“ยัยกิ๊ฟมันร้ายจริงๆ จิกผู้มาจนได้” มาลิษายิ้มตามหลังเพื่อนที่สามารถชวนหนุ่มหล่อมาดื่มด้วยกันและเธอก็ชอบหนุ่มคมเข้มเหมือนปรีณาและยอมหลีกทางให้เพื่อนเพราะเธอชอบพี่ชายของปรีณานั่นเอง
“นั่งสินะ แต่ถ้าอยู่กรุงเทพฉันไปจิกเองแล้ว”
ปรีณาพูดกับเพื่อนเพราะที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักครอบครัวของเธอหากจะทำอะไรก็ต้องระวังไม่ให้มีข่าวเสียหายไปถึงพ่อแม่และตระกูลและแบบนี้เธอถึงเลือกอยู่กรุงเทพอย่างน้อยก็ไกลหูไกลตาพ่อแม่และมันทำให้เธอมีหน้ามีตาในสังคมไฮโซเพราะเพื่อนๆของเธอหลายคนเป็นลูกหลานคนดังและทายาทตระกูลเก่าแก่
“โน่นแก มากันแล้ว”
มาลิษาพยักหน้าให้เพื่อนเมื่อเห็นรัชนีกรเดินมาพร้อมสองหนุ่มหล่อที่ดูดีมีสกุล
“นี่แป้งกับลิษาเพื่อนของกิ๊ฟค่ะ
แล้วนี่คุณทอยกับคุณน่านมาเที่ยวเหมือนพวกเรา ฉันก็เลยชวนมาดื่มกับพวกเราน่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณแป้งกับคุณกิ๊ฟครับ”
อนุเดชยื่นมือไปจับมือกับสองสาวสวย
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณทอยกับคุณน่านเช่นกันค่ะ”
ปรีณายื่นมือไปจับมือกับอนุเดชและน่านฟ้าซึ่งคนหลังเธอจับนานหน่อยและยิ้มหวานให้เขา
น่านฟ้าไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมามีสีหน้านิ่งเฉยไร้ความรู้สึกแต่มันกลับทำให้เขาดูท้าทายน่าสนใจค้นหาตัวตนของเขา
“เชิญนั่งค่ะ”
ปรีณาเชิญสองหนุ่มนั่งดื่มด้วยกันและหวังจะสานสัมพันธ์กับหนุ่มหล่อที่เธอหมายตา
“ขอบคุณครับ งั้นมือนี้ผมกับน่านขอเลี้ยงคุณกิ๊ฟ
คุณแป้ง คุณลิษานะครับ” อนุเดชก็ยังเป็นหนุ่มอัธยาศัยดีและ
เฟรนด์ลี่กับทุกคน
“แต่คุณทอยกับคุณน่านมาเที่ยวนครพนนมก็ต้องให้เขจ้าบ้านอย่างแป้งเลี้ยงสิคะ
อีกอย่างเรือสำราญลำนี้ก็เป็นธุรกิจที่บ้านของแป้งเองค่ะ”
“จริงเหรอครับ
แหมผมกับนายน่านโชคดีจริงๆครับที่เจอกับเจ้าของเรือแต่ผมกับนายน่านเป็นผู้ชายยังไงมื้อนี้ผมขอเลี้ยงก่อนนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ แต่มื้อหน้าให้แป้งเลี้ยงนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ”
“ว่าแต่คุณทอยกับคุณน่านจะอยู่เที่ยวที่นี่กี่วันคะ”
มาลิษาถามสองหนุ่มหล่อและเธอก็คุ้นๆหน้าสองหนุ่มเหมือนจะเคยเห็นก่อนหรือเป็นเพราะว่าเขาหล่อ
“น่าจะสองสามวันครับ”
“ปกติคุณทอยกับคุณน่านทำงานที่ไหนคะ”
ปรีณาถามสองหนุ่มแต่เธออยากรู้ว่าน่านฟ้าทำงานที่ไหนแต่รู้จักแค่เขาชื่อน่านมันน้อยไป
“ผมทำงานที่กรุงเทพครับ ส่วนนายน่านอยู่ชลบุรี”
อนุเดชตอบสาวๆแล้วเตะเท้าเพื่อนที่ปล่อยให้เขาพูดคนเดียว
“คุณน่านทำงานที่ชลบุรีเหรอคะ แป้งชอบไปเที่ยวบางแสน
พัทยามากเลยค่ะ” ปรีณาปูทางให้ตัวเองเพื่อจะได้เจอหนุ่มหล่อ
“ผมทำงานไม่เป็นที่ครับ แล้วแต่เจ้านายจะสั่ง
ผมว่าเราดื่มกันดีกว่าครับ”
เขาไม่ชอบพูดเรื่องงานกับคนไม่สนิทแต่ถึงสนิทก็จะรู้ว่าเขาเป็นทหารเรือเท่านั้น
“ดีค่ะ งั้นขอดื่มเพื่อมิตรภาพของพวกเราค่ะ เซียส..”
“เซียสสส..”
สามสาวยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับสองหนุ่มแล้วดื่มเพื่อมิตรภาพแต่สองหนุ่มดื่มเพื่อภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายให้มาสืบข่าวเรื่องยาเสพติดที่เจอตอนเรือระเบิดว่าเป็นของใครกันแน่และตอนนี้ก็รู้แล้วว่าเป็นเรือของบริษัทริมฝั่งโขงของเสี่ยโกศลพ่อของปรีณาจึงพูดคุยและแอบสอบถามล้วงลึกทีละนิดเพื่อไม่ให้เธอสงสัยแต่ปรีณากลับพูดคุยเรื่องธุรกิจให้ฟังเอง
หรือเธออวดรวยบอกให้พวกเขารู้สถานะของเธอว่าเป็นลูกเศรษฐีเมืองนครพนม
“คุณแป้งก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอครับ”
“แป้งไม่ได้อยู่ที่นี่ค่ะ
แป้งมีบ้านมีคอนโดอยู่กรุงเทพค่ะ”
“แล้วกลับมาที่นี่บ่อยมั้ยครับ”
“ก็ไม่บ่อยค่ะ
แป้งทำงานเป็นนางแบบดแต่ไม่ได้มีชื่อเสียงหรอกค่ะ”
“มิน่าล่ะถึงได้สวยและหุ่นดีแบบนี้
พวกดารานางแบบนี่ต้องรักษาหุ่นกันมากเลยใช่มั้ยครับ”
อนุเดชมีหน้าที่ชวนคุยและน่านฟ้าก็พูดเสริมนิดหน่อยเพราะเขาไม่ใช่คนชอบพูดและไม่ชอบคนพูดมากด้วยแล้วเพื่อนๆในกลุ่มจะรู้ดีและเรียกเขาว่าเสือซุ่ม
“ก็ต้องมีบ้างค่ะ
แล้วคุณน่านล่ะคะชอบออกกำลังกายหรือเปล่า”
“ก็มีเข้าบ้างครับ
แต่ส่วนมากจะออกกำลังกายที่สวนสาธารณะมากกว่าครับ”
“ออกกำลังกายกลางแจ้งก็ดีนะคะ
และยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ด้วย
ไม่รู้ว่าแป้งจะมีโอกาสได้ไปออกกำลังกายกับคุณน่านหรือเปล่าน๊า”
ปรีณาพูดหยอกนายทหารหนุ่มหล่อที่รู้จักชื่อเขาว่าน่านเท่านั้น
“ไม่รู้สิครับ เพราะผมต้องทำงานไม่ค่อยมีเวลาครับ"
“ว้า เสียดายจัง”
“งั้นเธอก็รอคุณน่านว่างสิแล้วค่อยชวนไปออกกำลังกายที่ฟิตเน็ตก็ได้นี่นา”
“จริงด้วยค่ะ
ถ้าแป้งจะขออนุญาตชวนคุณน่านไปออกกำลังกายด้วยกันจะได้มั้ยคะ”
“ถ้าผมว่างนะครับ”
“งั้นเราต้องมีเบอร์ติดต่อกันนะคะ”
“ได้ครับ”
จากนั้นหนุ่มสาวทั้งสองก็และเบอร์โทรกันแล้วดื่มกินพูดคุยกันจนกระทั่งเรือสำราญวนกลับมาจอดที่ท่าเรือและสองหนุ่มก็ขอตัวกลับก่อนเพราะนัดกับเพื่อนไว้
“แล้วเจอกันที่กรุงเทพนะคะคุณทอย”
“แน่นอนครับ”
“ถ้าคุณน่านยังไม่กลับแล้วต้องการไกด์พาเที่ยวก็โทรหาแป้งได้นะคะ”
ปรีณาเสนอตัวทั้งที่เธอจะต้องกลับกรุงเทพพร้อมกับเพื่อนแต่ตอนนี้เปลี่ยนใจเพราะอยากสนิทกับหนุ่มหล่อมากกว่า
“ขอบคุณครับ ไว้ผมจะโทรหานะครับ”
น่านฟ้าพูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับเพื่อนรัก
สามสาวมองตามหนุ่มหล่อทั้งสองลงเรือไปแล้วก็ดื่มกันต่อเพราะกว่าเรือสำราญจะปิดก็เที่ยงคืนและพวกเธอพักโรงแรมใกล้ๆนี่เอง
เวลา 22.00น.
ที่สถานีเรือก็เงียบสนิทเพราะดึกแล้วแต่ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่เวรและออกลาดตะเวรทางน้ำเพื่อหาหลักฐานข้อมูลเรือระเบิดและวันนี้ทีมงานของพลอธิปก็ได้ข้อมูลมามากพอสมควรและสองหนุ่มหล่อก็ลงเรือสำราญทานอาหารจิบไวน์กับสาวสวยและยังได้ข้อมูลมาเพียบ
เมื่อลงจากเรือก็เดินเล่นริมแม่น้ำโขงพอปลอดคนทั้งสองหนุ่มก็มาหาเพื่อนที่สถานีเรือนครพนมตามนัด
“หวัดดีเพื่อน”
“หวัดดี”
น่านฟ้ายกกำปั้นขึ้นชนกับเพื่อนและลูกน้องในทีมของพลอทิปเหมือนเป็นธรรมเนียมพวกเขาทักทายกัน
“เป็นยังไงบ้างวะอาหารอร่อยมั้ย” พลอธิปถามเพื่อนยิ้ม”
“ก็งั้นๆแหละ ว่าแต่มึงได้อะไรมาบ้างล่ะ”
น่านฟ้านั่งลงข้างเพื่อน
“ก็เยอะแหละ..”
จากนั้นทุกคนก็พูดคุยกันอย่างเป็นการเป็นงานและแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อจะได้จบงานเร็วๆหากยืดเยื้อคนร้ายมันจะรู้ตัวเสียก่อน
“แต่งานนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องด้วยนะ
ทุกคนต้องระวังตัวไม่ให้พวกมันรู้ตัวและปิดเกมให้เร็วที่สุด”
พลอทิปเป็นหัวหน้าทีมในครั้งนี้และบอกทุกคนตามที่เขาได้ข้อมูลวงในมา
“มันต้องมีมากกว่านี้
มึงคิดดูสิพวกมันกล้าทำแบบนี้และยังหักหลังกันกูว่าผลประโยชน์มันต้อมมีไม่น้อยทีเดียว
แค่เราหาที่มไปที่มาของเงินได้ก็ตามไม่อยากแล้วเพื่อน เดี๋ยวกูจัดการเอง”
คุณหมอหนุ่มไม่ได้เป็นแค่หมอแต่ยังเป็นแฮกเกอร์ฝีมือดีของทีม
“เดี๋ยวผมจะหาข้อมูลกับพวกลูกน้องของมันครับ”
“ผมจะไปกับจ่าหนุ่ยครับ”
“ส่วนมึงตามประกบลูกสาวของเขาไว้ก่อน
กูว่าเธอจะมีประโยชน์กับเรา”
“กูไม่อยากเอาเธอเข้ามาเกี่ยว
เดี๋ยวกูหาข้อมูลเองดีกว่า”
เขาสืบดูประวัติของนายโกศลและคนรอบตัวก็รู้ว่าเครือข่ายของมันใหญ่กว่าที่คิดและคงไม่จบง่าย
“ได้ แล้วมึงไปหาข่าวจากเพื่อนคุณน้ำ
อย่าลืมเรื่องแรงงานเถื่อนด้วยล่ะ”
“ครับผม..”
“เดี๋ยวกูจะออกหน้าเรื่องนี้เอง”
เขาเป็นหัวหน้าทีมสถานีเรือและมาอยู่ได้สามปีจึงรู้จักพื้นที่แถบนี้ดีและนายโกศลก็ไม่ได้ค้าแค่ยาเสพติดเขายังค้ามนุษย์แรงงานเถื่อนอีกด้วยและจับได้แต่ลูกกระจ๊อกของมันสาวไปไม่ถึงตัวการใหญ่เพราะมันมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหูเป็นตาให้จึงรอดมาได้ทุกครั้งและครั้งนี้เขาจะไม่พลาดแน่
“โอเค งั้นกูกลับก่อนนะ”
“ได้ เอาไว้กูจะติดต่อไป.”
“โชคดีทุกคน”
น่านฟ้ากับอนุเดชก็กลับโรงแรมและทำทีเป็นเดินเล่นลัดเลาะออกไปทางอุโมงค์นาคราชแม้จะดึกแต่ยังมีชาวบ้านประปรายบางคนก็มาตกปลาจึงไม่เป็นที่สงสัยก่อนจะเดินกลับโรงแรมและผ่านท่าเรือสำราญก็ลอบสังเกตุเพราะยังเห็นมีคนอยู่ในเรือ
เช้าวันถัดมา
ข่าวหนุ่มสาวไฮโซลูกหลานคนดังขอแต่งงานกันขึ้นหน้าหนึ่งข่าวสังคนเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจในวงการอสังหาริมทรัพย์และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านอาคารสำนักงานจิปาถะครบวงจร
ส่วนเจ้าสาวก็เป็นทายาทคนเล็กของบริษัทผลิตสีทุกชนิดเรียกว่าเหมาะสมกันทุกด้านเพราะต่างก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน
“เอ้ะ นี่มันยัยนีนนี่
จะแต่งงานเหรอแล้วไปคบกับคุณอัตได้ยังไงทำไมฉันไม่รู้ล่ะ”
มาลิษาเห็นข่าวของเพื่อนรักเพื่อนแค้นและพวกเธอยังเป็นญาติห่างๆกัน
“โห นี่ยัยนีนคว้าคุณอัตไปได้ยังไงอ่ะลิษา”
รัชนีกรรู้ว่ามาลิษากับนีนหรือนีรนาถเป็นลูกพี่ลูกน้องกันและชิงดีชิงเด่นกันมาตลอดแต่ฐานะทางบ้านของมาลิษารวยกว่าเพราะพ่อของเธอเป็นทายาทคนโตที่รับช่วงต่อธุรกิจของตระกูล