ตอน 1 (1/2)
หญิงสาวเอวบางร่างน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาด กระโปรงสีครีมจับจีบยาวคลุมเข่า จ้องเขม็งไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า
ความกลัดกลุ่มใจเด่นชัดบนใบหน้าอ่อนหวาน คิ้วสีอ่อนย่นเข้าหากันอย่างกำลังครุ่นคิดไม่ตก แทนที่จะได้กลับบ้านพักผ่อนให้สบายตัวสบายใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยทำงานมาตลอดทั้งวัน
ในช่วงห้าหกวันที่ผ่านมานี้เธอแทบไม่ได้หลับได้นอน พยายามคิดหาทางออกของปัญหาทางบ้านที่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเธอเท่านั้นที่จะแก้ได้
ใบหน้าหวานสวยหม่นหมองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่เคยสดใสเป็นประกายดูเหนื่อยล้าต่างจากเมื่อก่อน
นิ้วเรียวเล็กตัดสินใจกดโทรฯ ออกหาใครบางคน รอไม่นานปลายสายก็รับ
(ฮัลโหล ไม่ได้คุยกันนานเลยขิม)
“สวัสดีค่ะพี่ผักกาด พี่กาดสบายดีมั้ยคะ”
‘เพลงขิม’ หรือ ‘ขิม’ เกริ่นถามสารทุกข์สุกดิบกับผักกาด พี่รหัสของเธอสมัยเรียนมหาวิทยาลัย หล่อนเป็นเพียงคนเดียวที่เพลงขิมนึกได้ในตอนนี้
(พี่สบายดีจ้ะ ช่วงนี้ลูกค้าเยอะมากเลยวุ่นๆ หน่อย แล้วขิมเป็นไงบ้าง ทำไมเสียงฟังดูไม่ดีเลย)
ผักกากรับรู้เรื่องทางบ้านของเพลงขิม คอยช่วยเหลือหญิงสาวมาโดยตลอดสี่ปี ทำไมจะจับสัญญาณความไม่ปกติจากน้ำเสียงของเธอไม่ได้
พื้นฐานเพลงขิมเป็นคนที่เกรงใจคน เธอไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากใครง่ายๆ ถ้าไม่อับจนทนทางจริงๆ
คนถูกถามกลับคอแห้งผากกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ปากจิ้มลิ้มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคงคล้ายกำลังลังเล
“พี่กาดมีงานให้ขิมทำมั้ยคะ”
นอนครุ่นคิดมาหลายวันแล้วก่อนจะตัดสินใจ เธอรู้อยู่แก่ใจว่า ‘งาน’ ที่ว่านี้ไม่ใช่งานที่ขาวสะอาด ไม่ใช่งานที่คิดว่าสักวันจะต้องทำมันเสียด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ไม่แน่ใจว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่
(งาน? หมายถึงยังไงเหรอขิม ผู้ช่วยเลขาที่ทำอยู่ไม่โอเคเหรอ)
ผักกาดไม่เข้าใจ
เธอไม่ได้หมายถึงงานประจำที่ทำอยู่
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะพี่ผักกาด” เพลงขิมส่ายหัวปฏิเสธแม้ว่าปลายสายจะไม่เห็น
พี่รหัสของเธอเป็นเจ้าของโมเดลลิ่ง จึงมีโอกาสรู้จักผู้คนหลากหลายสายงาน หล่อนเป็นคนฝากฝังเพลงขิมให้เข้าทำงานที่ LandLize Group
ไม่ใช่ว่างานผู้ช่วยเลขานุการของประธานกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศนั้นไม่ดี เพียงแต่...
“ตอนนี้ขิมต้องใช้เงินก้อนค่ะพี่กาด”
เธอพูดได้ไม่เต็มปาก ละอายใจเหลือเกินที่ต้องให้อดีตพี่รหัสมารับรู้ถึงปัญหาภายในครอบครัวอีกครั้ง สนิทกันก็จริงแต่ผักกาดก็ถือเป็นคนนอก
ตั้งใจไว้ว่าการที่ผักกาดหางานให้เธอทันทีหลังเรียนจบนั้นจะเป็นการรบกวนครั้งสุดท้าย...แต่กลับไม่ใช่
ปัญหาครั้งนี้มันใหญ่โตเกินกว่าหญิงสาวอายุยี่สิบสามปีที่เพิ่งเรียนจบ ทำงานได้เพียงห้าเดือนอย่างเพลงขิมจะหาทางออกได้ง่ายๆ
(เท่าไหร่ขิม ยืมพี่ก่อนก็ได้ งานอย่างงั้นอย่าไปทำเลย มันไม่เหมาะกับเราหรอก)
งานโมเดลลิ่งที่ว่าก็คือการคัดสรรและเฟ้นหาผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีให้กับบรรดาแขก VVIP ทั้งหลาย
ผักกาดไม่เคยสนับสนุนให้รุ่นน้องของหล่อนรับงาน ‘อย่างว่า’ เพราะรู้ว่าเพลงไม่ได้เจนจัดพอที่จะเอาตัวรอดจากปากเสือปากจระเข้ได้
ในใจนึกโมโห ‘สองแม่ลูก’ ป้าแท้ๆ ของเพลงขิมกับลูกสาวของหล่อน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงสองคนของเธอ
ทำไมผักกาดจะไม่รู้ว่าสองแม่ลูกนั่นเห็นแก่ตัวกับเพลงขิมมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมรุ่นน้องของเธอถึงยังยอมให้สองคนนั้นเอาเปรียบได้ตลอด
“ขิมเกรงใจ มันไม่ใช่น้อยๆ พี่กาดช่วยขิมมากเยอะแล้วด้วย ครั้งนี้ขิมลำบากใจจริงๆ พี่กาดหางานให้ขิมเถอะนะคะ”
เพลงขิมเม้มปากแน่น เลือกที่จะ ‘ขายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง’ ดีกว่าต้องทนหนักใจต่อพี่รหัสของเธอ
ที่ผ่านมามากพอแล้ว เธอไม่อาจรับความช่วยเหลือจากผักกาดได้อีก ยิ่งครั้งนี้จำนวนเงินที่ต้องการมันเยอะเกินกว่าจะกล้าหยิบยืมใคร ถึงยืมได้ ลำพังเงินเดือนเท่าค่าแรงขั้นต่ำของเธอคงไม่พอผ่อนจ่าย ไหนจะมีค่ากิน ค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้านที่ต้องรับผิดชอบอีก
ตั้งแต่เรียนจบและทำงานหญิงก็กลายเป็นเสาหลักของครอบครัว พรเพ็ญผู้เป็นป้าบ่นกระปอดกระแปดว่าขายของไม่ดีทุกวี่วัน ทำให้ค่าใช่จ่ายในบ้านเกือบทั้งหมดตกเป็นภาระของเธอ
ผักกาดเงียบคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อ่อนใจให้กับรุ่นน้องคนสนิท ตกลงยอมหางานให้เธอในที่สุด
(ก็ได้ แต่รู้ไว้นะว่าพี่ไม่สนับสนุน ขิมแน่ใจแล้วใช่มั้ย จะไม่เสียใจทีหลังแน่นะ)
ถึงในอนาคตจะเสียใจแล้วอย่างไร ยังไงตอนนี้ทางที่จะหาเงินก้อนเร็วที่สุดก็มีแต่วิธีนี้เท่านั้น
“ค่ะ พี่กาดคะอย่างขิมจะเรียกได้เท่าไหร่”
(แล้วขิมต้องใช้เท่าไหร่ พี่จะได้เรียกกับลูกค้าถูก)
“สามแสนค่ะ”
เพลงขิมกลั้นใจตอบ เริ่มไม่มั่นใจว่าตัวเองไปเอาความใจกล้ามาจากไหนถึงกล้าบอกราคาสูงลิ่วขนาดนี้
(สามแสน! ราคาดีที่สุดที่พี่เคยดีลได้ยังไม่ถึงแสนเลยนะขิม)
“เหรอคะ”
พอจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็นไปได้ยากสำหรับผู้หญิงบ้านๆ อย่างตัวเองแต่ก็อดที่จะรู้สึกผิดหวังไม่ได้
(พริตตี้ตัวท็อปยังได้แค่แสนต้นๆ เอง แต่ถ้าขิมมีโพรไฟล์ดึงดูดลูกค้ามันอาจจะเรียกเรทได้เยอะขึ้นกว่าปกติหน่อย)
เพลงขิมไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ ใบหน้าของเธอสะสวยออกไปทางหวาน หากแต่ก็ไม่ได้สวยโดดเด่นสะดุดสายตาใคร ไม่มีหน้าตาในสังคม การศึกษาก็ไม่ได้เลิศเลอ สิ่งเดียวที่พอจะนึกออกคงเป็น...
“ขิม...ขิมยังไม่เคยนอนกับใครค่ะ”
อย่างน้อยเธอก็มีอะไรที่ตัวท็อปไม่มี
ที่เก็บความสดใหม่ไว้นั้น ไม่ใช่ว่าเธอหวังจะมอบให้กับผู้ชายที่จะแต่งงานด้วย เป็นเพราะแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่สมัยเรียน เพลงขิมก็เอาแต่เรียน เวลาว่างก็ทำงานพาร์ทไทม์งกๆ หาเงินค่าขนม ช่วยแบ่งเบาค่าเทอมที่ป้าของเธอเป็นคนรับผิดชอบ
แค่เรียนกับทำงานก็หมดวันแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปมีความรัก ขนาดเพื่อนสนิทเธอยังไม่มีสักคน ที่สนิทสนมก็คงจะมีแต่ผักกาดที่ช่วยเหลือเรื่องเรียนและเรื่องเงินยามที่เธอขาดเหลือในบางที
กระทั่งเข้ามาทำงานที่ LandLize Group เพลงขิมก็ตั้งใจทำแต่งานไม่วอกแวก และคงเป็นเพราะตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการของประธานบริษัท ทำให้ไม่มีผู้ชายหน้าใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามกับเธอ
(งั้นพี่ขอเวลาสองสามวัน ยังไงพี่จะพยายามหาลูกค้าชั้นดีให้นะ แต่จริงๆ เงินสามแสนก็เอาของพี่ไปก่อนก็ได้นะขิม)
ถึงรับปากว่าจะช่วยแล้วแต่ก็ยังคาดหวังให้เพลงขิมเปลี่ยนใจ
“ความจริงมันไม่ใช่แค่สามแสนหรอกค่ะพี่ผักกาด”
เพลงขิมจำใจบอก หนี้นอกระบบก้อนโตนี้เกิดจากการที่ ‘พรเพ็ญ’ ป้าแท้ๆ ที่เลี้ยงดูเธอแทนแม่ที่ทิ้งไปตั้งแต่แรกคลอด กู้ยืมมาจากคนมีอิทธิพลในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเอามาโปะหนี้ก้อนเก่าที่ยืมมาลงทุนขายของออนไลน์ให้ ‘พิมพิไล’ ลูกสาวแท้ๆ ของผู้เป็นป้า ลูกพี่ลูกน้องของเพลงขิม
จากเงินต้นที่พรเพ็ญกู้ยืมมาเก้าหมื่นบาทก็บานปลายเพราะดอกเบี้ย แค่จ่ายดอกเบี้ยไม่รวมเงินต้นก็ตกวันละเกือบสองพันบาทแล้ว พรเพ็ญต้องจ่ายดอกทุกวันจนกว่าจะผ่อนคืนเงินต้นจนหมด ถ้าวันไหนขาดส่ง เจ้าหนี้ก็จะส่งนักเลงมาทวงหนี้อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว
เธอก็เพิ่งรู้ในตอนนั้นเองว่าพรเพ็ญกู้ยืมเงินของมาเฟีย