ตอนที่ 1 - อัลฟ่าคนนั้น?
ฝนที่ตกหนักมันทำให้เขาหงุดหงิด กว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วที่เกล็น ลอนส์เดลต้องยืนหลบฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งใน District 17 หรือที่คนอื่น ๆ นิยมเรียกสั้น ๆ ว่าเขตสิบเจ็ด เมืองที่เขาเพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
มือที่ว่างจากการขนของพะรุงพะรังถูกยกขึ้นมาเปิดจีพีเอสในโทรศัพท์ดูเส้นทางไปโรงแรมที่เขาทำการจองและจ่ายค่ามัดจำเอาไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว
อีกเพียงไม่กี่กิโลเขาก็จะได้ไปทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มๆ ในห้องพัก แค่เลี้ยวซ้ายตรงถนนบล็อกหน้า แค่ยอมตากฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก แค่ยอมให้ของเปียกและอาจจะไม่สบายในวันรุ่งขึ้น แค่นั้น.. แค่เขาเดินออกไปเท่านั้น
เอาวะ
เกล็นสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะกระชับกระเป๋าเป้บนหลังและกระเป๋าถือในมือแล้วตัดสินใจลุยฝนออกไปทันที
ซ่า..
เปียก.. เขาเปียกไปหมดทั่วทั้งตัว และคงเป็นเขาคนเดียวที่ออกมาเดินเพ่นพ่านอยู่บนถนนยามที่ฝนกำลังตกหนักเช่นนี้ คงไม่มีใครบ้าบอเหมือนเขาอีกแล้ว
บ้าจริง!
กลิ่น..
ร่างสูงชะงักทันทีที่เดินผ่านซอกถนนที่คาดว่าจะเป็นทางลัดของจีพีเอส เกล็นรีบมองหาต้นตอของกลิ่นทิวลิปที่ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งเต็มไปหมดทันที และไม่นานเขาก็พบกับอัลฟ่าคนหนึ่งซึ่งคาดว่ากำลังอยู่ในอาการรัทเมื่อได้กลิ่นฮีทของโอเมก้าที่กำลังส่งกลิ่นหอมออกมาอย่างรุนแรง
โอเมก้าคนนั้นส่งกลิ่นหอมรัญจวนในที่สาธารณะโดยมองจากระยะนี้ก็รู้ว่าเจ้าตัวคงไม่ได้กินยาต้านฮีท ซึ่งผิดต่อกฎหมายของเขตสิบเจ็ด และดูเหมือนว่าอัลฟ่าคนนั้นจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น
แต่บ้าเอ้ย มันหอมชะมัด!
เกล็นขบกรามแน่น ไม่น่าเชื่อว่าวันแรกที่เขาเดินทางมาถึงเมืองที่ขึ้นชื่อว่าโด่งดังที่สุดในเรื่องของระบบจัดการความปลอดภัย และเป็นเมืองที่ก่อตั้งศูนย์วิจัยการแพทย์ AOSL ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของยาต้านต่าง ๆ สำหรับอัลฟ่าและโอเมก้าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาไม่คิดเลยว่าจะต้องมาพบเจอกับกลิ่นฮีทของโอเมก้าที่รุนแรงในเขตสิบเจ็ด มันช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่น่าขำยิ่งนัก
ถ้าเป็นเขตสิบสองที่เขาจากมาก็ว่าไปอย่าง
เจ้าตัวคิดได้ดังนั้นก็รีบหยิบเอายาเม็ดสีขาวหรือเรียกสั้น ๆ ว่ายาต้านฮีทในกระเป๋าสะพายที่ชุ่มไปด้วยน้ำจากฝนซึ่งพกไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อได้กลิ่นฮีทของโอเมก้าในเวลาที่ไม่พร้อมขึ้นมากินทันที
บ้าเอ้ย เม็ดละตั้งหลายพัน เสียดายเงินเป็นบ้า!
เกล็นขมวดคิ้วเข้าหากันหนักเมื่อมองไปยังอัลฟ่าและโอเมก้าหนุ่มตรงหน้า ใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่ถ้าเขาไม่เข้าไปยุ่งตอนนี้แล้วเมื่อทั้งคู่มีสติรู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไปอาจจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
และที่สำคัญที่สุดตามกฎหมายของเขตสิบเจ็ดที่เขาเพิ่งอ่านเจอเมื่อคืน ในกฎนั้นเขียนไว้ว่าหากพบเจอเหตุการณ์โอเมก้าฮีทในที่สาธารณะและส่งผลต่ออัลฟ่าทำให้เกิดอาการรัทรุนแรง ต้องรีบเข้าไปให้ยาต้านทันที เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลือกคู่พันธะโดยไม่เต็มใจ อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงทดสอบสายพันธุ์ AOST เป็นวันที่รวมเหล่าอัลฟ่าและโอเมก้ามาที่เมืองนี้มากมายจนไม่อาจควบคุมความปลอดภัยได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นประจำในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี และเป็นเหตุผลที่เขาต้องเดินทางมาที่นี่เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน
เกล็นคิดได้ดังนั้นก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนจะเดินเข้าไปยังจุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่ มือเรียวยกขึ้นแตะที่ไหล่ของอัลฟ่าหนุ่มตรงหน้าก่อนจะออกแรงบีบแล้วกระชากร่างสูงที่กำลังพยายามซุกหน้าเข้ากับซอกคอขาวของโอเมก้าให้แยกออกจากเหยื่อของเขาทันที
อัลฟ่าหนุ่มหันมามองหน้าเขาแล้วชะงักเล็กน้อย เหมือนถูกดึงออกจากภวังค์ นัยน์ตาสีฟ้าเข้มจ้องมองมายังอัลฟ่าหนุ่มที่กระชากเขาตรงหน้าด้วยแววตาไม่พอใจ เกล็นเองก็มองกลับพร้อมสำรวจอีกฝ่ายไปด้วยเช่นกัน
เส้นผมปล่อยยาวปรกหน้า สันกรามคมชัด จมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตาสีฟ้าเข้มน่าหลงใหล ร่างสูงเท่าตัวเขาและผิวขาวที่ขับให้เขาดูดีแม้เสื้อผ้าจะเปียกปอน ท่าทางดุดันและกำลังแสดงออกถึงการรัทอย่างหนักแถมใบหน้ายังขึ้นสีแดงก่ำบ่งบอกถึงความต้องการจนถึงขีดสุด
แต่ถึงยังไงก็ต้องยอมรับว่าอัลฟ่าคนนี้มีเสน่ห์มากจริง ๆ
มากจนน่าหมั่นไส้!
“ได้โปรด..อือ ช่วยผม..” โอเมก้าคนนั้นส่งเสียงร้องเสียงสั่น เกล็นที่กินยาต้านเข้าไปแล้วเลยไม่ได้กลิ่นฮีทที่หอมรัญจวนจนถึงขั้นรุนแรงนั้นอีก เขาได้เพียงแค่กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่น่าหลงใหลและน่าดึงดูดให้ลุ่มหลง แต่ดูเหมือนอัลฟ่าตรงหน้าจะได้กลิ่นของมันอย่างรุนแรง เพราะเจ้าตัวกำลังตอบสนองต่อสัญชาตญาณของนักล่าที่มีต่อกลิ่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้
“ยาต้านฮีทไม่มีหรือไง”
เกล็นหันไปถามทั้งคู่ น้ำเสียงแสดงออกถึงความไม่พอใจ โอเมก้าหนุ่มเจ้าของกลิ่นหอมที่คล้ายทิวลิปอ่อน ๆ ได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ พร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาแล้วพูดตอบเขากลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ผมไม่ได้หยิบออกมาจากบ้าน ได้โปรด.. ช่วยผมด้วย”
สิ้นคำตอบนั้นเกล็นก็พยักหน้ารับคำแล้วหันไปขอคำตอบจากอัลฟ่าหนุ่มตรงหน้า เจ้าตัวขบกรามแน่นไม่ยอมตอบคำถาม เหมือนเขากำลังต่อต้านในสิ่งที่ตัวเองเป็น และเกล็นคิดว่าคงจะไม่ได้คำตอบจากเจ้าตัวเป็นแน่ เขาเลยทำแค่เพียงหยิบยาเม็ดสีขาวราคาแพงที่ตัวเองพกไว้ยื่นให้อีกฝ่าย
อัลฟ่าหนุ่มหันมามองหน้าเขาแต่ไม่ได้รับยาในมือขึ้นไปถือไว้ เกล็นขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าแสดงออกถึงความไม่พอใจก่อนจะหยิบเอาเข็มฉีดยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าสองเท่าขึ้นมาแล้วส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายเลือกว่าจะยอมกินหรือจะโดนฉีดยาต้านเข้าสู่ร่างกาย
แต่มือหนาของอีกฝ่ายกลับยกขึ้นมารวบแขนของเกล็นเอาไว้บ่งบอกว่าไม่ต้องการเลือกทั้งสองอย่าง เจ้าตัวหอบหายใจอย่างหนักราวกับกำลังต่อต้านอาการรัทในตัว เขาขบกรามแน่นแล้วหันไปพูดกับโอเมก้าหนุ่มตรงหน้าเสียงเรียบ แต่สีหน้ากลับแสดงออกถึงความหื่นกระหายตรงข้ามกับความหมายของประโยคนั้นอย่างรุนแรง
“ออก-ไป .. ออกไปซะ!”
โอเมก้าหนุ่มสะดุ้งตกใจกับคำพูดที่ได้ยิน เขาไม่คิดว่าจะถูกอัลฟ่าที่ตกอยู่ในห้วงอารมณ์รัทเอ่ยปากไล่มาก่อน มันผิดแปลกจากอัลฟ่าทั่วไปที่เขาเคยเห็น เกล็นเลยจำต้องล้วงเอายาสำหรับโอเมก้าของน้องชายตัวเองที่วันนี้บังเอิญพกติดมาด้วยยื่นให้เด็กผู้ชายคนนั้น เจ้าตัวรับยาไปด้วยมืออันสั่นเทา เขาเอาแต่พูดขอบคุณซ้ำ ๆ ก่อนจะรีบกินยาต้านราคาแพงเม็ดนี้แล้วถึงจะเดินออกไป
ทันทีที่โอเมก้าหนุ่มเดินลับหายไปจากซอกตึก เกล็นก็ขยับมือเล็กน้อยเชิงบอกให้อัลฟ่าคนนั้นปล่อยมือออกจากการรวบรัดของเจ้าตัว อีกฝ่ายขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะยอมปล่อยมือที่กุมเขาไว้แล้วทำท่าจะเดินหนีไป
“เดี๋ยว” เกล็นเอ่ยเรียก พร้อมเดินตามผู้ชายคนนั้นที่เดินหายเข้าไปในซอกตึกซึ่งลึกกว่าเดิมจนไม่มีฝนตกสาดลงมาถึง และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครมองเข้ามาถึงด้วยเช่นกัน
“ทำไมถึงไม่กินยาต้าน” เกล็นยังไม่หายสงสัย เขาเอ่ยถามทันทีที่อยู่ด้วยกันสองคนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด อัลฟ่าหนุ่มคนนั้นไม่ตอบคำถาม เขาทำแค่เพียงทรุดตัวนั่งลงกับพื้น หันหลังพิงกำแพง ไม่สนใจอัลฟ่าหนุ่มที่เดินตามเข้ามาและกำลังนั่งลงข้าง ๆ เจ้าตัวทำแค่เพียงใช้อีกมือที่ว่างปลดกระดุมกางเกงยีนตัวเองที่กำลังคับแน่นจนอึดอัดออก
“เห้ย อะไรวะเนี่ย ปลดทำไม” เกล็นสะดุ้ง เขารีบถดตัวถอยห่างจากชายหนุ่มตรงหน้า และทันทีที่อยู่ด้วยกันสองคน กลิ่นอัลฟ่ายามตกอยู่ในห้วงอาการรัทที่กำลังส่งกลิ่นก็ลอยปะทะเข้าจมูกของเขารุนแรง
นี่มัน..
กลิ่นของอัลฟ่า!?
แต่ก็เท่านั้น เขาคงจะไม่ได้ตอบสนองต่อกลิ่นของอีกฝ่ายเหมือนตอนที่ได้กลิ่นโอเมก้า มีเพียงลึกๆ แล้วแค่รู้สึกว่ามันช่างน่าสนใจ ดูลึกลับน่าค้นหาแม้ว่าเขาจะรู้สึกคุ้นชินกับกลิ่นนั้นมากมายเหลือเกิน ราวกับว่านี่เป็นกลิ่นที่ทำให้เขาสามารถหลงใหล ชื่นชม และมันควรที่จะไม่ใช่กลิ่นที่สามารถปลุกสัญชาตญาณของอัลฟ่าออกมาได้
แต่บ้าเอ้ย!
ทุกอย่างมันผิดคาดไปหมด ตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าอุณหภูมิร่างกายของตัวเองร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาด เหมือนถูกกระตุ้นด้วยฟีโรโมนอะไรบางอย่าง เขากำลังตอบสนองต่อกลิ่นหอมของอีกฝ่าย ทั้ง ๆ ที่มันไม่ควรจะเป็นไปได้
แต่.. มันหอมมาก ๆ
หอมจนน่าหงุดหงิด!
เป็นอัลฟ่าที่น่ากลิ่นรุนแรงเกินไปแล้ว!
อัลฟ่าหนุ่มตรงหน้าหอบหายใจหนัก มือกำเข้าหากันแน่นนัยน์ตาคู่คมเหลือบมองงอัลฟ่าหนุ่มแปลกหน้าที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ ดวงตาคู่นั้นแสดงออกถึงความไม่พอใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและทำให้เกล็นต้องขมวดคิ้วเข้าหากันทันที
“อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่น ออกไป”
เกล็นเก็บความหงุดหงิดเอาไว้โดยไม่ได้เอ่ยปากต่อว่ากลับ เขาทำแค่เพียงเอ่ยปากถามซ้ำอีกครั้ง และเริ่มรู้สึกว่าคนตรงหน้าช่างดื้อรั้นเสียจนน่าโมโห
“ฉันถามว่าทำไมถึงไม่กินยาต้าน นายต้องกินมันเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มย้ำอีกครั้ง อัลฟ่าหนุ่มที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์รัทส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงเอนตัวพิงกับกำแพงด้านหลัง เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อต้องการระบายอารมณ์อะไรบางอย่าง
เกล็นเห็นดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด เขากำเข็มฉีดยาในมือแน่นก่อนจะตัดสินใจถือวิสาสะปักเข็มลงบนต้นแขนของอีกฝ่ายเพื่อช่วยอีกฝ่ายออกจากอาการรัทและช่วยตัวเองออกจากการลุ่มหลงกลิ่นอัลฟ่านี่ทันที
เลิกรัทแล้วส่งกลิ่นบ้า ๆ นี่ออกมาได้แล้ว!
ผู้ชายคนนั้นกัดฟันแน่นสีหน้าบิดเบี้ยวแสดงออกถึงความเจ็บปวดทันทีถูกเข็มทิ่มลงไป เขาเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ นัยน์ตาสีฟ้าแข็งกร้าวแสดงออกถึงความโกรธคุกรุ่นรุนแรง
“นายทำบ้าอะไร!”
เสียงตวาดของอัลฟ่าหนุ่มทำให้เกล็นชะงักเล็กน้อย เขาขบกรามแน่นพยายามไม่ตอบโต้ ทำแค่เพียงนั่งรอนิ่ง ๆ ให้ยาออกฤทธิ์ แต่ผ่านไปหลายนาทีเสียงหอบหายใจและอาการรัทของอีกฝ่ายก็ยังคงไม่เบาบางลง
เป็นไปได้ยังไง!?
ถ้าอัลฟ่าได้รับยาโดยการฉีดแล้วภายในหนึ่งนาทีต้องสงบสติอารมณ์ตัวเองลงได้สิ ไม่มีทาง
อัลฟ่าหนุ่มยังคงส่งเสียงในลำคอออกมาเบา ๆ แสดงออกถึงความต้องการที่กำลังควบคุมเขาอย่างหนัก มือหนาพยายามจะรูดรั้นแกนกายของตัวเองแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังเกรงใจเขาที่นั่งอยู่ตรงนี้ เจ้าตัวเลยทำได้แค่เพียงลูบเป้ากางเกงตัวเองไปมาเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่ส่วนนั้นกำลังแข็งชูชันแทบจะทะลุออกมาจากกางเกงตัวบางด้านใน
ยิ่งอีกฝ่ายยังคงนั่งอยู่ตรงนี้ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถสงบลงได้
“ทำไมยาไม่ได้ผล” เกล็นถามเสียงเรียบหลังเวลาผ่านไปหลายนาที คิ้วขมวดเข้าหากันจนตึงกับภาพตรงหน้า
อัลฟ่าหนุ่มหอบหายใจหนัก เขาชะงักมือที่กำลังพยายามปรนเปรอตัวเองลง ใบหน้าบึ้งตึงนั้นหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ถูกกดให้ต่ำลงเพื่อแสดงออกถึงความจริงจัง
“มัน.. ไม่เคยได้ผล”
และนั่นไม่ได้คลายข้อสงสัยของเกล็นลงได้เลย
“...”
“เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว” อัลฟ่าหนุ่มพูดแค่นั้นก่อนที่เขาจะกัดฟันแน่นแล้วยันตัวลุกขึ้นยืน เจ้าตัวถอดเสื้อแจ็กเกตของตัวเองออกมาพันไว้รอบเอวไม่ให้คนอื่นเห็นถึงส่วนที่กำลังตื่นตัวและยังไม่ได้รับการปลดปล่อย มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันราวกับกำลังระงับอารมณ์อะไรบางอย่าง ใบหน้าของเจ้าตัวแดงก่ำ เกล็นมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่อัลฟ่าหนุ่มจะหันมามองหน้าเขาด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดาแล้วทำท่าจะเดินจากไป
“กลิ่นฝน”
อัลฟ่าหนุ่มชะงักและหันกลับมามองเขาทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นเรียกเขาไว้ เกล็นสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งเพื่อเรียกความมั่นใจก่อนจะเอ่ยประโยคนั้นซ้ำอีกครั้ง
“กลิ่นฝนคือกลิ่นของนาย”
คิ้วเรียวของอัลฟ่าหนุ่มขมวดเข้าหากัน สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจเท่าไรนักที่อัลฟ่าหนุ่มตรงหน้าเอ่ยถึงกลิ่นของตัวเอง ปกติแล้วอัลฟ่าด้วยกันจะไม่สนใจกลิ่นของอีกฝ่าย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคือกลิ่นอะไร มันก็เหมือนกันทั่วไป ไม่มีใครมานั่งลำบากแยกกลิ่นของอัลฟ่าด้วยกันออกจากกัน เขาจึงเอ่ยปากตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแสดงออกถึงความไม่พอใจ
“แล้วยังไง”
เกล็นนิ่งกับคำตอบที่ได้รับ เขาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงเผลอสูดกลิ่นของอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ในใจจะต่อต้าน รู้สึกไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายมีกลิ่นที่น่าหลงใหล แถมยังทำตัวและพูดจาไม่ค่อยเป็นมิตร ความประทับใจแรกพบก็เป็นศูนย์ แต่มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เขาคิดถึงสถานที่ที่จากมา อาจดูลึกลับนิด ๆ น่าค้นหาหน่อย ๆ แต่กลับเย็นสดชื่นและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
มันเป็นกลิ่นที่เขาคุ้นเคยมาตลอดระยะเวลา 25 ปี .. เป็นกลิ่นที่รุนแรงซึ่งสามารถปลุกสัญชาตญาณลึกๆ ภายในตัวได้อย่างน่าประหลาด มันช่างหอมรัญจวนเสียเหลือเกิน หอมจนท่อนล่างของเขาปวดหนึบ ตื่นตัวคับแน่นจนอึดอัดไปหมด และถึงแม้จะได้รับยาต้านเข้าไปแล้วก็ไม่สามารถทนต่อกลิ่นของอีกฝ่าย ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย
ถึงแม้จะมีไม่ชอบขี้หน้าอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าเขาอยากรู้จักผู้ชายตรงหน้านี้ หลงใหลในกลิ่นนี้ ตอบสนองต่อกลิ่นนี้ และอยากที่จะได้กลิ่นฝนเย็นๆ นี้อีกครั้ง
“ฉันเกล็น ลอนส์เดล”
อัลฟ่าหนุ่มสบตาคนที่กำลังแนะนำชื่อตัวเองนิ่ง เขารับรู้ได้ถึงความผิดปกติของอีกฝ่ายผ่านทางท่าทีที่แสดงออกถึงสัญชาตญาณสัตว์ป่า สายตาคมเลื่อนลงไปมองท่อนล่างของคนตรงหน้าที่กำลังตื่นตัวเพราะกลิ่นกายของเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันยุ่งด้วยความแปลกใจ เสียงหัวใจเต้นสั่นระรัว ใบหน้าและมือเริ่มมีเหงื่อซึมเหมือนคนกำลังทำความผิด
เป็นไปไม่ได้
อัลฟ่าจะตอบสนองต่อกลิ่นของเขาไม่ได้!
อัลฟ่าหนุ่มคิดได้แค่นั้นก่อนที่เจ้าตัวจะสูดลมหายใจเข้าลึกตามอีกฝ่ายเพื่อจดจำกลิ่นอัลฟ่าของคนตรงหน้าบ้าง เขาไม่แน่ใจว่ากลิ่นอีกฝ่ายคือกลิ่นของอะไร อาจจะเป็นกลิ่นอายของน้ำทะเลอ่อน ๆ มันดูเย็น สบาย สุขุมนุ่มลึกแต่กลับรู้สึกน่าหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก
เขาเองก็ตอบสนองต่อกลิ่นของมันเช่นเดียวกัน
เจ้าตัวขบริมฝีปากอย่างหงุดหงิดกับกลิ่นนั้น ก่อนจะเอ่ยปากกล่าวลาด้วยน้ำเสียงที่พยายามฝืนไม่ให้แสดงออกถึงความกังวล แม้ในใจจะรู้สึกกดดันมากมายเหลือเกิน
..
.
“หวังว่าเราจะไม่พบกันอีก”