01
#เผลอใจครั้งที่หนึ่ง
(ต่อ)
เป็นเพราะเห็นภาพบาดตาบาดใจของคนที่เธอกำลังแอบชอบเดินอยู่กับภรรยาและลูกชายตัวน้อยในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แค่มองอยู่ห่าง ๆ ก็รู้ได้เลยว่าเป็นครอบครัวที่น่ารักมากมายขนาดไหน
เธอเคยเจอคุณพันดาวภรรยาของหมอภามในงานแต่งงานของทั้งคู่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ต้องยอมรับจากใจจริงว่าทั้งคู่...เหมาะสมกันมาก เหมาะสมกันมากจริง ๆ ทำเอาคนที่เผลอหน้ามืดตามัวคิดจะจับหมอภามทางอ้อมรู้สึกผิดจับใจมาจนถึงทุกวันนี้
แต่ก็อย่างว่าแอบชอบมาหลายปีอยู่ ๆ จะมาหักดิบความรู้สึกของตัวเอง บังคับให้ทำใจได้ในวันสองวันคงเป็นไปไม่ได้ คงต้องรอให้เวลาเยียวยาจิตใจ กระนั้นเธอก็ได้แต่หวังว่าความเจ็บปวดในวันนี้จะดีขึ้นในเร็ววัน
ในส่วนของความเสียใจรายวันที่มารินเอาแต่คิดวนเวียนจนความรู้สึกแย่ ๆ ย่ำอยู่ที่เดิมไม่หลุดออกไปสักที คงไม่พ้นต้องพึ่งพาฤทธิ์เมามายของแอลกอฮอล์ที่ช่วยให้เธอลืมความเจ็บปวดถึงแม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ตาม
อย่างวันนี้ก็เช่นกันที่เธอออกมานั่งดื่มคนเดียว ในตอนนั้นที่ถูกความเศร้าหมองครอบงำ มือก็เปิดหาร้านนั่งดื่มโดยไม่ทันไตร่ตรองอะไร รู้ตัวอีกทีก็เดินเข้ามานั่งในร้านเสียแล้ว พอได้สติมารินก็เอามือกุมขมับทันที ก็บาร์แห่งนี้ห่างจากคอนโดของเธอเกือบสองชั่วโมง
มารินรู้ตัวว่าตนเองดื่มไม่เก่งเอาเสียเลย เพราะฉะนั้น...คืนนี้ค่อยว่ากันละกันว่าจะลากสังขารตัวเองไปซุกหัวนอนที่ไหน
ตั้งแต่เข้าร้านมา ถ้าเธอไม่ได้คิดไปเองดูเหมือนว่าผู้ชายโต๊ะข้าง ๆ จะจ้องเธอมาสักพักแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจและดื่มด่ำกับน้ำเมาต่อ ทว่าตอนนี้มารินกำลังรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นอย่างมากเพราะอยู่ ๆ ชายคนนั้นถือวิสาสะเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับเธอ ซ้ำยังแตะต้องตัวเธอโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตอีกต่างหาก
“มาคนเดียวหรือครับ”
ชายหนุ่มแปลกหน้ายื่นหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะก้มกระซิบข้างใบหูเล็ก กลิ่นละมุดที่คละคลุ้งออกมาจากตัวอีกฝ่ายทำเอามารินรู้สึกสะอิดสะเอียนอยู่ไม่น้อย อาการคลื่นเ**ยนตีขึ้นจนของเหลวในกระเพาะแทบจะพุ่งออกมา
“...”
ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ออกจากปากคนตัวเล็ก มารินเบือนหน้าหนีอีกฝ่าย มือเล็กก็พยายามแกะมือสากที่โอบรอบเอวของตนเองแน่นออกทว่าก็ไม่เป็นผล เธอไม่ได้เมามายถึงขั้นอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขนาดนั้น แต่ใครจะไปสู้แรงของผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่าเธอเท่าตัวได้กันเล่า
นัยน์ตาคู่สวยพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อหาทางหนีทีไล่แต่ทว่ากลับไม่มีใครสบตากับเธอเลยสักคน มารินเริ่มเหงื่อตก ในหัวก็พยายามหาทางเอาตัวรอดสลัดตนเองให้หลุดออกจากมือสาก ๆ นี้ให้เร็วที่สุด
พลันอยู่ ๆ มีชายหนุ่มร่างหนาอีกคนเดินเข้ามาที่โต๊ะของเธอ ทันทีที่ได้สบตากับอีกฝ่ายมารินกลับต้องชะงักไป...ทำไมถึงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาชายคนนี้ราวกับว่าเคยเจอที่ไหน
“มึง—”
“เธอคะ...กลับกันเถอะ”
พูดจบชายคุ้นหน้าคนนั้นก็คว้าแขนเล็กขึ้นมาก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงพาคนตัวเล็กกว่าเดินไปยังทางออกทันที ทว่าคนที่ถูกขัดจังหวะเริ่มหัวเสียขึ้นมาเพราะเหยื่อในคืนนี้ถูกแย่งไปจากมือต่อหน้าต่อตา
“เดี๋ยว...มึงใคร—”
“ไม่ต้องเสือก”
ไม่รอให้จบประโยคอีกเช่นเคย ชายหนุ่มคนนั้นก็ถูกนักแข่งรถดีกรีรองแชมป์ตอกกลับด้วยประโยคไม่สุภาพจนหน้าหงาย รังสีที่แผ่กระจายออกมาจากเจ้าตัวซ้ำยังถูกนัยน์ตาสีนิลคู่ดุคู่นั้นจ้องมองราวกับพร้อมที่จะวางมวยจึงได้แต่งับปากกลับไปด้วยความไม่พอใจ
.
.
มารินถูกคนมาใหม่กึ่งลากกึ่งจูงไปยังทางออก คนที่กรึ่มจนหน้าแดงก่ำปรือตามองร่างสูงตรงหน้า แววตาเจือไปด้วยความสงสัย อยากถามออกไปว่าเราเคยเห็นหน้ากันมาก่อนหรือเปล่า แต่ก็เลือกที่จะเงียบไม่ได้ถามอะไรออกไป
ทันทีที่ถึงลานจอดรถ พอร์ชรีบปล่อยออกจากข้อมือเล็กราวกับต้องของร้อน ไม่รู้ว่าตนเองเผลอขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดและถอนหายใจยาวพรืดใส่คนตัวเล็กตรงหน้าไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีอีกฝ่ายก็ก้มหน้าเจื่อนลง เม้มริมฝีปากแน่น ทำตาหลุกหลิกระคนมีชนักติดหลัง
“ทีหลังถ้าเจอผู้ชายนิสัยเหี้ยแบบนั้นอีกก็แหกปากร้องดัง ๆ ไม่ใช่นั่งเฉย ๆ ปล่อยให้มันลูบคลำ...หรือว่าคุณอยากโดนมันจับฟัดคาโต๊ะ?” เสียงทุ้มที่เอนเอียงไปทางดุหน่อย ๆ เอ็ดร่างบางออกมา
“ปะ เปล่า ฉันแค่...”
“ถ้าเมาแล้วดูแลตัวเองไม่ได้ก็ไม่ควรหาเรื่องดื่มนะคุณ”
“...” มารินยืนก้มหน้าเม้มปากแน่น ไม่กล้าสบสายตาร่างสูงตรงหน้าในตอนนี้ เธอแค่อยากดื่มให้ลืม ทำไมอีกฝ่ายต้องดุกันขนาดนี้ด้วยนะ
“ทำไม...เมาแล้วช่วยให้ลืมหน้าไอภามหรือ”
พอร์ชพูดพลางแสยะยิ้มมุมปากออกมา เมื่ออยู่ ๆ ก็ดันนึกออก ก็คืนนั้นเมื่อสามปีก่อนที่ไอภามโดนยา...ผู้หญิงคนนี้อาสาเข้าไปส่งถึงข้างในห้องไม่ใช่หรือไง
“...คุณ”
มารินเงยหน้ามองคนตัวสูงทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดจบประโยค พลันเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ ความรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาถูกแทนที่ด้วยภาพจำในคืนนั้นที่ชัดเจน
เธอได้แต่อ้าปากพะงาบ มองอีกฝ่ายด้วยแววตาไม่เข้าใจ ทว่าอีกคนเอาแต่ส่งสายตายียวนกลับมาราวกับต้องการสื่อว่าสามารถมองการกระทำของเธอออกจนทะลุปรุโปร่งและรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร
เมื่อทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ และมารินเองก็เหนื่อยที่จะรื้อฟื้นเรื่องเมื่อสามปีก่อนขึ้นมาให้รู้สึกผิดอีกรอบจึงเลือกที่จะปิดปากฉับก่อนจะหมุนตัวเดินไปขึ้นแท็กซี่อีกทาง ทว่ากลับถูกคนหน้าดุพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
“หึ แผลยังสดสินะ...” เมื่อถูกอีกคนพูดจากวนไม่เลิก มารินเองก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมานิด ๆ ยั้งใจไม่ไหวหันกลับไปขมวดคิ้วตึงใส่อีกคน ตอบกลับไปด้วยการขอบคุณก่อนจะตามมาด้วยประโยคไร้มารยาทเช่นเดียวกัน
“ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือนะคะ แต่ความรู้สึกของฉัน...ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
สิ้นประโยคมารินก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากวงสนทนาทันที แต่ก็ไม่วายถูกร่างสูงพูดดักเอาไว้อีกครั้ง ทว่าประโยคที่ได้ยินคราวนี้ทำเอาขาเรียวเล็กหยุดชะงักทันที
“เอาแบบนี้ไหม คืนนี้ถ้าคุณอยากเมา...ก็ไปต่อที่ห้องผม”
???????????