ถ้าถามว่าผมแคร์ความรู้สึกแพรมากเหรอ รักแพรวเหรอ ถึงไม่เลิกกับเธอสักที
ผมตอบด้วยความสัตย์จริงเลยครับว่าไม่ แต่ที่ผมต้องทำแบบนี้เพราะถ้าผมไปเธอคงทำร้ายตัวเอง และที่สำคัญผมแค่สงสารและรู้สึกผิดต่อเธอมากแค่นั้น
หนึ่งปีที่ผ่านมา...
“อ้าวชนนนน”
เกร้ง! เกร้ง!
เสียงแก้วน้ำสีอำพันหลายใบยกชนกันก่อนจะพากันยกดื่มทีเดียวหมดแก้ว และหนึ่งในกลุ่มนั้นก็มีผมและแพรวนั่งอยู่ด้วย
แพรวเป็นรุ่นน้องในคณะผมเอง เธออายุห่างจากผมหนึ่งปีแต่พวกเราไม่ได้สนิทหรือเคยคุยอะไรที่เป็นส่วนตัวกันเลย แต่ผมก็เห็นเธอบ่อยๆ ซึ่งก็เหมือนกันที่เธอเห็นผมบ่อยเพราะเรียนตึกเดียวกัน เคยมีเพื่อนผมบอกว่าเธอชอบผม แต่พอเธอรู้ว่าผมมีคนที่รักอยู่แล้วเธอก็เลยตัดใจ
ส่วนผมพอรู้แบบนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะผมรักเอยและมีเอยในใจแค่คนเดียว ถึงตอนนั้นเอยจะยังไม่ตกลงเป็นแฟน แต่ก็ยอมให้ผมรับส่งและคุยกับผม ซึ่งผมถือว่าผมเป็นแฟนเอยแล้ว สุดท้ายผมกับแพรวก็เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันจนเรียนจบโดยไม่มีปัญหาอะไร
จนเมื่อปีที่แล้วพวกเรานัดเลี้ยงรุ่นกันและที่ๆ ไปก็อาจจะเป็นผับที่ไหนสักที่หรืออาจจะเป็นบ้านใครสักคนที่เจ้าบ้านสะดวก มันเป็นเหมือนวัฒนธรรมหนึ่งของพวกผม มันทำให้รุ่นพี่รุ่นน้อง(ที่ยังอยากนับญาติกันอยู่)มาพบป่ะพูดคุยเรื่องสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน เผื่อมีอะไรที่ใครพอช่วยได้ก็ช่วยกัน
แต่ปีนี้ใครจะรู้ว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตผม
วันนั้นทุกคนจัดกันขึ้นที่บ้านของเพื่อนผมคนหนึ่งมันชื่อไอ้ต่อ ไอ้นี่มันรวยบ้านมันใหญ่และมีหลายห้องบวกกับพ่อแม่ได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับมัน มันเลยให้ทุกคนไปที่บ้าน เพราะใครที่เมาจะได้นอนนั่นเลยไม่ต้องนั่งรถกลับบ้านกันให้ลำบาก
และคืนนั้นทุกคนต่างดื่มกันจนเมาไม่เหลือดีสักคน และผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันที่เมามายจนแทบไม่มีสติ แต่ด้วยความต้องอาบน้ำก่อนนอนของผม มันทำให้ผมต้องขึ้นไปห้องข้างบนที่ผมเอาของมาเก็บไว้หน้านี้แล้ว ก่อนล๊อคประตูปลดอาภรณ์ทิ้งแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
และพอเดินเข้าไปมันทำให้ผมแทบสร่างเมา เมื่อเห็นร่างเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งยืนหันหลังให้ประตูอยู่ใต้ฝักบัวด้วยสภาพที่ไร้สิ่งปกปิด
และด้วยความเป็นชายบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์มันทำให้ด้านมืดของผมทำงาน ผมเดินเข้าไปหาร่างเล็กนั้นและกอดเธอจากด้านหลังก่อนจะพรมจูบทั่วไหล่และหลัง
“อ๊ะ!” เสียงร้องตกใจของเธอดังขึ้น ผมเงยหน้าออกจากไหล่มนของเธอและจับเธอหันเข้าหาตัวเอง
“แพรว” ผมเรียกเธอออกมา เพราะถึงตอนนี้จะเมาแต่ก็ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็อย่างว่าผู้ชายส่วนใหญ่มีสิ่งสวยงามอยู่ตรงหน้าแบบนี้จะให้ปฏิเสธมันคงยาก
“พี่อาทิตย์” แพรวเรียกผมออกมาด้วยเสียงอ่อนและสายตาที่ยั่วยวน
ไม่รู้ว่าเพราะความต้องการของเธอหรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ถึงทำให้เธอแสดงสายตายั่วยวนผมแบบนี้ แต่เมื่ออารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและความถูกต้องผมก็ไม่รอช้า
“อื้ม” ผมประกบจูบเธอด้วยความกระหายทันที
“อื้ม” เสียงครางของแพรวตอบกลับมา ทำให้ผมรู้ว่าเธอพอใจและไม่ปฏิเสธ
“หื้ม หวาน” ผมพูดออกมาเมื่อเลื่อนปากไปดูดยอดอกของเธอ
“อ๊ะ แพรวเสียว” แพรวบอกผมเสียงแหบพร่า
“.....” ผมเลื่อนมือลงไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่เนินสามเหลี่ยมที่มีขนดำอ่อนๆ ขึ้นปกปิดอยู่ ก่อนจะกดนิ้วเข้าไปในร่องทันที
“อ๊ะ!” แพรวร้องออกมาเมื่อผมเร่งมือเข้าออก
“อื้ม ไม่ไหวแล้ว” ผมพูดขึ้นเมื่อร่องของเธอมันรัดนิ้วผม จนทำให้ผมอยากลองเอาของจริงเข้าไป
“อ๊า พี่อาทิตย์ อื้ม” แพรวครางออกมาเมื่อโดนท่อนเอ็นของผมจ่อเข้าไปที่ร่องรักของเธอ
“โอ้ ฉันไม่ไหวแล้ว” ผมพูดออกไปอยากยากลำบากเพราะตอนนั้นร่องเธอมันรัดของๆ ผม จนผมรอไม่ได้ พรวด!
“อ๊า” แพรวกอดผมไว้แน่นเมื่อถูกผมดันท่อนเอ็นเข้าไปที่เดียว และมันก็แน่นพอสมควร
“อืม อย่าตอดฉันแรง” ผมพูดออกไปแต่ไม่ได้หวังคำตอบ
พั่บ พั่บ พั่บ
ผมกระแทกท่อนเอ็นเข้าออกอย่างแรง ด้วยอารมณ์ที่รุนแรงและความต้องการที่พุ่งสูงจนฉุดไม่อยู่
“อ๊ะๆ พี่อาทิตย์ อื้อ อ๊ะ เบาๆ” แพรวร้องครางอย่างไม่กลัวว่าจะมีใครมาได้ยิน
แต่ก็ไม่มีใครมาได้ยินหรอกครับ ห้องที่นี่เก็บเสียง อีกอย่างพวกนั้นแม่งก็เมากันหมดแล้ว
“เบาไม่ไหวแล้ว” ผมบอกเธอไปตามตรง เพราะอารมณ์ตอนนี้ของผมมันยากเกินกว่าจะควบคุมได้
“อื้อ พี่อาทิตย์ อ๊ะ แพรวเสียว” แพรวร้องบอกผมเสียงขาดๆ หายๆ
“ฉันก็เสียว” ผมบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างกัน
“แพรว อื้อ รักพี่อาทิตย์ นะคะ อ๊ะ” อยู่ๆ แพรวก็บอกรักผมออกมา
แต่มันไม่ได้ทำให้ผมหยุดกลับกันเมื่อได้ยินแบบนี้มันทำให้ผมอยากทำต่อโดยที่รู้ว่ายังไงเธอก็ยอม
“อื้อ เธอสุดยอดเลย” เมื่อผมเร่งสะโพกให้เร็วขึ้น แพรวก็ตอบโต้ผมกลับอย่างรู้งาน
“อ๊ะๆ พี่อาทิตย์ แพรวจะไม่ไหวแล้ว” เธอบอกผมมาทำให้ผมเร่งสะโพกเร็วขึ้นอีก
“อื้อ อีกนิดๆ” ผมก็ใกล้แล้วเหมือนกันครับ
“อ๊ะๆ อ๊าาาา!” แพรวกระตุกเกร็งและปลดปล่อยน้ำรักของเธอออกมา เมื่อเห็นว่าเธอเสร็จผมก็ต้องเร่งตัวเองให้ทันทีครับ
“อ่าาา!” ผมปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นของผมเข้าร่องของเธอจนหมด
และ...
“เห้ย!” ผมอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อรู้ตัวว่าลืมป้องกัน
“เดี๋ยวแพรวกินยาก็ได้ค่ะ” เหมือนแพรวจะรู้ว่าผมตกใจอะไรเธอเลยบอกผมออกมา
“งั้นฉันต่อเลยแล้วกัน” เมื่อได้ยินแบบนั้นผมก็ไม่รอช้าและต่อกับเธอไปจนเกือบเช้าถึงได้นอน
“เรื่องเมื่อคืน” พอตื่นขึ้นมาเห็นสภาพตัวเองกับแพรวมันก็ทำให้ผมตกใจนิดหน่อย
ถึงเมื่อคืนมันจะรู้ตัวอยู่บ้างแต่มันควบคุมตัวเองไม่ได้ไง พอสติกลับมาเหมือนเดิม ความผิดชอบชั่วดีมันก็เลยผุดขึ้นมา
“แพรวไม่บอกใครหรอกค่ะ” แพรวบอกกับผมออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ยินดียินร้ายแต่ผมก็เห็นแววตาเธอเศร้าแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
“ฉันอยากรับผิดชอบเธอนะ แต่ฉันมีคนรักอยู่แล้วเธอก็รู้” ผมบอกเธออกไปตามตรง
“ไม่เป็นไรค่ะ แพรวเข้าใจ” เธอตอบผมด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มของเธอมองยังไงก็รู้ว่าไม่ได้ออกมาจากใจ
“ถ้าเธอไม่รังเกียจเธออยากคบกันฉันไหม...”
“แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ” ผมยื่นข้อเสนอให้เธอไป
ที่ผมทำแบบนี้ไม่ใช่อะไรหรอกครับแต่ผมดันเป็นคนแรกของเธอนะสิ ถามว่ารู้ได้ยังไงก็ผมเห็นเลือดเลอะบนที่นอน แต่ถ้าถามว่าแน่ใจไหมผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ะ(เอาตอนเมาแม่งแย่แบบนี้เอง) แล้วไหนจะความรู้สึกที่เธอบอกว่ารักผมด้วย ผมเลยไม่อยากทำร้ายความรู้สึกพร้อมกับความบริสุทธิ์ของเธอ
“แล้วแฟนพี่ละคะ” แพรวถามผมกลับมา
“ไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของเธอกับฉัน ถ้าเธอตกลงมันก็คือเรื่องของเราสองคน” ผมบอกเธอให้เข้าใจ
“ก็ได้ค่ะ” แพรวตอบกลับมาอย่างไม่ลังเล
คงเพราะเธอรักผมด้วยเลยทำให้เธอไม่เสียใจที่เสียในให้กับผม
“อืม แต่งตัวสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง” ผมบอกออกไปก่อนจะจัดการตัวเองและไปส่งแพรว
และหลังจากนั้นผมก็แอบไปมาหาแพรวอยู่เรื่อยๆ โดยที่เอยไม่รู้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกร่นด่าตัวเองตลอดเวลาที่ตอนนั้นเลือกวิธีโง่ๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษห่าเหวอะไรเลย(นอกจากกับเอย) แต่ก็ดันหาเหาใส่หัวให้ตัวเอง จนต้องทำผิดกับคนที่ผมรักแบบนี้