เปาโลพาเรียมตรงเข้ามายั้งพื้นที่ลึกสุดในป่า สตรีนักปราชญ์หลังจากที่โดนขู่ไปนางก็เงียบและเดินตามเปาโลมาอย่างว่าง่าย ซึ่งท่าทางของนางในตอนนี้ทำให้เปาโลพึงพอใจเป็นอย่างมาก
สำหรับเรียมนั้นนางได้แต่เก็บความแค้นเคืองเอาไว้ในใจและตามอีกฝ่ายไปโดยที่ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนใดๆ ขอเพียงบุรุษผู้นี้พลาดท่าอีกครั้ง นางสัญญากับตัวเองไว้ว่านางจะต้องฆ่าบุรุษชั่วช้าคนนี้ให้ได้
ในเมื่อเข้ามาในป่าแล้วจะกลับออกไปมือเปล่าได้อย่างไร ไหนๆก็มาแล้ว เปาโลต้องการจะล่าอสูรระดับสูงๆสักตัวสองตัวเพื่อนําไปขาย
เปาโลและเรียมใช้เวลาเดินทางเกือบๆครึ่งวันก็มาถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง หน้าผาแห่งนี้ค่อนข้างสูงชัน ด้านล่างของผาเป็นแม่นํ้าสายใหญ่ที่กำลังไหลเชี่ยว
เปาโลเดินไปยังหน้าผาก่อนจะมองลงไปยังแม่นํ้าและใช้ดวงตารู้แจ้งเพื่อตรวจสอบพลังมานารอบๆในระยะหลายร้อยเมตร
ดวงตาของเปาโลเปล่งแสงประกายเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าในนํ้ามีสิ่งมีชีวิตที่มีพลังมานากำลังแหวกว่ายอยู่หลาย 10 ตัว
“มีสัตว์อสูรอยู่ในแม่นํ้า มานาเข้มข้นมาก”
ได้ยินเช่นนั้นเรียมก็เดินมายังข้างๆเปาโลและมองลงไปยังแม่นํ้า ทว่านางนั้นไม่มีเวทย์สายตรวจจับนางจึงไม่เห็นอะไร เห็นแค่เพียงแม่นํ้าสายใหญ่ที่กำลังไหลเชี่ยว
แต่นางรู้ดีว่าเปาโลนั้นมีเวทย์สายตรวจจับ การที่เขาเห็นว่ามีบางอย่างอยู่ในนํ้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เหมือนกับตอนที่ไปล่าก็อบลิน
แต่แล้วเรียมก็ฉุกคิดแผนการขึ้นมาได้บางอย่าง! ถ้าสิ่งที่บุรุษชั่วช้าผู้นี้บอกเป็นเรื่องจริงว่าในนํ้ามีมีสัตว์อสูรที่มานาเข้มข้นอยู่หลายตัว!
แล้วถ้านางผลักเขาให้ตกลงไปล่ะ!
เขาก็จะโดนสัตว์อสูรพวกนั้นฆ่าตายอย่างแน่นอน! ต่อให้บุรุษสารเลวผู้นี้จะเก่งกาจแค่ไหนก็ตาม! แต่ในนํ้าที่ไหลแรงขนาดนี้เขาจะสู้อสูรพวกนั้นได้อย่างไร?
ไหนๆเขาก็ลบคำสาปในตัวนางไปแล้ว การที่นางคิดจะฆ่าเขาก็จะไม่ส่งผลอะไร
“เจ้าบังอาจยํ่ายีศักศรีดิ์ของข้า!” ไม่กี่นาทีต่อมาเรียมกล่าวด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความเกลียดชังก่อนยื่นมือไปผลักเปาโลที่อยู่ข้างๆอย่างรวดเร็ว!
ทว่าช่วงเสี้ยววินาทีเปาโลสัมผัสได้อย่างรวดเร็วถึงจิตสังหารของสตรีข้างๆ สัญชาติญานของเขาทำให้ร่างของเขานั้นเคลื่อนหลบอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ!
“อ่ะ!! ว๊ายยยย!”
ครือดดดดดด!!!
เมื่อร่างของเปาโลเลือนหายไป มือของเรียมที่ยื่นออกไปจึงแตะได้เพียงความว่างเปล่า แรงโถมร่างของนางทำให้ร่างอันบอบบางของนางเสียหลักและก็กลายเป็นนางที่ผลัดตกลงไปเสียเอง!!!
ด้วยความที่นางผลัดตกโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว นางจึงไม่อาจหาหลักยันที่จะยืนเพื่อใช้วิชาเหาะเหินได้ แรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของโลกจึงทำให้ร่างบางๆของนางดิ่งลงหน้าผาอย่างรวดเร็ว!
เปาโลมองร่างของเรียมที่ตกลงไปพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ สำหรับเขาการที่เรียมคิดจะฆ่าตนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหลังจากนึกถึงสิ่งที่ตนเองได้ทำกับนาง
ภายในใจของเปาโลจึงไม่ได้รู้สึกโกรธอีกฝ่าย
“เห้อ ยัยตัวแสบ! ถ้าไม่ติดว่าเจ้ามีเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบล่ะก็ ข้าจะปล่อยให้เจ้าตายไปซะ!” เปาโลบ่นเบาๆจากนั้นเขาก็ตั้งท่าเท้ายันผืนดินก่อนจะใช้ย่างก้าวสายฟ้าพุ่งลงยังเบื้องล่างของหน้าผาอย่างรวดเร็ว!
ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกบวกกับทักษะย่างก้าวสายฟ้าที่เป็นทักษะเคลื่อนที่ระดับสูงทำให้ไม่กี่วินาทีเปาโลก็ได้มาถึงตัวของเรียมจากนั้นเขาก็คว้าร่างนางเอาไว้
ตูมมมมมมมมมม!!!
ด้วยความเร็วอันมหาศาลทำให้ทันทีที่เท้าของเปาโลแตะถึงผืนนํ้าก็ได้ทำให้เกิดแรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั้งผืนนํ้า!
……………
ในเวลาต่อมาร่างของเปาโลได้ยืนอยู่บนผืนนํ้าโดยใช้เวทย์ลมเป็นหลักเหยียบ ทั้งสองมือของเปาโลก็อุ้มร่างของสตรีนักปราชญ์เอาไว้ในท่าเจ้าสาว
ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก เรียมเมื่อเห็นว่าตัวเองถูกเปาโลอุ้มไว้ก็ได้รู้ว่าตัวเองนั้นรอดตายแล้ว
ว่าแต่เหตุใดเขาถึงช่วงนางล่ะ?
ทั้งๆที่นางคิดจะฆ่าเขา?
ดวงตากลมโตของเรียมมองไปยังใบหน้าของโปเลาด้วยความไม่เข้าใจ หูแหลมๆของนางกระดิ๊กเล็กน้อย ซึ่งดูน่ารักไปอีกแบบ
“เจ้ากล้ามากนะที่คิดจะข้าบุรุษของตัวเอง”
“!! ทะ! ท่านไม่ใช่บุรุษของข้า!! ” ในเวลานี้ใบหน้าของเอลฟ์สาวนักปราชญ์เห่อแดงแบบโกรธๆเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดไร้ยางอายของอีกฝ่าย
เปาโลแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนมือจากเอวเอลฟ์สาวขึ้นมาบีบที่หน้าอกของนางและกล่าว
“ใช่หรือไม่ใช่ หลังจากจบเรื่องนี้ เจ้าจะได้รู้”
“อ๊ะ!! เจ็บ!! ไอ้คนสารเลว!!!” เรียมทั้งโกรธทั้งอายจนหน้าแเดงหนักกว่าเดิม เขาถึงกับกล้าบีบหน้าอกของนางได้อย่างหน้าด้านๆ!! เขาไม่ไดให้เกียรตินางเลยสักนิด เขามันบุรุษที่ชั่วช้าที่สุด!!ยิ่งกว่าไอ้พวกโจรป่าเสียอีก!
เปาโลไม่ได้สนใจเอลฟ์สาวอีกต่อไปเพราะเขาสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรจำนวนกว่าสิบตนกำลังตรงมายังตนเอง
“มีฝูงสัตว์อสูรกำลังมาทางนี้”
ทั้งสองคนยืนอยู่บนผืนในเวลานี้เปาโลก็ปล่อยร่างของเรียมลงจากนั้นก็เรียกใช้เวทย์ลมเอาไว้เพื่อเป็นฐานให้นางเอาไว้ยืน
“วงเวทย์สายลมนี้จะคอยปกป้องเจ้า ห้ามเจ้าออกจากวงเวทย์นี้เด็ดขาด” เปาโลกำชับเอลฟ์นักปราชเสร็จก็พุ่งทะยานร่างไปยังกลุ่มสัตว์อสูรที่กำลังมาทางนี้
เรียมมองดูเวทย์ลมที่ฐานเหยียบที่เปาโลสร้างให้กับนางและคิดภายในใจว่าบุรุษผู้นี้ช่างมีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น วิชาดาบ เวทย์สายตรวจจับ เวทย์สายคำสาป นี่เขายังสามารถใช้เวทย์ลมได้อีกงั้นรึ!
……….
ในเวลานี้เปาโลทะยานร่างพุ่งไปข้างหน้าเหนือผิวนํ้าก่อนจะเรียกดาบหยกดำออกมาจากห้วงมิติ ด้วยย่างก้าวสายฟ้าทำให้เข้ามาถึงด้านหน้าของฝูงสัตว์อสูรที่อยู่ใต้นํ้าอย่างรวดเร็ว
เปาโลกระชับดาบในมือก่อนจะใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีค้นหาวิชาเวทย์ที่มีผลในวงกว้างในห้วงทะเลแห่งความทรงจำ
และในที่สุดเขาก็เจอ! ซึ่งในห้วงทะเลแห่งความทรงจำของเขานั้นวิชาที่หน่วยลับของตระกูลดอร์รินใช้เมื่อตอนที่สู้กับมือสังหารตระกูลเคลเลอร์เขาก็มีเช่นกัน!
“วิชาสายลม! ลมคลั่งวายุมังกรคู่!!”
โฮกกกกกกกก!!!!
ทันทีที่เปาโลร่ายเวทย์และตวัดดาบออกไปก็เกิดเป็นพายุลูกใหญ่ม้วนตัวเข้าหากัน! จนกลายเป็นมังกรวายุขนาดมหึมาสองตัวพุ่งออกไป!
สำหรับวิชานี้ถ้าเป็นผู้อื่นอาจจะต้องใช้ถึงสองคนในการร่ายเวทย์ แต่สำหรับเปาโลที่มีมานามหาศาลอยู่ในร่างกายนั้นเป็นเรื่องง่ายมากที่จะร่ายออกมาด้วยตัวคนเดียว
เรียมที่ยืนอยู่ไกลเบิกตาด้วยความตกใจเล็กน้อย เพราะนางเองก็อยู่ในสถานการณ์ตอนที่หน่วยลับตระกูลดอร์รินใช้วิชามังกรคู่!
นั่นมันวิชาของตระกูลดอร์รินไม่ใช่รึ?
ทำไมบุรุษผู้ชั่วช้าอย่างเขาถึงใช้ได้?
ตามหลักแล้วผู้ที่มีพลังนั้นจะใช้พลังตามธาตุของตนเอง คนๆนึงเกิดมาอยากน้อยๆมากสุดก็มีแค่สองธาตุเท่านั้น แต่เปาโลที่เป็นนักดาบนอกจากจะใช้พลังเวทย์ได้แล้ว เขายังสามารถใช้ได้หลากหลายธาตุอีกด้วย!
อย่างเช่นวิชาเคลื่อนที่ ที่มีคุณสมสายฟ้า(ย่างเก้าสายฟ้า) วิชาคำสาป ที่มีคุณสัมบัติธาตุความมืด และตอนนี้เขาก็ใช้วิชาสายลม ที่มีคุณสมบัติธาตุลม
“บุรุษผู้ชั่วช้าคนนี้เป็นใครกันแน่? เหตุใดเขาถึงใช้คุณสมบัติธาตุได้หลากหลายเช่นนี้”