5.แผนของคุณแม่

1594 Words
รอสายไม่นานน้องชายตัวดีของเขาก็กดรับ “ฮัลโหลภีม นายมีอะไรรึเปล่า” ภามถามเขาด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “นายรู้จักผู้หญิงที่ชื่อ อิงฟ้า อำมรเมศ หรือเปล่า” ภีมจำชื่อและนามสกุลของเธอได้จากใบอัลตร้าซาวด์ที่เห็น “รู้จัก ทำไมเหรอ” “เธอบอกว่าท้องลูกของนาย เป็นฝาแฝดด้วยนะ” “อะไรนะ ท้องลูกแฝดงั้นเหรอ! หลังจากนั้นภีมก็คุยกับน้องชายเกี่ยวกับเรื่องของหญิงสาวที่ชื่ออิงฟ้าคนนั้น ภามเชื่อว่าลูกในท้องของเธอเป็นลูกของตน เนื่องจากตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมาเธอไม่มีผู้ชายคนอื่นมาข้องแวะอีกเลย นอกจากภามคนเดียว ภีมสัมผัสได้ว่าน้องชายของเขากำลังสนใจเธอมากกว่าคู่นอนคนอื่นๆ ที่เคยผ่านมา ถึงขนาดจ้างนักสืบตามเธอเป็นเวลาสองเดือนกว่านี่มันก็ไม่ธรรมดาแล้ว เจ้าภามบอกว่าจะยื่นข้อเสนอให้เธออยู่ในสถานะภรรยาหลอกๆ เพื่อที่คุณแม่จะได้เลิกจับคู่ให้เสียที จะรับผิดชอบเรื่องลูกอย่างดีที่สุด แลกกับการปลดหนี้ให้เธอ และช่วยเหลือเรื่องผ่าตัดให้แม่ของเธอที่กำลังป่วย ซึ่งคิดว่าเธอไม่น่าปฏิเสธ เขาจึงเตือนน้องไปว่านี่ชีวิตจริงไม่ใช่ละคร การที่ได้ใกล้ชิดอีกฝ่ายมากขึ้นอาจจะทำให้ภามตกหลุมรักเธอก็เป็นได้ แต่เจ้าตัวกลับบอกว่าไม่มีทาง เพราะคนอย่างภามไม่คิดว่าจะมีความรักหรืออยู่กินกับผู้หญิงคนไหนเป็นราวเป็นราวอยู่แล้ว เขาก็จะคอยดูต่อไปก็แล้วกัน ว่าจะเป็นดังคำพูดของเขาหรือไม่ว่าแต่ตอนนี้ไอ้น้องชายมันหาทางตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อไม่ให้ถูกคุณแม่คอยจับคู่ให้ได้แล้วสินะ งั้นก็เหลือแค่เขาคนเดียวสิ? ซวยแล้วไงล่ะทีนี้! เป็นไปดังที่คาดการณ์ เมื่อเจ้าภามมีเมียมีลูกแล้ว เหล่าบรรดาลูกสาวของเพื่อนแม่ก็ถูกผลักดันมาที่เขาทันที หลายวันมานี้คุณแม่วุ่นวายกับการจัดแจงให้เขาไปทานข้าวกับคนนั้นทีคนนี้ที ไปงานเลี้ยงที่จัดโดยเพื่อนของท่าน ไม่อย่างนั้นก็งานการกุศลอะไรก็ไม่รู้มากมาย พอเขาอ้างว่าติดงานคุณแม่ก็จัดการเปลี่ยนวันให้ตรงกับวันหยุดของเขาไปอีก แทนที่พอเจ้าภามเป็นฝั่งเป็นฝามีหลานแฝดให้ท่านอย่างที่คุณพ่อสั่งเสียเอาไว้แล้วท่านจะพอใจ ที่ไหนได้กลับอยากให้เขารีบมีคนรักเพื่อจะได้รีบแต่งงานมีลูกอย่างน้องชายไปเสียอีก และวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่คุณแม่ขอร้องเขาให้พาท่านมาทำบุญที่วัดต่างจังหวัดเนื่องจากเป็นวันหยุดยาว กิจกรรมนี้เป็นการจงใจให้เขากับเมธาวีได้ใกล้ชิดกัน หลังจากที่เขาไปเจอทั้งน้องลิลลี่ น้องยี่หวา น้องพิงค์ น้องใบบัว และน้องน้ำทิพย์มาเมื่อเดือนก่อนๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ทิวารินทร์ รีสอร์ท ใช่ไหมครับคุณแม่” ภีมถามมารดาที่นั่งรถมาด้วยกันอีกครั้งเมื่อเห็นป้ายบอกทาง “ใช่ลูก ที่นี่แหละ เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย” ชายหนุ่มจอดรถเทียบหน้าตึกใหญ่ของรีสอร์ท ก่อนที่พนักงานคนหนึ่งจะเปิดประตูให้ ในขณะที่พนักงานอีกสามคนเดินตรงเข้ามาช่วยยกกระเป๋าสัมภาระออกมาจากกระโปรงรถ วิภากับมณียาค่อยๆ ก้าวลงจากรถโดยมีเมธาวีคอยประคองอยู่ไม่ห่าง ภีมยื่นกุญแจรถให้พนักงานขับไปเก็บให้ ก่อนที่ทั้งสี่คนจะเดินเข้าไปยังล็อบบี้ของรีสอร์ท พนักงานต้อนรับรีบมาดูแลแขกวีไอพีพร้อมกับเสิร์ฟเวลคัมดริ้งให้อย่างกระตือรือร้น ก่อนแจกแจงการเข้าพักให้กับทุกคนได้รับทราบพร้อมกับมอบคีย์การ์ดของวิลล่าหลังวีไอพีให้ วิภาจองไพรเวทวิลล่าหลังที่ดีที่สุดของที่นี่เอาไว้ ซึ่งเป็นเรือนไม้หลังใหญ่สี่ห้องนอนสี่ห้องน้ำ ตั้งอยู่ริมธารใกล้กับน้ำตก แบ่งโซนแยกออกจากตัวตึกขนาดใหญ่เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพัก ที่เลือกรีสอร์ทนี้เพราะมันห่างไกลจากตัวเมือง ตาภีมกับหนูเมจะได้ออกไปไหนมาไหนลำบากหน่อย เมื่อเป็นเช่นนั้นทั้งคู่ก็จะต้องอยู่ภายในวิลล่าหลังนี้ด้วยกัน นอกจากนั้นเธอกับเพื่อนรักยังวางแผนให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันแค่สองต่อต่อสอง วิภามั่นใจว่าลูกชายของเธอเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ทำเรื่องเสียหาย จึงวางใจให้อยู่กับหนูเมได้ตามลำพัง เมื่อเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ภีมก็ขับรถพาแม่ของเขาและคุณป้ามณียาไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ทมากนัก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณแม่ถึงต้องมาวัดที่อยู่ห่างไกลขนาดนี้ หรืออาจเป็นเพราะท่านกับคุณป้าอยากทำบุญพัฒนาวัดที่ยังขาดแคลนมากกว่าวัดใหญ่ๆ เดาว่าคงเป็นเช่นนั้น สังฆทานชุดใหญ่พร้อมทั้งข้าวปลาอาหารห้าชุด รวมไปถึงเงินปัจจัยทำบุญทำทานอีกเป็นหลักล้านถูกถวายให้พระผู้ใหญ่ห้ารูป โดยแม่ชองเขา คุณป้ามณียา ภีม และเมธาวี ตามลำดับ ก่อนที่จะถวายร่วมกันให้เจ้าอาสาวเป็นรูปสุดท้าย “มากรวดน้ำด้วยกันสิภีมลูก” วิภาดึงลูกชายให้เข้ามาใกล้ๆ “ลูกเม หนูมาตรงนี้มา” ในขณะที่มณียาก็ดันลูกสาวบุญธรรมให้ขยับไปชิดอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ ก่อนที่ผู้ใหญ่ทั้งสองจะมองสบตากันด้วยรอยยิ้ม ภีมจ้องหน้าเมธาวีด้วยแววตาเรียบนิ่ง ในขณะที่เธอพยายามหลบสายตาเขา เขารู้ว่าการมาทำบุญครั้งนี้คุณแม่กับคุณป้าต้องการให้เขากับเมธาวีได้อยู่ใกล้ชิดกัน แต่ไม่ว่าพวกท่านจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางได้สมใจอย่างแน่นอน เพราะคนอย่างเขาไม่มีทางเห็นผิดเป็นชอบอย่างเด็ดขาด “เดี๋ยวภีมขับรถพาน้องกลับไปพักที่รีสอร์ทได้เลยนะลูก” “อ้าว! แล้วคุณแม่กับป้ามณียาล่ะครับ” “แม่กับมณียาตัดสินใจว่าจะถือศีลปฏิบัติธรรมอยู่ที่นี่สักสองคืนน่ะ ลูกไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยววันมะรืนค่อยมารับแม่” “หมายความว่าจะให้ผมกลับไปกับเมธาวีสองคนเหรอครับ” ภีมถามผู้เป็นแม่ซ้ำอีกครั้ง “ใช่จ่ะหลานภีม ยังไงป้าฝากดูแลลูกสาวป้าด้วยนะ” มณียาให้คำตอบชายหนุ่มแทนเพื่อนรักพร้อมรอยยิ้มหวานหยด “เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นเมอยู่ปฏิบัติธรรมกับคุณแม่และคุณป้าที่นี่ดีกว่าค่ะ” “ไม่ได้ลูก / อย่าเลยนะจ๊ะหนูเม” ผู้ใหญ่ทั้งสองรีบทัดทานอย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดกันไว้ “ตอนเย็นเดี๋ยวลูกต้องรอคุยโทรศัพท์กับลูกค้าที่เรากำลังติดต่อขอซื้อเมล็ดกาแฟจากเขาอยู่นะ หนูจำไม่ได้เหรอ ถ้าหนูมาปฏิบัติธรรมกับแม่มันคงจะคุยไม่สะดวกเท่าไหร่นัก” มณียาหาข้ออ้าง “นั่นสิ ถ้าหนูมาอยู่นี่อีกคน ตาภีมก็คงจะเหงาแย่ ยังไงป้ารบกวนให้หนูอยู่เป็นเพื่อนลูกชายป้าหน่อยนะลูก” “คุณภีมคงไม่เหงาหรอกค่ะคุณป้า เพราะปกติบางทีก็อยู่คอนโดคนเดียวอยู่แล้ว” เมธาวีพยายามหาทางปฏิเสธ กล่าวกับคุณป้าเสร็จก็หันไปทางผู้เป็นแม่ “อยู่ที่นี่เมก็คุยกับลูกค้าได้ค่ะคุณแม่ แค่คุยโทรศัพท์เรื่องงานไม่นานคงจะไม่ลำบากอะไร แถมยังได้ดูแลคุณแม่กับคุณป้าวิภาด้วยนะคะ” เธอไม่อยากให้คุณภีมมองเธอแย่ไปกว่านี้แล้วจริงๆ แม้จะได้พูดคุยกันอยู่พักใหญ่ แต่ทว่าผู้ใหญ่ทั้งสองกลับไม่ฟังเธอเลยสักนิด “อยู่ที่รีสอร์ทดีแล้วลูก ให้ป้ากับแม่ของหนูอยู่ที่นี่ตามประสาคนแก่เถอะนะ ป้าไม่อยากให้หนูต้องลำบาก” “เมไม่ลำบากหรอกค่ะ” “เชื่อแม่เถอะนะเม กลับรีสอร์ทไปกับตาภีมเถอะลูก” มณียาแอบหยิกแขนหญิงสาวพร้อมกระซิบให้ได้ยินสองคน “กลับไปซะ อย่าพูดอะไรให้มากความอีก ถ้าแกไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเนรคุณฉัน ที่สำคัญถือโอกาสนี้จับตาภีมให้ได้เข้าใจไหม” เมธาวีกำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ แต่เจ็บกายไม่เท่าเจ็บใจกับคำพูดของแม่ หากเธอไม่ยอมทำตามที่แม่บอกแปลว่าเธอเนรคุณอย่างนั้นสินะ ภีมได้แต่ยืนมองสถานการณ์อย่างเงียบๆ โดยไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะหากคุณแม่ได้จัดแจงวางแผนเอาไว้ขนาดนี้แล้วต่อให้เขาเลี่ยงยังไงก็ไม่พ้น นัยน์ตาคมลอบพิจารณาเมธาวีอยู่ตลอดเพราะอยากรู้ว่าเธอกำลังเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่อยากกลับไปกับเขาเพื่อสร้างมูลค่าให้ตัวเองหรือเปล่า ทิวารินทร์ รีสอร์ท... ประตูวิลล่าถูกเปิดออกด้วยคีย์การ์ด ก่อนที่ร่างสูงจะเดินตรงเข้าไปนั่งลงบนโซฟาแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คดูว่ามีงานอะไรสำคัญเร่งด่วนแจ้งเข้ามาหรือไม่ “จะยืนอยู่นั่นอีกนานไหม เข้ามาได้แล้วมั้ง” เมื่อเห็นเมธาวียืนเก้ๆ กังๆ อยู่ที่หน้าประตู ภีมจึงหันไปพูดกับเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD