ตอน 1 (1/2)

1447 Words
หญิงสาวเอวบางร่างน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาด กระโปรงสีครีมจับจีบยาวคลุมเข่า จ้องเขม็งไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า ความกลัดกลุ่มใจเด่นชัดบนใบหน้าอ่อนหวาน คิ้วสีอ่อนย่นเข้าหากันอย่างกำลังครุ่นคิดไม่ตก แทนที่จะได้กลับบ้านพักผ่อนให้สบายตัวสบายใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยทำงานมาตลอดทั้งวัน ในช่วงห้าหกวันที่ผ่านมานี้เธอแทบไม่ได้หลับได้นอน พยายามคิดหาทางออกของปัญหาทางบ้านที่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเธอเท่านั้นที่จะแก้ได้ ใบหน้าหวานสวยหม่นหมองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่เคยสดใสเป็นประกายดูเหนื่อยล้าต่างจากเมื่อก่อน นิ้วเรียวเล็กตัดสินใจกดโทรฯ ออกหาใครบางคน รอไม่นานปลายสายก็รับ (ฮัลโหล ไม่ได้คุยกันนานเลยขิม) “สวัสดีค่ะพี่ผักกาด พี่กาดสบายดีมั้ยคะ” ‘เพลงขิม’ หรือ ‘ขิม’ เกริ่นถามสารทุกข์สุกดิบกับผักกาด พี่รหัสของเธอสมัยเรียนมหาวิทยาลัย หล่อนเป็นเพียงคนเดียวที่เพลงขิมนึกได้ในตอนนี้ (พี่สบายดีจ้ะ ช่วงนี้ลูกค้าเยอะมากเลยวุ่นๆ หน่อย แล้วขิมเป็นไงบ้าง ทำไมเสียงฟังดูไม่ดีเลย) ผักกากรับรู้เรื่องทางบ้านของเพลงขิม คอยช่วยเหลือหญิงสาวมาโดยตลอดสี่ปี ทำไมจะจับสัญญาณความไม่ปกติจากน้ำเสียงของเธอไม่ได้ พื้นฐานเพลงขิมเป็นคนที่เกรงใจคน เธอไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากใครง่ายๆ ถ้าไม่อับจนทนทางจริงๆ คนถูกถามกลับคอแห้งผากกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ปากจิ้มลิ้มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคงคล้ายกำลังลังเล “พี่กาดมีงานให้ขิมทำมั้ยคะ” นอนครุ่นคิดมาหลายวันแล้วก่อนจะตัดสินใจ เธอรู้อยู่แก่ใจว่า ‘งาน’ ที่ว่านี้ไม่ใช่งานที่ขาวสะอาด ไม่ใช่งานที่คิดว่าสักวันจะต้องทำมันเสียด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ไม่แน่ใจว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่ (งาน? หมายถึงยังไงเหรอขิม ผู้ช่วยเลขาที่ทำอยู่ไม่โอเคเหรอ) ผักกาดไม่เข้าใจ เธอไม่ได้หมายถึงงานประจำที่ทำอยู่ “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะพี่ผักกาด” เพลงขิมส่ายหัวปฏิเสธแม้ว่าปลายสายจะไม่เห็น พี่รหัสของเธอเป็นเจ้าของโมเดลลิ่ง จึงมีโอกาสรู้จักผู้คนหลากหลายสายงาน หล่อนเป็นคนฝากฝังเพลงขิมให้เข้าทำงานที่ LandLize Group ไม่ใช่ว่างานผู้ช่วยเลขานุการของประธานกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศนั้นไม่ดี เพียงแต่... “ตอนนี้ขิมต้องใช้เงินก้อนค่ะพี่กาด” เธอพูดได้ไม่เต็มปาก ละอายใจเหลือเกินที่ต้องให้อดีตพี่รหัสมารับรู้ถึงปัญหาภายในครอบครัวอีกครั้ง สนิทกันก็จริงแต่ผักกาดก็ถือเป็นคนนอก ตั้งใจไว้ว่าการที่ผักกาดหางานให้เธอทันทีหลังเรียนจบนั้นจะเป็นการรบกวนครั้งสุดท้าย...แต่กลับไม่ใช่ ปัญหาครั้งนี้มันใหญ่โตเกินกว่าหญิงสาวอายุยี่สิบสามปีที่เพิ่งเรียนจบ ทำงานได้เพียงห้าเดือนอย่างเพลงขิมจะหาทางออกได้ง่ายๆ (เท่าไหร่ขิม ยืมพี่ก่อนก็ได้ งานอย่างงั้นอย่าไปทำเลย มันไม่เหมาะกับเราหรอก) งานโมเดลลิ่งที่ว่าก็คือการคัดสรรและเฟ้นหาผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีให้กับบรรดาแขก VVIP ทั้งหลาย ผักกาดไม่เคยสนับสนุนให้รุ่นน้องของหล่อนรับงาน ‘อย่างว่า’ เพราะรู้ว่าเพลงไม่ได้เจนจัดพอที่จะเอาตัวรอดจากปากเสือปากจระเข้ได้ ในใจนึกโมโห ‘สองแม่ลูก’ ป้าแท้ๆ ของเพลงขิมกับลูกสาวของหล่อน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงสองคนของเธอ ทำไมผักกาดจะไม่รู้ว่าสองแม่ลูกนั่นเห็นแก่ตัวกับเพลงขิมมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมรุ่นน้องของเธอถึงยังยอมให้สองคนนั้นเอาเปรียบได้ตลอด “ขิมเกรงใจ มันไม่ใช่น้อยๆ พี่กาดช่วยขิมมากเยอะแล้วด้วย ครั้งนี้ขิมลำบากใจจริงๆ พี่กาดหางานให้ขิมเถอะนะคะ” เพลงขิมเม้มปากแน่น เลือกที่จะ ‘ขายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง’ ดีกว่าต้องทนหนักใจต่อพี่รหัสของเธอ ที่ผ่านมามากพอแล้ว เธอไม่อาจรับความช่วยเหลือจากผักกาดได้อีก ยิ่งครั้งนี้จำนวนเงินที่ต้องการมันเยอะเกินกว่าจะกล้าหยิบยืมใคร ถึงยืมได้ ลำพังเงินเดือนเท่าค่าแรงขั้นต่ำของเธอคงไม่พอผ่อนจ่าย ไหนจะมีค่ากิน ค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้านที่ต้องรับผิดชอบอีก ตั้งแต่เรียนจบและทำงานหญิงก็กลายเป็นเสาหลักของครอบครัว พรเพ็ญผู้เป็นป้าบ่นกระปอดกระแปดว่าขายของไม่ดีทุกวี่วัน ทำให้ค่าใช่จ่ายในบ้านเกือบทั้งหมดตกเป็นภาระของเธอ ผักกาดเงียบคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อ่อนใจให้กับรุ่นน้องคนสนิท ตกลงยอมหางานให้เธอในที่สุด (ก็ได้ แต่รู้ไว้นะว่าพี่ไม่สนับสนุน ขิมแน่ใจแล้วใช่มั้ย จะไม่เสียใจทีหลังแน่นะ) ถึงในอนาคตจะเสียใจแล้วอย่างไร ยังไงตอนนี้ทางที่จะหาเงินก้อนเร็วที่สุดก็มีแต่วิธีนี้เท่านั้น “ค่ะ พี่กาดคะอย่างขิมจะเรียกได้เท่าไหร่” (แล้วขิมต้องใช้เท่าไหร่ พี่จะได้เรียกกับลูกค้าถูก) “สามแสนค่ะ” เพลงขิมกลั้นใจตอบ เริ่มไม่มั่นใจว่าตัวเองไปเอาความใจกล้ามาจากไหนถึงกล้าบอกราคาสูงลิ่วขนาดนี้ (สามแสน! ราคาดีที่สุดที่พี่เคยดีลได้ยังไม่ถึงแสนเลยนะขิม) “เหรอคะ” พอจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็นไปได้ยากสำหรับผู้หญิงบ้านๆ อย่างตัวเองแต่ก็อดที่จะรู้สึกผิดหวังไม่ได้ (พริตตี้ตัวท็อปยังได้แค่แสนต้นๆ เอง แต่ถ้าขิมมีโพรไฟล์ดึงดูดลูกค้ามันอาจจะเรียกเรทได้เยอะขึ้นกว่าปกติหน่อย) เพลงขิมไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ ใบหน้าของเธอสะสวยออกไปทางหวาน หากแต่ก็ไม่ได้สวยโดดเด่นสะดุดสายตาใคร ไม่มีหน้าตาในสังคม การศึกษาก็ไม่ได้เลิศเลอ สิ่งเดียวที่พอจะนึกออกคงเป็น... “ขิม...ขิมยังไม่เคยนอนกับใครค่ะ” อย่างน้อยเธอก็มีอะไรที่ตัวท็อปไม่มี ที่เก็บความสดใหม่ไว้นั้น ไม่ใช่ว่าเธอหวังจะมอบให้กับผู้ชายที่จะแต่งงานด้วย เป็นเพราะแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่สมัยเรียน เพลงขิมก็เอาแต่เรียน เวลาว่างก็ทำงานพาร์ทไทม์งกๆ หาเงินค่าขนม ช่วยแบ่งเบาค่าเทอมที่ป้าของเธอเป็นคนรับผิดชอบ แค่เรียนกับทำงานก็หมดวันแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปมีความรัก ขนาดเพื่อนสนิทเธอยังไม่มีสักคน ที่สนิทสนมก็คงจะมีแต่ผักกาดที่ช่วยเหลือเรื่องเรียนและเรื่องเงินยามที่เธอขาดเหลือในบางที กระทั่งเข้ามาทำงานที่ LandLize Group เพลงขิมก็ตั้งใจทำแต่งานไม่วอกแวก และคงเป็นเพราะตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการของประธานบริษัท ทำให้ไม่มีผู้ชายหน้าใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามกับเธอ (งั้นพี่ขอเวลาสองสามวัน ยังไงพี่จะพยายามหาลูกค้าชั้นดีให้นะ แต่จริงๆ เงินสามแสนก็เอาของพี่ไปก่อนก็ได้นะขิม) ถึงรับปากว่าจะช่วยแล้วแต่ก็ยังคาดหวังให้เพลงขิมเปลี่ยนใจ “ความจริงมันไม่ใช่แค่สามแสนหรอกค่ะพี่ผักกาด” เพลงขิมจำใจบอก หนี้นอกระบบก้อนโตนี้เกิดจากการที่ ‘พรเพ็ญ’ ป้าแท้ๆ ที่เลี้ยงดูเธอแทนแม่ที่ทิ้งไปตั้งแต่แรกคลอด กู้ยืมมาจากคนมีอิทธิพลในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเอามาโปะหนี้ก้อนเก่าที่ยืมมาลงทุนขายของออนไลน์ให้ ‘พิมพิไล’ ลูกสาวแท้ๆ ของผู้เป็นป้า ลูกพี่ลูกน้องของเพลงขิม จากเงินต้นที่พรเพ็ญกู้ยืมมาเก้าหมื่นบาทก็บานปลายเพราะดอกเบี้ย แค่จ่ายดอกเบี้ยไม่รวมเงินต้นก็ตกวันละเกือบสองพันบาทแล้ว พรเพ็ญต้องจ่ายดอกทุกวันจนกว่าจะผ่อนคืนเงินต้นจนหมด ถ้าวันไหนขาดส่ง เจ้าหนี้ก็จะส่งนักเลงมาทวงหนี้อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว เธอก็เพิ่งรู้ในตอนนั้นเองว่าพรเพ็ญกู้ยืมเงินของมาเฟีย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD