีร้านค้าร้านขายตั้งแผงยาวสุดลูกหูลูกตา แสงไฟหลากสีประดับประดาตามจุดต่าง ๆ ช่างเป็นสีสันที่สวยงาม อีกทั้งยังมีโซนสวนสนุก ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน รถไฟเหาะ และอีกหลายอย่าง ตามทางเดินเต็มไปด้วยผู้คนคึกคักไปทั้งงาน ฝั่งกลางสนามก็เป็นส่วนของเวทีคอนเสิร์ตซึ่งเป็นจุดหมายของวันรุ่นและคนที่มักชอบในเสียงเพลง
“อยากป้อนนมแพะอะ” ไม่พูดเปล่าเธอยังเดินจูงมือเขาไปทางโซนสัตว์เลี้ยงอีกต่างหาก มีทั้งหมู แพะ กระต่าย
“ยี่สิบบาทจ้ะ”
“มีกี่ตัวนะ” เธอทำท่านับ แพะทีละตัวช่างเป็นท่าทางที่น่าเอ็นดู
“เอา10ขวดค่ะ”
“เอาหยังหลายขวดแทะ” [เอาเยอะจัง]
“ก็ให้มันกินให้ครบทุกตัวไง เดี๋ยวน้อยใจ” ว่าแล้วก็หยิบตะกร้าที่มีขวดนมขนาดเล็กเดินไปป้อนแพะทีละตัว โดยที่ให้ชายด้านลังถือตะกร้าให้ แต่ก็อาศัยจังหวะที่เธอเผลอยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนจะมองและยิ้มเอ็นดู
“อยากได้อะไรอีก”
“จะซื้อให้เหรอ”
“หึ ถามสือ ๆ”
“ชิ!” ให้หลังหญิงสาวเขาก็ยกยิ้มในท่าทางหน้ามุ่ย ๆ ยู่ปากจนจะชนกับจมูกอยู่แล้ว
เวทีคอนเสิร์ต ผู้คนหลายร้อยรวมตัวกันอยู่ที่นี่แทบไม่เหลือที่ให้เดินเพราะศิลปินงานคืนนี้เป็นที่ชื่อชอบของทุกวัย เขามีนามว่า “จอมยุทธ์”
~ให้สายแนนเพิ่นจองน้าว~
“เดี๋ยวกูมุดไปหน้าฮ้านก่อน” [เดี๋ยวกูมุดไปหน้าเวทีแปบ] สนร้องบอกเพื่อน ๆ เพราะเสียงมันดังมากจนพูดกันธรรมดาไม่ได้ยิน
เจิดก็เดินตามไปติด ๆ ที่เหลืออยู่ตรงนี้ก็จะมีต้นไม้ กะทิ เขียบ หมวย ความที่คนเบียดไปเบียดมาจนคนที่ตัวเล็กนั้นโดนชนกระเด็นอยู่หลายครั้ง เขาจึงจับเธอมายืนที่ด้านหน้าและใช้ตัวกันออกให้ เพราะคนเยอะเลยทำให้อากาศอบอ้าว อีกทั้งความสูงที่ไม่ถึงร้อยหกสิบทำให้เธอมองด้านหน้าไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่
“อยากกลับแล้วอะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นบอกคนตัวสูงด้านหลัง แต่เพราะเขาไม่ได้ยินจึงต้องโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ แทน
“กลับกันไหม”
“บ่ม่วนติ”
“เราเตี้ย มองไม่เห็นปวดขาด้วย” คนตัวเล็กบ่นอุบ พลางย่ำเท้าเพราะเธอเดินมานี่ราว ๆ หนึ่งชั่วโมงได้ ยังไม่ได้นั่งพักเลยสักนิด
เมื่อลงความเห็นตรงกันคนอื่น ๆ ก็อยากกลับแล้ว บ้านเขียบคือที่พักในคืนนี้ซึ่งความใจดีของแม่ชบาก็ไม่เคยขัด ครั้นจะให้ขับรถกลับมือค่ำก็กลวจะเป็นอันตราย
มอเตอร์ไซด์สามคันขับเข้ามาจอดหน้าบ้านในเวลาเกือบเที่ยงคืน อากาศที่ไม่หนาวมากเท่าไหร่แต่เพราะลมที่แรงเลยทำให้คนที่ร่างบอบบางนั้นสั่งงก ๆ
“กะทิมึงไปนอนกับพินอินพาหมวยไปนำ” [กะทิไปนอนห้องพินอินกันหมวย] เพราะเขาจะพาเพื่อนผู้ชายขึ้นไปนอนที่ห้องใต้หลังคา
กะทิเดินเข้าห้องของน้องสาวไปทว่ากลับไม่เห็นมีใคร จึออกไปดูรถที่หน้าบ้านเพราะเมื่อกี้เดินเข้ามาก็ลืมสังเกต
“เขียบ น้าชบากลับละติวะ” [เขียบ น้าชบากลับแล้วเหรอวะ] เขียบที่ได้ยินแบบนั้นก็เดินออกไปหากะทิอีกคน ก่อนที่เขาจะหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาหมายจะโทรหามารดา
(แม่กับพ่อกลับมาก่อนแล้ว ก่อนอกมาอย่าลืมล็อกบ้านให้เรียบร้อย)
ข้อความจากมารดาโชว์ที่หน้าจอเป็นเหตุให้แจ้งกระจ่าง
“เออ...แม่กูกลับแล้วว่ะ นอนไสกะนอน ตามสบาย แต่...” ทุกคนตกอยู่ในความเงียบทันทีเพราะใบหน้าหล่อนั้นดูจริงจัง
“ห้ามฮากใส่บ้าน กูค้านเมี้ยน” [ห้ามอ้วกใส่บ้าน กูขี้เกียจเก็บ] ที่พูดแบบนั้นเพราะเขาก็พากันดื่มมาบ้าง
“กะซั่น กูนอนโซฟานี่แหละกับบักเจิด” [ถ้างั้นเดี๋ยวกูนอนที่โซฟากับไอ้เจิด]
“บักไม้ไปนอนนำกูบ่” [ไม้นอนกับกูไหม]
“บ่ เดี๋ยวกูนอนนี่แหละ” [ไม่ เดี๋ยวกูนอนนี่แหละ]
“ปะหมวยไปนอน” กะทิเอ่ยชวนเพื่อนสาวก่อนะเดินเข้าไปในห้องของพินอิน
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เมื่อเห็นว่าคนข้าง ๆ หลับไปแล้วต้นไม้ก็ค่อย ๆ ลุกออกจากโซฟาตัวยาวเดินตรงมาทางที่ห้องของพินอินอีกคน
ก๊อก ๆ ๆ เขาเคาะหลังมือลงไปที่ประตูเบา ๆ แสงไฟจากด้านนอกสาดเข้ามาพอให้เห็นลาง ๆ จึงรู้ว่าเป็นใคร
“กะทิหลับยัง”
“หลับแล้ว”
“เปลี่ยนที่นอนกัน” เสียงพูดราวกระซิบมีเพียงลมออกมาระหว่างการสื่อสาร เหมือนโจรแอบเข้าบ้านคนอื่นไม่มีผิด
“เปลี่ยนยังไง”
“เธอไปหาบักเขียบข้างบน ห้องซ้ายมือมีห้องเดียว เราจะนอนนี่กับกะทิ”
“แต่...” หมวยยังพูดไม่จบต้นไม้ก็ดึงเธอออกมาและแทรกตัวเข้าห้องไปแทนพร้อมกับปิดประตูใส่หน้า ปึ้ง!
ทำไมได้ล่ะ สองขาเรียวค่อยก้าวขึ้นไปที่ชั้นสามซึ่งเป็นห้องใต้หลังคาตามที่ต้นไม้บอก
“จะไปไหน”
เฮือก! เดินขึ้นมาได้เพียงสองก้าวก็ต้องตกใจเพราะในเงาเลือนลางนั้นมีคนตัวสูงยืนอยู่ เขาถอดเสื้อเผยผิวขาวผ่องและสวมเพียงกางเกงวอมสีเทาเท่านั้น อีกทั้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ยังโชยยเข้าจมูกคล้ายกันว่าพึ่งจะอาบน้ำเสร็จมาใหม่ ๆ
“ถามว่าจะไปไหน”
“ต้นไม้แย่งที่เรานอน”
“ห้ะ!”
“ต้นไม้เข้าไปนอนกับกะทิในห้องน้องพินอินแล้ว ล็อกประตูแล้วด้วย” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพร้อมกับคิดอะไรบางอย่าง ถ้าเป็นแบบนี้เท่ากับว่าสิ่วที่เขาสงสัยเป็นเรื่องจริง!
“ขอนอนด้วย”
“บ่ย่านถืกสี้บ่” [ไม่กลัวโดนเอาหรือไง]
“หึ กลัวไม่ถืกมากกว่า” [ไม่...กลัวไม่โดนมากกว่า] เขาละชอบจริง ๆ ความใจกล้าท้าทายอำนาจของเธอเนี่ย แต่ก็ไม่ได้คิดจะทำจริง ๆ หรอกแค่พูดแย่เธอเล่นไปงั้นแหละ เวลาเห็นยัยหมวยเขินแล้วมันน่ารักดี