ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงัด ความหนาวเหน็บกัดกินเรือนร่างจนสั่นสะท้าน ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากัน สองมือของเธอยกขึ้นโอบกอดรอบลำตัวเพื่อช่วยบรรเทาความทรมาน
‘ดวงใจ’ เสียงหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อของเธอมาพร้อมกับความอบอุ่นแผ่ซ่านไปตามร่างบางที่สวมใส่ชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา
ไม่ ชุดนี้ไม่ใช่ชุดกระโปรงสีขาวทั่วไป
แต่ชุดที่เธอสวมใส่คือชุดกระโปรงสีขาวยาวสวยสะอาด
ชุดแต่งงาน
เสียงแควกดังขึ้น ชุดตัวสวยถูกฉีกกระชากออกโดยใครบางคน
“นิ่งทำไม อยากได้ฉันนักไม่ใช่เหรอ” เสียงเข้มของใครบางคนเอ่ยเหนือร่างของเธอ
“ทีอย่างนี้เงียบทำไม หรือว่ากลัว?” เสียงของเขาอยู่ใกล้เธอมาก มากเสียจนหญิงสาวรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นเป่ารดลงมา
แควก มือของเขากระชากชุดของเธอออก เปิดเผยร่างกายขาวเนียนของเธอสะท้อนกับแสงไฟในห้อง
กระทั่งดวงใจค่อยๆ ฝืนร่างกาย และเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเธอรับรู้ได้ถึงแรงบีบของใครบางคนที่กำลังโถมตัวลงมา
เธอหนัก อึดอัด หายใจไม่ออก
“เหอะ ทีอย่างนี้ทำเป็นตัวสั่น” คราวนี้ไม่เพียงแต่เสียงของเขาที่เข้ามาใกล้ราวกับกระซิบข้างใบหู แต่ยังตามมาด้วยแรงขบกัดเบาๆ ของฟันคม
เธอรู้สึกประหม่า หวาดกลัว
ตัวของเธอกำลังสั่นระริก ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจของเขา
ไม่ ดวงใจพยายามกรีดร้อง เมื่อสัมผัสได้ถึงริมฝีปากเจ้าของเสียงกำลังดูดดึงลำคอของเธอ
รู้สึกเจ็บแต่กลับไม่สามารถยกมือปัดป้องได้
มือเย็นของเขาลากผ่านหน้าท้องแบนราบที่เธอได้แต่แขม่วเอาไว้แน่น แม้แต่ลมหายใจก็ยังต้องกลั้นเอาไว้ เขาละริมฝีปากจากลำคอเธอ เปลี่ยนเป็นเนินอกไร้สิ่งห่อหุ้ม ขณะที่สองมือของเขาลากผ่านต้นขาสอดผ่านปลายนิ้วบดขยี้ส่วนอ่อนไหวของเธอ
“อื้อ อื้อ” ดวงใจพยายามเปล่งเสียง แต่กลับอู้อี้ได้เพียงในลำคอ
“ห่วย” เธอได้ยินคำปรามาสของเขาอีกครั้ง เขาบอกว่าเธอห่วย พร้อมกับบีบเรียวขาของเธอ
“อย่างเธอคงพร้อมอยู่แล้วละสิ” เธอได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงเขาฟังดูเย้ยหยันและเหยียดหยามไปในที ขณะที่เรียวขาของเธอถูกฝ่ามือเขาจับตรึงเอาไว้
เธอรับรู้ได้ว่าเขาแทรกกายลงมา
“กรี๊ดดด” ความรู้สึกเจ็บที่กึ่งกลางกายเมื่อบางอย่างดันผ่านเยื่อบางของเธอเข้ามาจนสุดโดยไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยน
ดวงใจลืมตาโพลงทันที ก่อนจะยิ่งตกใจเมื่อผสานเข้ากับแววตาของใครบางคน
“ครั้งแรกเหรอ”
ท่ามกลางความมืดน้ำเสียงของเขาที่เธอได้ยินคล้ายกำลังตกใจ
“ฉันเจ็บ อะ ออกไป” มือเล็กของเธอผลักอกเขาเท่าที่แรงเธอจะมี
ชายหนุ่มมีสีหน้าประหลาดใจและตกใจพร้อมๆ กัน เขาถอนตัวตนออก ก่อนจะมองไปตามจุดแดงเล็กๆ ที่หยดลงบนผ้าปูสีขาว
ดวงใจควานหาผ้าห่มทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความหนาวจากเครื่องปรับอากาศ
ร่างกายของเธอเปลือยเปล่า
มุมห้องมีชุดสีขาวซึ่งถูกฉีกกระชากไป เพราะฝีมือเขา
“ออกไป” มือเล็กของเธอชี้ออกไปยังประตูที่อยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน
พ่อ แม่ และพี่สาวของเธอจะอยู่ที่นี่ด้วยหรือเปล่า
“เธอนี่มันโกหกไม่เปลี่ยน ฉันว่าแล้วเชียวคืนนั้นฉันไม่ได้ทำอะไร เธอเสแสร้งแกล้งบีบน้ำตาต่อหน้าแม่ของฉัน เพื่อให้ได้แต่งงานงั้นเหรอ ต่อจากนี้อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เธอต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไปดวงใจ”
ชายหนุ่มตรงเข้ามาหาเธอ เขาบีบข้อมือเล็กจนดวงใจต้องนิ่วหน้า ไม่แพ้กับแววตาเชือดเฉือนของเขา
เธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
พอพูดจบเขาก็ผลักเธอลงกับเตียงอย่างรุนแรง ก่อนหมุนตัวออกไป
ชายหนุ่มทิ้งเธอไว้กับความเจ็บระบมทั่วร่าง ซ้ำยังทิ้งความเจ็บที่ถูกพรากความเป็นสาวไป
คนใจร้ายนั่นคือผู้ชายคนแรกของเธอ
เช้าวันรุ่งขึ้น ดวงใจรู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีใครบางคนใช้ฝ่ามือสัมผัสหน้าผากเนียนของเธอ
“ตัวร้อนจี๋เลยค่ะ คุณกระทิง” เสียงนั้นว่าขึ้นด้วยความกังวล
“เธอไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ” เสียงของผู้ชายใจร้ายเมื่อคืนดังตามมา เขาชื่อกระทิงอย่างนั้นเหรอ
เขาเป็นใครทำไมต้องเกลียดเธอขนาดนี้ แววตาของเขาเธอยังจดจำได้ดี
“ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง คุณก็อย่ารังแกเธอมากนักเลยนะคะ” เสียงแม่บ้านของแม่เขาที่ส่งมาในตอนเช้าว่าขึ้นด้วยความเป็นห่วง เธอเห็นรอยยับย่นบนที่นอน และชุดเจ้าสาวแสนสวยถูกฉีกกระชากอยู่ปลายเตียง
“ช่างเขาเถอะครับ ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ถ้าแค่นี้ไม่มีปัญญาดูแลตัวเอง ก็ปล่อยให้ตายไปเถอะ” เสียงของเขาฟังดูไม่ห่วงใยเธอสักนิด ราวกับเขาต้องการให้เธอตายไปเสีย ทั้งที่เป็นเขา ข่มเหงรังแกเธอ
พรากสิ่งที่หวงแหนไปจากเธอ
หากมีแรงโต้ตอบเธอก็อยากจะบอกเหมือนกันว่าไม่ขออยู่ร่วมโลกกับเขา
หากพ่อของเธอรู้เรื่องที่เขากระทำต่อเธอ เขาคงได้หายไปจากโลกนี้อย่างง่ายดาย
ปัง เสียงประตูถูกปิดลง พร้อมกับเสียงของเขาเงียบหายไป
กระทั่งตื่นขึ้นมาอีกที หญิงสาวก็ได้พบกับห้องเดิม ร่างกายของเธอมีเรี่ยวแรงขึ้น หญิงสาวมองไปรอบๆ ห้องด้วยความสงสัยก่อนตลบผ้าห่มผืนหนาออกเดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ เผยให้เห็นบรรยากาศของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกสูงและถนนหนทาง
หากเดาไม่ผิด ที่เธออยู่ตรงนี้คงเป็นคอนโดใจกลางเมืองสักแห่ง แต่เธอไม่คุ้นจริงๆ ว่าภาพตรงหน้าที่เห็นเป็นส่วนไหน
“ตื่นแล้วเหรอคะ” เสียงหญิงร่างท้วมดังขึ้นด้านหลังเธอ
ดวงใจมองด้วยความประหลาดใจ
“มากินข้าวกินยาเถอะค่ะ”
เธอยังไม่กระจ่างใจเจ้าของร่างท้วมก็เข้ามาจับจูงเดินออกไปด้านนอก เธอถูกพามานั่งโต๊ะรับประทานอาหาร มีอาหารอ่อนๆ เป็นข้าวต้ม
ข้าวต้มกุ้งอย่างนั้นเหรอ
“กินสิคะ เดี๋ยวก็เย็นพอดี”
“ฉันแพ้กุ้งค่ะ” ดวงใจเอ่ยบอกเสียงเบา หญิงตรงหน้าก็ไม่ได้ดูใจร้ายเหมือนผู้ชายคนนั้น
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวป้าไปทำให้ใหม่นะคะ คุณจะได้กินยา” ชามข้าวต้มตรงหน้าเธอถูกเลื่อนออก
“ไม่เป็นไรค่ะ” ดวงใจยังมีท่าทีประหม่า
“นั่งรอตรงนี้แหละค่ะ” หญิงวัยกลางคนเดินหายไปในห้องครัวพร้อมกับถ้วยอาหารในมือ หญิงสาวจึงค่อยๆ ลุกออกจากเก้าอี้ เธอมองสำรวจไปรอบห้อง
มีกรอบรูปตั้งเอาไว้ ห้องนี้คงเป็นห้องของผู้ชายใจร้ายคนนั้น เธอเดินสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะได้เห็นภาพที่คงจะเป็นครอบครัวเขา ถัดจากกันนั้นเป็นภาพเขากับผู้หญิงคนหนึ่ง
“ข้าวต้มเสร็จแล้วค่ะคุณดวงใจ” เสียงนั้นทำให้ดวงใจละความสนใจจากเรื่องราวของเขา ก่อนเธอจะเดินกลับไปที่โต๊ะ
“ขอบคุณค่ะ” ยิ่งเธอขอบคุณก็ยิ่งทำให้หญิงสูงวัยประหลาดใจ รวมทั้งท่าทีที่แปลกไปของหญิงสาว
“คุณป้าเป็นใครเหรอคะ” ดวงใจตัดสินใจเอ่ยถามหลังจากเกิดความเงียบสักพัก คนตรงหน้าดูแล้วมีอายุมากกว่าแม่ของเธอ
“นี่คุณจำไม่ได้เหรอคะ”
“หนูชื่อดวงใจค่ะ” จำได้สิจำได้ทุกอย่าง เธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน เพียงไม่รู้จักทั้งคุณป้าและผู้ชายคนนั้น
เสียงถอนหายใจดังตามมา ก่อนท่านจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดูเธอ
“ถ้าคุณทำตัวดีๆ เอาอกเอาใจสักวันคุณกระทิงต้องรักคุณได้ไม่ยากแน่เลย”
“กระทิง ผู้ชายคนเมื่อกี้เหรอคะ” ชื่อของผู้ชายคนนั้น คนที่เธอไม่อยากเห็นหน้าหรือเปล่านะ
“ผู้ชายคนนั้นอะไรล่ะคะ อย่าล้อป้าเล่นแบบนี้ซี้”หญิงวัยกลางคนโบกมือไปมา หรือว่าเด็กสาวตรงหน้าจะพยายามเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ แม้กระทั่งท่าทางและความทรงจำก็ยังสร้างขึ้นมาใหม่อย่างนั้นเหรอ
“เขาคือใครเหรอคะ”
“คุณกระทิงไงคะ คุณกระทิงเป็นสามีของคุณดวงใจค่ะ”