bc

คุณไทป์ไม่ชอบเกย์

book_age18+
63
FOLLOW
1K
READ
HE
campus
friends with benefits
like
intro-logo
Blurb

เพราะดันใจง่ายเผลอไปรักเพื่อนสนิทเข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ทุกครั้งที่ไอ้เวรนั่นพาผู้หญิงคนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก ความเจ็บปวดก็ย้อนกลับมาเล่นงานหัวใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จะโทษใครได้ล่ะ... ก็คงต้องโทษตัวเอง ที่เผลอไปมีใจให้กับคนที่ไม่ควรมีใจให้ สุดท้ายก็ต้องนั่งร้องไห้เงียบ ๆ อยู่คนเดียวอย่างที่สมควรแล้ว

แต่พอมาคิดอีกที หมอนั่นก็เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยเสียยิ่งกว่าการเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียอีก และทุกครั้งที่มันกลับมาโสด หัวใจก็พลันเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความหวังที่เคยดับไปแล้วก็เหมือนได้รับเชื้อไฟอีกครั้ง

สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วพูดความในใจออกไป

"ไอ้ไทป์... กูชอบมึงว่ะ ชอบมานานแล้วด้วย ลองคบกับกูไหม?"

ทันทีที่พูดจบ หมอนั่นก็เงียบไปพักใหญ่ โดยที่ไม่เอ่ยคำใดออกมา ความเงียบที่แผ่ซ่านทำให้เขาเริ่มรู้สึกใจไม่ดี และไม่ทันรู้เลยว่า คำพูดประโยคนั้น... จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมันไปตลอดกาล

"งั้นก็เลือกเอาว่าจะเลิกชอบกู หรือเลิกเป็นเพื่อนกับกูไปเลย"

chap-preview
Free preview
อารัมภบท
การเป็นเกย์ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า จนกระทั่งเผลอไปรักเพื่อนสนิทที่ไม่มีวันมองเรากลับในแบบเดียวกัน ความรู้สึกทั้งหมดนี้ยังคงเก็บซ่อนเอาไว้ภายในใจตลอดหนึ่งปีเต็ม ไม่มีใครรับรู้ว่าเขาแอบชอบเพื่อนสนิทของตัวเอง ทุกครั้งที่เห็นมันควงสาว ๆ มาแนะนำให้รู้จัก เขาต้องฝืนยิ้ม เพราะไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องน่าอายนี้ ทั้งที่ภายในเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขาได้แต่คิดในใจว่า…คนที่ยืนข้าง ๆ มันเป็นกูบ้างได้ไหม สักวันก็ยังดี แต่แล้วจะโทษใครได้เล่า ในเมื่อเขาเองคือคนผิดที่ปล่อยใจให้หวั่นไหวกับเพื่อนสนิท ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่ควรเลยสักนิด คีย์ หรือ คีรินทร์ วงศ์ชัยกุลเกียรติ นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ปีที่หนึ่ง มีส่วนสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเอ็ดเซนติเมตร รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัดแบบคนไม่ค่อยออกแดด ใบหน้าหล่อแบบคนเอเชียผสมตะวันตก จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง เส้นผมหยักศกนิด ๆ ทำให้ดูดีเป็นอย่างมาก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บรรดาสาว ๆ เข้าหาเท่าที่ควร เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าคีรินทร์ไม่ใช่คนรวยอะไร ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน แถมยังต้องทำงานส่งตัวเองเรียนอีกต่างหาก พวกเธอจะไม่ยอมเอาตัวเองมากัดก้อนเกลือกิน เพียงเพราะอยากได้ผู้ชายหล่อ ๆ เด็ดขาด แต่มันก็ไม่ใช่จะมีผู้หญิงเห็นแก่เงินไปเสียหมด เพราะคนดี ๆ ที่มองข้ามเรื่องฐานะก็ยังพอมีบ้าง หลายครั้งที่คีรินทร์พยายามเข้าหาผู้หญิง หวังจะสานสัมพันธ์เพื่อลืมไอ้เวรนั่น แต่สุดท้ายในจังหวะที่กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม ภาพใบหน้าของเพื่อนสนิทที่เขาคิดไม่ซื่อก็ดันฉายชัดขึ้นมาในหัว ทำให้เขาต้องรีบใส่เสื้อผ้าแล้วหนีกลับห้องอย่างรวดเร็ว รู้สึกผิดต่อพวกเธอมาก แต่มันไปต่อไม่ได้จริง ๆ เวลาต่อมาเขาก็เกิดความคิดนี้ขึ้นมาอีก ทว่าครั้งนี้เขาลองไปนอนกับผู้ชายคนอื่นดูบ้าง แต่ก็นั่นแหละ…คนมันไม่ชอบก็ไม่อยากจะเสียตัวไปกับใครง่าย ๆ สุดท้ายบทสวาทอันเร่าร้อนก็ต้องยกเลิกกลางคันเหมือนเดิม ซึ่งมาลองคิดดูดี ๆ แล้ว ไอ้คนที่เขาแอบชอบนั้น แม่งไม่ได้มีอะไรให้น่ารู้สึกดีด้วยเลยสักนิด อ่า…ก็แค่หล่อ ฐานะดี ใส่ใจ ดูแลเพื่อนเก่ง แล้วพอเวลามานอนที่ห้องก็ชอบมากอดตอนหลับอีกต่างหาก ดูมันทำซิ…จะไม่ให้เขาหวั่นไหวได้อย่างไร ตั้งแต่คีย์มาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เกือบหนึ่งปีเต็มแล้ว เขามีเพื่อนสนิททั้งหมดสี่คน หนึ่งเลยชื่อว่าตันหยง ชื่ออาจจะดูหวานไปเสียหน่อยแต่ฟังไม่ผิดหรอก เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม มีรูปร่างหน้าตาสะสวย ชอบมัดผมหางม้ามาเรียนเกือบทุกวัน แถมยังมีนิสัยห้าวหาญเหมือนผู้ชายไม่มีผิด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังมีรสนิยมชื่นชอบผู้ชาย อยากได้ใครก็รุกจีบเข้าแบบไม่สนสี่สนแปดเลยว่าตัวเองควรจะรักษากิริยาเอาไว้บ้าง คนที่สองมีชื่อว่าเฟิง ไอ้นี่เป็นหนุ่มลูกครึ่งจีน ได้เชื้อจีนมาจากพ่อเต็ม ๆ มันหน้าตี๋ ผิวขาวอย่างกับหิมะ ขาวกว่าเขาเสียอีก แต่ตัวสูงกว่ามาก ถึงได้เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ เพราะบ้านรวยมาก พ่อทำธุรกิจระหว่างประเทศ แต่มีสันดานเจ้าชู้ เอาไม่เลือกหน้า ซึ่งเขาก็ไม่รับประกันเหมือนกันว่ามันจะติดโรคมาบ้างหรือเปล่า เพราะไอ้เวรนี่สดอย่างเดียว ไม่เคยป้องกันอะไรเลย เขาด่าจนปากจะฉีกถึงรูหู เคยฟังซะที่ไหน ส่วนคนที่สามมีชื่อว่าสมยศ ชื่อโบราณไม่พอ หัวยังโบราณอีกต่างหาก เขาไม่เข้าใจจนถึงทุกวันนี้ว่ามันสุ่มเลือกคณะเรียนหรือเปล่า เพราะมาเรียนแต่ละวันต้องหวีผมเรียบแปล้ ใส่แว่นหนาเตอะจนบดบังความหล่อไปจนหมดสิ้น ทั้งที่ก็ไม่ใช่คนขี้เหร่อะไร ที่สำคัญชอบสะพายย่ามพระสีเหลืองเหมือนเป็นเด็กวัด แถมยังห้อยลูกประคำเอาไว้ที่คออีกต่างหาก สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ มันพกยันต์กันสาวเอาไว้ด้วย อารมณ์เหมือนพระไม่แตะต้องสีกาทำนองนั้น แต่คีรินทร์เคยบอกเอาไว้ว่าการที่ผู้หญิงไม่เข้าหา ไม่ใช่เพราะยันต์ที่มันใช้ แต่เป็นเพราะพฤติกรรมแปลก ๆ ของมันต่างหาก คนบ้าอะไร เวลาว่าง ๆ ระหว่างรอเรียนชอบเดินจงกรม นั่งสมาธิ จนบางครั้งเขาเองยังรู้สึกขัดใจ อยากด่าเหลือเกินว่ามึงไปบวชเรียนไหม ท่าจะเหมาะกว่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ คนสุดท้ายเป็นใครที่ไหนไปไม่ได้ นอกเสียจาก ไทป์ หรือ ปรเมศวร์ อัครเดชานนท์ มันมีส่วนสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตร เสริมบุคลิกให้ดูโดดเด่น ทั้งหล่อ ทั้งรวย มีดีกรีเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าที่รวยเป็นระดับต้น ๆ ของประเทศ สาว ๆ ทั้งนอกและในมหา’ลัยตามกรี๊ดราวกับว่ามันคือดาราท่านหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น ถามว่าไอ้ไทป์หล่อไหม เขาก็ไม่ปฏิเสธ ใช้คำว่าโคตรของโคตรหล่อ ใครสวยหน่อยไอ้ไทป์ก็รีบกดเบอร์ให้อย่างรวดเร็ว เรื่องความเจ้าชู้พอ ๆ กับไอ้เฟิงเลย หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ไม่ต่างกับพวกล่าแต้ม เพราะในมหาวิทยาลัยมีกี่คณะ มันฟันมาทุกสาขาแล้ว แต่ดีหน่อยที่รู้จักป้องกันตัวเอง และใช่…ไอ้เวรนี่แหละ เป็นคนที่เขาแอบชอบ และไม่กล้าแม้แต่จะปริปากบอกความในใจออกไป น่าสมเพชดีไหมล่ะ แอบชอบเขาเอง เจ็บเองนักเลงพอ ทั้งที่คุณชายปรเมศวร์ไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ครืด ครืด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นฉุดดึงความสนใจของคีรินทร์ที่กำลังนั่งเหม่อมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างในช่วงโพล้เพล้ให้หันกลับมา เขาหยิบมือถือขึ้นมาเห็นหน้าจอปรากฏชื่อของเพื่อนในกลุ่ม แต่แทนที่เขาจะดีใจกลับถอนหายใจออกมาดังยืดยาว “บอกว่าไม่ไปไง กูจะอ่านหนังสือ ไม่ต้องโทรมาตามอีก” คีย์รีบชิงพูดตัดบทโดยไม่ต้องรอให้เพื่อนชักชวน เพราะเสียงเพลงที่ดังแว่วเข้ามาในสายก็บ่งบอกได้ดีว่าตอนนี้พวกมันกำลังอยู่ร้านเหล้าที่ไหนสักแห่ง [เดี๋ยวสิวะไอ้คีย์ ฟังกูก่อน] เสียงแหลม ๆ ของหญิงสาวตะโกนเข้ามาด้วยความร้อนรน เธอคือตันหยง และดูเป็นคนค่อนข้างมีเหตุผลสุดแล้ว คงจะมีธุระด่วนจริง ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่โทรมาเอาป่านนี้ “มีอะไรก็รีบพูดมา” [ไอ้ไทป์มีเรื่องว่ะ มันกำลังจะถูกกระทืบ] “เหี้ย! ที่ไหน!?” ราวกับลืมคำปฏิเสธที่เคยเอ่ยไว้จนหมดสิ้น ในตอนนี้คีรินทร์รีบก้าวตรงไปยังตู้เสื้อผ้า คว้ากางเกงขายาวที่แขวนอยู่มานุ่งทับกางเกงขาสั้นที่ใส่เอาไว้ก่อนแล้ว ในขณะที่บ่าข้างหนึ่งยังคงเหน็บโทรศัพท์แนบหูไว้ไม่ห่าง [ร้านเหล้าหลังมอ ที่เดิมเลยมึง] “แล้วไอ้เฟิงล่ะ” [ตีหรี่…กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม] “ไอ้สมยศล่ะ” [ฉิบหาย! แม่งนั่งท่องยุบหนอพองหนออยู่ข้าง ๆ กูเนี่ย กูไม่กระทืบให้หน้ามันยุบแทนก็บุญแล้ว] “เออ…เดี๋ยวกูรีบไป” เพียงเท่านั้น คีรินทร์ก็รีบยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะสับฝีเท้าลงจากหอพักอย่างไม่คิดชีวิต พอคว้ามอเตอร์ไซค์ได้ เขาก็บิดคันเร่งมุ่งหน้าตรงไปยังร้านเหล้าโดยไม่ชะลอความเร็วแม้แต่น้อย เพียงไม่ถึงห้านาทีเขาก็มาจอดรถอยู่หน้าร้าน ก่อนจะก้าวพรวดเข้าไปด้านในทันที ที่นั่นกำลังเกิดเหตุโกลาหล ผู้คนภายในร้านต่างพากันวิ่งหนีออกมาจากจุดเกิดเหตุทะเลาะวิวาทอย่างอลหม่าน คีรินทร์ฝ่าผู้คนเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของความวุ่นวาย จนสายตาสบเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่เขาจำได้แม่นยำ นั่นคือปรเมศวร์ เพื่อนสนิทที่เขาแอบชอบ แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงัก คือภาพของคู่อริที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้า ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลเปรอะเปื้อนจนเสื้อผ้าชุ่มโชก ใบหน้าบวมช้ำเสียจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นใคร แล้วไหนตันหยงบอกว่าไอ้ไทป์มันถูกกระทืบไงวะ แล้วนี่คือ…เวรเอ๊ย! เสียรู้พวกแม่งอีกจนได้ หมับ! จู่ ๆ ก็มีใครบางคนพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง คล้องแขนรอบคอเขาอย่างสนิทสนม พอหันไปมองก็พบว่าเป็นเพื่อนตัวดีทั้งสามหลอกให้มาเที่ยว ตันหยงเป็นคนโทร เฟิงไม่ได้ไปนอนกับสาว ส่วนสมยศไม่ได้นั่งสมาธิกลางร้านเหล้า แต่กลับกำลังพนมมือพลางนับลูกประคำที่ห้อยคออยู่อย่างตั้งใจ ให้ตายเถอะ…ถ้ามึงไม่อินกับสถานบันเทิงแบบนี้ ก็ไม่ต้องฝืนตามคลื่นชีวิตชาวบ้านมาหรอก ทางที่ดีควรไปปฏิบัติธรรมเงียบ ๆ สักวัด เก็บตัวจำศีลไปเลยจะดีกว่า “พวกมึงจะอธิบายเรื่องนี้กับกูยังไง” คีย์หันไปเลิกคิ้วมองเพื่อนทั้งสาม ในขณะที่ไทป์ยังคงกระทืบคู่อริไม่ยอมหยุด “กูไม่ได้หลอกนะ แต่มึงดูไอ้ไทป์สิ ยังไม่หยุดกระทืบไอ้นั่นเลย ที่กูโทรตามเพราะให้มึงมาห้ามต่างหาก ก่อนที่แม่งจะตายซะก่อน” เฟิงพูดจบก็ได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ พอเห็นหมัดหนัก ๆ ของไทป์เสยเข้าเต็มข้างแก้มไอ้หมอนั่นเต็มแรง เขาก็อดรู้สึกเสียววูบขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ นึกภาพตามว่าถ้าใบหน้าหล่อเหลาของตัวเองต้องมีรอยฟกช้ำแบบนั้นบ้าง คงไม่กล้าโผล่หน้าไปให้สาวสวยในสต็อกเห็นอีกแน่ “ไปดิ เร็ว ๆ!” ตันหยงพูดพร้อมทั้งดันหลังเพื่อนแรง ๆ ให้เข้าไปห้ามศึกกลางวง คีรินทร์จึงจำต้องกลั้นใจ ก้าวฉับเข้าไปห้ามเพื่อนสนิท เขารับรู้ได้ถึงความเดือดดาลและอารมณ์ที่เต็มไปด้วยโทสะ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ายังไม่หยุดมีหวังได้เป็นฆาตกรแน่ แม้ในตอนแรกไทป์จะไม่ยอม แต่ด้วยความที่คู่อริยกมือไหว้จึงได้แต่จำใจยอมให้คีรินทร์ดึงร่างออกมานั่งอยู่ในวงเหล้าราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น ส่วนไอ้คนที่ถูกกระทืบเมื่อสักครู่นี้ ถูกพนักงานหามไปส่งโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ไม่ถูกไล่ออกจากร้านก็คงเป็นเพราะไทป์สนิทกับเจ้าของร้านนั่นเอง “ไหนมึงลองบอกกูมาซิ ว่าเกิดอะไรขึ้น” คีรินทร์กระดกเหล้าเข้าปากพลางถอนหายใจ ไหน ๆ ก็ถูกหลอกให้มาดื่มแล้วคงจะปลีกตัวกลับได้ยาก “กูโสดละ” ปรเมศวร์พูดอย่างเซ็ง ๆ เขากระดกเหล้าเข้าปากไม่หยุดราวกับว่ากำลังดื่มเพื่อย้อมใจ สาเหตุที่เขากระทืบไอ้เวรนั่นก็เพราะเรื่องนี้แหละ จะมาโทษว่าเขาแย่งแฟนมันก็ไม่ถูก เพราะตอนที่ผู้หญิงคนนั้นมาจีบก็บอกเองว่าไม่มีใคร “เอ้า! งั้นก็ต้องฉลองดิวะ” ครั้งนี้ตันหยงเอ่ย รวมทั้งเฟิงก็รินเหล้าใส่แก้วขึ้นมารอชนเฉลิมฉลองในค่ำคืนนี้ ต่างจากสมยศที่เอาแต่นั่งจิบน้ำเปล่าพลางหลับตาปี๋ด้วยความหวาดหวั่น เพราะเมื่อกี้ดันเผลอไปสบเข้ากับเต้านมอวบอั๋นที่มันมาชนต้นแขนของเขาเข้าอย่างจัง แน่นอนการโสดของปรเมศวร์ไม่มีใครตื่นเต้น เพราะทุกคนก็ดูจะชินกับเหตุการณ์นี้ไปเสียหมด ต่างจากคีรินทร์ที่ทำให้หัวใจของเขากำลังพลันสั่นไหว คล้ายความหวังที่เคยดับมอดไปก่อนหน้ากำลังกลับมาลุกโชนอีกครั้ง “หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโธ ไม่มอง สิ่งที่เห็นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา…” โป๊ก! “โอ๊ยยยยย! คุณเฟิงตบหัวผมทำไมครับ” สมยศพูดเสียงเรียบ พลางยกมือขึ้นมาจัดแต่งทรงผมให้เรียบเหมือนเดิม สถานที่บันเทิงแห่งนี้ไม่เหมาะกับเขาก็จริง แต่ก็ไม่อยากทำตัวเหมือนแกะดำไม่เข้าพวก ถือคติเพื่อนไปไหน สมยศต้องไปที่นั่น ต่อให้มีสิ่งยั่วยุ แต่ถ้าเราปฏิบัติในคำสั่งสอนก็ไม่มีทางตบะแตก ถึงแม้นมเจ้าหล่อนเมื่อสักครู่จะใหญ่เท่าบักแตงโมก็ตาม “เลิกทำตัวเป็นคนดีสักที เห็นแล้วหงุดหงิด” “ต้องให้ผมทำตัวเลว ๆ เหมือนคุณเฟิงเหรอครับ ถึงจะพอใจ” “ไอ้สมยศ มึงหลอกด่ากู” “ผมแค่ถามเฉย ๆ นะครับ คุณเฟิงอย่าให้กิเลสครอบงำจิตใจสิครับ” ตันหยงได้ยินถึงกับหัวเราะลั่น เฟิงถูกสมยศด่าทางอ้อม มันถึงกับหางคิ้วกระตุก แต่ก่อนที่เพื่อนในกลุ่มจะเถียงกันไปมากกว่านี้ จู่ ๆ ร่างใหญ่ล่ำสันที่กำลังอารมณ์มาคุก็ลุกขึ้นพรวดแล้วเดินออกไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย สร้างความมึนงงให้กับเพื่อนในกลุ่มเป็นอย่างมาก “ปล่อยแม่งไปเหอะ ไอ้เหี้ยนั่นไม่ได้เสียใจหรอก แค่เสียหน้านิดหน่อยที่ถูกสาวหลอกเฉย ๆ” เฟิงส่ายหน้าไปมาโดยไม่สนใจ ในขณะที่กวาดสายตาไปรอบ ๆ ร้าน เจอหญิงสาวกำลังส่งยิ้มให้ เป็นอันรู้ว่าคืนนี้พวกเขาจะไปต่อด้วยกัน ที่เขากล้าพูดเพราะเขากับไทป์เป็นคนประเภทเดียวกันยังไงล่ะ เทคนอื่นได้ ส่วนสาวคนอื่นห้ามเท “งั้นกูไปดูแม่งก่อน” คีรินทร์พูดจบก็ลุกขึ้นยืน แต่ก่อนจะเดินออกจากวงเหล้าเพื่อน ๆ ในกลุ่มหันมามองเขาเป็นตาเดียวราวกับว่ากำลังจับผิดอะไรบางอย่าง “เอ่อ…กะ กูแค่กลัวมันไปฆ่าเขาตายอีก เดี๋ยวกลับมา” คีย์พูดน้ำเสียงตะกุกตะกัก ตันหยง เฟิง รวมทั้งสมยศพยักหน้า ก่อนที่คีรินทร์จะเป่าลมออกจากปาก เพราะเกรงว่าความลับที่ตัวเองเก็บเอาไว้ภายในใจนั้นจะแสดงพิรุธออกมาให้เพื่อนเห็น เรื่องที่เขาชอบไอ้ไทป์น่ะเหรอ…น่าอายจะตายไป หลังจากที่คีรินทร์เดินออกมาทางหลังร้าน ก็เห็นปรเมศวร์ยืนสูบบุหรี่อยู่คนเดียว พอสบโอกาสจึงเดินเข้าไปหา พลางแย่งมวนบุหรี่ในมืออีกฝ่ายมาสูบเอาควันนิโคตินเข้าปอดแล้วพ่นออกมาจากปาก เขาไม่ใช่คนติดบุหรี่ แต่เพราะทำตัวไม่ถูก และแน่นอนว่าการทำแบบนี้เสมือนจูบกับไอ้เวรนี่ทางอ้อม อ่า…ขี้ขลาดชะมัด เขาทำได้แค่นี้แหละ “จำไม่ได้หรือไงว่ามันไม่ดี ต่อไปนี้อย่าทำให้กูเห็นอีก” ไทป์ว่าเสียงดุ ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนแย่งบุหรี่ในมือของคีรินทร์โยนลงพื้น และใช้ปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวขยี้จนไฟมอดดับ “ทีมึงยังสูบเลย” คีย์สวนทันควัน แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกายทำให้เขามีความกล้าขึ้นมาหน่อย กล้าที่จะเดินเข้ามาหา กล้าที่จะยืนจ้องใบหน้าคมคายนั้นนาน ๆ โดยไม่กลัวว่าจะถูกจับได้ “เซ็งนิดหน่อย” “แล้วมึงเข้าใจความรู้สึกสาว ๆ ยัง ว่าการถูกเทมันเป็นยังไง เหมือนที่มึงรู้สึกอยู่ตอนนี้ไง” “แต่กูคิดจะจริงจังมากนะคนนี้” “จริงจังเหี้ยอะไรไอ้ไทป์ กูเห็นมึงพูดแบบนี้มากี่คนแล้ววะ” “ไม่รู้สิ กูรู้สึกว่าผู้หญิงเข้าใจยาก ทั้งเรื่องมาก งี่เง่า วุ่นวาย แล้วก็ชอบเช็กโทรศัพท์ด้วย ซึ่งกูไม่ชอบ มันเรื่องส่วนตัวปะวะ” “ถ้าผู้หญิงมันน่าเบื่อขนาดนั้น มึงไม่ลองคบผู้ชายดูล่ะ” คีรินทร์เลือกที่จะหยั่งเชิงด้วยแววตาและท่าทีที่เปลี่ยนไป แต่สุดท้ายไทป์ก็ยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองเริ่มวังเวงมากขึ้น ดังนั้นคีรินทร์จึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ฤทธิ์แอลกอฮอล์มันสามารถทำให้เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในอก แล้วค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาเพื่อนสนิททีละก้าว…ทีละก้าว จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ คีรินทร์ยื่นมือออกไปอย่างช้า ๆ ก่อนจะคว้ามือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไว้แน่น เหมือนจะใช้สัมผัสนั้นยืนยันความรู้สึกทั้งหมดที่เก็บไว้ในใจมาตลอด ดวงตาของเขาสั่นระริก หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ก่อนเอ่ยความในใจออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่แทบจะล้นทะลัก “ไอ้ไทป์” “…” “กูชอบมึงว่ะ ชอบมานานแล้วด้วย ลองคบกับกูไหม?" ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดจากปาก คนถูกสารภาพรักก็เงียบไปอย่างน่าใจหาย ไม่มีคำตอบ ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ มีเพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านทำให้เขาเริ่มรู้สึกใจไม่ดี ความกลัวแทรกซึมเข้ามาในอกช้า ๆ เขาไม่แน่ใจว่าควรจะถอนคำพูด หรือเดินหนีไปก่อนที่จะสายเกินแก้ แต่ก็รู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว เพราะถ้อยคำที่เปล่งออกไปนั้นไม่อาจย้อนกลับได้ คีรินทร์ไม่ทันรู้เลยว่า คำพูดประโยคนั้น...จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมันไปตลอดกาล จากเพื่อนที่เคยใกล้ชิด กลับกลายเป็นความห่างเหินที่ไม่มีวันเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Unscentable

read
2.0M
bc

He's an Alpha: She doesn't Care

read
758.8K
bc

Claimed by the Biker Giant

read
1.9M
bc

Holiday Hockey Tale: The Icebreaker's Impasse

read
990.1K
bc

A Warrior's Second Chance

read
365.9K
bc

Not just, the Beta

read
351.5K
bc

The Broken Wolf

read
1.2M

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook