“เธออยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย แยกกันอยู่แยกกันกิน ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกัน แล้วก็ไม่ต้องทำท่าทางขยาดหวาดกลัวฉันขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่เคยคิดจะทำอะไรเธอ”
ไม่คิดแต่ว่าครั้งที่แล้วบีบกรามเธอจนเจ็บไปเป็นวันๆ เนี่ยนะ ใครจะไปรู้ว่าคุณหมอภีมผู้แสนอบอุ่นอ่อนโยนในสายตาของใครๆ รวมทั้งในสายตาของเธอด้วย ที่จริงแล้วจะน่ากลัวขนาดนี้
“ค่ะ” ร่างบางเดินไปที่ห้องครัวก่อนจะหยิบของกินเล่นที่เธอซื้อมาให้คุณแม่กับคุณป้าวิภา เยอะขนาดนี้คงกินไม่หมดแน่
คิดไปคิดมาจึงได้หอบข้าวของที่เตรียมไว้เอาไปให้พนักงานของรีสอร์ท ก่อนจะเดินกลับเข้ามาแล้วตรงไปยังห้องนอนที่เธอเอากระเป๋าเข้าไปเก็บไว้ตั้งแต่ตอนแรก แต่ทว่าคำถามของคนที่โซฟาทำให้ต้องหยุดชะงัก
“เอาของกินไปให้พนักงานมาเหรอ” เมื่อสักครู่เขามองเห็นทางหน้าต่างว่าเธอเดินเอาของกินที่ซื้อมาไปให้พนักงานที่เดินกลับจากลากกระเป๋าให้ลูกค้าที่วิลล่าอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ถัดไปพอดี
“ค่ะ เก็บไว้เราก็คงกินไม่หมด มันจะเสียเปล่าๆ แต่เมเหลือไว้นิดหน่อยนะคะ ถ้าคุณภีมอยากกินก็หยิบได้เลย”
“อืม ดีแล้วล่ะ” เขารู้จักอีกฝ่ายมาเป็นสิบปี เมธาวีค่อนข้างโอบอ้อมอารีกับผู้อื่น แต่ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้นะ
“ว่าแต่...นี่เป็นแผนของเธอกับแม่ รวมถึงแม่ของฉันด้วยหรือเปล่า ที่เราสองคนต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้” เขาถามไปตามตรงเพราะไม่มีอะไรต้องอ้อมค้อม
ก่อนจะเข้ามาภีมไปติดต่อขอจองวิลล่าหลังอื่น หรือไม่ก็ห้องชุดธรรมดาของทางรีสอร์ทก็ได้ แต่ปรากฏว่าไม่มีห้องว่างเหลืออยู่เลยทั้งที่แขกก็ไม่ได้ดูพลุกพล่านมากขนาดนั้น เขาจึงคิดว่าคุณแม่ตกลงกับพนักงานเอาไว้ล่วงหน้าแล้วแน่ๆ
“เป็นแผนของคุณแม่กับคุณป้าหรือเปล่าเมก็ไม่รู้หรอกนะคะ แต่ว่าไม่ใช่แผนของเมแน่นอน” เธอยืนยันเสียงแข็ง
“ไม่ใช่ก็ดี เพราะถ้าใช่ก็เตรียมตัวผิดหวังเอาไว้ได้เลย เพราะเธอไม่มีทางได้ในสิ่งที่ต้องการ”
“คุณภีมคิดว่าเมต้องการอะไรจากคุณเหรอคะ” เธออยากรู้นักว่าเขาคิดอะไรอยู่
“รู้อะไรไหมเมธาวี การเป็นหมอทำให้คนที่อยู่ในสายอาชีพนี้กลายเป็นคนที่ช่างสังเกตและต้องวิเคราะห์ทุกอย่างให้คลอบคลุม ต่อให้ฉันไม่ได้ยินที่แม่เธอพูดแต่ก็อ่านปากของท่านได้ว่าแม่เธอสั่งให้เธอจับฉัน”
“คุณภีม!” หญิงสาวตกใจไม่น้อยที่เขารู้
“แต่เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังอยู่แล้วล่ะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอคิดจะทำมันหรือไม่ แต่บทสรุปสุดท้ายก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่ดี”
“คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกนะคะ เพราะเมไม่เคยคิดจะจับคุณจริงๆ”
เขายกยิ้มมุมปากกับประโยคนั้นของเธอ “ไม่คิดก็ไม่คิด”
“คุณภีมยิ้มแบบนั้นหมายความว่ายังไงคะ” เมธาวีรู้สึกได้ว่าเขากำลังยิ้มเหยียดเธออยู่
“เปล่านี่” ภีมไม่ได้ตอบสิ่งที่กำลังคิดอยู่ออกไป เขาให้คนสืบมาจนรู้ว่าธุรกิจของครอบครัวเธอกำลังย่ำแย่ หุ้นส่วนหลายคนเทขายหุ้นเพราะบริษัทขาดสภาพคล่อง นั่นคงทำให้คุณป้ามณียาต้องการเงินและเครดิตเพื่อพยุงธุรกิจให้ไปต่อได้ ดังนั้นหากเมธาวีพยายามจับเขาเพราะสิ่งเหล่านี้มันก็ไม่แปลก เพราะถ้าได้แต่งกับเขาบริษัทของเธอก็จะมั่นคงขึ้นทันที
“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นเมขอตัวนะคะ” หญิงสาวรีบตัดบทเพราะไม่อาจทนต่อสายตาดูแคลนของเขาได้มากไปกว่านี้
“เชิญตามสบาย”
สิ้นเสียงนั้นเมธาวีก็รีบเดินเข้าห้อง
หลังจากนั้นทั้งสองก็ต่างคนต่างอยู่ เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารหญิงสาวจึงสั่งอาหารจากทางรีสอร์ทให้เข้ามาเสิร์ฟที่วิลล่า ตอนนี้ไม่รู้คุณภีมหายไปไหน แต่ก็ดีแล้วล่ะ ตอนกินข้าวจะได้ไม่เกร็ง เธอนั่งกินอาหารที่สั่งมาพลางคุยโทรศัพท์กับเพื่อนรักไปด้วย
“ตอนนี้พัทรแฮปปี้เราก็ดีใจด้วย”
“เราขอบใจเมมากเลยนะที่ช่วยเราตอนนั้น ไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่มีวันนี้”
“ไม่เป็นไรหรอกพัทร เราช่วยเพราะมันดีต่อทุกฝ่าย แล้วตอนนี้อากาศที่นั่นเป็นไงบ้าง หนาวรึยัง”
“เริ่มหนาวแล้ว เมน่าจะชอบ นี่เรายังอยากให้เมมาอยู่ด้วยกันเลยนะ”
“ตอนนี้เราคงไปไม่ได้หรอก”
“เพราะต้องอยู่ตอบแทนบุญคุณก่อนใช่ไหม เราขอพูดตรงๆ นะเม เราคิดว่าเมตอบแทนบุญคุณคนบ้านนั้นมามากเกินพอแล้วด้วยซ้ำ ทั้งที่พวกเขาเอาเมไปเลี้ยงเพราะถือเคล็ดเอาลูกชังมาแล้วลูกรักจะได้มาเกิด เลี้ยงเมเหมือนเป็นเด็กรับใช้ไม่ใช่ลูก ยิ่งช่วงหลังมานี้เมหาเงินให้พวกเขามากกว่าเงินที่พวกเขาใช้เลี้ยงเมมาทั้งหมดเสียอีก มันน่าจะถึงเวลาที่เมจะมีชีวิตของตัวเองได้แล้วนะ”
“เรารู้แล้ว แค่เราอยากช่วยให้พวกเขาผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปก่อน จะได้ไปอย่างสบายใจ”
“แต่ลูกชายเขาเอาแต่ผลาญเงินขนาดนั้นมันไม่มีทางดีขึ้นเลยนะเม ผีพนันเข้าสิงแล้วคงออกยาก นอกจากเขาจะเปลี่ยนตัวเอง”
“เราก็ได้แต่หวังว่าเขาจะคิดได้” นั่นสินะ มันจะเป็นไปได้รึเปล่าที่ธุรกิจของคุณแม่จะกลับมาดีได้เหมือนเดิม
“เราเป็นห่วงเมจริงๆ นะ ถ้าไม่ไหวยังไงก็มาหาเราได้เสมอรู้ไหม อย่าไปทนให้เขาเหยียบย่ำจนเกินไป”
“เรารู้ว่าพัทรเป็นห่วง ขอบคุณพัทรมากนะ”
“ไม่เป็นไร ยังไงถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ให้นึกถึงเราเป็นคนแรกนะ”
“พัทรเป็นคนสำคัญเพียงไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่เรามี ยังไงเราก็นึกถึงพัทรคนแรกอยู่แล้วล่ะ”
“เมก็เป็นคนสำคัญแค่ไม่มีคนที่เรามีเหมือนกัน ยังไงก็อย่าห่วงคนอื่นจนลืมห่วงตัวเองนะ”
“จ้า”
เมธาวีคุยกับเพื่อนต่ออีกสักพักจึงวางสาย
ภีมกลับเข้ามาหลังจากออกไปเดินเล่นสูดอากาศและสำรวจบรรยากาศของรีสอร์ทแห่งนี้ไปด้วย เผื่อจะได้ไอเดียร์การตกแต่งใหม่ๆ
เขามาถึงนานสักพักแล้วแต่ยืนฟังเธอคุยโทรศัพท์อยู่ข้างนอกจนอีกฝ่ายคุยเสร็จถึงได้เข้ามา
คนในสายชื่อพัทรก็คงเป็นคนเดียวกันกับที่เขาเห็นในคืนนั้น
ออดอ้อนกันเสียเต็มประดาจนหน้าหมั่นไส้ เป็นคนสำคัญเพียงไม่กี่คนในชีวิตก็คงคิดเป็นอื่นไม่ได้ แต่คุณป้ามณียากลับบอกให้เธอจับเขาเสียอย่างนั้น
ถ้าเธอไม่คิดจะทำตามที่แม่เธอสั่งจริงๆ ดังปากว่า ก็ขอให้รักกันไปนานๆ ก็แล้วกัน
เมื่ออีกฝ่ายกลับเข้ามาเมธาวีจึงกลับเข้าห้องของตนเอง เธอไม่อยากอยู่ประจันหน้ากับคุณภีมเพราะรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ดีที่กินข้าวเสร็จแล้ว
เมื่อเห็นหญิงสาวกลับเข้าไปในห้องภีมจึงสั่งอาหารมารับประทานบ้าง รอไม่นานพนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟ เขากินไปพร้อมกับเช็คอีเมลเรื่องงานไปด้วยอีก เสร็จแล้วจึงกลับเข้าห้องไป
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เตรียมตัวเข้านอนตามปกติ แต่ทว่าร่างกายเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่ปกติขึ้นมา
เขาพยายามข่มตาให้หลับแต่กลับรู้สึกกระสับกระส่ายร้อนวูบวาบไปตามตามสรรพางค์กาย อย่าบอกนะว่าเขาถูกวางยากระตุ้นอารมณ์!