ตอนที่ 1 : หนีจระเข้ ปะ กระทิง
ตอนที่ 1 : หนีจระเข้ ปะ กระทิง
ในห้องอาหารแบบส่วนตัวสำหรับแขกวีไอพีของโรงแรมหรู
รมิตานักศึกษาสาวปีสองจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของจังหวัด กำลังนั่งจีบไวน์ชั้นดีด้ายท่าทางระมัดระวัง เพราะในห้องนี้มีเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว นอกนั้นเป็นคนของเสี่ยโยคิน ผู้ทรงอิทธิพลของเมืองนี้ นับรวมกันแล้วก็มีไม่ต่ำกว่า 5 คน ยืนกระจายอยู่ตามมุมห้องต่างๆ ราวกับมาเฟียในหนังที่ต้องมีลูกน้องไว้คุ้มกันความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา
‘ฉันมาทำอะไรที่นี่’
ถึงแม้เธอจะรู้สึกพลาดที่ไม่ได้เอาเพื่อนสนิทมาเป็นเพื่อนในการคุยงานครั้งนี้ แต่รมิตาก็ยังคงทำใจดีสู้เสือ ซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้ท่าทางนิ่งๆ เอ่ยถามอีกฝ่ายหลังจากที่เธอนั่งอยู่ในนี้ได้เกือบชั่วโมงแล้ว
“เอ่อ…เมื่อไหร่เสี่ยจะเริ่มคุยเรื่องงานคะ พอดีว่าหนูต้องกลับไปทำรายงานส่งอาจารย์ต่อค่ะ”
เธอฉลอดพอที่จะเลือกใช้ข้ออ้างเรื่องรายงานกับอีกฝ่าย เพื่อกดดันให้เขายอมคุยเรื่องงานที่จะจ้างเธอเป็นพรีเซ็นเตอร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เขาทำแล้วรีบๆ ปล่อยเธอกลับไป แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
“ทำไมถึงได้รีบนักล่ะ นี่ก็เพิ่งจะสามทุ่มเอง ดื่มอีกสักแก้วเถอะแล้วเราค่อยมาเริ่มคุยงานกัน”
“แต่หนูดื่มไปสองแก้วแล้วนะคะ หนูกลัวจะเมาแล้วคุยงานไม่รู้เรื่องค่ะ”
“เอาน่ะ อีกแค่แก้วเดียวไม่เมาหรอก ผมสัญญาว่าแก้วนี้จะเป็นแก้วสุดท้ายแล้วจริงๆ หลังจากนี้ผมจะไม่บังคับให้ดื่มอีก”
เขาให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเช่นเดียวกับท่าทางที่สงบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้สาวน้อยไม่กล้าปฏิเสธ
“ก็ได้ค่ะ”
เพื่อให้ทุกอย่างจบเร็ว รมิตาจึงตอบตกลงที่จะยกไวน์อีกแก้วขึ้นมาจรดปากแล้ววางแก้วไวน์ลงตรงหน้าหลังจากที่เธอฝืนกลืนแอลกอฮอล์ลงคอจนหมดทุกหยด ท่ามกลางสายตาของหนุ่มใหญ่ที่มองเธออย่างเงียบๆ ด้วยความพึงพอใจ
หลังจากนั้นไม่ถึงอึดใจเขาก็ทำตามสัญญาโดยการเริ่มคุยรายละเอียดงานที่จะจ้างเธอ ขณะคุยงานเขาดูใจเย็น ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด แตกต่างจากรมิตาตอนนี้ที่ดูเหมือนเสียงที่เธอได้ยินนั้นจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเสียมากกว่าจะเข้าไปในใจทั้งหมด เพราะเวลานี้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกายแปลกๆ จนไม่มีสมาธิที่จะคุยงานเลยแม้แต่น้อย
‘ทำไมเราถึงได้รู้สึกแปลกๆนะ’เธอนิ่วหน้าเมื่อเริ่มนั่งไม่เป็นสุข‘หรือว่าเราจะโดนวางยา!’
จู่ๆ ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในสมอง เพราะเธอเคยได้ยินมาจากกลุ่มเพื่อนสาวนักศึกษาพูดกันมาบ้าง โดยเฉพาะวงการพริตตี้นั้นจะต้องระวังตัวกับเรื่องยาเสียสาวมาก เมื่อคิดได้ดังนั้นรมิตาก็ต้องคิดหาทางเอาตัวรอด รู้สึกว่าที่แห่งนี้เริ่มจะไม่ปลอดภัยสำหรับเธอเสียแล้ว
“หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
“ให้ผมไปส่งไหม?”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปเองดีกว่า”
พูดจบเธอก็รีบลุกพรวดออกจากห้องอาหารเพื่อออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว สร้างความแปลกใจให้กับเสี่ยโยคินไปด้วยเพราะในห้องนี้มีห้องน้ำส่วนตัวและเขาคิดว่าเธอจะเลือกเข้าห้องน้ำที่นี่เสียอีก แต่เมื่อคิดว่าเธออาจจะไม่รู้ว่าในห้องอาหารส่วนตัวนี้มีห้องน้ำอยู่ เขาก็เลยปล่อยเธอไปแต่กระนั้นก็มิวายหันมาออกคำสั่งกับลูกน้องที่ยืนใกล้เขาที่สุด
“ตามเธอไป”
“ครับเสี่ย”
ลูกน้องหน้าเข้มรับคำ ก่อนที่จะเดินตามหญิงสาวออกไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ทว่าเพียงเสี้ยวนาทีกลับทำให้เขาไม่สามารถมองหาร่างบางระหงของหญิงสาวที่ผู้เป็นนายสั่งให้ตามได้ เลยตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำและยืนรออยู่ที่หน้าประตู ตั้งใจจะรอจนกว่าเธอจะออกมาแล้วพากลับไปหาผู้เป็นนาย กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบสิบนาทีก็ดูเหมือนเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาจากห้องน้ำ ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนเลยต้องส่งเสียงเรียกคนที่เขาคิดว่าน่าจะอยู่ด้านใน
“คุณรมิตาครับ คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า”
หลังจากถามออกไปแล้วไม่ได้รับเสียงตอบกลับมา สัญชาตญาณก็ทำให้เขาไม่รีรอเข้าไปตรวจค้นในห้องน้ำทันที แต่เมื่อตรวจจนครบทุกห้องแล้วก็ไม่พบว่าจะมีใครอยู่ในนั้น
“บ้าชิบ!”
ชายฉกรรจ์สบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก เขารีบหมุนตัวออกจากห้องน้ำหญิงแล้วตรงดิ่งกลับไปยังห้องอาหารทันที
“ทำไมถึงได้ไปเข้าห้องน้ำนานนักวะ!”
โยคินทำหน้าเหวี่ยง ถามลูกน้องที่เปิดประตูกลับเข้ามาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องนั่งรออยู่นาน ก่อนที่ลูกน้องจะเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เธอหนีไปแล้วครับเสี่ย”
“ว่าไงนะ!”โยคินสบถถามลูกน้องด้วยอารมณ์เดือด ก่อนจะพ่นคำด่าใส่อีกฝ่ายดังลั่น“มึงตามดูยังไงวะ! ถึงได้ปล่อยให้เธอหลุดไปได้”
“ขอโทษครับเสี่ย”
“ไม่ต้องขอโทษกู! ตอนนี้พวกมึงรีบตามตัวยายเด็กนั่นกลับมาให้กูก่อน ป่านนี้ยังไม่ออกจากโรงแรมไปหรอก”
“ครับเสี่ย!”
ชายฉกรรจ์ทั้งห้องต่างรับคำพร้อมกับรีบปฏิบัติตามคำสั่งของผู้เป็นนาย โยคินเองก็ไม่สามารถนั่งใจเย็นได้อีกต่อไปเช่นกันเมื่อเจ้ากระต่ายน้อยที่เขาหวังจะรวบหัวรวบหางในคืนนี้หลุดมือไปแบบนี้ เขาลุกขึ้นยืนแล้วตามลูกน้องออกจากห้องเพื่อตามหาเธอด้วยอีกแรง
ทางด้านรมิตา หลังจากออกมาจากห้องอาหารได้ เธอก็รีบวิ่งเข้าลิฟต์แล้วกดชั้นมั่วๆเพื่อขอความช่วยเหลือจากแขกสักคนที่เข้ามาพักโรงแรมแห่งนี้ แทนการวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานลอบปี้เพราะโรงแรมหรูนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่เธอจะหนีออกไปได้ทัน เกรงว่ากว่าจะถึงหน้าโรงแรมพวกมันจะตามมาทันเสียก่อน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
“ใครมาทุบประตูวะ เสียมารยาทจริงๆ เลย”
หมอกระทิงที่กะจะมานอนโรงแรมหรูพักผ่อนสบายๆ หลังจากที่ทำงานหนักมาหลายปี เขาได้ทำเรื่องลาพักร้อนเกือบอาทิตย์ ตั้งใจจะมาใช้บริการพนักงานโรงแรมทำโน้นนี่ให้ โดยเขานั้นจะนั่งกินนอนกินอยู่ในโรงแรมจนกว่าจะถึงวันทำงานรู้สึกหงุดหงิด
เขาเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่พันเอวไว้หลวมๆ อวดกล้ามเนื้อแข็งแรงและหน้าท้องเป็นลอนๆ เซ็กซี่ชนิดที่สาวๆ เห็นแล้วต้องใจสั่นรั่ว ชายหนุ่มขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเสียงประตูห้องของตนถูกทุบรัวๆ รบกวนความเป็นส่วนตัว แต่กระนั้นก็พาร่างสูงสง่าเดินมาเปิดประตู
“ช่วยด้วย ช่วยหนูด้วย”
ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ก็พบกับหญิงสาวรูปร่างได้สัดส่วนในชุดเดรสสีฟ้าน้ำทะเลนางหนึ่งยืนสั่นระริก สีหน้าตื่นตระหนกตกใจราวกับหนีอะไรมาสักอย่าง
“เกิดอะไรขึ้น?”หมอกระทิงขมวดคิ้วถาม ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นกลับไป
“หนูไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ขอเข้าไปในห้องหน่อยนะคะ”
พูดจบรมิตาก็รีบดันประตูแทรกตัวเข้าไปในห้องของหมอกระทิงที่เปลือยท่อนบนอย่างถือวิสาสะแล้วดันประตูปิดอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความมึนงงของเจ้าของห้อง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเธอ เสียงประตูห้องของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…
“ใครมาเคาะประตูอีกวะ!”
เขาสบถออกมาอย่างรู้สึกหงุดหงิด ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันอะไรถึงมีแต่คนมารบกวนเวลาพักผ่อนของเขา รมิตาสะดุ้งสุดตัวกับเสียงเคาะประตู แต่ก็มีสติพอที่จะเข้าไปหลบอยู่หลังประตู ก่อนที่เจ้าของห้องจะเปิดประตูได้อย่างฉิวเฉียด
“อ้าว! หมอ”
เสียงทักทายของคนที่อยู่ตรงหน้าประตูดังขึ้น ราวกับรู้จักเจ้าของห้อง ทำให้หญิงสาวที่หลบอยู่หลังประตูหัวใจแทบจะหยุดเต้น หน้าผากมนสวยมีเม็ดเหงือผุดขึ้นมาด้วยอาการประหม่า
“ครับ เสี่ยมีเรื่องอะไรกับผมเหรอครับ”
ทักทายอีกฝ่ายกลับไปพร้อมเอ่ยถามเมื่อเจอหนึ่งในนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลของเมืองนี้ ซึ่งมักจะเจอกันในโรงพยาบาล ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เริ่มรู้สึกถึงอะไรไม่ชอบมาพากล
“เปล่าหรอกครับ ไม่มีอะไร ผมแค่เคาะห้องผิดเฉยๆ ต้องขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของหมอ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“งั้นผมไม่รบกวนแล้ว ขอโทษอีกครั้งนะครับ”
“ครับ”
หมอกระทิงปิดประตูหลังจากที่บทสนทนาสั้นๆ จบลง เป็นจังหวะเดียวกับที่รมิตาพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่กระนั้นก็มิคลายความกังวลไปเสียทั้งหมดเมื่อนัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหันมาทางเธอ