บทนำ
นี่แหละ... ฉัน!
จะทำยังไงดีน้า ให้เธอวิ่งหนีฉันไป!?
คำถามในใจนี้มาจากเจ้าแม่ตะโก้แห้วที่นั่งนึกแล้วนึกอีก ถึงทางหนีทีไล่ที่ควรต้องมีไว้
น้ำหนึ่งคือชื่อของเธอ เพื่อน ๆ ต่างเรียกกันสั้น ๆ ว่าน้ำ เป็นลูกของพ่อแม่ที่อภิมหาโคตะระจะมีกินมีใช้ พ่อมีเชื้อมีสายมาจากเศรษฐีเก่า ส่วนแม่มีเชื้อเจ้าเชื้อนาย ดังนั้นเธอจึงดูดี มีมาดคุณหนูผู้ดีติดตัวมาตั้งแต่เกิด
ฟังดูไฮโซแถมยังปังปุริเย่มากใช่ไหม?
แน่นอนส่วนใหญ่คงคิดแบบนั้น ซึ่งไม่ใช่ในกรณีของเธอ ในความหมายของผู้ดีมีเชื้อสายของพ่อแม่นั้น ไม่ได้หมายความว่าทำอะไรไม่เป็น แต่ต้องทำ ‘ให้เป็น’ ตั้งแต่ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน ทำกับข้าวไปจ่ายตลาด และแน่นอน เธอเชี่ยวชาญมากพอที่จะแยกโหระพากับกระเพราและใบแมงลักออกจากกันได้แค่ปรายตามอง เพราะคุณแม่ซึ่งเป็นเหลนของคุณข้าหลวงสมัยก่อนโน้น-น-น-น สอนว่าเผื่อมีโอกาสได้เข้าไปรับใช้เจ้านายท่าน
น้ำหนึ่งไม่อยากขัดแต่ก็อดนึกไม่ได้ สมัยนี้แล้วคุณข้าหลวง หรือข้าราชการที่รับใช้สนองเบื้องยุคลบาทนั้น ไม่มีทางเป็นเธอแน่นอน!
อ๊ะ... ไม่ถึงขนาดนั้นก็เอาง่าย ๆ แค่ชั้นหม่อมหลวงนี่ก็แทบจะเป็นแรร์ไอเท็มอยู่แล้วไหม!
“น้องน้ำคะ อาหารไม่อร่อยหรือคะ พี่ชายเห็นน้องน้ำดูใจลอยพิกล”
หญิงสาวกระพริบตาและยิ้มหวานส่งให้คนถาม ก็ขนาดว่าแรร์ไอเท็มขนาดไหน เธอก็ยังมีคู่ดูตัวเป็นชั้นหม่อมหลวง ‘คุณชายใหญ่’
เฮ้อ... รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพจมานต้องเข้าไปฟาดฟันในบ้านทรายทอง!
จริง ๆ คุณชายใหญ่มีชื่อเล่นว่า ชาย คำว่า คุณ มาจากคำลำลองของหม่อมหลวง ส่วน ใหญ่... ว่าที่แม่ผัวของเธอเติมให้เอง นัยว่าคงอยากให้ดูไฮโปรไฟล์มากขึ้นไปอีก
เขานี่แหละคู่ดูตัวของเธอที่แม่ควานหามาให้เนื่องจากสามสิบแล้ว และเพื่อนสนิทก็เพิ่งแต่งงานไปหมาด ๆ สองเหตุผลนี้เหมาะสมมากพอที่แม่ของเธอจะยิ่งกังวลเรื่องการขึ้นคาน
“เปล่าหรอกค่ะพี่ชาย” และในเมื่อถูกสร้างลุคให้ดูเป็นผู้ดี๊ผู้ดี เรียบร้อยนุ่มนิ่ม น้ำหนึ่งจึง ‘ต้อง’ คีพลุค “แค่ชื่นชมบรรยากาศนะ-ค่ะ”
หญิงสาวจงใจพูดผิด แต่ยังทำหน้าเฉยแม้ว่าจะเห็นคุณชายใหญ่คิ้วขมวดนิด ๆ
“โรแมนติกม้าก-มากเลยค่ะ น้ำชอบคะ” พูดแล้วก็ยิ้มหวานเอียงคอทำตาปริบ ๆ ใส่
เอาซี้! หญิงสาวตั้งธงในใจ รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งถ้าเรารู้จักศัตรูก่อน เรื่องนี้พ่อสอนไว้!!
“แล้วพี่ชายคะ ชอบไหมค่ะ”
“เอ่อ อะแฮ่ม” คุณชายใหญ่เป็นลูกของหม่อมราชวงศ์ท่านหนึ่งที่เป็นอาจารย์สอนภาษาไทย และเคร่งมากกับการใช้คำสื่อสารในปัจจุบันนี้ เคยมีเรื่องราวให้ดราม่าในโลกโซเซียลเรื่องการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ใช้คำไทยแท้ ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงคำทับศัพท์ในภาษาอังกฤษที่แปลงเป็นคำไทย ๆ อย่าง...
“ขอโทษนะคะน้องน้ำ พี่ชายว่าน้องน้ำใช้คำลงท้ายผิดค่ะ อย่าง คะ เราจะใช้ลงท้ายประโยคคำถาม ส่วนค่ะ เราใช้ในการตอบรับ”
“โอ๊ว!” น้ำหนึ่งยกมือขึ้นปิดปากทั้งสองข้าง “ซอรี่คะพี่ชาย น้ำติดมาจากอินเตอร์เน็ตน่ะคะ แบบว่าใช้งานคอมพิวเตอร์บ่อย เข้าเฟสบุ๊ก อินสตา-แกรมก็เห็นจนชินตา ขอโทษด้วยจริง ๆ นะค้า”
คุณชายใหญ่ถอนหายใจ สีหน้ามีแววว่ายุ่งยากใจเล็กน้อย
“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แต่น้องน้ำคะ เราเป็นคนไทย มีภาษาเป็นของตัวเองควรใช้ให้แตกฉานนะคะ รู้ไหมคำทับศัพท์บางคำก็มีคำไทยนะคะ อย่างคอมพิวเตอร์เราเรียกกันตอนที่เข้ามาในไทยใหม่ ๆ ว่าสมองกล แล้วก็บัญญัติศัพท์เรียกใหม่ว่า คณิตกรณ์ ส่วนซอรี่ก็ควรพูดว่าขอโทษ แล้วก็อินเตอร์เน็ตควรเรียกว่า เครือข่ายคณิตกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ หรือเครือข่ายคณิตกรณ์ก็ได้ค่ะ”
คำอธิบายอย่างใจเย็นจากฝ่ายชายทำให้หญิงสาวหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย
มุขนี้... ใช้ไม่ได้ผล
น้ำหนึ่งยิ้มค้าง ตาใส หน้าซื่อ แต่ใจชักไม่นิ่งแล้ว
“เอ่อ...”
“ไม่เป็นไรค่ะ ข้อผิดพลาดแค่นี้เราจะช่วยกันแก้ไขนะคะ น้องน้ำไม่ต้องกังวล” พี่ชายใหญ่พูดไปก็แก้มแดงไป “คนที่จะเป็นครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือกันแบบนี้แหละค่ะ ทุกคนก็ต้องมีข้อเสีย และพี่ก็รับข้อเสียเล็กน้อยที่ผิดพลาดไปเพราะสังคมรอบข้างและการอบรมของน้องน้ำได้”
หญิงสาวเกือบตาลุกวาบ ยิ้มที่ค้างเริ่มจะกลายเป็นแสยะ ได้แต่ท่องพุทธและโธในใจ
เหมือนไม่ได้ตั้งใจด่า แต่ก็เหมือนตั้งใจจะด่า!!
น้ำหนึ่งสูดลมหายใจเข้าลึก ตามองจับ ‘คู่ดูตัว’ เบื้องหน้า
แข็งแกร่งยิ่งนัก วิชามารเบื้องต้นที่ถูกสอนสั่งมาท่าจะไม่ได้ผล ถ้างั้นเธอก็คงต้องปล่อย ‘เลย’ ตามเลย รักษาหน้าพ่อแม่ไปก่อน... สำหรับวันนี้น่ะนะ!