ตอนที่ 18 ไม่ใช่ของตนตั้งแต่แรก

2715 Words
ในตำหนักใหญ่อันงดงามที่ด้านในมีเสียงพูดคุยกันด้วยบรรยากาศที่มิดีเท่าใดนัก เหล่านางกำนัลส่วนใหญ่ถูกไล่ออกไปให้ห่างจากตัวตำหนักเหลือเพียงมามาและนางกำนัลที่ไว้ใจได้เพียงสองคนที่อยู่รอรับใช้ “ลูกว่าอย่างไรนะหลิ่งอี้” “การติดต่อของทั้งสองกลุ่มหายไปพ่ะย่ะค่ะ” อ้ายหลิ่งอี้ที่ตอนนี้เองก็รู้สึกเครียดไม่น้อยเมื่อคนของเขามารายงานถึงการขาดการติดต่อของพวกมือสังหารที่ตกลงว่าจะรับค่าว่าจ้างส่วนที่เหลือและอีกกลุ่มที่ส่งไปยังแคว้นจ้าวที่ไม่มีการติดต่อมา คงจะถูกเยี่ยไป๋เทียนจัดการแล้ว เจ้าพวกไม่ได้เรื่อง!!! อ้ายหลิ่งอี้นึกสบถในใจ “ข่าวของหยางหลงเล่า” “คนของลูกเฝ้าอยู่บริเวณหน้าทางเข้าป่าไม่พบว่ามีใครออกมาจากป่าพ่ะย่ะค่ะ คงไม่รอด” “ถ้าเช่นนั้นก็ให้คนของเรากระจายข่าวให้ทั่วเมืองหลวงเสีย” ถึงแม้ว่าจะจัดการเยี่ยไป๋เทียนไม่ได้หากแต่ชาวเมืองทราบว่ารัชทายาทของแคว้นหายไปโดยที่ทางราชวงศ์ปกปิดข่าวไว้คงเกิดความระส่ำระสายขึ้นแน่ เช้าวันรุ่งขึ้นชาวเมืองต่างพูดคุยกันเรื่องการหายตัวไปของรัชทายาทอ้ายหยางหลง เนื่องจากมีกลุ่มคนที่มาพูดคุยกันที่ตลาดว่ารัชทายาทของแคว้นหายตัวไปในป่าอู๋เฮยจนป่านนี้ยังหาตัวไม่พบชาวบ้านที่ได้ยินต่างเล่าต่อๆ กันไปจนตอนนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วเมืองหลวง ท้องพระโรง แคว้นอ้าย กลุ่มขุนนางที่อยู่ด้านซ้ายและขวาของท้องพระโรงต่างพูดคุยกันด้วยเรื่องข่าวการหายตัวไปของรัชทายาทที่ทางวังหลวงปกปิดไว้หากแต่ตอนนี้กลับแพร่กระจายรู้ไปทั่วเมืองหลวงชาวเมืองต่างอยากทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ทำให้ฝ่าบาทเรียกประชุมขุนนางกะทันหัน “ฝ่าบาทเสด็จจจจจจ” เสียงประกาศการมาของผู้ครองแคว้นทำให้เสียงพูดคุยเงียบลง “ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่นปี” “ลุกขึ้น” “ขอบพระทัย” หลังเสียงขอบพระทัยของกลุ่มขุนนางรวมถึงเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่อยู่ด้านล่างก็เงียบกริบรอฟังรับสั่งจากผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร “ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาก็เพราะข่าวลือที่เกิดขึ้น” เสียงทุ้มที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ทูลฝ่าบาทเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ขุนนางที่ยืนอยู่ฝั่งจวิ้นอ๋องผู้หนึ่งเอ่ยถาม “เหลวไหลสิ้นดี” อ้ายซานเหอจ้องไปยังขุนนางที่เอ่ยถามอย่างไม่กลัวตายด้วยสายตาเย็นเฉียบ จนขุนนางผู้นั้นก้าวถอยหลังกลับเข้าที่ “ข้าอยากทราบว่าต้นตอข่าวลือเหลวไหลพวกนี้มาจากที่ใด” น้ำเสียงผู้ที่อยู่บนบัลลังก์มังกรเริ่มมีโทสะเล็กน้อย “ทูลเสด็จพ่อ เรื่องนี้ล้วนแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงชาวบ้านต่างอยากทราบความจริงพ่ะย่ะค่ะ” จวิ้นอ๋องอ้ายหลิ่งอี้ก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมกล่าวขึ้นเอ่ย “เรื่องนี้ล้วนเหลวไหล” อ้ายซานเหอมองผู้ที่ไม่ได้มีสายเลือดตนด้วยสายตาอ่านไม่ออก “หากเป็นดั่งที่เสด็จพ่อกล่าวแล้วเหตุใดพวกกระหม่อมจึงไม่พบเห็นรัชทายาทกลับมาจากป่าอู๋เฮยเล่าพ่ะย่ะค่ะ” หลังจวิ้นอ๋องกล่าวจบกลุ่มขุนนางทั่วท้องพระโรงต่างเอ่ยเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกัน “รัชทายาทเพียงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจึงต้องรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักตะวันออก พวกเจ้ามิพบก็มิแปลกอันใด” จบคำตรัสของอ้ายซานเหอฮ่องเต้ ทั่วทั้งท้องพระโรงก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อได้รับทราบว่ารัชทายาทคนสำคัญบาดเจ็บ ส่วนอ้ายหลิ่งอี้สีหน้าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยายามบังคับสีหน้าให้กลับมาเป็นเช่นเดิม “เงียบ!!!!” “พวกเจ้าส่งคนไปจัดการข่าวลือเหลวไหลนั่นเสีย” กล่าวอย่างรีบจบเรื่องไม่อยากเอ่ยต่อ “หากเสด็จพ่อเอ่ยเช่นนั้นกระหม่อมขอบังอาจส่งคนไปทูลเชิญรัชทายาทมายังท้องพระโรงเพื่อให้ทุกคนได้เห็นกับตาว่ารัชทายาทยังคงสบายดีจะได้คลายกังวลดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” อ้ายหลิ่งอี้ยังคงไล่ต้อนพระราชบิดาตนอย่างต่อเนื่อง เขาสบตากับคนที่อยู่บนบัลลังก์ เขาเชื่อว่าเสด็จพ่อทรงโกหก เขาคิดว่าคงยังไม่มีใครพบตัวอ้ายหยางหลงอย่างแน่นอนถึงได้ทรงบอกปัดเรื่องไปเช่นนี้ อ้ายซานเหอแววตาไหววูบไปก่อนจะหรี่ตามองคนที่อยู่ต่ำกว่าพร้อมเอ่ยอย่างสะกดอารมณ์ “คล้ายว่าเจ้าจะไม่เชื่อคำกล่าวของข้า?” อ้ายซานเหอยังคงแสดงอาการสงบนิ่งแม้ว่าภายในใจจะหวาดหวั่นต่อสถานการณ์ตอนนี้ “ลูกมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่อยากให้ทุกคนได้คลายกังวลใจว่ารัชทายาทคนสำคัญของแคว้นยังปลอดภัยดี” “ไม่จะ-” “จวิ้นอ๋องอยากพบข้าหรือ?” เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังขึ้นทางด้านประตูพร้อมกับร่างสูงโปร่งเดินเข้ามากลางท้องพระโรงสบตากับคนที่เอ่ยถึง “ถวายพระพรรัชทายาท” เสียงขุนนางในท้องพระโรงเอ่ยถวายความเคารพแก่ผู้มาใหม่ยกเว้นอ้ายหลิ่งอี้ที่ยืนจ้องมองอ้ายหยางหลงอย่างคนคาดไม่ถึง ต่างจากอ้ายซานเหอที่มองโอรสในสายเลือดอย่างยินดี “ว่าอย่างไร ท่านอยากพบข้าหรือ?” อ้ายหยางหลงยิ้มแสยะมองคนต้องหน้าที่ยังคงจ้องตนอยู่ด้วยความตกตะลึง “เหตุใด!!!” อ้ายหลิ่งอี้หลุดอุทานอย่างคนควบคุมอารมณ์ตนเองไม่อยู่ “เหตุใดข้าจึงไม่ตายน่ะหรือ” สิ้นคำพูดของรัชทายาทเอ่ยเหล่าขุนนางต่างนิ่งฟังอย่างสงสัย เหตุใดองค์รัชทายาทจึงกล่าวคล้ายว่าจวิ้นอ๋องจะอยู่ในเบื้องหลังการบาดเจ็บในครั้งนี้ “ทหาร!!!! จับตัวจวิ้นอ๋องและขุนนางชั่วไปขังคุกรอการไต่สวนข้อหาลอบปลงพระชนม์รัชทายาท!!” ทุกคนในท้องพระโรงยังไม่ทันได้หาสงสัยอันใด เสียงตะโกนรับสั่งจากอ้ายซานเหอฮ่องเต้ดันดังขึ้นเสียก่อน ความโกลาหลเกิดขึ้นทั่วท้องพระโรงเมื่อมีทหารพากันกรูเข้ามาจับตัวคนฝ่ายเดียวกันกับอ้ายหลิ่งอี้ รวมถึงตัวอ้ายหลิ่งอี้ “เสด็จพ่อเรื่องนี้เป็นการใส่ร้าย!! โปรดให้ความเป็นธรรมต่อลูกด้วย!!” “ฝ่าบาทพวกกระหม่อมถูกใส่ร้ายขอทรงให้ความเป็นธรรมด้วย!!!” เสียงของคนถูกจับกุมดังไปทั่วท้องพระโรง อ้ายซานเหอที่นั่งทำสีหน้าเกรี้ยวกราดอยู่บนบัลลังก์ที่คนทำยังไม่ยอมรับผิด อ้ายหลิ่งอี้ที่เห็นว่าตนเองหมดหนทางจึงซัดพลังปราณใส่เหล่าทหารที่จับกุมตนและคนที่อยู่ใกล้ๆ จนล้มลงไปหลายคนแล้วใช้วิชาตัวเบาหลบหนีไป “ตามจับจวิ้นอ๋อง!! อย่าให้หนีไปได้!!” อ้ายหยางหลงตะโกนสั่งพร้อมทะยานตามอ้ายหลิ่งอี้ไปติดๆ “เสด็จแม่รีบหนีกันเถิดพ่ะย่ะค่ะ” อ้ายหลิ่งอี้ที่หนีออกมาจากท้องพระโรงมุ่งตรงมายังตำหนักมารดาเพื่อที่จะพามารดาหนีไปกับตน “เกิดอันใดขึ้น หนีทำไมกันหลิ่งอี้” หวังฮุ่ยเจินที่ตกใจเมื่อเห็นว่าโอรสตนพุ่งเข้าในตำหนักมาอย่างรีบร้อนคล้ายว่ากำลังหนีใครมาเอ่ยถาม “หยางหลงยังไม่ตายพ่ะย่ะค่ะ!!!” “เสด็จแม่รีบหนีไปกับลูกเถิด!” อ้ายหลิ่งอี้เอ่ยอย่างรีบเร่งพร้อมจับมือมารดาตนเตรียมจะพากันหนีออกไป แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวพ้นจากตำหนักอ้ายหยางหลงก็กระโดดมาขวางพร้อมทหารองครักษ์ที่ติดตามมาด้วย “ท่านหนีต่อไปก็ไม่มีประโยชน์มอบตัวเสียเถอะจวิ้นอ๋อง” อ้ายหยางหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบหากแต่ข้างในกลับมีแต่ความเจ็บช้ำไม่น้อยที่ต้องห้ำหั่นกับพี่ชายที่เติบโตร่วมกันมา “ไม่มีทาง!!!” อ้ายหลิ่งอี้ที่ไม่มีทางเลือกจึงปล่อยมือจากมารดาพร้อมพุ่งเข้าต่อสู้กับน้องชายตน อ้ายหยางหลงเอี้ยวตัวหลบดาบที่พุ่งตรงมาอย่างหวุดหวิดเนื่องจากตัวเขายังบาดเจ็บอยู่ก่อนจะตั้งรับเมื่ออีกฝ่ายรวบรวมพลังปราณหมายจะซัดใส่ตน อ้ายหลิ่งอี้เมื่อเห็นว่าอ้ายหยางมีอาการเซน้อยๆ ก็เข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายยังคงบาดเจ็บยังไม่หายดีตามคำพูดของฮ่องเต้ จึงซัดลูกไฟใส่ไม่ยั้งแต่อีกฝ่ายก็พยายามหลบและไม่ตอบโต้ “นี่หรือรัชทายาทของแคว้นได้เพียงแต่หลบหลีก คนอย่างเจ้ามันไม่สมควร!!!!” อ้ายหลิ่งอี้เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีแต่หลบหลีกไม่ยอมสู้กับตนเลยเอ่ยตะโกนลั่นไปด้วยความรู้สึกโกรธและไม่ยุติธรรมต่อตัวเขา ทั้งๆ ที่เขาเกิดก่อน ทั้งๆ ที่ตำแหน่งนั้นสมควรจะเป็นของเขา!!!!! ด้วยความโกรธแค้นทำให้อ้ายหลิ่งอี้เค้นพลังทั้งหมดที่มีก่อให้เกิดม่านเพลิงขนาดใหญ่สูงเกือบสิบฉื่อ ซัดใส่อ้ายหยางหลงที่พึ่งหลบลูกบอลไฟรอบแรกยืนหอบหายใจอยู่ ด้วยตัวเขายังบาดเจ็บจึงไม่สามารถฝืนร่างกายเค้นพลังปราณมาต่อสู้ได้จึงได้แต่หลบหลีกและใช้อาวุธปัดป้องพลังของอีกฝ่าย เหล่าองครักษ์ที่ติดตามมาเมื่อเห็นรัชทายาทของตนเสียทีจึงเข้าไปช่วยป้องกันแต่เพลิงจากพลังปราณของอ้ายหลิ่งอี้นั้นแข็งแกร่งเกินที่เหล่าองครักษ์เพียงแค่นี้จะต้านทานได้ทำให้ถูกเพลิงที่ร้อนระอุเผาไหม้ผลักกระเด็นห่างออกไป พลังปราณที่ยังคงอยู่รับเจตจำนงของผู้เป็นเจ้าของพุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่เจ้าของพลังหมายจะสังหาร อ้ายหยางหลงที่หอบหายใจพยายามรวบรวมพลังปราณที่มีอยู่น้อยนิดเนื่องจากยังไม่ฟื้นตัวสร้างกำแพงปราณป้องกันม่านเพลิงที่กำลังพุ่งมาทางตน เสียงพลังปราณสองสายปะทะกันดังกึกก้องไปทั่ววังหลวงก่อนที่พลังจะดีดสะท้อนทั้งสองให้กระเด็นไปคนละทาง อ้ายหยางหลงฝืนตัวลุกขึ้นมานั่งเลือดมากมายไหลออกมาทางจมูกและริมฝีปากจากการเค้นพลังปราณทำให้อวัยวะภายในที่ยังบอบช้ำอยู่ทำงานหนักจนกระอักเลือดออกมา อ้ายหลิ่งอี้ที่จุกเพราะแรงดีดสะท้อนของพลังพลิกตัวลุกขึ้นมาแล้วหยิบดาบที่ขององครักษ์ที่ตกอยู่แถวนั้นใช้วิชาตัวเบาหันปลายดาบหมายจะแทงอ้ายหยางหลงที่อยู่ไม่ไกล แต่ยังไม่ทันที่ปลายดาบจะถึงตัวก็ถูกฝ่ามือหนาซัดใช้พลังปราณภายในผลักวิถีดาบออกไปแล้วซัดอีกฝ่ามืออีกข้างใส่ท้องอ้ายหลิ่งอี้ อั่กกกกกกกกก! ตุบ! “ลูกอี้!!!!!!!!!!!” “หยางหลง!!!!!!!” เสียงของสตรีสองคนผู้ซึ่งเป็นมารดาตะโกนเรียกบุตรตนพร้อมถลาเข้าไปหา เหลียนอวิ้นซื่อทราบข่าวจากทหารองครักษ์ที่มาแจ้งข่าวว่าโอรสตนกลับมาแล้วพร้อมกำลังไล่ล่าตัวจวิ้นอ๋องทำร้ายทหารที่จับกุมตนแล้วหนีไปจึงได้รีบตามมา “เสด็จพ่อ” อ้ายหยางหลงเอ่ยกับคนตรงหน้า ภาพที่ได้เห็นคือพระบิดาตนที่เข้ามาช่วย พร้อมซัดพลังใส่จวิ้นอ๋องจนล้มลงไป ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นภาพที่เสด็จพ่อปกป้องเขา “ฝ่าบาทเหตุใด! เหตุใด! จึงทำร้ายลูกของหม่อมฉัน!!!!” หวังฮุ่ยเจินที่ตระกรองกอดบุตรชายที่โดนสวามีซัดพลังใส่จนกระอักเลือดกรีดร้องเอ่ยถาม “เป็นข้าที่ต้องถามไม่ใช่หรือ ว่าเหตุใดเขาจึงจะสังหารรัชทายาท!!!!” อ้ายซานเหอตวาดใส่คนรักตนอย่างห้ามอารมณ์ไม่อยู่ “ก็เป็นเพราะท่านมิใช่หรือที่ลำเอียงเข้าข้างแต่ลูกของนังอวิ้นซื่อจนละเลยหม่อมฉันและลูกอี้!!!” หวังฮุ่ยเจินตะโกนใส่อ้ายซานเหออย่างคนโกรธแค้น ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความอาฆาต “ข้าหรือลำเอียง? ที่ผ่านมาข้ายอมปิดตาข้างหนึ่งหลับหูหลับตาเข้าข้างเจ้าเพราะรัก ยอมที่จะเป็นคนเห็นแก่ตัวปกป้องคนทำผิดอย่างพวกเจ้าสองคนมานานนับหลายปี อยากได้อันใดข้าหรือจะไม่หาให้ อำนาจ เงินทอง ล้วนแต่มอบให้มิเคยขาด เจ้ายังหาว่าข้าลำเอียงอีกหรือ!!!!!!!!!” อ้ายซานเหอระเบิดโทสะอย่างเกรี้ยวกราด แววตาที่มองไปยังหวังกุ้ยเฟยเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ก็เพราะพวกมันสองแม่ลูกต่างแย่งความรักความโปรดปรานที่ควรจะเป็นของหม่อมฉันและลูกไป พวกมันนั่นแหละที่ผิด!!!!” “หรือเพราะเพียงแค่ลูกอี้ไม่ใช่โอรสที่เกิดแก่มารดาที่สูงศักดิ์อย่างเช่นอ้ายหยางหลงที่เกิดแก่ฮองเฮาอย่างนังอวิ้นซื่อหรือเพคะ?! เพียงแค่เขาเกิดแก่ขั้นสนมไฉเหรินหรือ? แล้วอย่างไรเล่า หลิ่งอี้ก็เป็นสายเลือดท่านเช่นกัน!! ท่านมันลำเอียง!!! พวกมันสองคนแม่ลูกเกิดมาเพื่อแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากหม่อมฉันและลูกอี้!! ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือแม้กระทั่งตำแหน่งที่สมควรเป็นของลูกอี้ เพราะพวกมัน!! เพราะพวกมัน!!!!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!” หวังฮุ่ยเจินที่ถูกความโกรธแค้น ความริษยาครอบงำจนเริ่มเสียสติร่ำไห้กรีดร้องลืมแม้กระทั่งเรื่องที่สาบานกับตนเองว่าจะไม่ให้บุตรรักรับรู้ “ขะ..ข้า ...ข้าไม่ใช่ลูกของเสด็จแม่” อ้ายหลิ่งอี้อึ้งนิ่งค้างกับคำพูดมารดาที่กรีดร้องอย่างเสียสติเอ่ยกับตนอย่างแผ่วเบา แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอันใดก็ต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายบางอย่างอีกครั้ง “ไม่ใช่” เสียงของอ้ายซานเหอเอ่ยขึ้น “เขามิใช่โอรสของข้า เขาไม่ได้มีสายเลือดของราชวงศ์อ้ายเลยด้วยซ้ำ!!” ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างมีสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้รับรู้ข้อเท็จจริงนี้ หมายความว่าอย่างไรกันจวิ้นอ๋องมิใช่สายเลือดของราชวงศ์อ้ายหรือ? “มะ...หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ ขะ..ข้ามิใช่โอรสของเสด็จพ่อหรือ” อ้ายหลิ่งอี้เค้นเสียงในลำคอที่แห้งผากเอ่ยถาม แววตาเต็มไปด้วยความสับสนด้วยรับรู้มาตลอดว่าตนคือโอรสที่เกิดจากพระราชบิดาที่เป็นฮ่องเต้กับมารดาที่เป็นถึงกุ้ยเฟยผู้สูงศักดิ์แล้วนี่เกิดอันใดขึ้น เรื่องราวต่างๆ จึงถูกถ่ายทอดให้อ้ายหลิ่งอี้พร้อมกับอีกหลายๆ คนที่อยู่ตรงนั้นได้รับรู้ เมื่อเล่าจบทุกอย่างจึงตกอยู่ในความเงียบ หลายๆ คนต่างนิ่งอึ้งกับความจริงที่ได้รับรู้รวมถึงเหลียนอวิ้นซื่อฮองเฮาและอ้ายหยางหลง ทั้งสองคนต่างมองไปยังหวังฮุ่ยเจินและอ้ายหลิ่งอี้อย่างสงสาร เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างมีที่มาที่ไปหากแต่สิ่งที่ได้รับมาตลอดหลายปีก็ไม่อาจถูกลดทอนลงเพราะความจริงข้อนี้ได้ หวังฮุ่ยเจินที่ร่ำไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาไหลรินเป็นสายไม่อาจรับรู้อันใดได้อีกจมอยู่ในภวังค์แห่งความเสียใจของตนเอง ส่วนอ้ายหลิ่งอี้ก็เงียบความคิดมากมายวิ่งชนสับสนไปหมดรู้สึกจุกเสียดในใจขึ้นมา สิ่งที่เขาเคยคิดว่าเป็นของตนมาตลอดความจริงแล้วมันมิใช่ของตนมาตั้งแต่ต้น ไม่มีทางที่จะเป็นของตน “นำตัวกุ้ยเฟยและจวิ้นอ๋องไปขังรอการไต่สวน” เสียงทุ้มแหบเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความเสียใจ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนมาจากตนทั้งสิ้น “ไม่! ปล่อยข้า! อย่ามาแตะต้องตัวข้า! เจ้าพวกไพร่! ฝ่าบาท!! ฝ่าบาทช่วยหม่อมฉันด้วย!! กรี๊ดดดดดดดดด!!” เสียงหวังฮุ่ยเจินกกรีดร้องยามถูกจับตัวดิ้นขัดขืนต่อการจับกุมของทหาร เสียงกรีดร้องทำให้อ้ายซานเหอหลับตาลงปิดบังความเจ็บปวดจนไม่อาจจะบรรยายได้ พระหัตถ์ทั้งสองข้างกำแน่น พระองค์ต้องปกป้องสายเลือดของตนเองที่สำคัญต่อบ้านเมืองและปกป้องคนที่ไม่เคยแม้แต่จะผิดอย่างถูกต้องเสียที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD