bc

ชายาบัญชารัก

book_age16+
152
FOLLOW
1.4K
READ
contract marriage
HE
sweet
love at the first sight
like
intro-logo
Blurb

ด้วยสายสัมพันธ์สองแคว้น

อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน องค์ชายน้อยแห่งอาณาจักรโหลวหลันต้องพลัดพรากจากถิ่นเกิด มุ่งสู่เมืองฉางอันเพื่อหมั้นหมายกับ

เฉินลี่จู พระธิดาในเฉินไต้หวาง

สายสัมพันธ์วัยเยาว์ถักทอขึ้นเป็นความรักทีละน้อย ทั้งหนักแน่นและมั่นคง

แต่เมื่อเขารับตำแหน่งข่านแห่งโหลวหลันที่ไม่อาจมีนางเพียงคนเดียว

เขาจะทำอย่างไรเพื่อรักษาสายสัมพันธ์และความรักนี้ไว้

และจะทำเช่นไรที่จะเขี่ยเหล่าสนมให้พ้นทาง!

chap-preview
Free preview
บทนำ
รัชศกหลงเซวียนปีที่สอง แคว้นเฉียน ด้วยราชโองการจากเสวียนเต๋อหวงตี้ หวงตี้แห่งต้าเฉียน ...ข้าอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน โอรสองค์โตของอวี้จิ่วลู่จื่อ ต้าหวาง[1] แห่งอาณาจักรโหลวหลัน จำต้องพรากจากอกมารดาพลัดถิ่นสู่ฉางอัน ตัวข้าในวัยสามขวบนั้นยังไม่รู้ความอันใดมาก จำได้เพียงคำสั่งของบิดาที่ย้ำเตือนจนรถม้าออกเดินทาง “อย่าร้องไห้” ข้าได้แต่เอามือปิดปาก พยายามสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ทั้งที่ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับมาพบเสด็จแม่กับหลีรั่ว น้องสาวที่ยังแบเบาะอีก ข้ารู้เพียงว่ามีหน้าที่ยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหน้า เพื่อผู้คนของโหลวหลัน ข้าจำต้องจากไป...มันคือหน้าที่ที่ข้าไม่อาจขัด ข้าจากโหลวหลันมาพร้อมกับแม่นม ท่านราชครู และบ่าวจำนวนหนึ่ง ข้าหวาดกลัว...ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดจะรออยู่เบื้องหน้า ไม่รู้ว่าวังหลวงเป็นเช่นไร ใหญ่โตเพียงไหน หวงตี้เป็นคนใจร้ายหรือไม่ จะตีข้าหรือไม่ จะลงโทษข้าหรือไม่ รอนแรมจากโหลวหลัน เดินทางไกลนับพันลี้ กินเวลาหลายเดือน ในที่สุดก็เดินทางมาถึงฉางอัน นับตั้งแต่ขบวนเดินทางจากโหลวหลันเหยียบย่างสู่ฉางอัน ข้าก็พบว่าที่นี่ล้วนแตกต่างจากโหลวหลันในทุก ๆ ด้าน ผู้คนแต่งกายแปลกตา อาคารบ้านเรือนที่สวยงามวิจิตร แต่นั่นมิอาจทำให้ข้าตื่นตาเท่ากับการที่ได้เห็นพระราชวังเว่ยหยางเป็นครั้งแรก พระราชวังอันใหญ่โตตั้งอยู่บนเนินสูง อาคารสีดำสลับบานประตูหน้าต่างสีขาวดูเข้มขลัง ทำให้ข้ารู้สึกราวกับเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่ง ความยิ่งใหญ่ตระการตาทำให้ข้าไม่แปลกใจนัก ที่ผู้คนต่างขนานนามหวงตี้ผู้ครองพระราชวังนี้ว่าเป็นโอรสสวรรค์ ที่นี่ดูเหมือนสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน ทันทีที่แม่นมอุ้มข้าลงจากเกี้ยว สายตาข้าก็พลันได้เห็นบุรุษสวมชุดสีดำปักลายมงคลสิบสองประการ สวมเหมี่ยนกวานพร้อมระย้าหน้าหลังอย่างละสิบสองสาย ท่วงท่าสง่าน่าเกรงขาม จำได้ว่าข้าเบะปากทำท่าจะร้องไห้อยู่แล้ว ถ้าแม่นมไม่ปลอบข้าเสียก่อน “นี่หรือ อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน โอรสของต้าหวางอวี้จิ่วลู่จื่อ” สุรเสียงอบอุ่นกว่าที่คิดดังขึ้น พลางยกมือลูบศีรษะทุยที่มัดจุกไว้ตรงกลางของข้าอย่างนุ่มนวล “ยังเล็กนัก” ข้ารู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่ไม่โดนดุ แต่ก็ไม่พอใจนักที่ถูกกล่าวถึงว่าตัวเล็ก ข้าจึงเอ่ยออกไป “กระหม่อมมิได้ตัวเล็กเสียหน่อย” ชายผู้นั้นเลิกคิ้วสูง ก่อนจะหัวเราะกับคำพูดของข้าเข้าไปอีก “ได้ ๆ ข้าไม่ว่าเจ้าตัวเล็กก็ได้” ข้ายังทำหน้าบูดบึ้ง จนกระทั่งสตรีงดงามนางหนึ่งเดินเข้ามาหา “ฝ่าบาท อย่าแกล้งองค์ชายเช่นนั้นสิเพคะ” พระนางช่างสิริโฉมนัก งดงามเสียยิ่งกว่ามารดาข้ามาก แต่ร่างกายดูผอมบางไปหน่อย แต่จะว่าไป สตรีต้าเฉียนล้วนมีรูปร่างผอมบางทั้งนั้น “เราไม่ได้แกล้งเสียหน่อย แค่ยืนยันว่าเขาไม่ได้ตัวเล็กเท่านั้นเอง” “เช่นนั้นล่ะเพคะเรียกว่าแกล้ง” หวงโฮ่วค้อนขวับ ก่อนเดินมาหาข้า “องค์ชายเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย ให้ข้าพาไปพักผ่อนก่อนดีไหม” ข้ามองพระนางที่ท่าทางใจดีมากแต่ยังรู้สึกหวั่นเกรง จึงหันไปขอความเห็นจากท่านราชครู “องค์ชาย พระนางคือหวงโฮ่ว หากพระองค์ยินดีก็ทรงอยู่กับพระนางได้” ข้าหันไปทางหวงโฮ่วครั้งหนึ่ง ราชครูครั้งหนึ่ง แล้วหันกลับไปสบสายพระเนตรอันเอื้ออารีของหวงโฮ่วอีกครั้ง...พลันรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก รู้ตัวอีกที ข้าก็เดินไปกอดต้นขาหวงโฮ่วไม่ปล่อยเสียแล้ว... นับตั้งแต่นั้น ผู้ที่คอยอบรมสั่งสอนข้า คอยดูแลความเป็นอยู่ของข้าอย่างดีตลอดมาก็คือหวงโฮ่วผู้อ่อนโยนนี้...ยามข้าคิดถึงบ้านจนไม่อาจหลับตา พระนางจะทรงลูบศีรษะข้า และตรัสว่าหากอยากร้องไห้ก็ร้องออกมา หลังจากที่ข้าร้องไห้จนตาปรือ พระนางก็จะทรงร้องเพลงกล่อมข้าเข้านอน จนกระทั่งสองปีต่อมา ข้าจึงได้พบกับนาง... ข้าอายุได้ราวห้าขวบในตอนที่พบกับเฉินลี่จู สายวันหนึ่งของวันที่อากาศไม่ร้อนจัด หวงโฮ่วพาข้าไปยังตำหนักของไต้หวางเฉินซื่อจิ่น ที่นั่นข้าได้พบกับหญิงสาวที่งดงามกว่าท่านแม่และหวงโฮ่ว สองแขนกำลังโอบอุ้มก้อนแป้งน้อยแก้มยุ้ยอย่างรักใคร่ เมื่อข้าเดินเข้าไปใกล้อย่างนึกสงสัย ก้อนแป้งน้อยก็ดิ้นลงจากอ้อมแขนมารดา หรือก็คือหยางหวางเฟย[1] ก้อนแป้งนั้นวิ่งมาหาข้าพลางหัวเราะ ขณะที่ข้ากำลังนึกถึงน้องสาว นางก็พลันปาดอกฉยงฮวา[2] สีขาวใส่ศีรษะของข้า “ตายแล้ว! ลี่เอ๋อร์” หยางหวางเฟยร้องขึ้นพลางรีบมาอุ้มเฉินลี่จูเอาไว้ “อี้...หยู...อี้” นางส่งเสียงอ้อแอ้พลางหัวเราะชอบใจที่ศีรษะข้าพราวด้วยดอกฉยงฮวา ข้ากะพริบตาปริบ ๆ น้องสาวผู้นี้เข้าใจผิดว่าข้าคือองค์ชายเฉินหรูอี้ พระโอรสของหวงตี้กับหวงโฮ่ว หวงโฮ่วแย้มพระสรวล “นี่คือองค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน ไม่ใช่พี่หรูอี้ของเจ้า” “ฟ่าน?” นางเอ่ยตามพลางเงยหน้ามองพระมารดาอย่างนึกฉงน หยางหวางเฟยทำท่าตกใจ ก่อนหันมาคล้ายจะถามข้าว่าให้นางเรียกเช่นนี้ได้หรือไม่ “ได้พ่ะย่ะค่ะหวางเฟย” ข้าตอบด้วยรอยยิ้ม เห็นเฉินลี่จูตัวน้อยยิ้มสดใสเช่นนี้ ข้ามิอาจขัดใจนางได้เลย “เช่นนั้นกระหม่อมเรียกน้องว่า ‘ลี่เอ๋อร์’ ได้หรือไม่” “เพคะ” พระชายาของไต้หวางตอบพลางจูงมือนางมาให้ข้า ลี่เอ๋อร์น้อยคว้ามือข้าหมับ “เที่ยว...เที่ยว...” “ลี่เอ๋อร์อยากไปที่ไหน” ข้าถามพลางหันซ้ายหันขวา “ไปดูน้ำตกดีหรือไม่” “ปา...ปา...ป๋อมแป๋ม” เฉินลี่จูยิ้มขณะเอ่ย พลางใช้มืออ้วนป้อมจับมือข้าพาข้าไปยังน้ำตกจำลอง ข้าหัวเราะ ไม่ต้องให้ผู้ใดย้ำเตือนก็รู้ดีว่าควรดูแลนางให้ดี ทว่าข้าหารู้ไม่ว่าภายหลังจากข้าพาลี่เอ๋อร์ไปดูปลาดูน้ำตกแล้ว บุรุษผู้หนึ่งได้มายืนเคียงข้างหวางเฟยกับมองมาที่ข้า “นั่นหรือ องค์ชายจากโหลวหลัน” “เพคะ” นางยิ้ม “น่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อยทีเดียว” เขาเพียงแค่นยิ้มแล้วหมุนตัวกลับเข้าเรือนโดยไม่เอ่ยอันใดอีก กาลต่อมาข้าจึงพบว่า เขาคือไต้หวางเฉินซื่อจิ่น เสด็จพ่อของลี่เอ๋อร์ และเป็นบุคคลที่ไม่ชอบข้ายิ่งกว่าสิ่งใด... เฉินลี่จูท่านหญิงตัวน้อยพาข้าไปจนถึงน้ำตกจำลองที่ตอนแรกข้าคิดว่านางหมายตาเอาไว้ แต่ผิดคาด ร่างจิ๋วนั้นกลับจูงมือข้าพาไปถึงสระใหญ่ของอุทยานตำหนักไต้หวาง ข้าที่ตัวใหญ่กว่านางมากได้แต่โอนอ่อนผ่อนตาม นางอยากพาข้าไปไหน ข้าพร้อมไปกับนาง “ปา...ปา” เฉินลี่จูตัวน้อยนั่งลง ยังคงชี้มือไปที่ปลาตัวใหญ่ซึ่งว่ายอยู่ในสระของอุทยานตำหนักไต้หวาง แต่ข้าแปลกใจอยู่อย่างหนึ่งคือในอุทยานตำหนักเจี่ยวเฟิงของหวงโฮ่ว ปลาที่เลี้ยงไว้ล้วนเป็นปลาสีสันสวยงาม แต่ที่นี่กลับเลี้ยงปลาไน ปลาหัวโต ปลากินหญ้า กับปลากะพงน้ำจืดเอาไว้เต็มไปหมด เห็นแล้วก็ให้นึกถึงปลาย่างที่พระมารดาซึ่งอยู่โหลวหลันเป็นคนทำ นางจะบรรจงแกะก้างปลาออกจนเกลี้ยง เหลือแต่เนื้อปลารสหวาน เจือด้วยรสเค็มปะแล่มของเกลือ รสชาติและความอบอุ่นที่เคยได้รับไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ “ฟ่าน...ปา...ปา...” มือเล็กกระตุกแขนเสื้อข้าแรง ๆ สลับกับชี้ไปที่ผิวน้ำ เด็กน้อยยิ้มจนเห็นฟันซี่เล็ก ๆ เรียงเป็นระเบียบ “จะให้ข้าจับปลามาให้หรือ” ข้ามองท่าทีไร้เดียงสาของเฉินลี่จูแล้วเอ่ยถาม นางเอียงคอมองข้าแล้วพยักหน้ารัวๆ “ปา...ปา...ขอ” เมื่อเห็นสายตาและคำร้องขอของนางแล้ว หากข้าทำเมินเฉยก็หาใช่บุรุษอาณาจักรโหลวหลัน! คนแคว้นเฉียนมักเข้าใจว่าบุรุษชาวโหลวหลันส่วนใหญ่ป่าเถื่อน ชอบใช้ความรุนแรงกับสตรี แต่แท้จริงแล้วบุรุษในอาณาจักรแห่งนี้ล้วนให้ความเคารพยกย่องสตรีเป็นอย่างมาก เพราะสตรีนั้นมีความสำคัญต่ออาณาจักร คลอดลูก เลี้ยงลูก ดูแลทุกคนในบ้านให้อิ่มท้อง และในยามที่สามีไม่อยู่ก็ต้องเป็นฝ่ายปกครองบ้าน ควบคู่กับดูแลเรื่องในบ้านไปด้วย ถือว่าสตรีเป็นกลุ่มที่เสียสละไม่น้อยไปกว่าบุรุษอกสามศอกเลย ข้าหมอบแนบตัวลงริมสระ พยายามใช้แขนเล็กยื่นไปวักน้ำที่มีฝูงลูกปลาตัวแดงๆ ว่ายอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ว่าพยายามเท่าไรก็เอื้อมไม่ถึง ซ้ำพวกมันยังทำท่าเหมือนว่ายเข้ามาใกล้ๆ พอจะคว้าตัวได้ พวกมันก็ว่ายหนีไป ช่างกวนประสาทยิ่ง “ปา...” เฉินลี่จูน้อยทำท่าผิดหวัง เห็นเช่นนั้นข้ายิ่งอดรนทนไม่ได้ พอดีกับที่สายตาเหลือบไปเห็นหญิงวัยกลางคนยืนอยู่ไม่ห่างจากข้ามากนัก คาดว่าคงเป็นแม่นมของลี่เอ๋อร์ที่คอยตามดูแลท่านหญิงน้อยอย่างใกล้ชิด “องค์ชายมีอันใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือไม่เพคะ” หลิงหลงผู้เป็นแม่นมของท่านหญิงเฉินลี่จูเอ่ยถามองค์ชายน้อยด้วยท่าทีนุ่มนวล “ที่ตำหนักนี้มีคันเบ็ดหรือไม่” ข้าเอ่ยถาม “มีเพคะ” ตำหนักนี้แปลกประหลาดนักที่ไต้หวางกับหวางเฟยทำตัวประหนึ่งสามัญชน ชมชอบการมาตกปลาที่สระแห่งนี้ “ถ้าอย่างนั้นรบกวนท่านไปหยิบคันเบ็ดมาให้หน่อยได้หรือไม่” “ได้เพคะ” แม่นมคารวะข้าแล้วเดินไปยังห้องเก็บของอย่างรวดเร็ว ข้าอุ้มน้องสาวตัวน้อยให้นั่งบนตักแล้วกอดเอาไว้อย่างที่แม่นมอุ้มข้า เพราะทำแบบนี้นางจะได้ไม่ตกลงน้ำ ซึ่งเฉินลี่จูก็ยอมอยู่นิ่งให้กอดโดยดี ข้าเลยถือวิสาสะถอนหญ้าแถวนั้นมาแล้วค่อย ๆ ถักเป็นเกลียว เพื่อทำเป็นมงกุฎดอกไม้ให้นาง ในขณะที่ข้ากำลังรอคอยเบ็ดตกปลาจากแม่นม หวงโฮ่ว เฉินไต้หวาง และหวางเฟยก็กำลังสนทนาถึงการมาของข้าอย่างออกรส “ฝ่าบาทช่างพระทัยร้อนยิ่ง ลี่เอ๋อร์ของกระหม่อมเพิ่งได้สองขวบก็ให้พระนางพาองค์ชายมาทำความรู้จักเสียแล้ว” เฉินซื่อจิ่นหัวเราะเสียงต่ำ ดูท่าว่าที่พี่ชายของเขาจะต้องไร้สมรรถภาพไปร่วมครึ่งปี จึงทำให้ใจไม่สงบพอ เขาน่าจะถวายโอสถอีกสองสามเม็ด เอาให้พญามังกรย้อนเกล็ดสิ้นฤทธิ์เสียให้เข็ด! “นี่เป็นความคิดของข้าเอง เจ้าอย่าไปตำหนิฝ่าบาทเลย” หวงโฮ่วแย้มพระสรวล “ข้าเห็นว่าองค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านมาอยู่ที่ฉางอันได้สองปีแล้ว จึงคิดว่าหากพามาทำความรู้จักกับพวกเจ้าและลี่จูเอาไว้น่าจะเป็นการดีกว่า” “หวงโฮ่วก็ทรงทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงของฝ่าบาทว่าทรงหมายถึงสิ่งใด” ไต้หวางหนุ่มเอ่ยจนหยางหมี่เฟิงต้องส่งสายตาเตือน เฉินซื่อจิ่นนึกขุ่นใจไม่น้อย นับตั้งแต่เฉินลี่จูเกิดมา ไข่มุกงามเม็ดนี้ก็ถูกผู้คนจับจ้อง ประกอบกับหวงตี้ที่ยังทรงผูกใจเจ็บเรื่องที่เขาแต่งงานกับหยางหมี่เฟิงแทนสตรีเผ่าอื่นเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับต่างแคว้น จึงทรงถือวิสาสะวางแผนจับคู่ให้บุตรีตัวน้อยของเขาตั้งแต่อายุได้เพียงสามเดือน คล้ายกับว่าอย่างไรก็จะให้เขาชดใช้ให้ได้ ไม่ว่าเฉินซื่อจิ่นหรือซื่อเซี่ยยี่จะคัดค้านขนาดไหนก็ไม่อาจเปลี่ยนพระทัยได้ ทำได้เพียงขอร้องให้ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันก่อน อย่าเพิ่งทำการหมั้นหมายกัน หวงตี้ทรงยินยอมตามนั้น แต่ไม่นานพระองค์ก็ไม่อาจปล่อยให้เฉินซื่อจิ่นตัดสินใจได้อีก จึงมีพระบัญชาให้อาณาจักรโหลวหลันส่งพระโอรสองค์โต ซึ่งตอนนั้นอายุเพียงสามพรรษามาเป็นองค์ประกันที่ฉางอันภายใต้การดูแลของหวงโฮ่ว ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เฉินซื่อจิ่นกับหยางหมี่เฟิงทำได้เพียงเฝ้าจับตามองว่าที่ราชบุตรเขยตัวน้อยว่าเป็นอย่างไร ยิ่งมีข่าวว่าชาวโหลวหลันนิสัยป่าเถื่อนชอบใช้ความรุนแรง ก็กริ่งเกรงว่านิสัยเหล่านี้จะติดตัวอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านมา แต่ด้วยการเลี้ยงดูของหวงโฮ่วที่ดูแลองค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านเป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง จึงได้หล่อหลอมให้เด็กชายจากอาณาจักรโหลวหลันกลายเป็นเด็กชายที่เรียบร้อยและรู้จักกิริยามารยาทของชาวต้าเฉียนเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีน้ำใจ รู้จักกาลเทศะ วางตัวได้ดีแม้จะเพิ่งอายุได้ห้าพรรษา แต่อย่างไรก็เถิด ในฐานะบิดาที่รักใคร่หวงแหนธิดายิ่งกว่าสิ่งใด เฉินซื่อจิ่นก็ยังรู้สึกไม่ถูกชะตากับอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านอยู่ดี ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องหาทางขัดขวาง หรือทำให้เฉินลี่จูเกลียดองค์ชายน้อยผู้นี้ให้ได้! ซึ่งแผนร้ายเหล่านี้ องค์ชายน้อยจากโหลวหลันไม่ได้รู้เรื่องราวเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย… [1] หวางเฟย หรือ หวังเฟย คือ ตำแหน่งชายาเอกในอ๋องครองแคว้น ‘หยางหวางเฟย’ หมายถึงพระชายาเอกสกุลหยาง [2] Wild Chinese Viburnum ถึงแม้ข้าจะมิใช่บุตรในอุทร แต่พระนางก็ให้ความรัก ความสำคัญแก่ข้าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าองค์หญิงเยี่ยนหรูหรือแม้แต่องค์ชายเฉินหรูอี้ ธิดาและโอรสของพระนางเองเลย ข้าใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะคุ้นเคยกับวังหลวง และไปไหนมาไหนได้โดยไม่หลงทาง รวมทั้งได้เรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติต่าง ๆ ของต้าเฉียนกับวังหลวง [1] ต้าหวาง คือ ตำแหน่งผู้นำเผ่าของซยงหนู เนื่องจากโหลวหลันเป็นชนเผ่านอกด่าน จึงมีการเรียกผู้นำตามแบบซยงหนูไปด้วย

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.5K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook