ปลายฝันพยายามหายใจลึก ๆ ซ่อนความเหนื่อยเอาไว้ ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดออกมารวมไปถึงชุดที่สวมยังเต็มไปด้วยเหงื่อ เธอเอาของไปวางบนโต๊ะตามที่เขาบอกอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ปล่อยให้แก้วหนึ่งแก้วใดตกหล่น เมื่อทุกอย่างรียบร้อยดีเธอก็ได้เวลากลับ
ในตอนที่กำลังจะหมุนตัวออก
“เธอนี่ยังเก่งเหมือนเดิมเลยนะ ไม่สิ เก่งยิ่งกว่าเดิมนี่!”
คำพูดที่ฟังเหมือนคำชม แต่เต็มไปด้วยการประชดประชันนั้นทำให้เท้าเล็กชะงัก เธอหันมามองเขาเห็นแววตาเยาะเย้ยของเขาชัดเจนแต่ถึงอย่างนั้นก็ตอบกลับว่า
“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางหาได้ใส่ใจหรือคิดเล็กคิดน้อยในสิ่งที่เขาพูด เพราะเธอรู้ว่าสาเหตุนั้นมาจากอะไร
ภาวินทร์หัวเราะในลำคอก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอราวกับจะมองหาอะไรบางอย่าง
บางที...
อาจเป็นความโหยหา
หรือบางที… อาจเป็นเศษเสี้ยวของความรักและความห่วงใยที่เธอแอบซ่อนมันไว้
แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียง ความว่างเปล่า?
นั่นยิ่งทำให้เขาเคืองแค้นและเจ็บหน่วงในใจยิ่งกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้ใจร้ายมากกว่าที่คิด
“อย่างว่าแหละนะ เธอชอบแบบนี้นี่ ชอบเอาใจคนอื่นไปทั่ว...คงหาผู้ชายใหม่ ๆ ได้ง่ายสินะ ถึงลืมคนเก่าได้ไวขนาดนี้”
คำพูดของเขาทำเอาเธอเจ็บจี๊ดในอก
การจากเขามาในวันนั้น 'ไม่ได้หมายความว่าเธอนั้นไม่เจ็บ'
เธอเองก็เจียนตายเหมือนกัน
ริมฝีปากบางขบแน่นพยายามกลั้นความแสบร้อนในดวงตา
จมูกแสบร้อนขึ้นมาแต่เธอก็พยายามนิ่ง บังคับตัวเองไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น
สุดท้าย… เสียงแผ่วเบาก็หลุดออกจากปากบาง
“คุณภาวินทร์…ถ้าฉันขอโทษคุณจะยอมจบดี ๆ ไหม?”
ภาวินทร์ยกมือขึ้น หยุดคำพูดของเธอกลางคัน สายตาของเขาจ้องมองเธอเหมือนมองคนแปลกหน้า ท่าทีเย็นชาที่เขาแสดงออกมาเป็นอาวุธไร้รูปร่างแต่กลับเชือดเฉือนหัวใจของเธอให้เจ็บลึกยิ่งกว่าคมมีดใด ๆ
“อย่าพูดว่าขอโทษ… มันทำให้ฉันคลื่นไส้” เสียงของเขาเย็นเยียบ ริมฝีปากเหยียดออกเล็กน้อย
ภาวินทร์หยิบแก้วกาแฟจากถุงขึ้นมา ดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะวางแก้วลงกับโต๊ะอย่างแรง ราวกับต้องการตอกย้ำอะไรบางอย่าง สายตาคมเข้มจ้องไปที่คนตัวเล็กตรงหน้าก่อนจะแค่นสียออกมา
“อ้อ แล้วก็… กาแฟของเธอไม่ได้แย่ แต่คนทำกาแฟนี่สิ!" เขาเว้นระยะแล้วจ้องหน้าเธอนิ่งแล้วพูดต่อ
"...ดูเหมือนจะไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่”
ยอมรับว่าคำพูดต่อว่ากันอย่างตรงไปตรงมานั้นทำเอาปลายฝันสะอึก เขาไม่มีช่องว่างให้เธอได้ปฏิเสธ
ปลายฝันก้มหน้าลง พยายามสะกดกลั้นอารมณ์เสียใจและน้อยใจ น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยคำ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“เชิญ”
เขาตอบเรียบ ๆ ราวกับไม่ใส่ใจ แต่ในน้ำเสียงกลับมีแรงกดดันอยู่กลาย ๆ
ปลายฝันรีบหมุนตัวกลับ เตรียมเดินออกจากห้อง แต่ก่อนที่เธอจะก้าวออกไป เสียงของภาวินทร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“อย่าคิดว่าจะทำเหมือนว่าเราไม่รู้จักกัน แล้วฉันจะปล่อยให้เธอลืมสิ่งที่เธอเคยทำกับฉันไว้ได้นะ”
ปลายฝันชะงักเท้า หันกลับมามองเขาแววตาสั่นไหวเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“ฉันไม่ได้ลืม...และรู้ว่าคุณเองคงจะเกลียดฉันมาก” เธอพูดเสียงเบา
คำพูดของเธอทำให้ภาวินทร์ชะงักไปชั่วครู่ แต่ไม่นาน...ริมฝีปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง มันเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบยิ่งกว่าเดิม
“เกลียดงั้นเหรอ?”
เขาหัวเราะในลำคอ
“เธอคิดผิดแล้ว…ปลายฝัน”
เขาก้าวเข้ามาใกล้... ทีละก้าว แต่ละก้าวดูคุกคามอย่างน่ากลัว จนเธอเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวปลายฝันรู้สึกถึงแผ่นหลังบางของเธอที่แนบชิดกับกำแพงโดยไม่ทันตั้งตัว...ไม่มีทางให้หนี
ภาวินทร์โน้มตัวเข้าไปใกล้จนกลิ่นอายสะอาดสะอ้านที่คุ้นเคยของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในทุกอณูของเธอ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงลมหายใจ มือใหญ่ที่วางพิงกำแพงข้างใบหน้าเธอเหมือนกรงขังที่ไม่มีทางหลบหนี
เสียงกระซิบต่ำของเขาดังชิดริมหู ทำเอาเธอขนลุกวาบไล่ตั้งแต่ต้นคอจนถึงปลายเท้า
“ฉันแค่…สงสารเธอมากกว่า”
"!!"
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
ปลายฝันพยายามเรียกความกล้ากลับมา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเธอกำมือแน่น สะกดกลั้นทุกอารมณ์ที่ประดังเข้ามาในอกแม้ตอนนี้จะตัวสั่นอยู่ก็ตาม
ภาวินทร์ไม่ตอบในทันทีเขามองเธอนิ่ง ๆ ดวงตาคมลึกจนเธออ่านไม่ออก ก่อนที่รอยยิ้มเยาะปรากฏบนใบหน้าของเขา
มือใหญ่ของเขายกขึ้น…ปลายนิ้วจับคางเรียวของเธอลงแรงบีบน้อย ๆ
“เพราะเธอมันน่าสมเพชยังไงล่ะ”
คำพูดนั้นเหมือนระเบิดที่กระแทกเข้ากลางใจของเธอปลายฝันกัดฟันแน่น เธอยกมือขึ้นเพื่อผลักเขาออก แต่ภาวินทร์ไวกว่า เขาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่นกำมันไว้ราวกับต้องการตอกย้ำให้รู้ว่า...เธอไม่มีทางหนีไปจากเขาได้
ตอนนี้เธอเหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
“อย่ามาดื้อกับฉัน!” เขาเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะทำสิ่งที่เธอไม่คาดคิด
ในเสี้ยววินาทีที่ปลายฝันไม่ทันตั้งตัว ภาวินทร์โน้มตัวลงมาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประกบลงบนปากของเธอในทันที จูบของเขาไม่ได้อ่อนโยนเลยสักนิด แต่กลับเต็มไปด้วยความรุนแรงคล้ายกับจะเป็นการลงโทษ
ลิ้นร้อนของเขาตวัดเข้ามาภายในโพรงปากของเธออย่างเร้าร้อน ดุดัน โพรงปากไวต่อสัมผัสถูกขยี้อย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการแสดงความเป็นเจ้าของ
ปลายฝันตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่สติจะกลับคืนมา
เพี๊ยะ!!
เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกพร้อมยกมือตบหน้าเขาเต็มแรง เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังลั่นในห้องพักแพทย์
ภาวินทร์ผงะเล็กน้อย ใบหน้าของเขาหันไปตามแรงตบ แต่เมื่อเขาหันกลับมา สายตาคมกริบของเขาทำให้ปลายฝันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกตรึงไว้ในที่เดิม ทั่วทั้งร่างสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“นี่เหรอ วิธีที่เธอใช้ขอโทษฉัน...สำหรับเรื่องที่เธอเคยทำให้ฉันเจ็บ!” เขากัดฟันแน่น
ถามด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้งพยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ยกมือขึ้นบีบคอเธอ
ปลายฝันหายใจหอบสะท้านน้ำตาคลอหน่วยอยู่ที่ขอบตา เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ
“แต่คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้...”
ภาวินทร์หัวเราะเบา ๆ แต่ในดวงตาไม่มีแววขำขันแม้แต่น้อยหากเธอสังเกตเห็นอีกนิดแววตาของเขามันแฝงไปด้วยความเจ็บปวดแต่เพียงเสี้ยววินาทีมันก็จางหายไป เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือของเธอ
“สิทธิ์เหรอ? เธอพูดถึงสิทธิ์งั้นเหรอ?”เขาแค่นหัวเราะ ทวนคำพูดของเธอก่อนจะพูดต่อ
“เธอไม่มีสิทธิ์มาพูดคำนั้นกับฉันนะปลายฝัน…”
ภาวินทร์เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก ทิ้งให้ปลายฝันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพยายามกดอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาในอก ความเจ็บปวด ความโกรธและความอับอายที่ประดังกันเข้ามาก่อตัวเป็นความอ่อนแอที่เธอไม่อยากยอมรับ น้ำตาหยดแรกไหลลงอาบแก้ม เธอยกมือขึ้นปาดมันออกพลางพึมพำกับตัวเอง
“ทำไมเราต้องมาเจอกันแบบนี้ด้วย...”
ขณะที่ภาวินทร์เดินออกจากห้อง ในใจก็ยังคงเจ็บแค้นหญิงสาวที่อยู่ด้านในและเจ็บแค้นตัวเองที่ยังรู้สึกอะไรบางอย่างกับเธออยู่
'ความรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดมันเป็นแบบนี้นี่เอง' ภาวินทร์พยายามกดลึกความรู้สึกอื่นให้ลึกเข้าไปข้างใน ผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ความรู้สึกดี ๆ จากเขาอีก
ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดออกเล็กน้อย
“แค่นี้มันยังน้อยเกินไปสำหรับความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับ!”