ดวงตาคู่คมของชายหนุ่มรุ่นน้องหลุบสายตาของเขาต่ำลงเมื่อถูกหญิงสาวปราดมองมาอย่างเจ็บช้ำ
“นี่มันอะไรกันคะคุณแม่” นุชลตรีมองพลางเอ่ยถามด้วยความเสียใจ
“นุชลตรีลูกใจเย็นๆก่อน” ดารา มารดาของนุชลตรีกล่าวอย่างรวดเร็ว
“นี่มาฮันห์ คู่หมั้นของลูก” เสียงหวานของแม่กล่าวขึ้นพลางผายมือไปที่ชายหนุ่มที่หล่อนเพิ่งคาดโทษเขาไป
“ส่วนนั้นโยเซฟห์ น้องชายเพียงคนเดียวของของมาฮันห์ที่จะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับเจ ญาติลูกพี่ลูกน้องของเราไง”
นุชลตรีรู้สึกราวกับว่าหล่อนถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่าจังเมื่อชายหนุ่มคนที่เธอหลงรักกำลังจะมีข่าวดีกับญาติลูกพี่ลุกน้องที่หล่อนไม่ถูกกันมาตั้งแต่ยังเด็ก
หัวใจของหญิงสาสรวดร้าวราวกับว่าหล่อนกำลังถูกแทงด้วยมีดเล่มคม แววตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามมากมายจนมาฮันห์ที่ทอดมองมาอดสงสัยในดวงตาของว่าที่คู่หมั้นไม่ได้
“ไม่ค่ะแม่ นายนี่” นุชลตรีพูดได้แค่นั้นก็ต้องเปลี่ยนเสียง
“ไม่ค่ะแม่ คุณมาฮันห์กลับนุชไม่ได้รู้จักกันมาก่อน” นุชลตรีกล่าวด้วยแววตารวดร้าว
ในใจของหญิงสาวอดรู้สึกสับสนไม่ได้เมื่อเวลานี้โยเซฟห์ที่หล่อนตกหลุมรักกลายมาเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเจ ลุกพี่ลูกน้องของตนเอง
ส่วนนุชลตรีจะต้องเข้าพิธีแต่งงานตามสัญญาของคุณทวดกลับนายบ้าอำนาจตัวหอมนี่ให้หล่อนตายเสียยังดีกว่า!
“นุชลูกฟังแม่นะ คุณทวดตกลงไปแล้ว” ดารา มารดาบังเกิดเกล้าของหล่อนเอ่ยเสียงเข้ม
“คุณแม่หมายความว่าอย่างไรคะนี่คุณแม่และคุณทวดทำอะไรลงไปค่ะ ทำไมไม่ปรึกษานุชบ้างเลย” หล่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไม่ค่ะคุณแม่ นุชคิดว่าเราคุยกันมากพอแล้ว” นุชลตรีหันไปเถียงมารดาของตนเองคอเป็นเอ็น
“นุชลตรี แม่มีเรื่องจะคุยกับลูก” ดาราเอ่ยปรามนุชลตรีด้วยน้ำเสียงดุดันเข้มจนคนฟังอดรู้สึกใจหายไม่ได้
“เชิญคุณสองคนตามสบายนะคะพอดียัยนุชเพิ่งกลับมาจากปารีส แกคงเหนื่อยๆค่ะ อาจจะพูดจาไม่รู้เรื่องนิดหน่อย รอประเดี๋ยวนะคะ” ดารากล่าวกับพวกเขาเป็นภาษาไทย
“ผมไม่เข้าใจ” โยเชฟห์เอ่ยถามดาราด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“เดี่ยวพี่เล่าให้ฟัง” ชายหนุ่มกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ
ดาราส่งสายตาให้หญิงสาวที่ยืนหน้าง้ำอยู่เดินตามหล่อนเข้าไปยังอีกห้องหนึ่ง นุชลตรำจต้องเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้
เวลานี้ในใจของหล่อนหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม แต่นุชลตรีจำต้องเก็บอาการ
ปลายเท้าสองข้างของดารา พาบุตรสาวมาหยุดยืนหน้าห้องประตูไม้บานกว้างที่มีหัวสิงโตประดับอย่างโอ่อ่า
“คุณแม่คะทำไมเราต้องมาที่ห้องนี้คะ” นุชลตรีกล่าวด้วยความหวาดกลัว
ทุกครั้งที่นุชลตรีเห็นหัวสิงโตสองข้าง สัญชาติญาณของหล่อนจะทำงานไวทันทีว่า เรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน
ดาราไม่ตอบบุตรสาวหากแต่หล่อนกลับผลักประตูบานกว้างให้นุชลตรีได้เข้าไปสัมผัส
“ตามแม่มา” ดารากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
อากาศในห้องเย็นจัดจนขนหน้าแข้งของหญิงสาวอดชันขึ้นมาไม่ได้
มารดาของนุชลตรีก้าวเข้าไปในห้องสิงห์ดำพลางงับบานประตูลงด้วยความเหนื่อยอ่อน
“แม่คะทำไมพานุชมาที่ห้องนี้คะ” นุชลตรีกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“แม่ก็รู้นี่คะว่านุชไม่ชอบพวกเขา นุชไม่เคยรู้จักพวกเขาแล้วทำไมนุชต้องแต่งงานกับเขาด้วย” นุชลตรีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา
ดาราหันมามองใบหน้าของบุตรสาวที่เวลานี้อาบไปด้วยหยาดน้ำตา นุชลตรีมีนิสัยเช่นนี้เสมอ ภายนอกหล่อนดูแข็งแกร่ง ดื้อรั้น และเอาแต่ใจ
หากภายในของหล่อนกับตรงกันข้ามมันช่างบอบบางและน่าถนุถนอมเป็นที่สุด
มือเรียวขาวของมารดาเอื้อมปาดน้ำตาให้บุตรีอย่างแผ่วเบา เวลานี้หล่อนเองก็อับจนหนทางก็เช่นกัน
คุณทวดเป็นคนเดียวที่เลี้ยงดูหล่อนมาตั้งแต่ยังแบเบาะเท้าเท่าฝาหอย จะให้หล่อนเนรคุณคุณทวดได้ลงคอดาราจะทำได้ทีเดียวหรือ
แต่นุชลตรีก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของหล่อนที่ดารารักมากเช่นกัน นี่ดาราควรจะทำเช่นไรดี
นุชลตรีมองสบตากับมารดาก็รับรู้ได้ถึงความรักของมารดาทันที หญิงสาวสวมกอดมารดาแน่นจนดาราอดรู้สึกไม่ได้ว่า ต่อให้ไปเมืองนอกเมืองนามาอย่างไร นุชลตรีก็ยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อยู่วันยังค่ำ
ลึก ๆ แล้วมีหรือที่มารดาอย่างหล่อนจะไม่เป็นห่วงบุตรสาว หากแต่ไม่ใช่เวลานี้ดาราจะต้องใจแข็งนี่อาจเป็นเพียงทางเดียวที่จะช่วยให้นุชลตรีและเธออยู่รอดต่อจากวันนี้ได้
“นุชแม่ขอร้อง แต่งงานกับคุณมาฮันห์เขาเถอะนะลูก” ดารากล่าวพลางกอดบุตรสาวไว้แน่นราวกับว่านุชลตรีจะจางหายจากหล่อนไป
“แม่คะ” นุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงตระหนกกว่าเดิมเมื่อเวลานี้หล่อนเห็นน้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยงามที่หล่อนชอบมองทั้งสองข้าง
“ค่ะแม่ นุชจะแต่งงานกับเขาค่ะ” นุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาหวิวคล้ายใบไม้จะปลิดปลิวตามแรงลม
“ขอบใจมากนะลูก” ดารากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา
ดาราและนุชลตรีกอดกันแน่นเสียจนเป็นเวลาพักใหญ่ สองแม่ลูกจึงได้ยินเสียงเคาะประตูจากสาวใช้
“คุณดาราคะ” แช่มสาวรับใช้กล่าวพลางเคาะประตูเพียงครั้งเดียว
“เดี๋ยวฉันกับคุณนุชออกไป” ดารากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
นี่ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่ดาราสนทนาเช่นนี้ หากแต่นุชลตรีเห็นแม่ของตนเองเป็นเช่นนี้มานานแสนนาน
“พร้อมไหมลูกแม่” ดาราหันมาถามนุชลตรีบุตรสาวของตน
“พร้อมมากค่ะแม่” นุชลตรีกล่าวแล้วส่งรอยยิ้มหวานจนดาราค่อยโล่งใจ
ณ ห้องรับแขก
“ฉันกับยัยนุชมาคิดดูแล้ว ข้อเสนอของพวกคุณน่าสนใจมาก” ดารากล่าวเปิดประเด็นสนทนาโดยมีนุชลตรีนั่งขนาบข้างมารดา
“พวกคุณคิดว่าอย่างไร” โยเซฟห์เอ่ยถามเป็นสำเนียงแปร่ง ๆ
“เราสองแม่ลูกตอบตกลง” ดารากล่าวพลางแย้มรอยยิ้มให้เด็กหนุ่มทั้งสอง
“แต่ผมยังมีข้อเสนออีกเรื่องหนึ่ง” มาฮันห์กล่าวขณะวางแก้วชาหรูหราลงบนจานอย่างที่เขาชอบทำ
ท่าทีของชายหนุ่มทำให้นุชลตรีหันไปมองทางเขาอย่างประหลาดใจ หล่อนอดรู้สึกใจเต้นเร็วไม่ได้เมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา
“ข้อเสนออะไรคะ” นุชลตรีเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงหวานใส
“ผมต้องการให้นุชลตรีแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่กับผมที่มัทราส” มาฮันห์กล่าวขึ้นอย่างไม่จบประโยคดี
“แน่นอนว่าฉันต้องส่งบุตรสาวฉันให้คุณอยู่แล้ว ข้อนั้นพวกเรารู้ดี” ดารากล่าวอย่างเป็นต่อ
“แต่บุตรสาวของคุณต้องอยู่กับผมให้ครบ 1 ปี แต่หากเธอมีทายาทให้ผม ข้อตกลงของคุณทวดจะเป็นโมฆะทันที ผมจะคืนอิสระให้กับเธอ” มาฮันห์กล่าวด้วยแววตาเปล่งประกายวาววับ
ดาราหันขวับมองใบหน้าของบุตรสาวทันที เธอผิดเองที่ไม่ทันสำรวจข้อตกลงเหล่านี้ให้เรียบร้อยเสียก่อนจะพาบุตรสาวมาลงนรกด้วยกัน
นุชลตรีที่นั่งนิ่งอยู่นานอดรู้สึกไม่ได้ว่าหากมารดาของหล่อนไม่ได้อยู่ด้วย หล่อนคงกำหมัดแน่นแล้วชกนายนั่นให้ตาแตกไปแล้ว
“แล้วระหว่างที่ยังไม่มีทายาท ฉันสามารถกลับมาบ้านได้ไหมคะ” นุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
“หากผมไม่อนุญาต คุณก็กลับไม่ได้นะครับ” มาฮันห์กล่าวเป็นภาษาไทยทีละคำจนหญิงสาวนึกหมั่นไส้เขาอยู่ไม่น้อย