ดวงใจจำได้ว่าตอนที่เธอได้ยินเรื่องนั้น ช้อนในมือเธอร่วงหล่นลงกระทบจานจนเกิดเสียงดัง แม้แต่กลิ่นอาหารหอมๆ ก็ทำเอาไม่รู้สึกหิวขึ้นมาดื้อๆ พะอืดพะอมขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เธออยากนอนแล้วหลับไปอีกครั้ง ขอให้ตื่นขึ้นมาแล้วเขาไม่ใช่สามีของเธอ
ดวงใจนั่งจมปลักอยู่กับความคิดอันสับสน หญิงสาวสำรวจรอบห้องอีกครั้งเมื่อคุณป้าที่เธอได้มาทราบชื่อภายหลังคือป้าส้มเดินทางกลับไปยังบ้านใหญ่
อีกนัยหนึ่งคือบ้านของผู้ชายที่ชื่อว่ากระทิง
ข้าวของที่เธอมีนั้นไม่มากในกระเป๋าใบใหญ่มีเสื้อผ้าของเธอ ดวงใจไม่ลังเลใจที่จะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากเมื่อคืนสวมใส่เสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงตัวใหญ่ของเขาซึ่งเธอหาได้จากในห้องนั้น
ตอนนี้เธออยู่ในชุดกางเกงขาสั้นและเสื้อเข้ารูป เป็นชุดที่ดูดีที่สุดแล้ว ปกติเธอไม่ได้แต่งตัวแบบนี้สักหน่อย พ่อคีย์ค่อนข้างหวงเธอกับพี่สาว ดังนั้นเสื้อผ้าของเธอแม่บัวจึงมักหาแต่ชุดที่ดูเรียบร้อยมาให้
ซึ่งเธอก็ชอบแต่งแบบนั้นมากกว่าด้วย
ป่านนี้พวกท่านคงคิดถึงเธอแล้ว ที่เธอหายออกมาจากบ้านทั้งคืน
ดวงใจรีบตรงดิ่งลงมาชั้นล่างก่อนได้พบกับคนที่ไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด
“เธอลงมาทำอะไร” สายตาของเขากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
“เรื่องของฉัน” ดวงใจตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ เธอไม่อยากเสวนากับผู้ชายไร้ความเป็นสุภาพบุรุษอย่างเขา
“อวดดี” เสียงนั่นว่าไล่หลัง แต่ก็ยังเดินตามเธอมาไม่ห่าง เขากำลังเฝ้ามองว่าเธอจะทำอะไรกันแน่
“ฉันขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหมคะ” ดวงใจเอ่ยขอพนักงานเสียงสุภาพ แต่พนักงานตรงหน้ากลับมีท่าทีเกรงกลัวและมองไปยังชายด้านหลังเธอ
“ตามมาทำไม” เขาเป็นใครกันแน่ทำไมทุกคนต้องทำท่าทีเกรงกลัวเขา
“ยืมไปทำไม”
“ฉันจะกลับไปหาคุณพ่อ คุณแม่ ต่อจากนี้ก็อย่าเจอกันอีกเลย” เธอหันไปบอกเขา ก่อนจะหันกลับมาขอความช่วยเหลือจากพนักงานต้อนรับตรงหน้า
“เพี้ยนปะ คิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอดวงใจ”
“ถ้าไม่ช่วยฉัน คุณก็ไปไกลๆ เถอะ” ไม่ว่าเปล่าแต่ดวงใจยังโบกมือไล่
กระทิงมองหญิงสาวอยู่ชั่วครู่ ดวงใจที่เขารู้จักดูแปลกไปหลังจากเราแต่งงานกัน จู่ๆ เธอก็ทำท่าหวาดกลัว และไม่อยากเสวนากับเขา
“มาสิ อยากกลับบ้านไม่ใช่เหรอ” เขาคว้าแขนของเธอออกมา เดินตรงมายังรถสุดหรูที่จอดเอาไว้ นั่นทำให้ดวงใจได้เห็นที่จอดรถวีไอพี คาดเดาได้ว่าเขาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงแรมแห่งนี้
“ฉันจะเชื่อคุณได้จริงๆ ใช่ไหม” ดวงใจรู้สึกหวาดระแวง แต่นอกจากเขาแล้วเธอก็ไม่รู้จักใครจริงๆ
“ถ้าไม่กลับก็ลงไป” เสียงเข้มของเขาว่าอย่างไม่ใส่ใจ ดวงใจจึงนั่งเงียบ และคอยบอกจุดหมายเขาเป็นระยะ
“คุณลดความเร็วลงหน่อยได้ไหม” เธอพยายามแล้ว พยายามอดทนที่จะไม่แสดงความหวาดกลัว แต่ก็เหมือนไม่สามารถปิดบังชายหนุ่มได้ เขากดคันเร่ง เร็วและแรงขึ้นจนเธอตกใจ สองมือกำสายเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน่น
“หุบปากถ้ายังอยากมีชีวิตไปถึงบ้าน”
ไอ้ผู้ชายหยาบคาย ดวงใจก่นด่าในใจ
กระทั่งความหวาดกลัวของเธอสิ้นสุดลง
“ที่นี่คือที่ไหน” หลังจากหลับตาอยู่เป็นระยะเพราะกลัวจะไปไม่ถึงบ้าน ดวงใจก็ได้เปิดเปลือกตาแล้วมองออกไปรอบๆ
“บ้านของเธอไง” หญิงสาวขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ แน่ใจนะว่าตรงนี้คือสถานที่ที่เธออธิบายบอกเขามาตลอดทาง
“นี่มันบ้านเด็กกำพร้า” ไม่ใช่บ้านของเธอสักหน่อย ดวงใจมองบ้านเด็กกำพร้าที่บัดนี้กลับดูรกร้างไปแล้ว ไม่พอรอบๆ พื้นที่บริเวณนี้ยังดูน่ากลัวจนขนลุก
“ก็นี่ไงบ้านของเธอ”
“มะ ไม่ใช่” บ้านของเธอใหญ่โต มีคนดูแลความปลอดภัยรอบบ้าน ไม่ใช่ที่นี่
“ลงไป” เสียงผู้ชายใจร้ายออกคำสั่ง ให้ตายเธอก็ไม่ลงไปเด็ดขาด ยิ่งตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำทำให้บรรยากาศรอบข้างดูน่ากลัวไปอีกร้อยเท่า
“ฉันบอกให้ลงไป”
“ฉันไม่ลง ฉันจะกลับบ้าน ไม่ใช่ที่นี่”
“อย่าพูดไม่รู้เรื่อง ลืมหรือไงดวงใจ เธอโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าที่นี่” เสียงเข้มของเขาตวาดลั่นรถจนหญิงสาวสะดุ้ง
“มะ ไม่จริง”
“ลงไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับเธอ” แต่ชายหนุ่มกลับทำหน้าไม่สบอารมณ์ เขาปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเดินอ้อมมาหาเธอ ชายหนุ่มกระชากประตูออกอย่างแรง เขาโน้มตัวปลดเข็มขัดนิรภัยที่ดวงใจพยายามกุมไว้สุดกำลัง
“คะ คุณ จะทำอะไร ฉันไม่ลงไปนะ” ดวงใจพยายามขัดขืนแต่แรงของเธอสู้เขาไม่ได้ สุดท้ายก็ถูกเขาลากมายืนอยู่ตรงหน้าบ้านเด็กกำพร้าที่ดูเก่าร้าง
“คุณกระทิงอย่าทิ้งฉันไว้เลยนะ ตรงนี้น่ากลัวจะตาย”
“คนอย่างเธอมีอะไรต้องกลัวด้วยเหรอ” กลัวสิ ใครบ้างจะไม่กลัว แถมตอนนี้ยังมืดแล้วด้วย
“คุณเป็นสามีของฉันนะ คุณจะมาทิ้งฉันไว้อย่างนี้ไม่ได้” ป้าส้มบอกเธอเองว่าเขาคือสามี เราทั้งคู่พึ่งแต่งงานกันไปหมาดๆ
“จะเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นเมียจากฉันงั้นเหรอ เธอเองนั่นแหละที่ยัดเยียดตัวเอง สร้างเรื่องโกหกทุกคนว่าฉันข่มเหงจนได้มาเชิดหน้าชูตาเป็นสะใภ้บ้านฉัน”
“ฉันเปล่า” เธอจะทำอย่างนั้นไปทำไม ผู้ชายหยาบคายแบบเขา เธอไม่เอามาทำสามีหรอก
เธอก็สวยเลือกได้อยู่พอควรนะ
“งั้นก็ดูนี่ซะ” เสียงดุดังขึ้นพร้อมกับแรงที่บีบไหล่ของเธอจนเจ็บร้าว ก่อนเขาจะแสดงภาพถ่ายหลายรูปต่อหน้าเธอ ภาพที่เห็นมีภาพเธอและเขานอนเคียงข้างกันใต้ผ้าห่มผืนหนา
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
และอีกหลายภาพถ่ายต่อมา เป็นภาพที่เธอพยายามจะเข้าหาเขาอย่างนั้นเหรอ
เธอเนี่ยนะ
“เห็นหรือยังล่ะ ภาพพวกนี้ก็มีแต่เธอที่ส่งมาให้ฉันทั้งนั้น”
“ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไมกัน” เธอไม่เข้าใจ ผู้ชายตรงหน้ามีดีอะไร
“เธอไม่ใช่เหรอที่แอบชอบฉัน ตามตื๊อฉัน หลงรักฉัน ทั้งที่ฉันไม่เคยชอบเธอเลย” นึกแล้วกระทิงก็ยิ่งหงุดหงิดที่พลาดท่าให้กับหญิงสาวตรงหน้าจนไม่อาจปฏิเสธการรับผิดชอบเธอได้
แต่เธอไปแอบชอบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ดวงใจคิดด้วยความสับสน หากแต่ตอนนี้เธอต้องเอาตัวรอดจากบรรยากาศที่ดูน่ากลัวเสียก่อน
“ยังไงซะ เมื่อคืนคุณก็เป็นสามีของฉันแล้ว” เธอได้ยินเสียงเหอะดังออกมา ก่อนเขาจะเริ่มพูดต่อ
“ถ้าทำแค่เมื่อคืนแล้วเธอได้เป็นเมียฉัน ฉันคงมีเมียเป็นร้อยเป็นพัน”
“อย่ามาไร้ความรับผิดชอบ” ทั้งที่เมื่อคืนเขากลายเป็นผู้ชายคนแรกของเธอแท้ๆ
“ฉันไม่มีวันนับเธอเป็นเมีย” กระทิงประกาศกร้าว ก่อนขายาวจะรีบวิ่งหนีกลับไปยังรถโดยที่ดวงใจไม่ทันตั้งตัว เธอก้าวตามเขาไม่ทัน กระทั่งได้เห็นท้ายรถแล่นหายไปด้วยความรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความมืดและความว่างเปล่ารอบตัวเธอ
ดวงใจอยากจะก่นด่าเขาออกมา กรีดร้องให้สาสมกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี แต่เธอไม่กล้าจึงได้แต่ก่นด่าในใจ
ยิ่งมองไปรอบๆ ก็ยิ่งหวาดกลัว บ้านคนแถวนี้ไม่มีสักหลัง
‘ฉันไม่มีวันนับเธอเป็นเมีย’
‘ไม่นับก็ไม่นับ เธอก็ไม่อยากนับเขาเป็นสามีเหมือนกัน’