ตอนที่ 1 ประชันหน้า
ตอนที่ 1
ประชันหน้า
บรื้น บรื้น บรึ้น!!!
เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ยุโรปคันหรูสีควันบุหรี่ ขับเคลื่อนเข้ามายังจุดพักรถที่ถูกเตรียมไว้สำหรับนักแข่งและลูกทีม ในระดับความเร็วที่ไม่มากเท่าไรนัก ทันใดที่รถจอดและเครื่องยนต์ดับสนิท ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำ ใบหน้าหล่อเข้มซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว ก้าวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาเปิดประตูรถแข่งคันหรูทันที
“เชิญครับเจ้านาย” เสียงทุ้มเอ่ยเชื้อเชิญ บ่งบอกสถานะของผู้มาเยือนว่าอยู่ในระดับสูงกว่า
“ขอบใจ ซูเคร่” ผู้ที่ถูกเรียกว่าเจ้านายเอ่ยขึ้นบ้าง พร้อมก้าวลงจากรถอย่างทะมัดทะแมงในชุดนักแข่งรถสีขาว มือหนึ่งปลดซิบของชุดให้รูดลงมาถึงราวสะดือ อีกมือหนึ่งยื่นหมวกนิรภัยส่งให้กับผู้มาเปิดประตูเพื่อนำไปเก็บ เผยให้เห็นถึงร่างกายกำยำ กล้ามเนื้อสมชายชาตรี นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มดุดัน จมูกเป็นสันคมคาย รับกับริมฝีปากหนา ผมทรงสกินเฮดนั่นส่งผลให้ชายหนุ่มดูคล้ายดาราฮอลลีวู๊ดคนดังอย่างเช่น วิน ดีเซล ก็ไม่ปาน ผิวสีขาวเหลืองนั้นเพิ่มความสง่างามให้กับชายหนุ่มยิ่งนัก อีกทั้งยังดูน่าเกรงขามไปในเวลาเดียวกัน ซูเคร่ที่ว่าสูงแล้วแต่เมื่อเทียบกับชายหนุ่มผู้มาใหม่คนนี้ทำให้บอร์ดี้การ์ดหนุ่มดูเตี้ยกว่าเล็กน้อยไปถนัดตา
เขาคือ เทเลอร์ มอร์แกน ชายหนุ่มวัย 33 ปี มหาเศรษฐีชาวอเมริกา เจ้าของธุรกิจขายและผลิตรถยนต์ยี่ห้อดังส่งออกทั่วโลก มีสาขาย่อยอยู่ในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นนักแข่งรถมืออาชีพอันดับต้นๆของโลกอีกด้วย นิสัยของชายหนุ่มผู้นี้ ใครที่รู้จักเขาดีจะทราบว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน มุทะลุ หากแต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นนักธุรกิจที่เก่งและหาตัวจับได้ยาก จึงไม่น่าแปลกหากเขาจะมีศัตรูและคนชื่นชอบอยู่มากมาย
“เจ้านายครับรายชื่อคู่แข่งที่จะเข้าร่วมแข่งขันปีนี้ครับ” แกรี่ลูกน้องคนสนิทของพี่ชายเทเลอร์ที่ตอนนี้ได้รับคำสั่งให้มาดูแลเทเลอร์ชั่วคราว นำแฟ้มรายชื่อและประวัติของคู่แข่งมาให้เขาดูทันทีที่ชายหนุ่มเปิดแฟ้มออกดูมุมปากหนาก็แสยะยิ้มออกมาและสบถเบาๆ
“ฮึ ฉันนึกแล้วว่ามันต้องมา”
“ใคร ครับเจ้านาย?? ” แกรี่ท่าทางงวยงง
“ไอ้ อัลโตนิโอ” เสียงเข้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น อัลโตนิโอ ลี คือคู่แข่งคนสำคัญของเขาทั้งทางธุรกิจและการแข่งรถ ซึ่งฟาดฟันกันมาหลายปีแต่ไม่เคยรู้ผลที่แน่นอนสักครั้งด้วยผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่ร่ำไป ที่สำคัญ อัลโตนิโอผู้นี้ยังมักลอบเล่นงานเขาอยู่เสมอทุกครั้งที่เขาเผลอ
“อ่อ ถ้าอัลโตนิโอไม่มานี่สิครับผมจะถือว่าแปลก”
“คราวนี้ไม่รู้ว่ามันจะมีลูกไม้อะไร มาลอบกัดฉันอีก” เทเลอร์กล่าวอย่างคนรู้ทันคู่แข่ง ปิดแฟ้มเอกสารในมือและส่งคืนให้กับแกรรี่ทันที
“เจ้านายครับ ลองเครื่องรถมาเหนื่อยๆเชิญพักผ่อนในห้องวีไอพี ก่อนครับ” บอร์ดี้การ์ดหนุ่มคู่ใจของเทเลอร์ ซูเคร่ อาร์ทเทอร์ เอ่ยขึ้นหลังจากเอาหมวกนิรภัยไปเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นการยุติการสนทนาระหว่างเจ้านายหนุ่มและแกรี่ไปในตัว
“ดีเหมือนกันว่ะ” เสียงเข้มอ่อนลงและเดินตามซูเคร่เข้าไปพักยังห้องพักวีไอพีที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับนักแข่งรถคนสำคัญ พร้อมด้วยแกรี่และลูกน้องอีก5คน
เทศกาลแข่งขันรถยนต์ระดับโลกในปีนี้ จัดขึ้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย นอกจากจะมีการแข่งขันรถยนต์ของนักแข่งชื่อดังระดับโลกที่เป็นไฮไลท์ของงานแล้ว ยังมีการจัดโชว์รูมรถยนต์หรูยี่ห้อดังต่างๆ มีผู้ชมที่รักความเร็วและชื่นชอบรถยนต์มาเข้าชมอย่างคับคั่งมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อีกทั้งยังมีพริ้ตตี้สาวสวยและพรีเซนต์เตอร์โฆษณารถยนต์ยี่ห้อดังต่างๆอีกด้วย นักแข่งรถฝีมือดีมากมายจากทั่วโลกตบเท้าร่วมเข้าแข่งขันในเทศกาลนี้ซึ่งเหล่าบรรดานักแข่งรถทั้งหลายต่างก็ทรายดีว่างานนี้ถือเป็นอีกงานหนึ่งที่ใช้วัดศักดิ์ศรีว่าใครจะเป็นเทพเจ้าแห่งความเร็วตัวจริง ซึ่ง10ปีที่ผ่านมานี้ ผู้ชนะก็คือ เทเลอร์ และอัลโตนิโอ ซึ่งสลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละปี และเมื่อปีที่แล้วผู้ที่สามารถครองแชมป์ได้ก็คือเทเลอร์ มอร์แกน นั่นเอง
ห้องพักนักแข่งวีไอพี อีกฟากหนึ่ง
“ถ้าแกรักพ่อ รักฉัน รักแม่แก อย่างที่ปากแกพูด แกต้องทำ ไม่อย่างนั้นธุรกิจส่งออกรถของพ่อก็จะไม่ก้าวหน้า ถ้าหากยังมีคู่แข่งอย่างไอ้เวรนั่นอยู่” น้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเป็นการข่มขู่ของชายร่างใหญ่ที่มองผิวเผินจะดูคล้ายเทเลอร์เนื่องจากทรงผมที่มีลักษณะเหมือนกัน แต่ถ้ามองให้ชัดจะเห็นว่าชายหนุ่มผู้นี้ท่าทางเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก แต่เมื่อเทียบความหล่อเหลาของหน้าตาแล้วดูอยู่ห่างจากเทเลอร์ไกลโขเพราะฝ่ายนั้นดูดึงดูดใจเพศตรงข้ามเสียมากกว่า สีหน้าของชายหนุ่มผู้นี้ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย นัยน์ตาสีเทานั้นบ่งบอกถึงความเจ้าคิดเจ้าแค้นภายในใจอยู่ตลอดเวลา
“พี่จะให้ลินนาทำอย่างนั้นได้ยังไงพี่อัลโต ลินนาเองก็ตัวเท่านี้ถึงจะคลุกคลีกับวงการรถยนต์มาตั้งแต่เด็กก็เถอะ แต่การทำแบบนั้นถ้าเกิดเขาโชคร้าย ตายขึ้นมาจริงๆมันเท่ากับลินนาเป็นฆาตรกรเลยนะคะ อีกอย่างถ้าทางคณะกรรมการจับได้พี่มีแต่เสียกับเสียนะ ดีไม่ดีบริษัทเรานั่นแหละที่จะโดนเขาเล่นงานคืน” น้ำเสียงหวานนุ่มบ่งบอกถึงความเหนื่อยใจเมื่อได้ฟังภารกิจที่พี่ชายคนละแม่ของเธอยื่นให้ซึ่งไม่ว่าเธอจะปฏิเสธเท่าใดพี่ชายต่างมารดาคนนี้ก็ดูทีท่าว่าจะไม่มีทางยอมลดละง่ายๆในการหว่านล้อมเธอ
หญิงสาวที่กำลังพยายามอธิบายเหตุผลและความถูกต้องอยู่ในเวลานี้ เธอคือ รินณารา ลี หรือ ลินนา หญิงสาว วัย24 ปี น้องสาวต่างมารดาของอัลโตนิโอ ลี วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสรัดรูปเกาะอก สีเขียวมะนาว สั้นเหนือเข่าขึ้นมาหลายคืบ ซึ่งหากเป็นในเวลาปกติจะไม่มีทางเสียเลยที่หญิงสาวจะใส่ชุดหวาบหวามเช่นนี้ ผมของเธอยาวสลวยดัดลอนสีน้ำตาลทองแดง ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตางดงามดุจนางพญาหงส์ จมูกสวยโด่งรับกับริมฝีปากบางเป็นรูปกระจับ ใบหน้าขาวอมชมพูถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ทำให้หญิงสาวดูสวยราวกับราชินี เฉี่ยว เซ็กซี่ และหวานในเวลาเดียวกัน หญิงสาวมางานนี้ในฐานะพรีเซนเตอร์รถยนต์ให้กับบริษัทของเฮนรี่ ลี บิดาของเธอ ซึ่งนอกจากจะมีบริษัทใหญ่อยู่ที่มหานครนิวยอร์กแล้วยังมีสาขาย่อยสาขาอยู่เมืองไทยอีกด้วย หญิงสาวถูกพี่ชายต่างมารดาตัวดีที่ไม่เคยพบเจอกันมานานเป็นเวลากว่า6ปี ลากมายังห้องนี้โดยอ้างว่ามีธุระที่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ
“แต่มันเป็นเพียงทางเดียวที่เราจะกำจัดคู่แข่งสำคัญทางธุรกิจออกไปได้และโอกาสก็มาถึงแล้วมีเพียงแกคนเดียวเท่านั้นนะลินนาที่จะทำได้” อัลโตนิโอออกอาการเจ้าเล่ห์หว่านล้อมน้องสาวต่างมารดาอย่างไม่ย่อท้อเพราะรู้ดีว่าอย่างไรเสียรินณาราก็ต้องยอมทำ
“ลินนาทำไม่ได้หรอกพี่อัลโต มันโหดร้ายเกินไป” แต่ทว่าหญิงสาวยังคงยืนยันปฏิเสธที่จะทำตามคำขอของอัลโตนิโอพี่ชายต่างมารดาของเธอ จนชายหนุ่มเริ่มหมดความอดทนและตัดสินใจงัดไม้เด็ดสุดท้ายออกมา
“แกอยากเห็นพ่อล้มละลาย อยากเห็นครอบครัวเราไม่มีที่ซุกหัวนอนหรือ หา!!!! แม่ของฉันตรอมใจตายเพราะแม่ของแก แค่นี้ชีวิตฉันยังไม่รันทดพออีกหรือที่ต้องขาดแม่ ฉันให้แกทำแค่นี้มันยังไม่สาสมกับความทุกข์ที่ฉันได้รับมาตลอดด้วยซ้ำไป!!!” เสียงเข้มใหญ่ของอัลโตนิโอตะคอกดังสนั่นจนสาวน้อยสะดุ้งด้วยความตกใจ ตั้งแต่จำความได้ตอนอยู่อเมริกาเธอจะโดนเขารังแกตลอด เพราะเขาไม่ชอบเธอกับมารดาของเธอ ที่มาแย่งความรักของเฮนรี่ ลี ไปจากเขาและมารดาของเขา จนทำให้มารดาของเขาตรอมใจตายด้วยเหตุนี้รินณาราจึงรู้สึกผิดในใจอยู่ตลอดและพยายามทำใจที่จะไม่ให้โกรธเขาเลยไม่ว่าเขาจะรังแกเธอด้วยวิธีใดก็ตามที และในครั้งนี้ก็เช่นกันสินะที่เธอต้องยอมใจอ่อนทำตามคำขอของเขา
“พอเถอะ พี่ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ลินนาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของพี่กับคุณพ่อนะ พี่จะขอให้ลินนาทำอะไรลินนาไม่เคยว่า แต่ทำแบบนี้มันเหมือนเล่นสกปรกกับฝั่งนั้นเกินไป แต่โอเคถ้ามันทำให้พี่สบายใจลินนาก็จะทำ พี่รู้ไหมลินนาดีใจแค่ไหนที่พี่มาเมืองไทย ลินนาดีใจแค่ไหนที่ได้เจอพี่ ถึงแม้จะรู้ว่าพี่จะไม่ชอบขี้หน้าลินนาก็ไม่เปนไร” อัลโตนิโอสูญเสียมารดาไปก็จริง เธอเข้าใจดีว่าเขาเสียใจมากเท่าใดแล้วเธอล่ะไม่ได้สูญเสียมารดาด้วยหรอกหรือแต่ที่เธอไม่คิดแค้นอะไรพี่ชายคนนี้ก็เพราะเธอกับมารดาของเธอเป็นฝ่ายมาทีหลังจริงๆอย่างที่อัลโตนิโอว่า ร่างบางสวยพูดจบแล้วหันตัวเดินกลับออกไปพร้อมกับหยาดน้ำใสๆที่หล่นลงมาจากตา ทำให้อัลโตนิโอที่ไม่ทันตั้งตัวและคุยธุระกับเธอยังไม่เสร็จร้องตะโกนตามหลัง
“เฮ้ !!น้องสาวสุดที่รักขอบใจมากนะแล้วฉันจะให้ไอ้ไวท์ไปชี้แจงรายละเอียดอีกทีนะโว้ยยยย!!” เขาไม่ได้มีความรู้สึกดีอะไรกับคำที่รินณาราพูด ตรงกันข้ามกลับสะใจด้วยซ้ำที่เห็นสาวน้อยเป็นทุกข์ เขาทราบดีอยู่แล้วว่าเมื่อใดที่เอาเรื่องอดีตมาขู่ ไม่ว่าจะสั่งให้ลินนาทำอะไรเธอก็จะยอมทำตามทุกครั้งร่ำไป
“ไวท์ แกเอารายละเอียดรถไอ้เทเลอร์และรายละเอียดเกี่ยวกับตัวมันไปให้น้องสาวฉันด้วย” อัลโตนิโอหันหน้าไปสั่งลูกน้องคนสนิท
“ครับคุณอัลโตนิโอ” เสียงใหญ่เข้มพอๆกับร่างกายที่สูงใหญ่ หน้าตาและผมเผ้ารกรุงรัง ราวกับชายวนิพกของไวท์ สมุนและนักฆ่ามือดีของอัลโตนิโอ ตอบรับคำสั่งเจ้านายในทันที
ลินนาย้ายมาอยู่เมืองไทยกับตาและยายตั้งแต่เธออายุได้เพียงแค่ 7 ขวบ หลังจากที่ ณารา รัตนศุภกิจ มารดาของเธอเสียชีวิตลงที่อเมริกาด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เฮนรี่ ลี บิดาของเธอจึงส่งหญิงสาวมาอยู่กับตาและยายที่เมืองไทย ด้วยเหตุผลที่ว่าอยู่เมืองไทยน่าจะได้รับความอบอุ่นและการดูแลที่ดีกว่าเพราะตัวเฮนรี่ ลีเอง คงไม่มีเวลาที่จะดูแลและเอาใจใส่เธอมากนัก พร้อมทั้งส่งเสียค่าเล่าเรียนและค่าความเป็นอยู่โดยที่ไม่ปล่อยให้หญิงสาวขัดสนและมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย มาโดยตลอดและนานๆครั้งเฮนรี่กับอัลโตนิโอจึงจะมาเยี่ยมเธอที่เมืองไทยบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมาแค่เรื่องงานแล้วให้เธอแวะเข้าไปพบเสียมากกว่า การกระทำของเฮนรี่ทำให้หญิงสาวฝังใจและรู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเธอเข้าใจว่าเฮนรี่ ลี รักอัลโตนิโอมากกว่าเธอและไม่อยากดูแลเธอจึงส่งเธอมาอยู่ที่นี่และทอดทิ้งเธอแบบนี้ แต่อย่างไรเสียหญิงสาวก็ไม่ได้รู้สึกโกรธชายทั้งสองแต่อย่างใด
หญิงสาวกำลังศึกษาต่อปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยเฮนรี่ ลี หวังจะให้เธอดูแลกิจการที่เมืองไทยแทนเขา เรื่องตัดสายเบรกรถยนต์ไม่ใช่ปัญหาของเธอเพราะหญิงสาวเชี่ยวชาญงานด้านนี้อยู่แล้ว เนื่องจากเธอชอบแวะเวียนเข้าไปที่บริษัทรถยนต์ของเฮนรี่ ลี สาขาที่เมืองไทยอยู่สม่ำเสมอ ลองทำนั่น หัดทำนี่ เกี่ยวกับรถยนต์อยู่เรื่อยๆเพราะหญิงสาวเป็นคนที่มีนิสัยชอบการเรียนรู้ทุกด้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงทำให้เธอมีความสามารถหลายด้าน
หลังจากที่เธอได้ฟังข้อมูลจากไวท์ลูกน้องคนสนิทของพี่ชายต่างมารดาแล้วเธอจึงเริ่มลงมือปฏิบัติการทันทีด้วยความจำใจ
ร่างบางในชุดสวยเดินก้าวเท้าเข้าไปที่ลานพักรถของนักแข่งวีไอพี พร้อมกระเป๋าใบหรูสีตัดกับชุด เดินสำรวจหารถที่ต้องการอย่างที่ไม่มีใครสงสัยเพราะใครจะไปคิดเสียล่ะว่าพรีเซ็นเตอร์คนสวยของบริษัทรถยนต์หรูจะมีพิษมีภัยและหาญกล้าทำอะไรที่คาดไม่ถึงได้ และดูเหมือนบรรยากาศรอบบริเวณนี้จะเป็นใจเพราะมีเพียงคนดูแลยืนอยู่ภายนอกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนบริเวณด้านในกลับไม่มีใครเลย รินณารา พบเพียงสาวสวยหุ่นเพรียวเดินสวนเธอออกไปเท่านั้น
ใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็สามารถหลบสายตาผู้คนและค่อยๆลงมือตัดสายเบรครถยนต์ยุโรปยี่ห้อหรูสีควันบุหรี่ ของเทเลอร์ มอร์แกนทันที โดยมีเครื่องมือเป็นที่อุปกรณ์ในการตัดสายเบรคซ่อนอยู่ในกระเป๋าใบสวยและถึงแม้ว่าชุดจะรัดแต่ก็หาเป็นอุปสรรคกับร่างเล็กเลยไม่ หญิงสาวใช้วิธีตัดที่ทำให้สายเบรกค่อยๆขาดไปทีละนิด เพื่อไม่ให้คนขับเกิดความสงสัย
ห้องพัก วีไอพี เทเลอร์ มอร์แกน
“ไง.. เทเลอร์” เสียงทักทายที่คุ้นเคยจากผู้มาเยือนทำให้เทเลอร์ซึ่งกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น ลืมตาขึ้นมาดู
“อ้าว!! พี่เทียร์รี่ งานทางฝั่งโชว์รูมเรียบร้อยดีแล้วหรือทำไมถึงโผล่มาฝั่งนี้ได้” ร่างใหญ่กำยำตอบกลับพี่ชายอย่างเป็นกันเอง
เทียร์รี่ มอร์แกน ชายหนุ่มร่างกำยำ ล่ำสัน สมชายชาตรี หน้าตาและลักษณะท่าทางดูคล้ายเทเลอร์ มอร์แกนผู้เป็นน้องชายคนเดียวของเขาไม่มีผิด หากแต่ดูสุขุมเมื่อยามอยู่เฉย ในขณะเดียวกันก็ดูเป็นคนที่อารมณ์ขันจิตใจดีเพียงแค่ขยับปากพูดคุย
เทียร์รี่และเทเลอร์ร่วมกันทำธุรกิจและรักษากิจการของตระกูลเอาไว้ตั้งแต่พ่อของเขาเสียชีวิต ทั้งสองพี่น้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจที่หาใครเปรียบได้ยากยกเว้นตระกูลลี อีกทั้งยังรักการแข่งรถเหมือนๆกันเพียงแต่ช่วงหลังๆเทียร์รี่ผู้เป็นพี่ชายหันมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัวโดยการดำรงตำแหน่งประธานบริษัทมอร์แกน ทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาแข่งรถมากเท่าไรนัก แต่ถ้าพูดถึงฝีมือแล้วไม่มีใครเปรียบเทียร์รี่ มอร์แกน คนนี้ได้ ถ้ามีเขาอยู่ในสนามแข่งเมื่อใด ทุกคนก็รู้แล้วว่าใครคือผู้ชนะ เขาไม่ได้แข่งรถนานถึง10 ปี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะละทิ้ง เพราะมีการฝึกซ้อมอยู่เรื่อยๆ โดย 10ปีที่ผ่านมานี้ จะเป็นเทเลอร์ ลงแข่งเสียมากกว่า
“อืม งานฝั่งโชว์รูมโอเคดีแล้ว อีกประมาณ10 นาทีก็จะเริ่มเปิดงานแล้วล่ะ เห็นว่าจะเปิดตัวโปรเจครถยนต์รุ่นใหม่ของแต่ละบริษัทก่อนรวมทั้งบริษัทเราด้วย พรีเซ็นเตอร์สวยๆเพียบเลยนะโว้ยงานนี้ หลังจากนั้นก็จะเป็นการแข่งขันไฮไลท์” น้ำเสียงใหญ่นุ่มฟังดูอบอุ่นอธิบายให้น้องชายฟัง
“ถ้าอย่างนั้นก็ใกล้เวลาแล้วสิเนี่ย ผมคงต้องไปเตรียมตัวก่อนล่ะพี่เทียร์รี่” เทเลอร์ผุดนั่งตัวตรงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เดี๋ยวก่อน เทเลอร์ ที่พี่มาหาแกที่นี่เพราะอยากจะมาบอกกับแกว่านัดนี้พี่อยากลงสนามเองว่ะ คันไม้คันมือบอกไม่ถูก” คำพูดของเทียร์รี่ทำให้เทเลอร์และลูกน้องต่างอึ้งไปตามๆกัน เกิดอะไรขึ้นเนี่ยพี่ชายของเขาวางมือไปหลายปีแล้ว มาวันนี้เกิดอาการคึกอะไร
“เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นพี่เทียร์รี่ พี่พูดจริงหรือเปล่าเนี่ยหรือว่าผมหูฝาด” เสียงเทเลอร์พูดปนหัวเราะ
“ก็ไม่มีอะไร แค่ สาวไทยสวยดีว่ะ พี่เลยอยากโชว์ฮ่าๆๆๆ” คนตอบหัวเราะอารมณ์ดี
“โอ้โห ถ้าพี่ลงแข่งผมก็คงต้องตกกระป๋องน่ะซี ไม่มีทางชนะพี่ได้แน่ แต่ก็เอาเถอะนานๆทีพี่ชายของผมถึงจะคึกอยากลงสนามกับเขาขึ้นมาบ้าง ถ้าอย่างนั้นน้องชายคนนี้ขอเป็นกองเชียร์ดีกว่า อีกอย่างเตรียมรถแข่งไว้คันเดียวเสียด้วย”
“เอาล่ะ เอาล่ะ ไปกันได้แล้วฉันก็จะไปเปลี่ยนชุดเตรียมตัวแข่ง เดี๋ยวเจอกัน แกรี่ไปกับฉัน แล้วนี่บัตรที่นั่ง วีไอพีของพวกแก” เทียร์รี่กระตุ้นให้น้องชายและลูกน้องที่อยู่ในห้องกระตือรือร้นพร้อมกับยื่นบัตรสีทองให้กับเทเลอร์ ก่อนจะหันไปมองชุดที่น้องชายของเขาใส่อยู่อย่างค้านสายตา ทั้งที่เวลานี้มีตำแหน่งเป็นแค่เพียงกองเชียร์ของเขาเท่านั้น
“อ้าว เฮ้ย!!! แล้วแกจะไปทั้งชุดนักแข่งเลยหรือไงเทเลอร์ ทำไมไม่เปลี่ยนชุดก่อนล่ะไอ้เสือ”
“เอาไว้พรางตาศัตรูยังไงล่ะพี่เทียร์รี่ ไอ้อัลโตนิโอมันจะได้ไม่รู้ว่าพี่ลงแข่งให้มันกระอักเลือดเล่นๆคงสะใจไม่เบา แล้วเจอกันนะครับพี่ชาย ไปเว้ย” คนเจ้าเล่ห์บอกพี่ชายพลางหันไปสั่งลูกน้องแล้วเดินนำออกไป
หน้าเวที
ทางด้านของฝั่งจัดงานโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อหรูของบริษัทรถยนต์ชั้นนำต่างๆที่ขนรถยนต์คันงามมาอวดโฉมประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ถูกจัดขึ้นในโดมที่มีความยิ่งใหญ่อลังการแห่งหนึ่งของเมืองพัทยา ตลอดทางเดินมาหน้าเวทีจะมีโชว์รูมรถยนต์พร้อมพริตตี้ที่มาช่วยสร้างสีสันและดึงดูดความสนใจจากลูกค้าของบริษัทต่างๆยืนประจำอยู่ในเขตที่เจ้าหล่อนต้องรับผิดชอบ คอยยืนประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ต่อลูกค้าที่เข้ามาสอบถาม ผู้ชมมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างกรูกันเข้ามาขอถ่ายรูปทั้งรถยนต์คันงามต่างๆและเหล่าบรรดาพริตตี้สาวสวยไปพร้อมๆกัน ดูคึกคักและครื้นเครงยิ่งนัก
ในขณะที่ภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักพลันต้องเข้าสู่บรรยากาศอึมครึมดังภาพสโลโมชั่นมื่อสายตาสองคู่จับจ้องกันต่างฝ่ายก็มีลูกน้องตามหลังไม่ต่ำกว่า5คน ร่างใหญ่ของชายหนุ่มทั้งสองเดินเคลื่อนย้ายย่างกรายใกล้เข้ามาหากันเรื่อยๆ โดยเป้าหมายคือโต๊ะวีไอพีตามเลขที่บัตรของแต่ล่ะคน แต่ถึงกระนั้นแล้วทั้งสองหนุ่มก็ไม่ได้ละสายตาจากกันเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่ง เมือยืนห่างกันเพียงไม่ถึงหนึ่งก้าวทั้งสองหนุ่มจึงหยุดเดินและจ้องหน้ากันอย่างดุเดือด
“เมื่อไรวะ ไอ้ไวท์ ฉันถึงจะไม่ได้เห็นหน้าไอ้เวรนี่สักที” ปากก็พูดกับไวท์ที่ยืนอยู่ข้างหลังแต่สายตาคนพูดกลับจับจ้องมองคนตรงหน้าอย่างเกลียดชัง
“ตอนนี้เลยก็ยังได้นะครับเจ้านาย” ไวท์สมุนมือขวาของคนเปิดประเด็นเอ่ยขึ้นพรางใช้มือหนาหยิบมีดสั้นพก อาวุธประจำกายของเขาออกมา
ด้านซูเคร่มือขวาหนุ่มคู่ใจของเทเลอร์ที่ถูกฝึกมาอย่างดีมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่ไวกว่า ชักปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาพร้อมกับจ่อตรงไปที่หัวของอัลโตนิโอทันที
“ถ้า มึงคิดว่ามีดไวกว่าปืน ก็ลองดู!! ไอ้ไวท์” น้ำเสียงของคนเอ่ยเฉยชาแต่สีหน้าดุเดือด น่ากลัว และดูจริงจัง
“ซูเคร่ เก็บปืน!! แกไม่เคยได้ยินหรือไงวะ ว่าหมาเห่ามันไม่กัดแล้วไอ้พวกนี้มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับหมาเท่าไรนักหรอก” เทเลอร์เอ่ยขึ้นบ้างหลังจากทนดูอยู่สักครู่
“ไอ้เทเลอร์!!!” อัลโตนิโอตะคอกเสียงขึ้น เทเลอร์หาว่าเขาเป็นหมาหรือนี่
“ส่วนแกไอ้อัลโตนิโอ แกยังจะต้องเห็นหน้าฉันไปอีกนานโขหรือไม่ก็จนกว่าลมหายใจเฮือกสุดท้ายของแกจะหมด เพราะฉันนี่แหละที่จะเป็นคนส่งแกไปลงนรกเอง!!” เทเลอร์พูดเสียงเข้ม ฟังชัด สีหน้าเฉยชาแต่ขบกรามแน่น ด้านคนฟังสีหน้าเคียดแค้นยิ่งขึ้น บ่งบอกว่าโกรธเทเลอร์เหลือเกิน
“มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับ” หนึ่งในสามตำรวจไทยที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบเอ่ยขึ้นและสามารถหยุดสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าได้เป็นอย่างดีก่อนที่งานนี้จะเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นเสียก่อน แต่ทั้งนี้ตำรวจไทยทั้งสามนายกลับไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมาจากทั้งสองฝ่าย เพราะทั้งสองฝ่ายนั้นต่างฝ่ายต่างเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง จนทำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยยืนมองหน้าและงงไปตามๆกัน
“เดี๋ยวมึงก็รู้ว่าใครจะตายไอ้เวรเทเลอร์ ฮึ!!” อัลโตนิโอสบถ เบาๆในขณะกำลังนั่งลงโต๊ะของตัวเอง
เมื่อประธานพิธีกล่าวเปิดงานเสร็จเรียบร้อยแล้วลำดับต่อไปจึงเป็นการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์รถยนต์และรถยนต์หรูรุ่นใหม่ของบริษัทต่างๆ พรีเซ็นเตอร์แต่ละคนเริ่มทยอยออกมาโปรโมทและโฆษณารถยนต์ รวมไปถึงกล่าวบอกคุณสมบัติมากมายเพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้าไปพร้อมๆกับเสียงเพลงบนเวทีที่เปิดสร้างจังหวะเพื่อให้เกิดความคึกคักเร้าใจยิ่งขึ้น
“และลำดับต่อไปเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดจากบริษัทลี กรุ๊ป” พีธีกรบนเวทีประกาศด้วยน้ำเสียงชวนตื่นตาตื่นใจ จากนั้นโปรเจคเตอร์จอสีขาวใหญ่ตระหง่าน ก็เริ่มฉายโฆษณารถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทลี กรุ๊ป ปรากฏภาพหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มอยู่ในโฆษณาจนเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้เป็นจำนวนมาก กระทั่งเมื่อสิ้นสุดโฆษณาในโปรเจคเตอร์ หญิงสาวร่างบางหุ่นเพรียว สูงราว 168 เซนติเมตรคนเดียวกับในโฆษณาเมื่อสักครู่ จึงเผยโฉมออกมาด้วยการเดินแบบอย่างมั่นใจ ชุดสีเหลืองมะนาวรัดรูปเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าสวยงาม หน้าตาและผิวพรรณที่เรียบเนียน ผมยาวสลวยดัดลอนสีน้ำตาลทองแดงประกอบกับเสียงดนตรีที่เปิดคลอฟังแล้วชวนยั่วยวนให้หลงไหลยิ่งนัก ทำให้หญิงสาวสามารถหยุดสายตาคนดูแทบทั้งงานได้อย่างสิ้นเชิงรวมไปถึงเขา … เทเลอร์ มอร์แกน… ที่กำลังตกตะลึงในความงามของเธอคนนี้เช่นกัน แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็เบือนหน้าหนีเพราะเธอเป็นคนของบริษัทคู่แข่ง เขาจึงไม่อยากดูให้เสียอารมณ์
ลินนา เดินมาหยุดตรงหน้าเวทีเพื่อโพสท่าเซ็กซี่ยั่วยวนก่อนจะพูดถึงคุณสมบัติต่างๆของรถยนต์รุ่นใหม่จากบริษัทเธอทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษและจนเมื่อกระทั่งหญิงสาวจะหันตัวเพื่อเดินกลับเข้าไปยังหลังเวที สายตาของนางพญาหงส์คู่สวยดันปะทะเข้ากับสายตาดุๆของเทเลอร์พอดิบพอดี
“เทเลอร์ มอร์แกน” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ ใช่ หญิงสาวรู้จักเขา เนื่องจากรายละเอียดที่ไวท์เอามาให้ดูนั้น มีรูปของเขารวมอยู่ด้วย หญิงสาวจดจำใบหน้าของเขาได้ดีไม่ผิดแน่
พรีเซ็นเตอร์สาวออกอาการประม่าและกังวลประกอบกับความรู้สึกผิดต่อเขาอีกทั้งยังรู้สึกสงสารชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้จังหวะหมุนตัวร่างงามของหญิงสาวจึงสะดุดกับขาเรียวสวยของตัวเธอเองจนเสียหลักเกือบจะล้ม แต่หญิงสาวก็พยุงตัวเองไว้ได้และฝืนเดินกลับเข้าไปโดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ด้านชายหนุ่มเทเลอร์ เห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีปนสะใจเล็กน้อยที่บริษัทคู่แข่งทำพลาด ถึงจะแค่เพียงนิดเดียวก็ตามที
“มีข่าวแจ้งมาจากฝั่งสนามแข่งนะครับว่าขณะนี้ทางสนามเตรียมที่พักให้นักแข่งเรียบร้อยแล้ว ขอเชิญนักแข่งทุกท่านไปเตรียมตัวได้เลยครับ” เสียงพิธีกรบนเวทีประกาศเป็นภาษาไทยและอังกฤษเพื่อแจ้งนักแข่งรถและผู้ชมทุกคนให้ทราบว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เทศกาลแข่งรถระดับโลกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
ทางด้านหลังเวทีที่มีแต่ความวุ่นวายซึ่งดูผิดตาไปถนัดกับฉากอลังการด้านหน้าเวทีที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบและสวยหรูส่งไปยังสายตาผู้ชม ร่างบางของรินณารากำลังงุ่นง่านอยู่กับโทรศัพท์มือถือส่วนตัวก่อนจะกดโทรหาใครบางคน
“ข้าวตู แกจะมาได้หรือยัง” เสียงหวานส่งไปยังปลายสายด้วยท่าทางร้อนรุ่ม
“เออๆใกล้ถึงแล้วตอนนี้ฉันอยู่หน้างานแล้วว่าแต่แกอยู่ตรงไหนของงานวะลินนา” เสียงจากปลายสายของคนที่ถูกเรียกว่า ข้าวตู ตอบกลับมาอย่างร้อนรนเช่นกัน
“ตอนนี้ฉันอยู่หลังเวทีแต่เดี๋ยวฉันจะไปรอแกหน้าห้องน้ำนะ แล้วแกก็รีบๆเอาชุดมาให้ฉันเปลี่ยนเร็วๆด้วย พี่อัลโตใกล้จะแข่งแล้วเดี๋ยวเกาะขอบสนามไม่ทัน” รินณาราสั่งเพื่อนซี้ตัวดีของเธอที่ชอบ เถลไถลเป็นประจำ
“โอย จ้าแม่คุณนาย ฉันคนนี้เนี่ยเพื่อนแกนะยะไม่ใช้คนรับใช้ โอเคๆ เดี๋ยวเจอกันนะ” ข้าวตูส่งเสียงโอดโอยมายังต้นสาย
“มาช้าฉันจะยึดบัตรที่นั่งวีไอพีเกาะขอบสนามของแกแน่!!” ลินนาทำขู่พื่อนสาวตัวดีเล่นๆ
“ย่ะ ฉันรู้หรอกว่าแกไม่กล้า” ปลายสายพูดเสร็จก็ตัดบทด้วยการวางสายไปแทบจะทันที
เวลาผ่านไป5นาทีร่างบางมายืนรอเพื่อนสาวอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำตามคำพูด แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีวี่แววของเพื่อนสาวตัวดีของเธอเดินเข้ามาเลย สาเหตุที่เธอต้องรอเช่นนี้ก็เนื่องมาจากตอนเช้าก่อนมาแต่งตัวหญิงสาวให้ข้าวตูมาส่ง และชุดที่เธอจะใส่ไปดูการแข่งขันก็ดันลืมไว้อยู่ในรถข้าวตู ครั้นจะให้ไปนั่งดูทั้งชุดพรีเซ็นเตอร์เลยก็เห็นทีจะไม่เหมาะเท่าไรนัก ดังนั้นหญิงสาวจึงต้องรอ