ตอนที่1 เมิ่งอ้ายเย่ว
เมื่อ เหยาเหยา ซุปเปอร์สตาร์ดาวร้ายแถวหน้าของวงการบันเทิงประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ในวัยแค่25 ปี ดันมาโผล่ในร่าง คุณหนู เมิ่งอ้ายเย่ว ที่พลัดตกน้ำเช่นกันแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดนางถึงมาอยู่ในร่างนี้ได้ คุณหนูผู้แสนร้ายกาจที่ชะตาอาภัพ บิดา มารดา ที่เป็นหมอที่มีฝีมือในการรักษาเก่งกาจน่าเสียดายที่มาเสียชีวิตเพราะโดนโจรปล้น แต่เดชะบุญเมื่อครั้งบิดามารดา ยังมีชีวิตได้มีบุญคุณต่ออดีต แม่ทัพพิทักษ์ดินแดนที่โดนลอบทำร้ายจนตกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สองสามีภรรยามาเจอเข้าและได้นำตัวไปรักษาจนหายเป็นปกติจนเกิดเป็นบุญคุณใหญ่หลวงเพราะหากไม่ได้ทั้งสองคงไม่อาจรอดพ้นจากความตาย ตอนนี้ปลดระวางสืบทอดตำแหน่งให้แก่บุตรชายคนโต หานลู่เหวิน ที่เมิ่งอ้ายเย่วตกหลุมรักทันทีที่สบตา จึงเป็นเหตุให้ทั้งคู่เป็นคู่หมายกัน ด้วยเหตุผลบุญคุณต้องทดแทน ถึงแม้ แม่ทัพรูปงามหานลู่เหวินจะไม่ชมชอบในตัวนาง
ด้วยเหตุนี้เมื่อบิดามารดาจบชีวิตนางจึงเหลือตัวคนเดียวเพราะไร้ญาติขาดมิตร จวนตระกูลหานจึงรับนางเข้าตระกูลในฐานะว่าที่ฮูหยินน้อยจวนแม่ทัพ แต่นางก็สร้างเรื่องสร้างราวไว้มากมายเหลือเกิน จนบ่าวไพร่ในจวนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ด้วยนางเป็นคนอารมณ์ร้าย ขี้โมโห ตามหึงหวงท่านแม่ทัพลู่เหวินจนเป็นที่รังเกียจของท่านแม่ทัพจนหาทางหลบเลี่ยงที่จะไม่แต่งนาง ทั้งที่นางนั้นเลยวัยปักปิ่นมาสองปีแล้ว จนนางตามอาละวาดสตรีทุกคนที่เข้าใกล้ และเหตุที่นางตกน้ำนั้นก็เพราะ คุณหนูไป๋อี้ชิง คุณหนูคนงามเรียบร้อยอ่อนหวาน สมเป็นบุตรีของ เจ้ากรมพิธีการ ไป๋อี้ถัง ที่นำขนมมาขอบคุณท่านแม่ทัพที่จวนเนื่องจากได้ช่วยนางจากการโดนขโมยถุงเงินในตลาดเมื่อหลายวันก่อน เมิ่งอ้ายเย่ว ที่รู้เข้าเลยตั้งใจที่จะผลักคุณหนูไป๋ ให้ตกน้ำ ไม่รู้ว่าผลักท่าไหนตัวเองจึงตกลงไปแทน
เมิ่งอ้ายเย่ว มาอาศัยอยู่ในจวนตระกูลหานเป็นเวลาสองเดือนกว่าแล้วนางมีสาวใช้ที่จงรักภักดีต่อนางอยู่เพียงคนเดียวที่อยู่ข้างกายนางมาตลอดตั้งแต่เด็ก นาม จิ้นผิง ที่รักคุณหนูของนางนัก แม้คุณหนูของนางจะร้ายกาจและอารมณ์ร้ายจนนางมักจะโดนลงโทษอยู่เสมอ นางก็ไม่เคยโกรธ เพราะชีวิตนี้นางได้ยกให้คุณหนูเป็นเจ้าของ ตั้งแต่ที่คุณหนูนำนางออกมาจากขุมนรกนั่น ที่โดนเฆี่ยนตีเหมือนไม่ใช่คนหากไม่ยอมทำตามที่พวกมันปรารถนา นางที่ตอนนั้นอายุแค่สิบสามหนาวกำลังจะถูกส่งเข้าไปในหอสุขสม แต่นางไม่ยอมจึงถูกเฆี่ยนตีเกือบตาย แต่ได้คุณหนูที่ตอนนั้นอายุแค่ห้าหนาวและนายท่านทั้งสองช่วยเหลือจึงได้รอดชีวิต เดิมทีคุณหนูของ จิ้นผิงไม่ใช่สตรีร้ายกาจ ทั้งอ่อนโยนแและมีเมตตาเป็นอย่างมาก แต่เพราะ ตอนอายุได้สิบสามหนาวคุณหนูโดนพิษจากแมลงประหลาดต่อยจนเกิดเป็นผื่นตามใบหน้าจนกลายเป็นตุ่ม จนโดนล้อว่าอัปลักษณ์ นายท่านกับฮูหยินถึงแม้จะพยายามอย่างหนักที่จะหาทางรักษาก็ไม่หาย จนทำให้คุณหนูเป็นคนอารมณ์ร้ายขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าตนเองก็จะยิ่งโมโห และร่างกายก็ไม่ได้เพรียวบางเหมือนคุณหนูคนอื่น ดีอยู่อย่างที่ถึงแม้ใบหน้าจะเป็นตุ่ม แต่ผิวกายคุณหนูงามนัก นุ่มละมุนมือ ขาวเรียบเนียนดังน้ำนม
เฮ้อ!! เหยาเหยา ที่นั่งคิดถึงเรื่องราวความเป็นมาของร่างนี้รู้สึกอยากจะตายอีกรอบนัก นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ตื่นมาแทนที่จะได้ไปนรกหรือสวรรค์ ดันมาอยู่ในร่างของสตรีนางนี้พร้อมเรื่องราวต่างๆที่ไหลเข้ามาในหัว นางมาอาศัยอยู่ในร่างนี้วันนี้เข้าวันที่สิบพอดีเป๊ะ เริ่มที่จะทำใจได้บ้างแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มใช้ชีวิตอย่างไรต่อดี จึงเอาแต่นั่งๆนอนๆตั้งหลักก่อน ในตอนที่นอนเป็นผักอยู่สองสามวันก็มีนายท่านอดีตแม่ทัพและฮูหยินมาเยี่ยมเยียนตลอด แต่บุตรชายว่าที่สามีในอนาคตนางจนถึงวันนี้ยังไม่เห็นโผล่หัวมาเลย ก็ว่าอยู่หรอกนะที่หมอนั่นจะไม่อยากแต่งด้วย ก็ร่างนี้ออกจะ เฮ่อ!! ทำไมถึงไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้างปล่อยให้เป็นป้าแบบนี้ได้ยังไง ตอนลุกขึ้นส่องกระจกอยากจะกรีดร้องนัก ไม่ได้การถ้าหากตื่นมาเห็นสภาพนี้ทุกวัน อดีตนางร้ายที่สวยและหุ่นดีที่สุดอย่างนางได้อกแตกตายแน่ คงต้องเริ่มจากดูแลร่างกายนี้ให้อยู่ในสภาพที่เริ่ดกว่านี้ก่อน แล้วค่อยว่ากันต่อไป
"คุณหนูเจ้าคะ มาทานข้าวเถอะเจ้าค่ะ"
เสียงจิ้นผิงดังขึ้นทำให้นางแบกร่างอุ้ยอ้ายลุกจากตั่งริมหน้าต่าง มาที่โต๊ะที่ใช้กินข้าว ตั้งแต่ลุกขึ้นมานางไม่ได้ย่างเท้าออกไปจากบริเวณห้องนี้เลย
เห็นข้าวโถใหญ่กับผัดผักหนึ่งจาน หมูตุ๋นและผัดเปรี้ยวหวาน ว่าแล้วทำไมถึงได้อ้วนฉุขนาดนี้ นี่คืออาหารมื้อแรกที่หายป่วยหลังจากที่กินเพียงข้าวต้มกับซุปผักมาหลายวัน
"จิ้นผิง มื้ออาหารหลังจากนี้ ขอข้าวแค่โถเล็กๆ นะ กับซุปผักและไข่ต้มแค่หนึ่งใบ ก็พอแล้ว"
"คุณหนูจะอิ่มท้องหรือเจ้าคะ"
"ไม่อิ่มก็ต้องอิ่ม จากตกน้ำแล้วไม่ตาย ข้าอาจจะตายเพราะโรคไขมันอุดตันก็ได้"
"โรคอะไรกันเจ้าคะ บ่าวไม่เคยได้ยิน"
"ก็โรคอ้วนอย่างไรเล่า"
" โรคอ้วน บ่าวไม่เคยได้ยินว่าเคยมีคนตายเพราะอ้วนมาก่อนเลยเจ้าค่ะคุณหนู"
" เอ่อ ช่างเถอะ มานั่งมา ทานข้าวเป็นเพื่อนหน่อยสิ"
" ไม่ดีกระมังเจ้าคะ เป็นบ่าวจะนั่งร่วมโต๊ะกับนายได้เยี่ยงไร"
กล่าวพร้อมส่ายหัวไม่ยินยอม
" ข้าบอกให้นั่งก็นั่งเถอะน่า เร็วๆหิวแล้ว"
อ้ายเย่วจงใจใช้น้ำเสียงหงุดหงิดนั่นแหละถึงได้ยอมนั่ง
" เจ้าค่ะ"
อ้ายเย่วจึงได้ส่งยิ้มพอใจมาให้
" ดีมาก ต่อไปมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนข้า ข้าไม่อยากนั่งกินคนเดียว มันเหงา"
อ้ายเย่วที่สังเกตว่านางนั้นร่างกายสมบูรณ์จนเกินไปมาก แต่เหตุใดจิ้นผิงถึงเหมือนจะขาดสารอาหารไปได้เล่า ช่างแปลกนัก
"ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ต่อไปให้นำอาหารมาเหมือนเดิมแต่เพิ่มไข่ต้ม และซุปผักมาด้วยทุกมื้อ"
" เจ้าค่ะ"
" เอ้า ตักข้าวสิ ของข้าไม่ต้องตักเยอะ"
ว่าแล้วจิ้นผิงก็ลงมือตักข้าว
"บอกว่าอย่าเยอะ เอาออกอีกนิด แค่นั้นพอ"
เมื่อได้ในปริมาณที่ต้องการเลยลงมือทานนางนั้นเน้นกินเฉพาะผัก หันไปมองจิ้นผิงที่เอาแต่คีบข้าวเปล่าเข้าปาก จึงหันไปคีบหมูตุ๋นวางลงบนถ้วยของจิ้นผิง
" กินเยอะๆ กินแต่ข้าวเปล่าจะอิ่มได้เยี่ยงไร"
"คุณหนู"
มองหน้าจิ้นผิงที่ตอนนี้ตาแดงก่ำกลั้นสะอื้น
"ร้องไห้ทำไมกัน ต่อแต่นี้ไปไม่ต้องร้องไห้อีกแล้ว ข้าจะดูแลเจ้าให้ดี ที่ผ่านมาลืมมันไปได้หรือไม่"
จิ้นผิงที่สะอื้นออกมานางดีใจนักที่คุณหนูของนางกลับมาเป็นคนที่ใจดีมีเมตตาเหมือนเดิม
" เอ้า เลิกร้องไห้ได้แล้ว เดี๋ยวกับข้าวเย็นชืดจะไม่อร่อย"
"เจ้าค่ะ"
จิ้นผิงที่รีบเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กๆ เรียกเสียงหัวเราะกังวานใสจากผู้เป็นนาย มื้ออาหารมื้อนี้จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขของสองนายบ่าว
เสียงหัวเราะสดใสและเสียงพูดคุยที่ดูมีความสุขนั้น ทำให้แม่ทัพหานลู่เหวินที่ตั้งใจแวะมาดูนางตามคำสั่งของมารดาหยุดชะงักแล้วหันหลังเดินจากไปไม่คิดเข้าไปขัดขวางความสำราญของทั้งสอง