หลังจากออกจากคฤหาสน์ของผู้คุมกฏชาร์ค เส้นทางที่เปาโลนั่งรถม้าไปต่อก็คือหอนักหลอมอาวุธเพื่อมาดูตวามคืบหน้าของอาวุธที่ตนได้สั่งตีไว้
เมื่อมาถึงเปาโลก็ตรงไปยังที่ทำงานของคนแคระหนวดยาว และเมื่อคนคนแคระหนวดยาวเห็นเปาโลก็รีบกล่าวทัก
“เจ้ามาแล้วรึ ดีเลย ข้าตีดาบของเจ้าเสร็จแล้วเข้ามาดูด้านในสิว่าถูกใจเจ้ามั้ย”
เปาโลพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินตามคนแคระหนวดเข้าไป
เมื่อเห็นเข้ามาด้านในคนแคระนวดก็หยิบดำเล่มยาวสีดำทมิฬให้กับเปาโลดู ดาบเหล็กหยกดำนี้เป็นสีดำทั้งเล่มมีเพียงด้ามดามที่เป็นสีไม้เนื้อดี ไม่มีที่กันคมทัดจากด้ามไปก็เป็นตัวดาบเลย ซึ่งเป็นไปตามแบบที่เปาโลต้องการ
“เยี่ยมเลย ถูกใจข้ามาก” เปาโลลองกวัดแกวงดาบเล็กน้อย ซึ่งรู้สึกว่าดาบเล่มนี้นั้นเบาและกระชับมือกว่าดาบราคาถูกของตนเองมาก
คนแคระหนวดยาวพึงพอใจมากเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถูกใจ เขากล่าว
“ส่วนเรื่องฝักดาบ ข้าขอเวลาอีก 2 วันจะหาไม้เนื้อดีมาทำให้เจ้า”
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง ข้าไม่ต้องการมันแล้ว” เปาโลรีบปฏิเสธ ตอนแรกเขาต้องการฝักดาบ ทว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนใจ เอาไว้เวลาที่เขาต้องการใช้ดาบเขาจะเรียกมันออกมาจากมิติ จะได้ไม่ต้องถือให้ดูพะรุงพะรัง
“งั้นก็ตามใจเจ้า” เมื่อเห็นว่าเปาโลไม่ต้องการฝักดาบ คนแคระหนวดยาวก็ไม่ได้รบเร้าต่อ ดีซะอีกจะได้ไม่เปลืองแรงของตน
……….
หลังจากออกจากหอหลอมอาวุธ เปาโลก็เลือกที่จะออกนอกเมืองเพื่อไปหาพื้นที่ฝึกดาบหยกดำให้ชินมือ เพราะดาบไม่ว่าจะดีสักเท่าไหร่ถ้าไม่ใช้ให้ชินมือก็จะไม่สามารถใช้ดาบเล่มนั้นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้
หลังจากนั่งรถม้ามาได้ราวๆ 2 ชั่วโมงรถม้าของเปาโลก็มึงพื้นที่แวะพักรถม้า ซึ่งพื้นที่นี้จะมีม่านพลังเล็กๆเป็นโดมครอบเอาไว้ป้องกันพวกสัตว์อสูร หลังจากจ่ายเงินเปาโลก็ออกจากม่านพลังและตรงเข้าไปยังป่าทึบเพื่อหาที่ฝึกฝน
ในเวลาต่อมาร่างของเปาโลกระโดดไปยังกิ่งไม่ใหญ่ต่างๆด้วยวิชาเหาะเหิน สายตาก็มองหาสัตว์อสูรเพื่อที่จะฝึกปรือดาบใหม่ที่ได้รับมา
ทว่าระหว่างทางเปาโลนั้นสัมผัสได้ว่าตนเองเหมือนจะถูกติดตาม จึงใช้สัมผัสตรวจบริเวณรอบๆดูปรากฏว่าผู่ที่ติดตามตนมานั้นมีอยู่ 2 กลุ่มกับ 1 คน
กลุ่มแรกมี 2 คน ตรวจวัดจากเส้นพลังสีเขียวอ่อนๆเป็นผู้ฝึกพลังธาตุลมน่าจะเป็นคนของผู้คุมกฏขาร์ค กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เส้นพลังในร่างมีสีแดงเพลิงเป็นผู้ฝึกพลังธาตุไฟคงเป็นคนของตระกูลเคเลอร์
แต่ทว่าคนที่มาคนเดียวนั้นเป็นสตรีเป็นผู้ฝึกพลังธาตุแสงมีเส้นพลังสีขาวและมีคลึ่นพลังคำสาปสีดำในร่างกาย เปาโลก็รู้ทันทีว่านางก็คือเรียม สตรีนักปราชญ์ผู้งดงาม
เหตุใดนางจึงตามตนมา?
เปาโลยังคงมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึกอย่างใจเย็นไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ นั่นก็เพื่อหลอกล่อคนของตระกูลเคเลอร์ให้ตามตนเองไป
ในเมื่อพวกมันกล้าที่จะตามเข้ามา พวกมันก็จะไม่มีวันใดกลับออกไป
………………
เปาโลเหาะเหินมากว่า 2 ชั่วโมง สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ทุ่งหญ้าอันแสนกว้างใหญ่แห่งหนึ่งในป่า
สายลมอ่อนๆพัดผ่านเบาๆทำให้ร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อของเปาโล ทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากนั้นเปาโลก็หาพื้นที่สร้างเพิงพักชั่วคราว เพราะวันนี้นอกจากจะฝึกฝนดาบใหม่ให้ชินมือแล้ว เขายังต้องเข้าไปในทะเลความทรงจำเพื่อศึกษาและซึมซับวิชาแพทย์เพื่อไปรักษาผู้คุมกฏชาร์ค
หลังจากผ่านไปราวๆ 20 นาทีเปาโลได้สร้างที่พักเสร็จและเริ่มนั่งสมาธิเพื่อเข้าสู่ทะเลแห่งความทรงจำ ทว่าเปาโลก็ยังไม่ลืมที่จะแอบร่ายเวทย์วงแหวนคำสาปเงาพันธนาธณาการเอาไว้รอบๆตัวเองเพื่อป้องกันพวกที่จะเข้ามาลอบโจมตี
ภายในห้วงทะเลแห่งความทรงจำของเปาโลนั้นเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางอักขระโบราณมาก เพียงแค่ต้องการวิชานั้นๆเขาก็สามารถที่จะดูดซับอักขระเขาในหัวสมองเข้าได้ทันที
ไม่ต้องฝึกฝน เพียงรับรู้และพยายามเข้าใจวิชานั้นๆให้ได้ก็พอ และที่สิ่งที่สบายที่สุดคือได้มีการแยกหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจนแล้ว
“วิชาแพทย์”
เปาโลเลือกหมวดวิชาแพทย์จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิเพื่อค่อยๆดูดซับและเรียนวิชาแพทย์ต่างๆที่มีในทะเลแห่งความทรงจำ
2 ชั่วโมงต่อมา………….
ในขณะที่เปาโลยังคงฝังลึกอยู่ในทะเลแห่งความทรงจำ ทางด้านนอกก็กำลังมีการปะทะกันระหว่างคนของตระกูลเคเลอร์และตระกูลดอร์ริน
คนจากตระกูลดอร์รินทั้ง2คนในชุดคลุมสีเขียวปิดบังอำพรางใบหน้าด้วยหน้ากากสีขาวกำลังปกป้องร่างของเปาจากกลุ่มคนชุดคลุมแดงทั้ง 4 คนอย่างสุดกำลัง
การประลองของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างดุเดือด ทว่าคนจากตระกูลดอร์รินนั้นเสียบเปรียบเรื่องจำนวนคน
ในเวลานี้ห่างจากร่างเปาโลไปราวๆ 800 เมตรทุ่งหญ้าที่เคยเขียวขจีนั้นเต็มไปด้วยเวทย์เพลิงที่กำลังลุกโชนกับเวทย์ลมที่กำลังพัดโหมกระหนํ่าของทั้งสองฝ่าย
เรียมสตรีนักปราชญ์ดูอยู่ไกลๆก็พอจะเดาสถานการณ์ออกว่าทั้งฝั่งตระกูลนั้นมีจุดประสงค์เช่นไร แต่สำหรับนางนั้นเวลานี้เป็นโอกาสดีที่นางจะฆ่าเปาโลเพื่อถอนคำสาป
แต่นางหาใช้คนโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นเขา ถ้านางช่วยเขาครั้งนี้บางทีเขาอาจจะยอมถอนคำสาปให้กับนาง
“หวังท่านจะไม่เณรคุณข้านะ” เรียมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะก้าวออกจากหลังต้นไม้ตรงไปยังร่างของเปาโลที่กำลังนั่งขัดสมาธิ
ทางด้านการต่อสู้ระหว่างตระกูลดอร์รินและตระกูลเคเลอร์ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด ตระกูลดอร์รินนั้นโดนไล่ต้อนจนต้องล่าถอยแต่เขาก็ยังคงพยายามปกป้องเปาโลเอาไว้สุดชีวิตตามคำสั่งของชาร์ค
แต่ร่างกายของพวกเขาทั้งสองก็ถูกคนทั้งสี่จากตระกูลเคเลอร์ทำให้บาดเจ็บในระดับนึงแล้ว เกรงว่าขืนยังสู้แบบนี้ต่อไป เป้าหมายอาจจะถูกอีกฝ่ายฆ่าและพวกเขาทั้งเองก็คงไม่รอดเช่นกัน
ทว่าในเวลาต่อมาคนทั้งสองของตระกูลเดอร์รินก็ต้องประหลาดใจเพราะจู่ร่างกายของพวกเขาก็ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาว
จากนั้นพวกเขาก็สัมผัสได้ว่าอาการบาดเจ็บของตนและมานาที่เหลือน้อยเต็มกำลังถูกฟื้นฟู!
ดวงตาภายใต้หน้ากากของบุรุษคลุมสีเขียวเต็มไปด้วยความสงสัยก่อนจะหันกลับมองก็เห็นร่างของสตรีห่มขาวปิดบังใบหน้ากำลังยกไม้คาถาร่ายเวทย์ให้กับพวกเขา
แม้ไม่รู้ว่าสตรีนักปราชญ์ผู้นี้เหตุใดถึงได้ยื่นมือเข้าช่วย แต่ว่าเวลานี้พวกเขาทั้งสองไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้นแล้ว ในเมื่อมีผู้คอยบัพพลังให้ โอกาสที่จะจัดการคนจากตระกูลเคเลอร์ก็มีสูงเลยทีเดียว
บุรุษทั้งสองในชุดคลุมสีเขียวหันมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าให้กันเล็กน้อย จากนั้นพวกเขาก็ยืนเคียงคู่กันและยกมือขึ้นร่ายประสานพลังเวทย์!!
”ลมคลั่ง!! วายุมังกรคู่!!”
กรรรรรรรร!!!!
ทันทีที่บุรุษคลุมเขียวทั้งสองร่ายวิชา สายลมรอบๆก็ม้วนตัวเป็นเกลียวปรากฏเป็นมังกรวายุขนาดใหญ่ 2 ตัวพร้อมกับคำรามสายลมออกจนทำให้สายลมรอบๆปั่นป่วนราวกับคลื่นทอนาโด
เปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนไปทั่วทั้งทุ้งกว้างก็ได้ถูกสายลมของมังกรคู่พัดกระหนํ่าจนมอดดับไป
หน่วยสังหารจากคระกูลเคเลอร์ทั้งสี่คนรีบกางม่านพลังป้องกันสายลมจากมังกรคู่ทันที ทว่าสายลมของมังกรคู่นั้นรุนแรงเกินไปทำให้ม่านพลังที่กางป้องกันค่อยๆเกิดรอยร้าว
“ข้าจะถ่วงเวลาไว้ให้! แยกกันไปจัดการสตรีนักปราชญ์กับเป้าหมายของเรา!!!” หนึ่งในมือสังหารคลุมแดงรีบกล่าวสั่งการ
……………