bc

อดีตา

book_age16+
199
FOLLOW
1K
READ
reincarnation/transmigration
HE
drama
secrets
rebirth/reborn
like
intro-logo
Blurb

เสียงเรียกหาจากชายปริศนาที่เหมือนอยู่คนละยุคสมัย ปลุกสโรชาให้ตื่นขึ้นมาจากความฝันประหลาดที่เธอฝันเห็นซ้ำๆ คล้ายกับจะบอกเรื่องราวบางอย่างในอดีต!

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1: เสียงเรียกหาไม่เคยจางหายจากใจเลย
“แม่บัว แม่บัว…” สิ้นเสียงเรียกหาแบบคร่ำครวญนั้น หญิงสาวก็สะดุ้งตื่นจากความฝันเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ที่สโรชาฝันซ้ำๆ ถึงใครคนหนึ่งที่คอยเรียกเธอจากที่ไหนสักแห่ง แต่กลับสวยงามอย่างน่าประหลาด เป็นชายร่างสูงโปร่ง แต่งกายด้วยชุดโบราณราวกับอยู่คนละยุคสมัย หญิงสาวนั่งมึนงงกับตัวเองสักพัก เหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้องถึงกับตกใจ “ จะแปดโมงแล้วเหรอเนี่ย! บ้าจริง!” เห็นดังนั้น สโรชาจึงรีบลุกอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปให้ทันนัดหมายในเช้านี้ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงร่างบางก็วิ่งลงมายังห้องโถงของบ้านเกือบชนกับหญิงวัยกลางคนที่กำลังจัดเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะอย่างคุ้นชิน “ รีบไปไหนน่ะลูก ไม่กินข้าวกินปลาก่อนหรือไง” “วันนี้หนูมีประชุมเช้าค่ะแม่ กลัวรถติด หนูไปก่อนนะคะ” สิ้นเสียง หญิงสาวก็ก้มลงหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ แล้วรีบขับรถออกจากบ้านไปในทันที บนถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ หญิงสาวได้แต่เหลือบมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง พร้อมกับมองออกไปตรงถนนด้านหน้า เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วที่รถไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย “สงสัยคงติดแหง็กอยู่ที่นี่แล้วล่ะ เฮ้อ!” สโรชาถอนหายใจและบ่นกับตัวเองพลางนึกถึงความฝันเมื่อคืนภาพความฝันนั้นยังคงติดตาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ หญิงสาวยืนอยู่ที่บ้านทรงไทยหลังโอ่อ่า รอบตัวบ้านประดับประดาไปด้วยเมกไม้นานาพันธุ์ ช่างดูสวยงามราวกับฉากในละครเสียอย่างนั้น ประตูทางเข้ามีการฉะลุไม้เป็นลายไทยสวยงามแปลกตา และมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งยืนขวางเอาไว้ เธอพยายามเพ่งมองอยู่นานแต่ก็เหมือนมีเมฆหมอกหนาปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้นอย่างน่าประหลาด ทั้ง ๆ ที่บริเวณโดยรอบมีแสงแดดจ้า พอหญิงสาวกำลังจะอ้าปากเอ่ยถาม กลับมีเสียงสุขุมนุ่มลึกเอ่ยออกมาเสียก่อน “กลับมาแล้วหรือแม่บัว” หญิงสาวยืนงงอยู่ชั่วครู่ จึงได้ถามออกไปในตอนนั้นว่า “คุณเป็นใครคะ ทำไมคุณถึงเรียกฉันว่า แม่บัว” ยังไม่ทันจะได้รับคำตอบใดจากชายผู้อยู่ตรงหน้า ก็เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลพาร่างกายของเธอเคลื่อนไหวออกจากบ้านทรงไทยหลังนั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท เธอได้ยินเสียงที่เรียกหาแต่เธอราวจะขาดใจ “แม่บัว แม่บัว…” ปี๊นๆๆ เสียงแตรรถยนต์จากด้านหลัง ปลุกสโรชาให้กลับมาสนใจถนนตรงหน้าอีกครั้ง เธอถอนหายใจและรีบขับรถเคลื่อนออกไปข้างหน้าให้ทันการประชุมในเช้านี้ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องประชุม เธอก็พบว่าทุกคนนั่งอยู่กันครบหมดแล้ว “ขอโทษค่ะบอสที่มาช้า” สโรชารีบขอโทษขอโพยเจ้านายของตนด้วยอาการกระหืดกระหอบ เพราะรีบวิ่งมาที่ห้องประชุมด้วยความที่เลยมาเวลามามากแล้ว “หนึ่งชั่วโมง… คุณเลทตั้งหนึ่งชั่วโมงเลยนะ คุณสโรชา” “ขอโทษจริงๆ ค่ะบอส” หญิงสาวได้แต่ก้มหน้าก้มตาพูดขอโทษและไม่ยอมสบตากับเจ้านายของเธอเพราะกลัวความเคร่งขรึมของคุณภมร กรรมการผู้จัดการบริษัทที่เธอทำงานอยู่ “เอาล่ะ รีบเข้ามานั่งได้แล้ว เราจะได้ประชุมกันต่อ” “ค่ะ” พอรับคำเสร็จ สโรชาก็รีบเข้าไปนั่งข้างๆ น้ำหวาน เพื่อนสนิทของเธอ “อย่างที่ผมพูดไปข้างต้น ว่าบริษัทของเรากำลังจะมีโปรเจกต์ใหญ่ คืองานเปิดตัวสินค้าผ้าไทยในเครือบริษัทของเราให้ออกมาดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากที่สุด โดยจะมีการทำเป็นภาพยนตร์โฆษณา รวมถึงในงานจะมีการแสดงเดินแบบเพื่อให้แขกที่มาร่วมงานได้รับชมด้วย โดยภาพยนตร์โฆษณา ตอนนี้ทางทีมโปรดักชั่นก็ได้วางแผนคร่าวๆ มาให้ผมพิจารณาดูแล้ว โดยโปรเจกต์นี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวของผ้าไทยกับวิถีชีวิตในไทย ซึ่งทีมโปรดักชั่นยังติดเรื่องหาสถานที่ถ่ายอยู่ โดยผมอยากให้เป็นบ้านเรือนไทยยุคเก่าๆ แบบวิกตอเรียอังกฤษ ซึ่งผมเห็นว่าทีมโลเคชั่นของบริษัทเราน่าจะช่วยซัปพอร์ตเรื่องนี้กับทีมโปรดักชั่นที่ผมจ้างมาได้ เพราะฉะนั้น ผมขอมอบหมายงานโลเคชั่นให้กับทีมของคุณสโรชาละกันนะครับ” สิ้นเสียงมอบหมายงานจากเจ้านาย สโรชาถึงกับรีบเอ่ยปากถามด้วยความงงงวย “แต่บอสคะ คอนเนคชั่นเรื่องสถานที่ ที่ของเรามีอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นสตูดิโอนะคะ ทำไมไม่ให้ทีมโปรดักชั่นจัดหาไปเลยล่ะคะ” “แต่คุณเป็น Location Manager นะคุณสโรชา งานถ่ายแบบ หรืองานโฆษณาของบริษัทเราที่ผ่านมา คุณก็เป็นคนคอยจัดการเกี่ยวกับสถานที่ถ่ายทำทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการหาสถานที่ถ่ายทำ การวางแผนเกี่ยวกับสถานที่ถ่ายทำ อีกอย่างคุณก็ต้องประสานงานกับทีม Costume Designer ของคุณน้ำหวานด้วย ซึ่งต่อให้คนนอกเข้ามาทำให้ได้ แต่ก็คงไม่เป็นที่ถูกใจเท่ากับให้ทีมของบริษัทเรามาทำเองหรอก เพราะฉะนั้นงานนี้ ผมจึงต้องมอบหมายให้ทีมคุณมาช่วยในโปรเจกต์นี้ยังไงล่ะ” “ก็ได้ค่ะบอส” สิ้นเสียงคุณภมร สโรชาจึงทำได้แค่รับคำสั่งแต่โดยดี ทั้งๆ ที่ในใจคัดค้านเกินทน “เอาละ สำหรับการประชุมในวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ แต่ละทีมที่ได้รับมอบหมายงานไป ก็ให้มารายงานความคืบหน้าให้ผมทราบเป็นระยะๆ ส่วนทีมไหนที่มีปัญหาหรือติดขัดเรื่องใดก็มาแจ้งผมได้ ผมพร้อมให้การช่วยเหลือเป็นกรณีไป วันนี้ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ” การประชุมเสร็จสิ้นลง หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจกับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่ตนได้รับ “ไงแก ทำไมวันนี้ถึงมาสายซะได้” น้ำหวานส่งเสียงทัก หลังออกจากห้องประชุมมาแล้ว “ฉันคงหลับลึกไปหน่อยเลยไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกน่ะ” “มัวฝันถึงใครอยู่หรือเปล่า” เพื่อนหญิงสาวพูดแซวปนหัวเราะ “ไม่รู้สิ” สโรชาตอบกลับไปเหมือนเสียงกระซิบเสียมากกว่า พลางอดครุ่นคิดถึงความฝันนั้นไม่ได้ ตลอดทั้งวัน หญิงสาวยุ่งเป็นมือระวิง กับการหาข้อมูลและประชุมกับทีมตัวเองในเรื่องของสถานที่ถ่ายแบบที่ตนได้รับมอบหมายไว้ จนลืมเรื่องความฝันไปชั่วขณะ รู้ตัวอีกที พระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว บวกกับเสียงท้องร้องที่บ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้เลยเวลาทานอาหารเย็นมานานเพียงไร ทันทีที่คิดได้ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา “ลูก ยังไม่กลับอีกเหรอ” เสียงปลายสายที่คุ้นเคยเอ่ยถาม หลังจากที่สโรชารับโทรศัพท์ “กำลังจะกลับค่ะแม่ พอดีวันนี้ยุ่งมาก เลยทำงานเพลินจนลืมดูเวลาเลยค่ะ” “งั้นขับรถกลับดีๆ นะ เดี๋ยวแม่อุ่นอาหารไว้รอ” “ค่ะแม่ เดี๋ยวเจอกันค่ะ” หญิงสาววางสายจากมารดาเสร็จก็รีบขับรถกลับบ้านทันที เสียงรถยนต์จอดหน้าบ้าน ทันเวลาที่ฝนกำลังตกลงมาพอดี สาวิตรีรีบเอาร่มคันใหญ่มารับลูกสาวที่กำลังจะลงจากรถ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักราวกับมีใครเอาน้ำโปรยลงจากฟ้า ทำเอาสองแม่ลูกเปียกปอนเล็กน้อย ผู้เป็นแม่จึงรีบกุลีกุจอหาผ้ามาให้ลูกสาวเช็ดหน้าเช็ดผมเพราะกลัวลูกจะเป็นหวัด “มาถึงปุ๊ป ฝนตกปั๊บเลยนะเรา สงสัยเป็นคนเรียกฝนสินะ” สาวิตรีพูดพลางหัวเราะกับลูกสาวสุดที่รัก “เปล่าสักหน่อยค่ะแม่” หญิงสาวตอบคำมารดาอย่างอารมณ์ดี “เอ้า รีบทานข้าวทานปลาแล้วรีบไปอาบน้ำสะนะ ปล่อยให้ตัวเปียกชื้นแบบนี้นานๆ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” สาวิตรีพูดด้วยความห่วงใย “หนูหัวแข็งจะตาย ไม่เป็นหวัดง่ายๆ หรอกค่ะ” สโรชาตอบ พลางตักข้าวใส่ปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความหิว ผ่านไปสักพักเหมือนหญิงสาวจะคิดอะไรได้จึงถามผู้เป็นแม่ด้วยความอยากรู้ “แม่คะ แม่เคยเห็นบ้านเรือนไทยแบบตะวันตก ลักษณะเหมือนแบบบ้านวิกตอเรียของอังกฤษ มีรูปทรงห้องมุขเป็นแบบหกหรือแปดเหลี่ยมไหมคะ” “อืม ถ้าเป็นเรื่องบ้านทรงแบบนั้น แม่ไม่เคยเห็นหรอก ทำไมเหรอ?” สาวิตรีถามลูกสาวที่จู่ๆ ก็พูดถึงเรื่องบ้านทรงไทย “หนูเห็นในความฝัน…” หญิงสาวตอบแบบไม่เต็มเสียงพลางนึกถึงภาพเรือนไทยที่ตนฝันถึงเมื่อคืน “หืม? ว่าไงนะลูก” “หนูหมายถึง ที่บริษัทเขาให้หนูหาสถานที่สำหรับถ่ายงานผ้าไทยค่ะแต่ไม่รู้ว่าจะไปหาที่แบบนั้นได้ที่ไหนดี” “ถ้าเป็นเรื่องบ้านทรงไทยแบบนั้น แม่ไม่เคยเห็นหรอกจ้ะ แต่คิดว่ามีคนหนึ่งที่น่าจะช่วยลูกเรื่องนี้ได้” “ใครกันคะแม่” สโรชาถามด้วยความตื่นเต้น “ถ้าแม่จำไม่ผิด มีลูกชายของเพื่อนแม่คนนึง เขาเป็นสถาปนิก เพื่อนแม่เคยเล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้ลูกชายเขามารับงานปรับปรุงรีโนเวทบ้านเรือนไทยที่กรุงเทพฯ ไว้ถ้าแม่มีโอกาสเจอเพื่อนแม่คนนั้น แม่จะถามให้ละกันนะ” “ขอบคุณค่ะแม่” หญิงสาวกล่าวขอบคุณพร้อมเข้าไปโอบเอวผู้เป็นมารดาด้วยความดีใจ

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

สาปเคหาสน์

read
1K
bc

ห้อง(ไม่)ว่างให้เช่า

read
1K
bc

พิษรักร้าย (Toxic Love)

read
92.9K
bc

The Feline Diamond เพชรแมวลวง

read
1K
bc

ผี-ซ่อน-ศพ

read
1K
bc

เถ้ารักสีกุหลาบ

read
1K
bc

เรือนแค้นรัก

read
1K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook