1.หาทางผิดนัด
“อะไรนะ! ลูกมีประชุมด่วน กลับมาไม่ทัน แถมยังต้องค้างที่คอนโดอย่างนั้นเหรอ” วิภาถอนหายใจใส่โทรศัพท์อย่างไม่สบอารมณ์นัก เมื่อลูกชายโทรมาบอกว่าจำเป็นต้องผิดนัดเธอช่วงค่ำนี้
“ครับคุณแม่”
“นี่ลูกจงใจอ้างงานเพราะไม่อยากมาทานข้าวกับหนู ‘เม’ หรือเปล่าตา ‘ภีม’”
“ผมติดประชุมจริงๆ นะครับ”
“เจ้าของโรงพยาบาลอย่างลูกจะเรียกประชุมหรือยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ใช่เหรอ นี่ลูกจงใจเรียกประชุมด่วนเพราะจะได้ใช้เป็นข้ออ้างกับแม่หรือเปล่า”
“โธ่... คุณแม่เห็นผมเป็นคนยังไงครับ เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบมากมายอยู่แล้ว ผมคงไม่เพิ่มงานให้พวกเขาหากไม่มีความจำเป็น” ภีมอธิบายให้มารดาเข้าใจ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้เรียกประชุมด่วนเพราะไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องส่วนตัว แต่เขาเลือกที่จะโกหกโดยยกเรื่องประชุมขึ้นมาอ้างแทน ซึ่งง่ายกว่ากันเยอะ ในเมื่อเจ้าภามน้องชายของเขายังชิ่งเอาตัวรอดได้ เขาก็ต้องทำได้เหมือนกันนั่นแหละน่า
“ให้คนอื่นประชุมแทนไม่ได้เหรอลูก” น้ำเสียงคุณแม่ดูอ่อนลง
“ไม่ได้หรอกครับคุณแม่ ถ้าทำแบบนั้นผมก็จะกลายเป็นคนไร้ความรับผิดชอบและคงถูกมองว่าใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกไม่ควรนะครับ”
“ก็ได้ๆ แต่ครั้งหน้าแม่ไม่ยอมให้ผิดนัดแล้วนะตาภีม”
“ครับ” ภีมยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
ต่อให้มีครั้งหน้า เขาก็จะหาข้ออ้างใหม่เพื่อหาทางผิดนัดคุณแม่ให้ได้อีกนั่นแหละ
“คุณหมอภีมคะ ห้องผ่าตัดพร้อมแล้วค่ะ”
“ครับเดี๋ยวผมตามไป” คุณหมอหนุ่มพยักหน้าให้อีกฝ่ายก่อนจะต้องรีบวางสายมารดา
“แค่นี้ก่อนนะครับคุณแม่ ผมต้องไปทำงานแล้ว”
“จ่ะลูก ยังไงก็อย่าลืมกินข้าวกินปลาด้วยล่ะ เราน่ะชอบโหมงานหนักเกินไป ตั้งใจดูแลรักษาคนไข้มันเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็อย่าลืมดูแลใส่ใจตัวเองด้วย”
“ครับคุณแม่”
หลังจากวางโทรศัพท์แล้วภีมก็เตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะเข้าห้องผ่าตัดเพื่อไปทำหน้าที่ของตนเอง
คุณหมอหนุ่มในชุดสีฟ้าสำหรับการทำหัตการยืนอยู่ข้างเตียงพร้อมกับวิสัญญีแพทย์และพยาบาลอีกสามคน
เคสผู้ป่วยตรงหน้ามีเลือดคั่งในสมอง เนื่องจากอุบัติเหตุรถชน อาการค่อนข้างโคม่าพอสมควร เขาจึงจำเป็นต้องมีสมาธิและใช้ความระมัดระวังอย่างถึงที่สุดในขณะทำงาน
ภีมเป็นหนึ่งในศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการผ่าตัดสมองและระบบประสาทซึ่งมีอยู่ไม่มากนักในประเทศไทย ดังนั้นงานของเขาจึงล้นมือจนแทบไม่ได้หยุดพัก แม้จะเป็นโรงพยาบาลเอกชนก็ตามที
ทุกครั้งที่เข้าห้องผ่าตัดเขาคือผู้แบกภาระอันยิ่งใหญ่ที่พลาดไม่ได้แม้เสี้ยววินาที แต่เขาก็ทำมันได้ดีเสมอมา รวมทั้งครั้งนี้ที่ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายแล้วเช่นกัน หลังจากการผ่าตัดยาวนานกว่าสามชั่วโมงเสร็จสิ้นลง...
คฤหาสน์วงศ์ศิวะเวโรจน์
วิภานั่งรับประทานอาหารค่ำกับมณียาเพื่อนรักของตนและหญิงสาวหน้าตารักน่ารักจิ้มลิ้มซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่เธอหมายตาอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ นั่นคือหนู ‘เมธาวี’
พอถูกลูกชายทั้งสองปฏิเสธเช่นนั้นก็เดือดร้อนให้เธอต้องมานั่งขอโทษขอโพยแก้ตัวแทนให้ ดีว่ามณียากับหนูเมต่างก็ไม่ได้ติดใจอะไร
“หนูเม กินเยอะๆ นะลูก ป้าว่าช่วงนี้หนูดูผอมลงไปนะ”
“ค่ะคุณป้า” หญิงสาวรับคำด้วยรอยยิ้มและแววตาซาบซึ้งใจ
คุณป้าวิภาทั้งรักใคร่และห่วงใยเธอเสมอ ห่วงมากกว่าผู้ที่เธอเรียกว่าแม่ด้วยซ้ำไป ขนาดเธอทำงานหามรุ่งหามค่ำพยายามหาเงินมาให้ท่านจนน้ำหนักลดลงไปมากขนาดนี้ คุณแม่ก็ยังไม่เคยใยดีเธอเลยสักนิด ตรงกันข้ามกับคุณป้าวิภาที่คอยถามไถ่เสมอว่างานหนักหรือเปล่า เธอได้พักผ่อนบ้างไหม ต้องการให้ท่านช่วยอะไรหรือไม่
แม้เมธาวีจะเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกคุณแม่มณียาและคุณพ่ออุดมเดชรับมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม แต่คุณป้าวิภากับทุกคนในครอบครัววงศ์ศิวะเวโรจน์ก็ไม่เคยรังเกียจหรือดูถูกเธอเลยสักครั้ง เธอไม่ต้องอดทนกับสายตาหรือคำพูดจาเหยียดหยันเหมือนตอนที่พ่อกับแม่พาเธอไปที่บ้านเพื่อนสนิทคนอื่นๆ ดังนั้นเมธาวีจึงรู้สึกดีและสบายใจทุกครั้งที่ได้มาที่นี่
เมื่อรับประทานอาหารไปได้สักพักมณียาก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“ไหนๆ เธอก็เตรียมข้าวปลาอาหารไว้เผื่อตาภีมกับตาภามเยอะแยะขนาดนี้แล้วกินยังไงก็คงไม่หมดหรอก ให้ฉันกับลูกเอาไปให้ลูกชายของเธอที่คอนโดไหมวิภา ยังไงขากลับ ฉันกับลูกก็ต้องผ่านทางนั้นอยู่แล้ว” มณียาเสนอความเห็น เธออยากให้ลูกสาวรีบจับใครก็ได้สักคน ไม่ว่าจะเป็นตาภีมหรือตาภาม เพราะตอนนี้เธอมีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก
“จะดีเหรอคะคุณแม่” เมธาวีหันไปทัดทานผู้เป็นมารดาเพราะเธอรู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ ยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งจะทำให้คุณภีมกับคุณภามตีตัวออกห่างจากเธอ หรือไม่พวกเขาก็คงจะรังเกียจเธอมากขึ้นไปอีก
“ดีสิลูก เผื่อพี่ๆ เขายังไม่ได้ทานข้าว เห็นวิภาบอกว่าตาภีมติดประชุม ส่วนตาภามออกไปเจอลูกค้า กว่าจะเสร็จงานก็อาจจะพอดี”
“แต่เมว่า...”
“ป้าเห็นด้วยกับแม่ของหนูนะ” วิภากล่าวเสริมโดยไม่รอให้หญิงสาวได้ปฏิเสธ “อย่างนั้นฉันฝากเอาไปให้ตาภีมที่คอนโดก็แล้วกัน ส่วนตาภามไม่ต้องห่วงหรอกเพราะเดี๋ยวคงเลี้ยงรับรองลูกค้าต่อ” เธอรู้ดีว่าตาภามไปสังสรรค์กับเพื่อนไม่ใช่ลูกค้าแต่อย่างใด “ป้ารบกวนหนูเมหน่อยนะลูก เธอด้วยนะมณียา”
“ได้เลยวิภา” มณียารีบรับข้อเสนอทันที
“ค่ะ” เมธาวีได้แต่ทำตามอย่างไม่อาจปฏิเสธได้เมื่อทั้งคุณแม่และคุณป้าต่างก็เห็นพ้องต้องกัน
ทั้งสามรับประทานอาหารพร้อมพูดคุยเรื่องธุรกิจที่ทำร่วมกันต่ออีกสักพัก ก่อนที่มณียาจะพาลูกสาวไปยังคอนโดของภีม...