บทนำ โป๊ะแรกแห่งโชคชะตา
บทนำ โป๊ะแรกแห่งโชคชะตา
ภายในห้องส่วนตัวสำหรับแขกวีวีไอพีของไนต์คลับสุดหรูแห่งหนึ่ง ‘พริบพราว’ หญิงสาววัยยี่สิบสองที่อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว หากแต่หล่อนกลับมีความจำเป็นบางอย่างต้องดรอปเรียนเอาไว้เพื่อมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินอย่างไม่คิดชีวิต
แน่นอนว่าย่อมไม่เกี่ยงวิธีการด้วยเช่นกัน...
พริบพราวมาเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์เพื่อคอยดูแลลูกค้าคนสำคัญของไนต์คลับนี้ เธอเดินเข้ามาพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายืชนิดที่จำเป็นต่อภาระหน้าที่อันใหญ่หลวง ดวงตากลมมองไปรอบ ๆ ด้วยรู้สึกหวาดหวั่นชอบกลเมื่อทุกคนที่นี่ดูน่ากลัวเกินไป ท่าทางเคร่งขรึมเหมือนทั้งชาติไม่เคยรู้จักคำว่ารอยยิ้มทำเอาต้องเบี่ยงสายตาหลบ
บ้าชะมัด หน้าที่ของหล่อนคือบริการคนพวกนี้ให้พอใจเพื่อจะได้สำเร็จภารกิจแล้วรับเงินสองแสนมาจากนายจ้าง ไม่ใช่มาทำหงอยไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูด!
“นี่ค่ะ ดื่มสักหน่อยดีกว่านะคะ”
เอ่ยเสียงหวาน ๆ ออกไปขัดบทสนทนาของทุกคนในนี้ จากที่มองด้วยสายตาแบบลวก ๆ น่าจะมีระดับคนใหญ่คนโตอยู่แค่สี่คนเท่านั้น มีสามคนนั่งอยู่บนโซฟาคนละตัวโดยมีชายชุดดำหน้าเหี้ยมยืนประกบไม่ห่าง ส่วนโซฟาตัวสุดท้ายที่อยู่ตรงกลาง...
...ของใครกันนะ ?
คนที่จะมานั่งคงยังมาไม่ถึง หากแต่ก็มีแก้วและไวน์อย่างดีตั้งเตรียมเอาไว้ตรงหน้าเรียบร้อย
“เดี๋ยวรอคุณไทเลอร์มาก่อน จะได้รู้กันเสียทีว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของใคร!”
“อั๊วบอกหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าให้ระวังเรื่องพวกนี้ อีกอย่าง...ถ้าพวกลื้อไม่กัดกันเอง สุนัขรับใช้อย่างไอ้พวกนั้นก็คงไม่ได้กลิ่น!”
“อ้าวเฮีย พูดแบบนี้จะบอกว่าพวกผมดูแลถิ่นของตัวเองไม่ดีเหรอ บริเวณนั้นมันก็เขตความรับผิดชอบของพวกเราทั้งหมดนั่นแหละ”
ทั้งสามคนเริ่มจะโต้เถียงตีกันเอง ไม่มีใครทันสังเกตเห็นเข็มที่ติดอยู่กับชุดของพริบพราวเลยว่ามันมีกล้องเล็ก ๆ แอบซ่อนเอาไว้!
ใช่แล้ว นี่คือภารกิจที่หล่อนได้รับมาจากตำรวจ การแฝงตัวเข้ามาเป็นนางนกต่อเพื่อหาหลักฐานเอาผิดกลุ่มมาเฟียผู้มีอิทธิพลคิดทำลายประเทศชาติแลกกับเงินจำนวนไม่น้อย แม้จะเสี่ยงตายไปบ้างแต่เมื่อเทียบกับเงินที่จะได้รับ สำหรับเธอมันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
‘เอาเลย พูดสิ่งที่คิดกันออกมาเยอะ ๆ ฉันจะได้มีหลักฐานเอาพวกแกเข้าคุกให้หมด ไอ้พวกบ่อนทำลายประเทศ!’
หญิงสาวคิดในใจ พยายามจะหันไปรอบ ๆ เพื่อให้กล้องจับหน้าให้ได้ทุกคน หล่อนยิ้มหวานแล้วเติมเหล้าให้พวกเขาอีกเรื่อย ๆ ที่เหลือก็รอแค่ให้คนสุดท้ายมานั่งก็จะได้หลักฐานจนครบ พอพวกมันพูดถึงวีรกรรมเลว ๆ ที่ทำไว้ก็จะดิ้นไม่หลุด ได้เงินด้วย ได้ช่วยชาติด้วย ดีจะตายไป
“คุณไทเลอร์มาแล้วครับ”
ใครบางคนเดินมาเปิดประตูห้องบอกทุกคน ทำเอาคนที่นั่งทำตัววางท่าใหญ่โตทั้งสามพากันลุกขึ้นยืนเตรียมต้อนรับ เมื่อไม่มีทางเลือก พริบพราวเลยต้องเข้าเมืองตาหลิ่วแล้วหลิ่วตาตามด้วยการลุกขึ้นยืนเหมือนกัน ดวงตากลมจับจ้องไปยังประตู
ตึก...ตึก...ตึก...
ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาก่อน น่าแปลกที่หัวใจของหล่อนกลับเต้นระทึก อาจเพราะเห็นอาการของทุกคนที่อยู่ที่นี่ละมั้ง พววกเขาดูหวาดกลัวจนหัวหด ทำให้เธอพลอยขวัญเสียไปด้วย คนสุดท้ายคงจะเป็นตาลุงหน้าโฉดจิตใจโหดเหี้ยมเหมือนไดโนเสาร์แน่ ๆ
“คุณไทเลอร์ สวัสดีครับ!”
เพียงแต่เขาปรากฏตัวขึ้น ทุกคนก็พร้อมใจกันก้มหัวทำความเคารพไม่เว้นแม้แต่อาเฮียที่อายุรุ่นราวคราวพ่อข้างตัวหล่อน เหลือเพียงพริบพราวเท่านั้นที่ยังยืนนิ่งมองคนตรงประตู
‘ไทเลอร์ หวัง’ เจ้าของร่างกำยำสูงโปร่งกับเบ้าหน้าฟ้าประทานเดินตรงเข้ามาทางหญิงสาว นอกจากจะไม่แก่และไม่น่าเกลียดแล้ว ยังหล่อจนใจสั่นอีกด้วย คนตัวเล็กในชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีแดงสดยืนตัวแข็งทื่อ ไม่รู้จะตกใจกับความหล่อเหลาของอีกฝ่ายก่อน หรือตกใจที่เขาดูเด็กกว่าที่คาดไว้ก่อนดี
“เธอ...”
“คะ...คะ ?”
ขานรับด้วยตอนนี้ไทเลอร์มายืนอยู่ตรงหน้าหล่อน พอได้มาสบตาใกล้ ๆ ก็ยิ่งควบคุมสติไม่อยู่ หล่อขนาดนี้ไปเกิดใหม่เป็นเทวดาดีกว่าไหม
หมับ!
ไม่มีคำตอบจากคนตรงหน้า หากแต่สิ่งที่เขากระทำคือการใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่ใบหน้าของหล่อนพร้อมออกแรงบีบจนหญิงสาวต้องอ้าปากเป็นรูปตัวโอ มืออีกข้างหยิบเอาเหล้าเพียว ๆ ขึ้นมาแล้วกรอกปากพริบพราวท่ามกลางสายตาตกใจของทุกคนในห้อง!