พี่จะเป็นพ่อให้หนูเอง

1878 Words
หรั่งหรือพายัพมองเด็กผู้หญิงน่ารักวัย 7 ปีกอดตุ๊กตากระต่ายน้ำตาคลอเบ้า เธอเพิ่งสูญเสียพ่อแม่พร้อมกันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ อาจารย์มงคลคือผู้มีพระคุณที่ส่งเสียหรั่งจนจบเพาะช่าง จนวันที่เขาเติบโตก้าวไกลเป็นศิลปินระดับโลก หรั่งพยายามทดแทนบุญคุณอาจารย์มงคลแต่ท่านไม่ยอมรับสิ่งใดเลย เขาจึงได้เพียงซื้อหาของกินของฝากเล็กน้อยไปให้บางครั้ง อาจารย์ไม่เต็มใจรับนักแต่ก็ขัดเขาไม่ได้ อย่างเดียวที่อาจารย์ยินดีให้หรั่งช่วยเหลือคือการสอนศิลปะให้มะลิและพาไปเที่ยวเล่น อาจารย์มงคลกับภรรยามีลูกยาก ทั้งสองคนพยายามอยู่นานจนอาจารย์มงคลอายุเกือบห้าสิบ กว่าจะได้ลูกสาวคนนี้จากการผสมเทียม ช่วงหลังหรั่งเริ่มรู้ทันจึงซื้อหาของกินของฝากมาให้มะลิแทน พอเป็นของลูกสาว อาจารย์ที่เห่อลูกจึงยอมรับทุกอย่างที่หรั่งสรรหามากำนัล ตุ๊กตากระต่ายที่หนูน้อยกอดอยู่ตอนนี้ก็เป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่หรั่งซื้อตอนไปจัดนิทรรศการศิลปะ “ผมจะไม่ต้องการทรัพย์สินของอาจารย์ พวกคุณอยากได้อะไรเอาไปให้หมด ผมขอแค่อย่างเดียว ผมขอบ้านหลังนี้ให้มะลิตอนเธออายุครบ 20 ปี” หรั่งทุ่มเถียงกับญาติพี่น้องของอาจารย์อยู่หลายวัน เพราะต้องการรับมะลิมาดูแลตามคำขอของอาจารย์มงคลก่อนสิ้นใจ ญาติของอาจารย์เป็นห่วงว่าหรั่งหวังสมบัติจึงไม่ยอม กว่าจะตกลงกันได้ก็ตอนวชิรวิทย์ เพื่อนของหรั่งที่เป็นหมอมาช่วยไกล่เกลี่ย หรั่งสามารถรับมะลิไปดูแลได้ โดยต้องใช้เงินตัวเองห้ามแตะต้องเงินและทรัพย์สินของอาจารย์มงคล ซึ่งเป็นสิ่งที่หรั่งตั้งใจแต่แรกจึงไม่มีปัญหา ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าหรั่งจะไม่จดทะเบียนรับมะลิเป็นบุตรบุญธรรม เพราะป้าต้องการดูว่าหรั่งเลี้ยงมะลิไหวไหม ถ้าไม่ไหวจะพากลับมาอยู่กับป้าทันที หรั่งยอมรับเพราะรู้ว่าป้าของมะลิรักมะลิมาก ป้าเป็นพี่สาวของอาจารย์มงคล ปัญหาคือป้ามีลูกสามคนต้องเลี้ยงดู สิ่งของที่นำติดตัวไปได้คือของเล็กน้อยในห้องนอนของมะลิเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์ก็ห้ามย้ายออก อันนี้แหละปัญหา มะลิกับหรั่งต้องการสิ่งของเครื่องใช้บางอย่างในบ้าน หรั่งอยากได้เตียงนอนกับตู้เสื้อผ้าของมะลิด้วย ส่วนมะลิอยากได้โต๊ะหนังสือที่เธอนั่งทำการบ้านประจำ ชั้นวางของ ตู้หนังสือ และหลายอย่างที่อยู่นอกห้องนอนของเธอ “หรั่ง มึงยอมไปก่อน เอาตัวมะลิมาให้ได้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน” วชิรวิทย์แนะนำเพื่อน หรั่งจึงกล้ำกลืนฝืนทนยอมตามข้อเสนอของฝ่ายญาติ ................................................. ช่วงจัดงานศพ มะลิอยู่บ้านเดิมกับญาติพี่น้องจากต่างจังหวัดที่มาพักในกรุงเทพเพื่อร่วมงานศพอาจารย์มงคลกับภรรยา หรั่งจะมารับมะลิหลังจากงานศพเสร็จสิ้น หรั่งไปช่วยงานศพเกือบทุกคืน ตีสนิทกับมะลิมากขึ้น พามะลิไปดูบ้านใหม่ ทยอยเอาข้าวของเครื่องใช้จากบ้านเก่าไปบ้านของเขา เสียงทะเลาะระหว่างหรั่งกับญาติดังขึ้นอีก “เอากลับมาวางที่เดิมเดี๋ยวนี้ ของพวกนั้นไม่ได้อยู่ในห้องนอนของมะลิ” ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งท้าวสะเอวชี้ไปที่ข้าวของ “แต่อันนี้ของมะลิ แม่ซื้อให้มะลิ” มะลิน้ำตาหยดแปะ มือกำจานชามกับตะเกียบลายการ์ตูนสีชมพูหวานหลายชิ้นในอ้อมแขนน้อยๆ “โว้ย !!! พอที” ญาติสาวคนหนึ่งตะโกนลั่น “มะลิอยากได้อะไรเอาไปให้หมดเลย เดี๋ยวน้าช่วยขน” น้าญาติห่างๆ ของมะลิหยิบจานชามข้าวของจากตู้ในครัวมากองเต็มโต๊ะอาหาร น้าให้มะลิชี้เลือกว่าอยากได้ของชิ้นไหนบ้าง มะลิชี้ตามที่เธอต้องการ ส่วนใหญ่เป็นข้าวของสำหรับเด็ก พอน้าเริ่มญาติอีกหลายคนก็ช่วยขนของมาใส่รถยนต์ของหรั่ง “พวกเราตกลงกันไม่ให้มะลิเอาของอื่นไป เพราะกลัวผู้ชายคนนี้จะมาเอาสมบัติของอาจารย์มงคล แต่อย่าลืมว่ามะลิก็อยากได้ของใช้ตัวเอง แล้วหรั่งก็ไม่ได้ยากจนขนาดต้องเอาจานชามลายการ์ตูนของมะลิไปขายนะครับ” ญาติอีกคนช่วยเถียงกับญาติผู้ใหญ่เจ้าปัญหาแทนหรั่ง ทำให้หรั่งรู้สึกดีกับญาติของมะลิมากขึ้น พอเจอกันหลายครั้งเข้า หรั่งรู้สึกว่าฝ่ายญาติกีดกันเขาเพราะเป็นห่วงมะลิเท่านั้น ส่วนญาติหลายคนเริ่มเข้าใจหรั่งมากขึ้น เนื่องจากเห็นว่ามะลิคุ้นเคยกับหรั่งมาก่อน หรั่งไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับมะลิ ถึงแม้จะเก้กังบ้างเพราะไม่เคยเลี้ยงเด็กจริงจังแต่หรั่งตั้งใจดูแลมะลิเป็นอย่างดี ................................................. บ้านของหรั่งเป็นทั้งที่พักอาศัยและทำงาน ชั้นล่างเป็นห้องกว้างขนาดใหญ่สำหรับนักเรียนและผู้สนใจมาเรียนศิลปะ ภายในมีห้องเล็กเป็นห้องทำงานทั่วไป ตอนนี้หรั่งถอดภาพวาดติดผนังออก ขนชั้นหนังสือกับหนังสือของอาจารย์มงคลมาวางชิดผนังห้อง ค่อยเหมือนห้องทำงานหน่อย ชั้นบนเป็นสตูดิโอส่วนตัวสำหรับทำงานศิลปะ ข้างในมีห้องนอนของหรั่งซื้อมีห้องน้ำในตัว มีห้องครัวผสมห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก มะลิกับแม่บ้านช่วยกันจัดวางจานชามที่ขนมาจากบ้านเก่าใส่ตู้ในครัว หรั่งเพิ่มเงินเดือนให้แม่บ้านอีก 1000 บาทต่อเดือนสำหรับดูแลมะลิเพิ่มอีกคน หรั่งให้มะลินอนเตียงเล็กมุมหนึ่งของสตูดิโอศิลปะ ก่อนหน้าเป็นเตียงสำหรับเด็กมาเรียนและนอนพักค้างคืน แม่บ้านรื้อเครื่องนอนเก่าออก ทำความสะอาดและเอาฟูกใหม่มาแทนของเก่า ส่วนพวกผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม ขนมาจากห้องนอนเก่ามะลิ แม่บ้านเอาผ้าม่านจากห้องนอนมะลิมาดัดแปลงทำเป็นม่านปิดเตียงนอนเพื่อความเป็นส่วนตัวให้ด้วย แหม แม่บ้านของเขานี่ดีจริง ทำงานคุ้มค่าจ้างมาก ซื้ออุปกรณ์จากร้านก่อสร้างไม่กี่บาท วานเด็กนักเรียนข้างล่างมาช่วยติดตั้งให้ ประหยัดไปได้โข ตู้เสื้อผ้า โต๊ะหนังสือของมะลิ และเฟอร์นิเจอร์อีกหลายอย่าง ที่ตกลงกันว่าห้ามนำออกจากบ้าน กลายเป็นว่าญาติของมะลิช่วยกันขนใส่รถกระบะของญาติคนหนึ่งมาส่งที่บ้านเขาเรียบร้อย หลายคนยังควักเงินซื้อข้าวของสำหรับเด็กที่ยังขาดเพิ่มให้มะลิอีกด้วย หรั่งแทบไม่ต้องจ่ายอะไร ................................................. คืนแรกที่มะลิมานอน หรั่งแอบไปเปิดม่านกั้นดูเห็นมะลินอนขดตัวร้องไห้หาพ่อแม่ เขาจึงเข้าไปนอนกอดมะลิ “พ่อ... ฮึก ฮึก แม่จ๋า” หนูน้อยร้องไห้อย่างน่าสงสาร “พี่จะเป็นพ่อให้หนูเองนะ” หรั่งน้ำตาซึมนึกถึงตัวเองที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ หรั่งเป็นเด็กบ้านนอกลูกชาวนา แม่ของเขาตั้งท้องจึงถูกจับแต่งงานกับแฟน ตอนเกิดหรั่งผิวขาวจั๊วะ ตากลมโต เส้นผมสีอ่อน ปู่เลยตั้งชื่อเล่นว่าหรั่งมาจากฝรั่ง ตอนแรกพ่อไม่ได้คิดอะไร หรั่งเหมือนเด็กทารกทั่วไปที่ผิวขาวผมสีอ่อนนั่นแหละ พอโตเส้นผมกับสีผิวมักเข้มขึ้นเอง แต่ไม่ใช่กับหรั่ง ยิ่งโตยิ่งเห็นชัดว่าหรั่งไม่ใช่ลูกคนไทย ทั้งร่างกายที่สูงใหญ่กว่าเด็กทั่วไป ผมที่ควรเข้มขึ้นเป็นสีดำกลับอ่อนลงเป็นสีน้ำตาลเข้มปนทอง ผิวที่โดนแดดยังไงก็ไม่คล้ำกลายเป็นสีแดงเหมือนผิวฝรั่งเวลาโดดแดด นัยน์ตาสีเทาอมเขียวเล็กน้อย เขาเป็นสาเหตุให้พ่อทะเลาะกับแม่จนหย่าร้างเพราะพ่อจับได้ว่าหรั่งไม่ใช่ลูกตัวเอง แม้นอกจากหรั่งแล้วพ่อกับแม่ยังมีลูกด้วยกันอีกสองคน น้องชายของหรั่งหน้าคล้ายพ่อ น้องสาวหน้าคล้ายแม่ แต่ไม่มีคนไหนที่หน้าออกฝรั่งเหมือนหรั่ง วันที่พ่อเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าออกจากบ้าน หรั่งกอดขาร้องไห้ไม่ยอมให้พ่อไป พ่อสะบัดขาออกจากการเกาะกุมและเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง แม่โทษหรั่งที่เป็นสาเหตุ ตั้งแต่นั้นเวลาสองทุ่ม หรั่งจะมานอนกอดมะลิทุกคืนจนหลับไปด้วยกัน เขาตื่นกลางดึกมาทำงานศิลปะของตัวเองอีกครั้ง เมื่อง่วงจึงเข้าไปนอนเบียดบนเตียงกับมะลิ หรั่งแทบไม่กลับไปนอนในห้องนอนตัวเองอีกเลย เตียงเล็กมุมห้องกลายเป็นที่นอนประจำของหรั่งกับมะลิ ................................................. หรั่งกับมะลิจะตื่นพร้อมกันตอนเช้า มะลิอาบน้ำในห้องน้ำสตูดิโอ ส่วนหรั่งใช้ห้องน้ำในห้องนอนตัวเอง มะลิยังเด็กจึงทำกิจวัตรประจำวันช้ากว่าหรั่งพอควร บางครั้งต้องให้หรั่งช่วยจัดเสื้อผ้า ถุงเท้ารองเท้าให้เรียบร้อย หรั่งทำอาหารเช้าง่ายๆ หรือซื้อโจ๊กมาทานกับมะลิในตอนเช้า แม่บ้านจะมาทำงานช่วงเย็น เขาขับรถไปส่งมะลิที่โรงเรียนประถมก่อนจึงขับไปโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่เขาเป็นอาจารย์ ตอนแรกเขาไม่อยากทำงานประจำหรอก รายได้จากการขายภาพและออกนิทรรศการมากกว่าเงินเดือนเยอะ แต่มันเบื่อไง อุดอู้อยู่แต่ในบ้านตัวเอง เช้าวาดภาพ เย็นลงไปสอนคนที่มาเรียนศิลปะ วันทั้งวันไม่ได้ไปไหน พอทำงานประจำแล้วรู้สึกตัวเองมีไฟขึ้น ผลงานศิลปะออกมาดีกว่าเดิมอีก โรงเรียนศิลปะขนาดเล็กแห่งนี้ทำงานสบาย สอนวิชาที่เขาถนัดอยู่แล้ว ขอลาหยุดเวลามีงานนิทรรศการต่างประเทศได้ง่าย ตัดเงินเดือนตามวัน ตัดไปเซ่ ไปออกงานที่อื่นได้เงินมากกว่าหลายเท่า เลิกงานบ่ายสี่โมง ขับรถไปรับมะลิกลับจากโรงเรียนชิลๆ สินธร เพื่อนที่ทำงานบริษัทโบรกเกอร์เป็นคนแนะนำให้หรั่งหางานประจำ เอาเงินเดือนมาใช้จ่ายทั่วไป เงินจากค่าสอนศิลปะเอามาจ้างแม่บ้านกับผ่อนบ้าน เงินที่ได้จากการขายผลงานศิลปะเอาไปลงทุน งงชิบหาย ยุ่งยาก เขาเลยเอาเงินค่าสอนกับขายงานศิลป์ไปผ่อนบ้านหมดนั่นแหละ อีกไม่กี่ปีบ้านหลังนี้จะผ่อนหมดละ ตอนนี้ไม่โปะค่าบ้านแล้ว เก็บเงินสดเผื่อต้องใช้จ่ายสำหรับมะลิดีกว่า วันนี้แม่บ้านอาบน้ำแต่งตัวให้มะลิน่ารักเหมือนตุ๊กตา มีโบว์ผูกผมอันใหญ่ด้วย หรั่งมองมะลิอย่างพิจารณา “มะลิมานี่สิ นั่งเฉยๆตรงนี้นะ” หรั่งจัดมะลินั่งบนเก้าอี้กลางห้องศิลปะชั้นล่าง เอาช่อดอกไม้ให้หนูน้อยถือ จัดผมกับเสื้อผ้าอีกนิดหน่อย นั่นไง แจ่มมาก น่ารักสุดๆ ยังกับตุ๊กตา “นั่งนิ่งๆ นะครับ พ่อให้ค่าขนมชั่วโมงละ 10 บาท” หนูน้อยนั่งนิ่งเป็นแบบสำหรับหรั่งกับคนมาเรียนศิลปะวาดภาพ ดีมากครับ ช่วยกันทำมาหากิน .................................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD