หรั่งตื่นนอนเที่ยงคืนกว่า เขาอาบน้ำแต่งตัว หรั่งสะกิดปลุกสาวพาณิชย์ที่นอนเปลือยบนเตียง
“แนน แนน พี่ต้องกลับแล้ว พี่จะจ่ายค่าโรงแรมให้ แนนนอนตามสบายเช็คเอาท์ก่อนเที่ยงก็พอนะครับ”
“ดึกแล้วจะไปไหนคะ รีบกลับไปหาเมียหรือ” ไม่พูดเปล่า แนนเอื้อมมือเคล้นคลึงเป้ากางเกงจนอวัยวะของหรั่งขยายตัวอีกรอบ
“ยังไม่มีเมียครับ แฟนก็ยังไม่มี” อยากต่ออีกรอบแต่ห่วงมะลิมากกว่า
“ถ้าไม่มีก็อย่าเพิ่งกลับสิ เช้าค่อยกลับ” แนนดึงแขนไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่ได้ครับ พี่ต้องไปทำงานแต่เช้า” หรั่งพยายามแกะงวงช้างออกจากแขน
“งั้นตีห้าค่อยกลับก็ได้ พี่มีรถไม่มีปัญหาอยู่แล้วนี่คะ ไปส่งแนนด้วย นะ นะ นะ แนนมีเรียนเจ็ดโมงเช้า”
“พี่จะรีบกลับไปหาลูกครับ ปล่อยพี่ได้แล้ว”
พรึ่บ !!! แนนปล่อยแขนหนุ่มหล่อลูกครึ่งทันที เธอมองหน้าหรั่งอย่างตกตะลึง
“พี่มีลูกแล้ว” แนนพูดเหมือนละเมอ
“ครับมีแล้ว พี่ต้องกลับไปดูลูก ไปนะ บ๊าย” หรั่งโบกมือลาก่อนเดินออกจากห้อง
แวะซื้อขนมไปง้อมะลิด้วยดีกว่า หรั่งจอดรถริมทางซื้อลูกชิ้นปิ้งหลายไม้ ปกติมะลิสามทุ่มเศษก็นอนแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกว่าคืนนี้มะลิจะตื่นมากินลูกชิ้นปิ้ง
.................................................
หรั่งย่องเข้าไปแอบมองมะลิ หนูน้อยวัยเก้าขวบนอนคว่ำหน้าหลับปุ๋ย เขาถอดเสื้อกับเข็มขัดเหลือแต่กางเกงสแล็ค เข้าไปนอนข้างมะลิ
“พ่อจ๋า” เสียงใสของเด็กน้อยดังขึ้นเบาๆ
“อืม... มีอะไรครับ” หรั่งกำลังเคลิ้มหลับเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง
“พ่ออย่าโกรธหนูเลยนะคะ หนูขอโทษ หนูจะไม่ดื้ออีกแล้ว”
เสียงสะอื้นของมะลิทำให้หรั่งหัวใจละลาย
“หนูไม่ดื้อค่ะ หนูเป็นเด็กดี พ่อต่างหากที่ต้องขอโทษ หนูบอกพ่อได้ไหมลูก หนูปีนขึ้นไปรื้อของทำไม มันอันตราย ดีนะเศษจานไม่บาดหนูเอา” หรั่งพลิกตัวนอนตะแคง จูบหน้าผากลูกเลี้ยงและลูบหัวปลอบ
“หนูอยากทำกับข้าวให้พ่อ พ่อเหนื่อย พ่อทำงานทุกวันยังต้องมาทำกับข้าวให้หนูกินอีก ถ้าหนูทำกับข้าวเป็น พ่อจะไม่เหนื่อยค่ะ”
“หนูอยากทำอะไรให้พ่อกินหรือครับ”
“ทำไข่เจียวฟูฟูที่พ่อชอบทำให้มะลิกินตอนเช้าค่ะ ซิก ซิก”
มะลิเอามือป้ายน้ำตาปอยๆ เล่นเอาหรั่งน้ำตาซึมตาม เขากอดลูกสาวแน่น พ่อขอโทษลูกจ๋า พ่อควรใจเย็นมากกว่านี้ ควรฟังหนูก่อน
“โอ๊ย !!!” เสียงมะลิร้องลั่น
“เป็นอะไรครับ” หรั่งสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง
“เจ็บ... พ่อเอาแขนมาโดนหนู”
“หือ ?” หรั่งงุนงงลุกขึ้นไปเปิดไฟ
เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่เอาแขนพาดกอดมะลิเหมือนปกติ
“มะลิเจ็บตรงไหนลูก”
“ตรงนี้” มะลิชี้ต้นขา ส่วนที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นเป็นรอยจ้ำแดงปนม่วง
“ขอพ่อดูหน่อยค่ะ” หรั่งใจหายวาบ ค่อยๆ ถอดกางเกงมะลิออกดู ก้นแดงเถือกลามไปถึงขา เริ่มมีรอยช้ำสีม่วงให้เห็น ต้นขาข้างหนึ่งเป็นรอยนิ้วอย่างเห็นได้ชัด
“เจ็บมากไหมครับ” หรั่งถามเสียงสั่น
“เจ็บ” มะลิหน้าเบ้
“ป้าแจ่มไม่ได้ทายาให้หรือลูก”
“ป้าแจ่มยุ่ง ป้าแจ่มกวาดจานที่มะลิทำแตกค่ะ หนูไม่กล้าบอกว่าหนูเจ็บขาเดินไม่ไหว แต่ถ้าไม่จับมันก็ไม่เจ็บนะค้า เมื่อกี้พ่อเอาแขนมาโดนเลยเจ็บ”
“คราวหน้าถ้าเจ็บขนาดนี้หนูต้องบอกนะลูก เดี๋ยวพ่อไปหาซื้อยาให้” หรั่งดึงกางเกงมะลิขึ้นและเอาผ้าห่มคลุม
หรั่งขับรถตระเวนหาร้านขายยาที่ยังเปิด จนเจอร้านหนึ่งเปิด 24 ชั่วโมง เขาซื้อยาทาแก้ช้ำมาหลายหลอด
กลับมาถึงบ้านอีกทีมะลิก็นอนคว่ำหน้าหลับปุ๋ย พ่อเลี้ยงถอดกางเกงขาสั้นอย่างเบามือ บรรจงทายาบนก้นอย่างนุ่มนวลที่สุด ถึงอย่างนั้นมะลิยังสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาด้วยความเจ็บ
“ทนเจ็บนิดนะลูก พ่อทายาให้จะได้หายไวๆ”
“ค่ะ” มะลิหลับตาปี๋สูดปากด้วยความเจ็บ
“รอสักพักให้ยาแห้งแล้วค่อยใส่กางเกงนะ พ่อซื้อลูกชิ้นปิ้งมาด้วย เดี๋ยวพ่อเอาใส่จานให้”
มะลิตาเป็นประกายหายเจ็บทันที พยักหน้าหงึกหงัก
สองพ่อลูกเลยกินลูกชิ้นปิ้งด้วยกันตอนตีสอง อีกคนนั่งอีกคนยืนเพราะยังเจ็บก้นอยู่
.................................................
“พ่อขา พ่อตื่นเร็ว” มะลิเอามือเล็กตีแขนผู้เป็นพ่อ แปะ แปะ
“อื้อ...” หรั่งงัวเงียเพราะเมื่อคืนนอนไม่พอ
“เกือบเจ็ดโมงแล้วค้า มะลิอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วนะ”
“คร้าบ คร้าบ” หรั่งขานรับพร้อมสะลึมสะลือลุกขึ้น
วันนี้ตื่นสาย หรั่งทำอาหารเช้าไม่ทันเลยไปกินพร้อมมะลิที่โรงเรียนประถม ข้าวจานละสิบบาท มีไส้กรอกเล็กสองชิ้นกับเนื้ออะไรไม่รู้นิดเดียว หายใจสองทีก็หมดละ กินกี่จานจะอิ่มวะเนี่ย หรั่งเป็นเป้าสายตาของผู้ปกครองหลายคน เพราะรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาแบบหนุ่มลูกครึ่งที่กระเดียดไปทางฝรั่ง ขัดกับหน้าตาของมะลิลูกสาวที่น่ารักเหมือนตุ๊กตาจีนตัวน้อย
“สวัสดีค่ะ คุณพ่อของมะลิหรือคะ” ครูสาวโสดทักทาย ตอนแรกเธอไม่ได้สนใจหรั่งแค่มองว่าเป็นหนุ่มหล่อเท่านั้น พอรู้จากมะลิว่าไม่มีแม่ เธอจึงสนใจหรั่งเป็นพิเศษ
“ครับ ค่าสอนพิเศษเดือนนี้ผมจ่ายไปแล้วนี่ครับ ครูมีอะไรอีกหรือครับ”
เด็กประถมเลิกบ่ายสอง โรงเรียนศิลปะเอกชนที่เขาสอนเลิกบ่ายสี่ กว่าจะขับรถมารับมะลิอีกก็สี่โมงกว่าทุกครั้ง บางครั้งเกือบห้าโมงเย็น เขาจึงฝากมะลิเรียนพิเศษกับครูที่โรงเรียนเหมือนผู้ปกครองคนอื่นที่มารับลูกช้า
“อุ๊ย เออ...ไม่ใช่ค่ะ พัชรไม่ได้มาทวงเงินค่าเรียนพิเศษ” สะดุดเลยเธอ ว่าจะเข้ามาจีบ เอ้ย มาทักทายผู้ปกครองเด็กสักหน่อย “จะถามว่าคุณพายัพกินอิ่มหรือคะ ข้าวนั่นสำหรับเด็ก มีอาหารสำหรับผู้ใหญ่ 25 บาทนะคะ”
“อ้าว มีด้วยหรือครับ ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“ร้านไม่ได้ติดเมนูไว้น่ะค่ะ ปกติมีแค่ครูซื้อไม่กี่คน”
ครูพัชรพาหรั่งไปสั่งอาหารกับแม่ค้า หรั่งสั่งข้าวผัดหมู ครูพัชรเลยเอาด้วย หรั่งแย่งจ่ายเงินให้ครูพัชร ทั้งสองคนมานั่งทานโต๊ะเดียวกัน
“คุณพายัพเป็นครูเหมือนกันหรือคะ” ครูพัชรเอามือปิดปากอุทาน
“เรียกหรั่งก็ได้ครับ ผมไม่ได้จบครูหรอกครับ ผมจบด้านศิลปะ สอนวิชาศิลปะในโรงเรียนน่ะครับ”
“จำได้แล้วค่ะ มะลิเคยเอารูปวาดตัวเองมาอวดในห้อง บอกว่าพ่อวาดให้ ภาพสวยมากเลยนะคะ ตอนนี้ภาพอยู่ไหนแล้วคะ”
ภาพไหนวะ หรั่งคิดในใจ เขาวาดภาพมะลิไม่รู้กี่ร้อยภาพ ส่วนใหญ่ภาพสีขายได้เกือบหมด ภาพมะลิขายดีจะตาย ภาพร่างดินสอที่สเก็ตเอาไว้ ขายไปบ้าง ญาติของมะลิมาเอาไปบ้าง เพื่อนขอไปบ้าง ลูกศิษย์ขอไปบ้าง เหลือแค่ไม่กี่รูปเองตอนนี้
“ครูพัชรอยากได้รูปตัวเองบ้างไหมครับ ผมจะวาดให้ ผมอยากได้นางแบบมาซ้อมมือพอดี” หรั่งหาทางเบี่ยงประเด็น
“จะดีหรือคะ” ครูพัชรบิดตัวไปมาด้วยความเขิน
“พ่อไม่รีบไปทำงานหรือคะ จะแปดโมงแล้ว” มะลิเบรกบรรยากาศสีชมพูหวานแหว๋วดังเอี๊ยดดดดด
เวรละ จีบสาวเพลินจนลืมเวลา หรั่งแลกไลน์และเบอร์มือถือกับครูพัชร ก่อนรีบขับรถไปทำงาน
.................................................
แนนส่งข้อความมาขอร้องหรั่งสอนการบ้านให้ หรั่งลังเลเขาไม่อยากสานสัมพันธ์ต่อกับผู้หญิง one night stand แต่แนนลีลาดีจนเขาติดใจ และเขายังสนใจนุ่นเพื่อนแนนด้วย เหมือนแนนจะรู้ใจหรั่ง เธอส่งข้อความมาบอกว่านุ่นจะมาด้วย หรั่งเลยนัดเจอร้าน KFC ห้างแถวนั้นหลังเลิกเรียน
สองสาวพาณิชย์มองหน้ากันด้วยความปลง หรั่งยิ้มแหยๆ สอนไรไม่สอนดันให้มาสอนภาษาอังกฤษ โว๊ะ กระผมเด็กบ้านนอกคอกนานะครับ รู้ที่ไหนกันเล่าภาษาอังกฤษน่ะ
“ไหนพี่บอกว่าพี่เป็นครูไงคะ” แนนทำหน้าไม่พอใจ
“พี่สอนศิลปะครับ ไม่ได้สอนภาษาอังกฤษ” หรั่งเถียงหน้าตาย
สองสาวยังมองหน้าหรั่งอย่างผิดหวัง
“ดูหน้าพี่ก่อนสิน้อง หน้าพี่เหมือนคนเก่งภาษาอังกฤษหรือไง” หรั่งชักหงุดหงิดละนะเว้ย
แนนกับนุ่นถอนหายใจ หน้าพี่นั่นแหละค่ะควรเก่งภาษาอังกฤษ ฝรั่งจ๋าซะขนาดนี้
“ช่างเหอะ สอนภาษาไทยให้หน่อยค่ะ อาจารย์สั่งให้แต่งกลอนสี่สุภาพ” แนนเก็บหนังสือภาษาอังกฤษและกางหนังสือเรียนภาษาไทย
“พี่แต่งกลอนไม่เป็น”
“............” แนนกับนุ่นใบ้รับประทานสิคะ พี่เป็นครูภาษาอะไรของพี่คะเนี่ย อังกฤษไม่ได้ ไทยไม่กระดิก
“ช่างเถอะ พวกเราเอาวิชาบัญชีมานั่งทำกันเองละกัน อย่างน้อยก็ได้กินฟรี” แนนกระซิบบอกเพื่อน
ได้ยินนะครับ หรั่งได้ยิน หรั่งไม่โง่นะครับ
“แล้วปกติพี่สอนการบ้านลูกยังไงคะ” นุ่นยังสงสัย ตามองไปทางมะลิที่นั่งก้มหน้าก้มตาทำการบ้านข้างตัวหรั่ง
มะลิเงยหน้าจากการบ้าน “พ่อไม่เคยสอนค่ะ มะลิทำของมะลิเอง”
สองสาวส่ายหน้าอย่างระอาใจ แม้แต่การบ้านเด็กประถมยังสอนไม่ได้ หรั่งอยากร้องไห้ มะลิขุดหลุมฝังพ่อเลยไหมลูก เอากางเขนเงินเสียบอกพ่อด้วยเลยนะ พ่อจะได้ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกรอบ
“มะลิอยากดูเรื่องนี้ค้า” มะลิชี้ป้ายโฆษณาการ์ตูนที่กำลังดังตอนนี้
หรั่งเบ้หน้า ถ้าวันอื่นเขาคงทนเข้าไปนั่งหลับในโรงเป็นเพื่อนมะลิได้ แต่วันนี้เขาอยากเที่ยวกับเด็กพาณิชย์มากกว่า
“แนนพาน้องไปดูเองค่ะ แนนอยากดูเรื่องนี้อยู่พอดี อีกสองชั่วโมงค่อยมาเจอกันนะคะ”
หรั่งยื่นเงินให้แนนห้าร้อย “ที่เหลือซื้อขนมซื้ออะไรตามใจแนนเลยนะครับ”
.................................................