“ป้าไม่อยู่เอ็งก็เฝ้าบ้านดีๆนะน้ำมนต์เอ้ย ดึกดื่นก็อย่าออกไปไหนล็อคบ้านไว้ให้ดี ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆก็ไม่ต้องออกมา”น้ำเสียงเป็นห่วงของป้าน้อยว่าขึ้นขณะวางกระเป๋าใบใหญ่ลง มองร่างน้อยของหลานรักที่เธอเลี้ยงดูมาตั้งแต่ทารก เป็นครั้งแรกที่เธอจะต้องจากหลานสาวไปนานถึงสองสัปดาห์
“จ๊ะป้า ไม่ต้องเป็นห่วงน้ำมนต์นะ ขายของเสร็จน้ำมนต์จะรีบเข้าบ้านแล้วล๊อคให้แน่นหนาเลยดีไหมจ๊ะ”
“รักษาเนื้อรักษาตัวนะลูก”ป้าน้อยว่าขึ้นอย่างอาวรณ์อีกครั้ง เอื้อมมือดึงร่างอ้อนแอ้นเข้ามากอด พลางมองไปยังด้านหลังซึ่งเป็นบ้านไม้ขนาดค่อนข้างใหญ่ในละแวกนี้ หากแต่กลับดูเก่าทรุดโทรมและผุพังจนแลดูจะไม่สามารถกันน้ำกันฝนได้
“ป้าไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ทำใจให้สบายๆ เอาบุญมาฝากน้ำมนต์เยอะๆ”น้ำมนต์ส่งยิ้มและเอ่ยย้ำอีกครั้ง เพื่อให้ป้าน้อยที่กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ วัดป่า ที่ตั้งอยู่ในป่าลึกลับ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนสบายใจ
มีเรื่องเล่าตั้งแต่น้ำมนต์ยังไม่เกิด ป่าลึกลับตั้งอยู่อีกฝั่งของหมู่บ้าน แนวป่าทอดตัวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา มีแนวป่าติดกับทะเล ภูเขาและมีถ้ำน้อยใหญ่พิศวง ของอาคมเต็มไปหมด
โดยเฉพาะทางออกทะเลนั้นมีอาถรรพ์หากใครย่างกรายเข้าไปก็ยากที่จะมีชีวิตรอดกลับมา ซ้ำยังว่ากันว่า สุดสายตาทางทะเลนั้นมีคุกเถื่อนที่คอยกักขังนักโทษน่ากลัวเอาไว้มากมาย
ได้ยินว่าป้าน้อยจะเดินทางไปที่แห่งนั้นครั้งแรกน้ำมนต์ได้แต่เอ่ยห้ามด้วยความเป็นห่วง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้แก่ความตั้งใจไปแสวงหาผลบุญของผู้เป็นป้า ที่ยกเหตุผลร้อยแปดขึ้นมาสนับสนุนความตั้งใจ
“ถ้าฝนตกก็หาถังมารองน้ำก่อนนะน้ำมนต์เอ้ย ไว้ป้ากลับมาจากวัดแล้วจะหาคนมาซ่อมหลังคาให้”ป้าน้อยมองไปยังหลังคาสังกะสีเก่าๆที่ผุพังมาหลายปี ทั้งปะหลังคาไปรู้กี่จุด ปิดจุดนั้นก็มีจุดนี้มารั่วใหม่
“จ๊ะป้า อยู่นี่น้ำมนต์จะตั้งใจขายของ ใช้จ่ายประหยัดเราจะได้เก็บเงินทำหลังคาใหม่กันนะป้า”
“เอ็งเป็นเด็กขยัน ใฝ่ดี ป้าเชื่อว่าเอ็งจะเจริญๆนะ น้ำมนต์ ไม่นานนี้หรอกเอ็งจะสบาย เออนี่ป้าเกือบลืม น้ำมนต์ป้าเอามาจากวัดคราวก่อน เอ็งเอาไว้ดื่มกินให้เป็นสิริมงคล คุณพระคุณเจ้าจะได้คุ้มครองให้เอ็งแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง”น้ำมนต์ขวดเล็กที่บรรจุในขวดพลาสติกสีใสถูกส่งให้หลานสาว ก่อนที่ป้าน้อยจะกระชับกระเป๋าใบใหญ่ในมือและตัดใจออกเดินทาง
ตลอดทั้งวันสาวน้อยน้ำมนต์ตั้งใจขายของอย่างขะมักเขม้น ด้วยความชำนาญที่ได้สืบกิจการต่อจากพ่อแม่ของเธอที่เสียชีวิตไม่นานหลังจากเธอเกิด โตมาก็เห็นแต่ป้าน้อยและบ้านหลังเก่าแห่งนี้ ยังดีที่มีกิจการร้านค้าเล็กๆหน้าบ้านให้พอมีรายได้เข้าเพิ่มเติมจากที่ต้องเก็บผักจากแปลงเล็กหลังบ้านเข้าไปขายในเมือง
ครื้นนนนน “โอ๊ะ”เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างน้อยที่กำลังเก็บของอุทานออกมาด้วยความตกใจ เงยหน้ามองหมู่มวลท้องฟ้าที่เริ่มแปรเปลี่ยนจากสว่างกลายเป็นมืดครึ้ม พร้อมกับเม็ดฝนโปรยปรายลงมา
แปะ แปะ เสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสีเก่าๆจนเกิดเสียงดัง พร้อมกับสายลมที่พัดพาให้เกิดการเสียดสีจนเกิดเสียงน่ากลัว
“อูยยย ที่นอนจะเปียกไหมเนี่ย”ดวงตากลมเบิกขึ้นด้วยความตกใจ วางตะกร้าที่เก็บมาจากหน้าบ้านลงแล้วรีบเดินดุ่มๆขึ้นไปยังห้องนอนชั้นสองของตน
ตะกร้าสีแดงซีดวางลงในตำแหน่งที่น้ำฝนกำลังหยดแหมะลงบนพื้นไม้ ไม่เพียงเท่านั้นกะละมังใบเก่า กล่องน้อยใหญ่ยังถูกวางไว้อีกหลายจุดรอบบ้าน
ทำไงดี คุถังกะละมังหมดบ้านแล้ว สาวน้อยมองภาพตรงหน้าซึ่งมีอีกหลายจุดที่มีน้ำซึมลงมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ เธอมีถุงที่ใช้ขายของน่าจะเพียงพอที่จะนำมารองน้ำฝนพวกนี้ คิดแล้วน้ำมนต์ก็ต้องทำหน้าเศร้าเมื่อถุงพวกนั้นคือต้นทุนในการค้าขาย หากแต่ไม่นำมารองน้ำฝนพวกนี้ ที่มีจุดรั่วซึมเพิ่มขึ้นทุกวันก็ไม่รู้จะจัดการเช่นไร
“คุณพระ คุณเจ้า เจ้าขาช่วยคุ้มครองน้ำมนต์ให้แคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้ายด้วยเถิด”นึกขึ้นได้ว่ามีน้ำมนต์ขวดเล็กจากป้าน้อยหญิงสาวจึงไม่ลังเลใจที่จะยกขึ้นจิบ ปลายลิ้นสีสดสัมผัสได้ถึงรสชาติบางอย่างพร้อมกับกลิ่นหอม จึงยกดื่มไปจนเกือบครึ่งขวดแล้ววางลงที่เดิม
พรึบบบบ ยังไม่ทันได้กลืนน้ำอึกใหญ่ เกิดเสียงดังเปรี้ยงบนท้องฟ้า พร้อมกับแสงไฟในบ้านที่ดับลงจนมืดสนิท ร่างเล็กยืนนิ่งไม่ไหวติง ด้วยความกลัว นึกขึ้นได้ว่าเธอกังวลกับน้ำที่รั่วซึมมากเกินไปจนหลงลืมว่าต้องกดล็อคบานประตูให้ครบเสียก่อน
ปัง!!! เสียงดังจากชั้นล่างทำให้คนขี้ลืมสะดุ้งสุดตัว ดวงหน้าหวาดหวั่น ได้แต่หวังว่าน้ำมนต์ของป้าน้อยจะออกฤทธิ์เสียที ทว่าเมื่อไม่อาจทนรออิทธิฤทธิ์ปรากฏได้ ทางเดียวก็คือต้องลงไปดูด้วยตา คิดได้เช่นนั้นสาวน้อยจึงหยิบถังสีดำเก่าๆที่มีน้ำอยู่ก้นถึงขึ้นมาถือไว้แน่น
คนตัวเล็กก้าวลงบันได อาศัยความเชี่ยวชาญที่อยู่บ้านหลังนี้มากว่ายี่สิบปีให้เป็นประโยชน์ เสียงบางอย่างดังแข่งกับสายฝนดังมาจากทางหลังบ้าน ทำให้สาวน้อยรีบก้าวเท้าตามเสียงไปเพื่อจัดการคนบุกรุก
สิ่งที่ได้เห็นทำให้สาวน้อยหยุดชะงักมองเงาดำใหญ่พาดผ่านผนังไม้เก่าๆของบ้านเธอ เผยให้เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามขณะที่โจรร้ายถอดเสื้อของเขาผ่านไปทางศีรษะ
อึก น้ำลายอึกใหญ่ไหลผ่านลำคอน้ำมนต์อย่างยากลำบาก เรือนร่างของเธอเกิดความร้อนวูบวาบจนต้องกวักน้ำในถังขึ้นมาแปะไปตามเนื้อตัว
“ออกไปจากบ้านน้ำมนต์เดี๋ยวนี้นะ”สาวน้อยก้าวออกไปแสดงตัวด้วยความกล้ากลัว เมื่อเป้าหมายต่อไปจองโจรร้ายคือการจัดการกับกางเกงตนเอง ซึ่งเธอไม่อาจทนมองได้
ใบหน้าคมเข้ม ของชายรูปร่างใหญ่โตหรี่ขึ้นเล็กน้อย ทำให้สาวน้อยวูบวาบมากกว่าเก่า เผลอมองแผงอกแน่นที่มีหยดน้ำเกาะพราวผ่าน
“คะ ใคร แกเป็นใคร”น้ำเสียงสั่นของสาวน้อยดังขึ้นอีกครั้งเมื่อชายแปลกหน้าไม่ยอมเอ่ยตอบ แถมยังใช้ดวงตาดุนั่นมองเธออย่างข่มขวัญไม่เกรงกลัว
“ในบ้านมีอุปกรณ์ทำแผลไหม”ใครไม่เป็นเธอตอนนี้คงไม่เข้าใจหรอก เพราะนอกจากดวงตาที่หน้ากลัวแล้ว น้ำเสียงที่ดูมีอำนาจนั้นยังทำให้สาวน้อยปล่อยถังเก่าๆในมือลง ก่อนจะหมุนตัวไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมาเมื่อมองเห็นรอยเลือดที่หยดลงตามพื้น
“ขอบใจ”เขากล่าวสั้นๆแล้วรับเอากล่องใบเก่ามาไว้ในมือ เขายกแขนข้างหนึ่งขึ้น ทำให้น้ำมนต์เองก็ได้เห็นบาดแผลของเขาที่มีลักษณะเป็นดูเป็นทางยาว ยาทาแผลขวดเล็กถูกใช้เกินครึ่ง สำลีก็เช่นกัน
นึกขึ้นได้สาวน้อยจึงหมุนตัวเดินออกไป กลับมาอีกครั้งพร้อมกับผ้าพันแผลผืนเล็กในมือยื่นให้แก่เขา สาวน้อยตาแป๋วมองการกระทำของชายแปลกหน้าอย่างทึ่งกับใบหน้าเรียบเฉยที่ไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาสักนิด
อึก เป็นอีกครั้งที่สาวน้อยต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เมื่อชายตรงหน้ายืดตัวขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอหลุบลงเล็กน้อยมองกล้ามเนื้อบนหน้าท้องของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่ำลงกว่านั้นเป็นกางเกงสีเข้มที่ลู่ลงแนบหน้าขาของชายหนุ่มจากความเปียกชื้นของสายฝนด้านนอก ทำให้บางสิ่งที่เป็นของลับโป่งนูนขึ้นมา
อึก อีกแล้วที่น้ำมนต์ต้องแปลกใจกับความร้อนที่เกิดขึ้นจนต้องยกมือเล็กลูบแขนของตนเองไว้
“เอาไปเก็บ”น้ำเสียงเข้มดังขึ้นอีกครั้งทำให้คนที่เผลอจ้องมองเรือนร่างของโจรร้ายก้าวถอยหลังเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วหยาบของเขาสัมผัสกับมือนุ่มของเธอโดยไม่ตั้งใจ
เอี๊ยดดด เอี๊ยดด เปรี๊ยะๆ เสียงของสังกะสีดังขึ้นอย่างน่ากลัวทำเอาสาวน้อยตกใจเผลอปล่อยกล่องยาลงพื้น เสียงน่ากลัวที่ได้ยินบ่อย แต่กลับไม่ชินเสียที ยื่นแขนเกาะกุมคนตรงหน้าต้องการหาที่พึ่ง ทำเอาโจรร่างสูงที่กำลังจะก้าวออกจากบ้านต้องก้มมองแขนน้อยที่รัดแขนที่พึ่งพันผ้าเอาไว้
“ยะ อย่าพึ่งไป ช่วย น้ำ มนต์ ก่อน”เพียงได้สัมผัสกับกล้ามแขนแน่น สาวน้อยรู้สึกดีอย่างประหลาด ร่างอ้อนแอ้นบดเบียนเรือนกายเข้าหาเขาอย่างไม่รู้จักอาย
ชายหนุ่มร่างโตหรี่ตามองสาวน้อยอีกครั้ง เขาเห็นใบหน้าของเธอเข้มขึ้นจากครั้งแรกที่มอง มีเม็ดเหงื่อผุดรอบกรอบหน้าและท่าที่ของหญิงสาวที่ดูกระสับกระส่าย
“น้ำมนต์ร้อน ช่วยน้ำมนต์”น้ำเสียงอ้อนวอนดังขึ้นจากริมฝีปากสาว ขณะที่มือเล็กยกขึ้นถอดเสื้อตัวบางออกจากร่างกายรวดเร็ว
ฮึ่มมม ชายหนุ่มครางในลำคอเมื่อพอจะมองออกว่าอาการที่เด็กสาวเป็นอยู่คืออะไร เขามองอกตูมๆที่โผล่พ้นผ้าตัวจิ๋วและกำลังบดเบียดกับแผ่นหลังของเขา เมื่อสาวน้อยโน้มตัวเข้ามากอด ปากเล็กของเธอพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังแกร่ง
“เธอต้องหยุดก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”เขาจับร่างเล็กให้หันมาประจันหน้ากัน ดวงตากลมนั้นดูฉ่ำปรือและเว้าวอน
“น้ำมนต์ร้อน คุณช่วยน้ำมนต์ได้ไหม”ดวงตากลมเอ่อคลออย่างน่าสงสาร เมื่อไม่รู้ว่าต้องการจัดกับความต้องการอย่างไร ปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่น ไม่ใช่ว่าเธอไม่อายที่พูดออกไปแบบนั้น แต่ตอนนี้เธอร้อนวูบวาบไปหมด
“ฉันต้องรีบไป”มือหยาบปัดมือเล็กๆของเธอออก ไม่เพียงเท่านั้นยังผลักไหล่เล็กเมื่อเธอทำท่าจะเดินตามออกมา
“อ่า ร้อน”สาวน้อยทรุดลงตรงหน้าประตู มองแผ่นหลังกว้างเดินจากไป เสียงครวญครางด้วยความทรมานของสาวน้อย ทำให้คนที่ตั้งใจจะจากไปเกิดความลังเล ต่อจากนี้จะเกิดขึ้นอะไรกับสาวน้อยหากเขาปล่อยเธอเอาไว้ ไวกว่าความคิดขายาวหมุนก้าวกลับไปยังบ้านของเธอ
“ฮึก ช่วยน้ำมนต์ด้วย”
“อย่ามาร้องห่มร้องไห้ทีหลังแล้วกัน”ชายหนุ่มเค้นเสียงในลำคอออกมาอย่างยากลำบาก เมื่อสาวน้อยตรงหน้าไม่รอรีคำตอบรับจากเขาแต่กลับปลดเปลื้องอาภรณ์เผยขาวละเอียดของตนท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่มือมือน้อยของเธอกุมมือเขาให้จับแหมะเข้ากับอกตูมตรงหน้า
“ช่วยน้ำมนต์”เสียงหวานเอ่ยอย่างร้องขอ นั่นทำให้สมองที่กำลังจะหักห้ามตนเองพังทะลายลงโดยไม่สนใจว่าหญิงสาวตรงหน้าคือใคร กลิ่นหอมของหญิงสาวที่ไม่ได้สัมผัสมานานพร้อมกับความนุ่มนิ่มของเรือนกายที่บดเบียดเข้าหาทำให้ชายหนุ่มได้แต่ครางอื้ออึงด้วยความพึงพอใจ เช่นเดียวกับสาวน้อยที่รู้สึกดีไปหมดไม่ว่ามือหยาบกร้านนั้นนจะแตะต้องส่วนใดบนร่างกาย
ปากหยักบนจูบลงบนริมฝีปากน้อยของเธอ ดูดดึงริมฝีปากน้อยที่นุ่มนิ่มและหอมหวาน ปลายนิ้วหยาบลากผ่านหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะกรีดลงไปตามรอยแยกที่ฉ่ำชื้นไปด้วยความต้องการเติมเต็ม สะโพกน้อยแอ่นเด้งรับจังหวะเมื่อเขากดขยี้เม็ดสีหวานของเธอไปมา “อ่าส์”รู้สึกดีจนหลุดเสียงครางออกมาอีกครั้ง ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวพลางสูดปาก เมื่อยามที่เขากดขยี้ถี่รัว
“อื้อ”ร่างเล็กเกร็งกระตุก สาวน้อยครางอู้อี้เมื่อสัมผัสกับปลายทางเป็นครั้งแรก ปลดปล่อยธารน้ำสีใสออกมาจนฉ่ำข้อนิ้วหยาบ
“ห้องเธออยู่ตรงไหน”ชายหนุ่มกระซิบถามข้างริมใบหูด้วยเสียงกระเส่า เมื่อใบหน้าหวานนั้นดูเชิญชวนและน่าลุ่มหลง หญิงสาวจึงชี้ขึ้นไปด้านบน เพียงเท่านั้นชายหนุ่มจึงอุ้มร่างน้อยแนบอกแล้วตรงไปยังห้องนอนของเธอ