รถสปอร์ตคันหรูของนุชลตรีกำลังเลี้ยวออกจากคฤหาสน์หลังโตที่ควรเป็นอดีตเสียทีของหล่อนอย่างเร่งรีบ
มือเรียวเอื้อมไปใส่แผ่นเสียงที่ตนเองชอบลงไปทว่าทันที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมานั้น นุชลตรีต้องตกใจสุดขีดเมื่อเวลานี้มีรถสปอร์ตอีกคันสีแดงขวางไว้
นุชลตรีรีบเหยียบเบรกทันที ทว่าสายไปเสียแล้วรถของหล่อนชนเข้าอย่างจังกับรถสปอร์ตที่จอดขวางกลางถนนอยู่จนส่งเสียงดังโครม
นุชลตรีรีบสาวเท้าก้าวลงมาเอาเรื่องคนจอดรถมักง่ายทันที หญิงสาวแทรกตัวผ่านช่องแคบของรถสปอร์ตสีดำคันโก้ของหล่อนทันที
ปลายรองเท้าสืบเท้าไปฉับ ๆ หมายจะเอาเรื่องรถสปอร์ตคันหรูสีแดงที่จอดขวางทางอย่างคนไม่รู้ภาษา
นุชลตรีเดินไปจนถึงตัวรถของเขา หญิงสาวยกมือกอดอกด้วยสีหน้าบึ้งตึงทว่าจนแล้วจนรอด คนขับรถก็ยังไม่ยอมลงมาเจรจา
“เสียเวลาจริง” นุชลตรีกล่าวด้วยแรงโทสะที่กรุ่นโกรธอยู่ข้างใน
‘อย่าให้ตัวมัมตัวมารดาลงประทับฉันนะ’ นุชลตรีคิดในใจอย่างโมโห
‘ก็มีอย่างที่ไหน…จอดรถขวางกลางถนนอย่างกับพ่อมันซื้อถนนไว้ทั้งซอยหมู่บ้าน หน็อยรู้จักนุชลตรีคนนี้น้อยไปเสียแล้ว’
มือเรียวของหญิงสาวเอื้อมมือเคาะประตูกระจกลดสปอร์ตสีแดงคันหรูนั้นด้วยเสียงที่ดังลั่น
“นี่คุณจอดรถประสาอะไรของคุณ” นุชลตรีกล่าวขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นลดกระจกลงมาพูดคุยกับหล่อนด้วยแว่นตากันแดดสีดำสนิท
นุชลตรีเห็นเพียงกระจกรถสปอร์ตฟิลม์ทึบที่ลดลงมาจนเห็นใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่องของอีกฝ่าย หากแต่หล่อนเห็นเพียงเขาสวมแว่นกันแดดอยู่
“ลงมาคุยกันหน่อย” นุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดแล้วชี้ไม้ชี้มือให้เขาลงมา
‘คนอะไรจอดรถทุเรศ และยังตีหน้ามึน กลัวดอกพิกุลจะออกดอกออกผลร่วงลงมาหรือไง’ นุชลตรีได้แต่สมเพชชายหนุ่มอยู่ในใจ
ไม่นานนักประตูรถสปอร์ตคันราคาแพงเป็นล้านก็เปิดออกตามด้วยร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งเปิดประตูฝั่งคนขับลงตามมา
ชายร่างสูงลงจากรถสปอร์ตคันหรูสีแดงลงมาพลางยืนมองใบหน้าสะสวยของหญิงสาวที่มองมาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก
“คุณนั่นแหละขับรถยังไงให้มาชนรถผม” ชายคนนั้นเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ หากแต่นุชลตรีฟังออกหล่อนมีสีหน้าบูดบึ้งกว่าเดิม
“คุณหมายความว่าไง” นุชลตรีเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างยิ่ง
“คุณนี่มันซอยถนนทางออกสาธารณะ ใครเขาให้คุณจอดรถกัน” นุชลตรีเถียงเป็นภาษาอังกฤษเสียงดังลั่นซอย
“แต่ผมจะทำ” เสียงเข้มดังออกมาจากเรียวปากบางเรียวของชายหนุ่มคู่กรณีอดทำให้หญิงสาวตระหนกกว่าเดิมไม่ได้
ชายร่างสูงเดินเข้ามาอย่างจะเอาเรื่องหล่อน นุชลตรีอดรู้สึกใจหายไม่ได้เมื่อเวลานี้ชายร่างกำยำ ผิวขาว ใบหน้าหล่อคล้ายเทพบุตรในคราบซาตานกำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาหาหล่อนอย่างเอาเรื่อง
นุชลตรีรีบถอยหนีโดยทันที เมื่อชายร่างสูงที่หล่อนคล้ายจะเอาเรื่องย่างเข้าใกล้หล่อนเรื่อย ๆ
“ระวังคุณ” มาฮันห์เอ่ยเสียงเข้มพลางร้องเรียกหญิงสาวเอเชียตัวเล็กที่อยู่ด้านหน้าเขา
ทว่าไวเท่าความคิด รถอีแต๋นที่ขับมาด้วยความเร็วสูงก็พุ่งเข้ามาชนหล่อน นุชลตรีเหลือบมองด้วยหางตา หัวใจของเธอหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม
ความไวของรถอีแต๋นที่แล่นเข้ามานั้นทำให้นุชลตรีหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว หล่อนยืนนิ่งอยู่กับที่พลางท่องบทสวดมนต์
“พุทโธ ธัมโม สังโฆ” นุชลตรีพึมพำออกมาด้วยใบหน้าเปียกซกไปด้วยเหงื่อเม็ดเป้งของเธอ
ชายหนุ่มเห็นคนตัวเล็กท่องคาถาก็อดรู้สึกขำขันในใจไม่ได้ อารามตกใจทำให้มาฮันห์คว้าร่างของหญิงสาวแล้วหมุนตัวหล่อนออกมาอีกทาง
แฟ้นนนนนนน รถอีแต๋นแล่นห่างออกไป หากแต่นุชลตรีทอดมองเขาด้วยแววตาตระหนกที่เวลานี้ชายหนุ่มที่หล่อนอาจหาญเอาเรื่องเขากลับช่วยเหลือหล่อนไว้ในอ้อมแขนราวกับเจ้าชายขี่ม้าขาว
นุชลตรีมีสีหน้าแดงระเรื่อ เอวคอดของหล่อนมีมือหนานุ่มของเขาวางแปะอยู่
วินาทีที่ดวงตาสองข้างของคนตัวเล็กสบสายตากับดวงตาคู่คมปลาบสีน้ำข้าวไม่อาจทำให้เธออดใจเต้นเร็วไม่ได้
ใบหน้าของหล่อนสูบฉีดด้วยเลือดจนแดงระเรื่อ หากมาฮันห์เองก็เช่นกัน เขาทอเมองหญิงสาวตัวเล็กด้วยแววตาลุ่มลึกที่แม้แต่สาวเจ้าก็ยังเดาใจเขาไม่ออกเช่นกัน
กลิ่นหอมจากเรือนกายของนุชลตรีสะกดมาฮันห์ให้ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ราวกับถูกสะกด ดวงหน้าคมคายของชายหนุ่มเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าสะสวยของนุชลตรีอย่างเชื่องช้า
กลิ่นหอมของโคโลญจน์ที่ชายหนุ่มฉีดมาทำให้หัวใจดวงน้อยของนุชลตรีเต้นระรัวราวหล่อนกำลังอยู่ในดิสโก้เทค
นุชลตรีได้สติก่อนหล่อนรีบใช้มือเล็กผลักอกของเขาให้ออกห่าง พลางสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเขาทันที
“ขอบคุณค่ะแต่ฉันไม่เป็นไร” นุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา
เสียงดังของประตูรถคันเล็กของนุชลตรีส่งเสียงร้องดังขึ้น หญิงสาวรู้สึกตระหนกสุดขีด หล่อนลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้เป็นวันดูตัวว่าที่คู่หมั้นของเธอ
“ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรค่ะ ถือซะว่าฉันจะปล่อยไปแล้วกันนะคะ พอดีฉันรีบค่ะ” นุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงล่ะล่ำล่ะลัก
คิ้วเรียวเข้มของมาฮันห์ขมวดมุ่นเป็นปมหนาราวกับเส้นเชือกพันกันจนดูยุ่งเหยิง เวลานี้เขากำลังจะรีบไปดูตัวหญิงสาวคู่หมั้นอีกแค่ซอยเดียวก็จะถึงบ้าน
หากเขากลับรู้สึกสนใจในตัวของหญิงสาวเอเชียปากกล้างใจถึงคนนี้ไม่น้อย แววตาของคนตัวใหญ่เปล่งประกายวาววับ
“เดี๋ยวคุณขับรถชนผมแล้วคุณจะหนีอย่างนั้นเหรอ” มาฮันห์เอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้า
“คุณว่าคนอย่างฉันจะหนีเหรอ” นุชลตรีแหววด้วยน้ำเสียงสูงอย่างลืมตัว
“ถ้าไม่หนีแล้วต้องเรียกว่าอะไร” มาฮันห์กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันกว่าเดิม
“ขอประทานโทษ ฉันไม่ได้จะหนี ฉันยังกล่าวไม่จบ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงห้วน แววตาของหล่อนเด่นชัดถึงความไม่พอใจในบุรุษตรงหน้าหล่อน
มือหนาฉวยคว้าข้อมือของหญิงสาวชาวเอเชียคู่กรณีไว้ได้ทันท่วงที เขาออกแรงบีบข้อมือของหญิงสาวเพียงเล็กน้อย
“โอ๊ยนี่คุณฉันเจ็บนะ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหกว่าเดิม
“ผมไม่ให้คุณหนี คุณต้องไปกับผมด้วย” ชายหนุ่มกล่าวอย่างรวดเร็ว
“แล้วทำไมฉันต้องไปกับคุณล่ะ” นุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว
“ก็คุณจะหนี” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ไม่ฉันไม่ได้จะหนี ฉันจะแค่เดินไปเอาโทรศัพท์ในรถเฉยๆ” หญิงสาวกล่าวพลางชี้นิ้วมือของหล่อนไปให้เขาดูว่าหล่อนวางโทรศัพท์ไว้ตรงหน้ารถ
ดวงตาคู่คมปลาบของเขามองไปยังรถสปอร์ตคันดำของหญิงสาวนรินาม
แววตาของเขาเปล่งประกายวาววับ ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย
แง้นๆ เสียงแตรรถดังขึ้นอีกครั้งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูรั้วคฤหาสน์บ้านของหญิงสาวเปิดออกมาทันที
“ตายแล้วยัยนุชจะหนี ใครก็ได้มาช่วยจับยัยนุชที” เสียงหวานของดารากล่าวอย่างดังลั่นซอยขณะที่คนรับใช้รีบกรูเข้ามาทางนุชลตรี
“ปล่อยนุชนะแม่” นุชลตรีหวีดร้องขณะถูกป้าแจ่มมารดาลากกลับเข้าคฤหาสน์หลังโตของเธอ
++++