ชะตาของสาวน้อย

2321 Words
ตาแป๋วจ้องมองแผงอกกำยำในช่องเช้ามืด แผงขนตางอนกระพริบปริบๆ หยิกตนเองอยู่สองสามทีว่าไม่ได้ฝันไป สายลมที่พัดผ่านหน้าต่างบนหัวทำให้ขนตัวน้อยห่อตัวเข้าหาความอบอุ่นอีกครั้ง “อ๊ากกก”ชายตัวใหญ่ที่พึ่งหลับไปเพียงชั่วโมงโอดร้องขึ้นมาเมื่อนิ้วเล็กๆนั้นหยิกหมับเข้าที่สะโพกสอบ แขนแกร่งกอดรัดร่างเล็กตามสัญชาติญาณ พร้อมกับดวงตาดุเปิดขึ้น “อื้อ น้ำมนต์เจ็บ”สาวน้อยที่ยังไม่รู้ถึงสายตาคาดโทษดีดดิ้นในอ้อมกอดที่รัดแน่น รู้สึกราวแตกสลายกับเรี่ยวแรงมหาศาล “จะฆ่าฉันหรือไง”ราเชนทร์คลายแรงกอดเมื่อสบตากับดวงตาอันไร้เดียงสา “คุณเป็นใคร”สาวน้อยน้ำมนต์เปิดปากถามถึงสิ่งที่สงสัย เมื่อโจรร้ายเข้ามาในบ้านของเธอเป็นครั้งที่สองแถมเข้ามาในตัวเธออีกไม่รู้กี่ครั้ง นับไม่ไหว “เธอชื่อน้ำมนต์ใช่ไหม”น้ำมนต์พยักหน้างึกหงัก ไม่แปลกใจที่เขาจะรู้ชื่อเธอ เพราะบ่อยครั้งที่น้ำมนต์มักแทนตนเองด้วยชื่อ “เรียกฉันว่าเชน”เอ่ยจบก็ได้แต่มองสาวน้อยที่จ้องมองตาปริบๆ ไร้คำถามจากปากสวย เขานึกว่าเธอจะเอ่ยถามความเป็นมาและอยากรู้เรื่องของเขามากกว่านี้ “คุณกลับไปก่อนได้ไหมคะ น้ำมนต์หายแล้ว”คำขอของสาวน้อยทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นคำถาม “คือน้ำมนต์ไม่อยากไล่นะคะ แต่ว่ากำลังจะเช้าแล้วเกิดชาวบ้านมาเห็นหาว่าคุณผิดผีเอาไปฟ้องป้า แบบนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบน้ำมนต์นะคะ”คำพูดราวกับเป็นห่วงทำให้ราเชนทร์ตอบรับอย่างเข้าใจ มือเล็กจึงผลักอกเขาให้ออกห่างและเตรียมตัวจะลุกขึ้นไปจัดเตรียมของขายในตอนเช้า เขามองร่างน้อยที่ผุดลุกขึ้นสวมเสื้อผ้ากลับคืนอย่างเรียบร้อยด้วยความทุลักทุเล แข้งขาอ่อนแรงเป็นพักๆ “ป้าเธอไปไหน”แม้รู้อยู่แล้วว่าป้าของสาวน้อยนั้นขายเธอให้กับเสี่ยหื่นกาม แต่เหตุใดสาวน้อยยังกลับไม่รับรู้เรื่องราว “ป้าน้อยไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าค่ะ สองสัปดาห์นู่นแหละถึงจะกลับมา”หญิงสาวที่ยังไม่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนเองเอี้ยวหน้ามาตอบเขาอย่างไม่คิดอะไร “แล้วถ้าป้าเธอไม่กลับมาล่ะ”เขาลองสมมุติ แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้า ไม่มีทางที่ป้าน้อยจะทิ้งเธอ “ป้าน้อยไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ เดี๋ยวป้าก็กลับมาหาน้ำมนต์แล้ว คุณอย่าพูดไร้สาระเลยคุณเชน รีบกลับไปเถอะค่ะ”อีกครั้งที่สาวน้อยราวกลับอยากให้เขากลับไปไวๆ เอ่ยเน้นย้ำชื่อเขากลายๆ ผิดแปลกไปจากน้ำเสียงออดอ้อนเมื่อคืน รู้สึกระคายหูจนต้องเสมองไปรอบห้องแทน “ยืนไหวหรือไง”เขาหรี่ตามองร่างน้อยที่ซวนเซจะล้มลงหลายที อดไม่ได้ที่ต้องยื่นมือเข้าไปประคอง “วะ ไหว”น้ำน้อยน้ำเสียงสั่น เพราะนอกจากมือหยาบจะกอดประคองเธอไว้แล้วยังสอดเข้าไปในเสื้อตัวโคร่งของเธอ บีบขย้ำอกอวบผ่านบราตัวน้อย “เสียงเหมือนไม่ไหว”รอยยิ้มร้ายกระตุกยิ้ม มองคนตัวเล็กที่จุดติดขึ้นมา เสียงหายใจติดขัดของเขาน้อยทำให้เขาตวัดหญิงสาวล้มลงบนฟูกอีกครั้ง “มะ ไม่เอานะ น้ำมนต์ไม่ไหวแล้ว”เมื่อคืนเธอเองก็แทบไม่ได้นอน แม้แต่เขาเองก็เช่นกัน ไม่รู้เอาพละกำลังมาจากไหนนักหนา “ไหว เธอไหว”เขากระซิบข้างใบหูสวย ขบลงติ่งหูน้อย “ไม่ได้นะ น้ำมนต์ต้องไปขายของ”สติที่เหลือน้อยนิดเตือนหญิงสาวให้ลุกขึ้นไปทำงาน เมื่อวานเธอขาดรายได้ไปแล้วหนึ่งวัน ซึ่งวันนี้เธอจะอู้งานอีกคงไม่ได้แล้ว ราเชนทร์ถอนหายใจออกมาหนัก พลิกกายนอนแผ่หราบนฟูกนอน ก่อนจะหันไปตวัดร่างน้อยเข้ากับอกแกร่ง ทำไมกันนะ สาวน้อยคนนี้ทำให้เขาไม่อยากจากไปไหน ทั้งที่ปลดปล่อยไปทั้งคืนแต่ทำไมกลับรู้สึกยังไม่พอ ความคิดตีรวนสับสน ทั้งที่ตอนนี้ได้เวลาที่เขาควรจะกลับไปเจอพายุแล้ว แต่เขากลับไม่อยากจากร่างน้อยในอ้อมกอด เมื่อครู่เขามองสำรวจบ้านหลังเก่าของเธอ ไม่ต้องใช้ความสามารถใดๆในการวิเคราะห์ บ้านหลังนี้นอกจากจะไม่สามารถกันแดดกันฝนได้แล้วยังไม่สามารถให้ความปลอดภัยกับเธอได้ “ไม่กลัวฉันหรือไง”คำถามของโจรร้ายที่บุกขึ้นมาปล้นสวาทสาวน้อย ทำให้เจ้าบ้านอย่างน้ำมนต์พลิกกายเข้าหาชายหนุ่ม จ้องมองเขาอย่างครุ่นคิดคำตอบ “กลัวค่ะ แต่ตอนนี้ลดลงแล้วนิดหน่อย”สาวน้อยเอ่ยตอบตามความจริง ครั้งแรกที่ได้จ้องมองดวงตาดุดันคู่นี้ หัวใจดวงน้อยสั่นไหว หวาดหวั่น หากแต่พอได้จ้องมองกันอีกครั้งกลับพบว่าเขาไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่คิด น้ำเสียงดุดันท่าทางที่ยำเกรงกลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย ฝ่ามือหยาบวางลงบนกลุ่มผมสีดำเข้มของเธอ แล้วลูบลงอย่างเอ็นดู กระทั่งตอนนี้สาวน้อยยังไม่นึกเอะใจที่ถูกผู้เป็นป้าวางยาปลุกกำหนัด แม้กระทั่งเขาที่พึ่งพบหน้าสาวน้อยกลับดูให้ความไว้วางใจ “อายุเท่าไหร่”เขาเชยคางใสของหญิงสาวขึ้น มองใบหน้าหวานที่ยังดูเด็ก หวังว่าตนเองจะไม่ทำผิดด้วยการพรากผู้เยาว์ “ยี่สิบสองแล้ว คุณอายุเท่าไหร่คะ”น้ำมนต์มีตัวเลขในใจ “สามสิบสี่”เขาตอบเสียงเบาทำเขาคนที่พึ่งรู้เบิกตาขึ้นเล็กน้อย มากกว่าที่คิดทายไว้ในใจถึงแปดปี เขาดูหนุ่มมาก ร่างกายก็ดูแข็งแรง “ไปอยู่ด้วยกันไหม”ไม่รู้อะไรดลใจทำให้ชายหนุ่มเอ่ยถามเธอ หลังจากที่ทั้งคู่เงียบลงสักพัก “ที่ไหนคะ” “ที่ไกลมากๆ ไกลจนไม่มีใครหาตัวเธอเจอ”คำตอบของเขาทำให้สาวน้อยส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ “น้ำมนต์ไปไม่ได้ น้ำมนต้องเรียนหนังสือ”เอ่ยบอกเหตุผลเขา เธอทุ่มเทแรงกายอย่างหนักเพื่อหาเงินเรียน จะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะสำเร็จ “น้ำมนต์เรียนช้าเพราะไม่มีเงิน แต่ตอนนี้อยู่ปีสองแล้ว”เอ่ยตอบเขาพร้อมกับชูสองนิ้ว ราเชนทร์พยักหน้าเข้าใจไม่ได้ถามต่อ เพราะรู้ว่าเหตุผลหลักของสาวน้อยคงไม่พ้นเรื่องการเงิน “หมดคำถามหรือยังคะ น้ำมนต์ต้องเข้าไปส่งผักในเมืองต่อ”คนที่ตั้งท่าจะลุกไปทำงานเอ่ยถามอีกครา คงไม่ได้เจอกันแล้ว รู้จักกันแค่นี้ก็พอ “เดี๋ยวก่อนสิ”หากแต่คนหมดคำถาม แต่ยังไม่สามารถปล่อยเธอออกจากอ้อมอกได้ กอดรัดหญิงสาวให้แน่นขึ้น คล้ายกับเขามีบางสิ่งที่ต้องพูดแต่กลับไม่ยอมเอ่ย เสียงกุกกักที่ดังมาจากด้านล่างทำให้ราเชนทร์รู้ตัวจึงกดหญิงสาวลงบนฟูก ปลายนิ้วชี้จรดกับริมฝีปากเพื่อให้เธอเงียบที่สุด เขาสวมเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้รอบห้องด้วยความรวดเร็ว “รอฉันอยู่ในห้อง ได้ยินอะไรก็ไม่ต้องออกมา”เอ่ยสั่งหญิงสาวสั้นๆแล้วเปิดบานประตูออกไป “ไอ้ยุ/พี่เชน”ราเชนทร์เอ่ยเรียกน้องรัก ไม่ประหลาดใจสักเท่าไหร่ ไม่ช้าเร็วพายุก็ต้องรู้ว่าเขาคือชาวบ้านแถวๆนี้ที่เสี่ยหื่นเอ่ยถึง “ได้เวลาออกเรือแล้วนะพี่ ช้ากว่านี้คงไม่ทัน”พายุไม่ได้อยากเข้ามาขัดจังหวะพี่ชาย แต่เมื่อคำนวณเวลาแล้วหากไม่รีบออกเดินทางคงไม่ทันการกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ราเชนทร์ยืนนิ่งอย่างคิดไม่ตก กระทั่งร่างน้อยที่เขาสั่งให้อยู่เงียบเชียบยืนซ้อนแผ่นหลัง ดวงตาไร้เดียงสามองผู้มาใหม่อย่างสงสัย “นี่พายุ น้องชายฉันเอง”เขาแนะนำให้สาวน้อยที่หลบข้างหลังได้รู้จัก มือเล็กๆยกขึ้นอย่างมีมารยาท “เอาไงพี่ พาไปด้วยไหม”แม้สถานที่ ที่พวกเขาจะเดินทางไปนั้นอันตราย แต่ด้วยอำนาจของราเชนทร์จะทำให้สาวน้อยอยู่ที่นั่นได้อย่างปลอดภัย “ถามแล้ว เธอไปไม่ได้” “น้ำมนต์ต้องเรียนหนังสือค่ะ”สาวน้อยอธิบายต่อคลายความสงสัยของพายุที่แสดงออกผ่านสีหน้า “ให้คนพาไอ้เสี่ยนั่นข้ามไปที่เกาะก่อน”ราเชนทร์เอ่ยข้อสรุปในท้ายที่สุด หลังจากที่ทะเลาะกับความคิดตนเองมาค่อนคืน “ผมว่าแล้วเชียว”พายุเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มรู้ทัน มองผ่านไปยังด้านหลังได้เห็นสาวน้อยหน้าหวาน หากมองไม่ผิดเขาเห็นรอยรักที่ชายฝากเอาไว้บนต้นคอระหงส์ “ลงไปรอข้างล่าง เดี๋ยวตามลงไป”เสียงดุเอ่ยขึ้น ก้าวขาขยับทับซ่อนร่างเล็กที่อยู่ข้างหลัง พายุจึงทำตามอย่างว่าง่าย “เปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้”นอกจากน้ำเสียงดุจะถูกใช้กับพายุแล้วยังถูกใช้กับสาวน้อย เสื้อตัวเก่งของน้ำมนต์นั้นคอเสื้อย้วย เมื่อครู่เขาก็แทบจะมองเห็นอะไรๆ แต่เพราะไม่คิดว่าจะมีคนมาจึงไม่ได้เอ่ยห้ามเธอออกไปข้างนอกด้วยชุดนี้ ใช้เวลาไม่นานทั้งสองจึงเดินลงมาด้านล่างที่มีพายุดักรออยู่แล้ว ด้วยเสื้อยืดที่ราเชนทร์มองว่าสุภาพที่สุด ซึ่งหมายถึงปิดบังเรือนกายขาวผ่องของสาวน้อยให้มากที่สุด “ผมเตรียมคนไว้แล้ว ผมจะกลับไปจัดการทางนั้นก่อน”ทันทีที่ราเชนนั่งลงพายุจึงได้บอกเล่าสิ่งที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ ระหว่างนี้เขาจะกลับไปจัดการที่เหลือแทนพายุเอง “อืม ขอบใจ”แม้คนละสายเลือดแต่พายุเปรียบเสมือนน้องรักที่มักจะรู้ใจเขากว่าใคร “น้องน้ำมนต์รู้หรือยังว่าถูกป้าใจร้ายกับไอ้เสี่ยหื่นกามนั่นวางยา”พายุโพล่งขึ้นมาทันทีที่สาวน้อยน้ำมนต์นั่งลงตรงข้าม “พายุ”ราเชนทร์เอ่ยห้ามปรามแม้จะรู้ว่าพี่พายุพูดถึงเป็นเรื่องจริง แต่เขากลับห่วงหญิงสาว กลัวว่าเธอจะเสียใจ “คุณป้าไม่มีทางทำอย่างนั้นค่ะ”สาวน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ไอ้เสี่ยนั่นมันสารภาพหมดแล้วว่าป้าเธอหอบเงินที่ได้จากมันหนีเข้าเมืองกรุงไปหลังจากที่ขายเธอไว้ที่นี่”เมื่อคืนหลังจากที่เสี่ยหื่นฟื้นขึ้นมาเขาจึงซักถามเรื่องราวความเป็นมา พบว่าป้าของหญิงสาวติดหนี้พวกมันก้อนหนึ่ง เมื่อไม่มีเงินมาคืนพวกมันจึงยื่นขอตัวหญิงสาวเป็นการไถ่หนี้แทน เรื่องราวที่ได้รับรู้ทำให้พายุห่วงเด็กสาวที่ดูไร้เดียงสา และพบว่าสิ่งที่เธอควรทำคือการยอมรับความจริง “คุณไม่มีหลักฐาน อย่ามากล่าวหาป้าของน้ำมนต์นะ”สาวน้อยที่ยังไม่ยอมเชื่อว่าขึ้น ราเชนทร์จึงจับแขนเล็กเพื่อให้เธอใจเย็นพลางส่งสายตาห้ามปรามน้องชาย พวกเขาถูกฝึกมาให้เผชิญหน้ากับความจริงแม้ว่าสิ่งที่ได้รับรู้จะโหดร้ายเพียงไร แต่ไม่ใช่กับหญิงสาวไร้เดียงสาผู้นี้ “จะลองพิสูจน์ก็ได้ ในน้ำมนต์นี้ป้าเธอเป็นคนให้มาใช่ไหม ไอ้เสี่ยนั่นสารภาพหมดแล้วว่าในน้ำมนต์นี้มียาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรง”ขวดน้ำสีใสถูกวางลงตรงหน้าหญิงสาว ซึ่งเหลือไม่ถึงครึ่งขวด “ฉันจะพิสูจน์”เป็นคำพูดที่เธอเอ่ยบอกตนเองเสียมากกว่า สาวน้อยหันมองราเชนทร์ครู่หนึ่ง คว้าเอาขวดน้ำนั่นกระดกขึ้นดื่มไปไปอึกใหญ่ ราเชนทร์ที่อยู่ใกลจึงคว้าขวดนั้นมาไว้ในมือก่อนที่เธอจะยกดื่มไปมากกว่านี้ “ผมไปนะพี่เชน โชคดีนะสาวน้อย”พายุผุดลุกขึ้นเมื่อตอนนี้ได้เวลาที่เขาต้องออกเดินทางเต็มที จบภาระกิจลับแล้วกับไปสู้ชีวิตในเกาะร้างห่างไกลต่อ ราเชนทร์โบกมือไล่ให้น้องชายรีบกลับไปไวๆ เขามองหน้าสาวน้อยที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ปล่อยเสียงสะอื้นน่าสงสาร “น้ำมนต์อยากเจอป้า”เธอไม่อยากเชื่อคำพูดพวกนี้สักนิด หากแต่หลายอย่างก็ทำให้เธอเอะใจ จึงอยากพบหน้าป้าน้อยสักครั้ง “ฉันจะช่วยตามหาป้าเธอ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใช้ปลายนิ้วหยาบปาดไล้คราบน้ำตาออกจากดวงตากลม สัมผัสอ่อนโยนทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม “ทำไมถึงดีกับน้ำมนต์”ทั้งที่พึ่งพบกันแต่เธอสัมผัสได้ว่าเขาดูไว้ใจได้ “ไม่รู้สิ สงสารมั้ง”ราเชนทร์เช็ดหยดน้ำสีใสตรงหางตาให้สาวน้อย รู้สึกขุ่นมัวที่สาวน้อยต้องอยู่แบบลำบากและยังต้องเจอกับเรื่องร้ายๆจากคนใกล้ตัว “อื้อ”ความร้อนวูบวาบทำให้น้ำมนต์เบนหน้าหนีจากคนหน้าดุ แก้มทั้งสองข้างร้อนฉ่า ทำท่าจะลุกหนีจากเขา เมื่อความรู้สึกบางอย่างกำลังประทุขึ้นอีกครั้ง “จะไปไหน”เขาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ รับรู้ได้จากปฏิกิริยาสาวน้อย น้ำมนต์ออกฤทธิ์แล้ว “น้ำมนต์จะไปเตรียมของขาย”คนปากไม่ตรงเอ่ยขึ้น สองขาหนีบเข้าหากันแน่น ดอกไม้งามกำลังเปล่งหยาดน้ำพร้อมเต้นเป็นจังหวะ “ไม่ใช่ว่าอยากอีกแล้วเหรอ”คนรู้ทันขยับกายเข้ามายืนตรงหน้าสาวน้อย ใช้มือบังคังหญิงสาวให้หันหน้ารับจูบจากตน จากที่รีบตอนนี้สาวน้อยน้ำมนต์ก็ไม่รีบเท่าไหร่แล้ว สาวน้อยแอ่นอกให้ชายหนุ่มยกซด ก่อนจะมาจบลงที่เตียงนอนในช่วงบ่าย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD