คฤหาสน์ปิติธนเมธานนท์
เอี๊ยดดดดด!!
"เชิญครับนายท่าน..." รถสีดำคันหรูจอดที่หน้าคฤหาสน์โดยมีรถนำด้านหน้า 1 คันและตามหลังอีก 1 คัน มันเป็นปกติของเขาอยู่แล้วที่จะต้องมีผู้ติดตามและบอดี้การ์ดพร้อมกับเปิดประตูรถด้วย
บุคคลที่โดนเรียกว่านายท่านลงมาจากรถและมองหน้าของลูกน้องทีละคนช้าๆ เพราะว่าวันนี้เขาได้รับรายงานเกี่ยวกับลูกชายเพียงคนเดียวของเขาว่าเกือบโดนรถชนโชคดีที่มีคนเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นเขาคงได้เปลี่ยนลูกน้องใหม่ยกเซ็ต
"อืม"
"ผมต้องขอโทษด้วยครับนายท่าน...มันเป็นความประมาทของผมเองสำหรับเรื่องในวันนี้..."เพี๊ยะ!! บอดี้การ์ดที่ดูแลคุณหนูของบ้านรีบเข้ามาขอโทษนายท่านผู้เป็นนายใหญ่ของคฤหาสน์หลังนี้ แต่ก็ไม่วายโดนตบสั่งสอนอยู่ดี แต่เขาเองก็ยอมรับในความผิดพลาดที่ไม่สามารถดูแลคุณหนูเพียงคนเดียวของบ้านได้
"ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีกครั้ง กูไม่เอามึงไว้แน่" นายท่านของบ้านพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ทำเอาคนฟังถึงกับขนลุกซู่และเขาก็รู้ดีว่าคนตรงหน้านี้เอาจริงแน่
"ครับนายท่านอินทัช..จะไม่มีวันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกอย่างแน่นอนครับ" บอดี้การ์ดของคุณหนูของบ้านก้มหน้า
"ตอนนี้ชิระอยู่ไหน?" เขาถามพร้อมกับเดินขึ้นบันไดของบ้าน แต่อย่าเรียกว่าบ้าเลยมันคือคฤหาสน์ที่แทบจะเป็นวังอยู่แล้ว
"ตอนนี้คุณหนูอชิระเข้านอนเรียบร้อยแล้วครับ เนื่องจากว่ามีไข้นิดหน่อย แม่นมปลาก็เลยให้ทานข้าวและทานยาเรียบร้อยแล้วครับ"
"ดี แล้วได้เลือกหมอมาดูหรือยัง?" อะไรที่ทำดีเขาก็ไม่เคยลังเลที่จะเอ่ยชมอยู่แล้ว
"เนื่องจากว่าไม่ได้มีไข้ขึ้นสูงมาก เข้าบ้านก็เลยดูอาการเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วครับ"
"งั้นก็แยกย้ายกันไปกูจะไปนอน"
เขาพูดแค่นั้นก่อนจะเดินขึ้นบันไดที่มีมากกว่า 20 ขั้นไปที่ชั้น 2 ของคฤหาสน์หลังนี้ และเขาก็คือเจ้าของมัน
อินทัช ปิติธนเมธานนท์...
เจ้าพ่อแห่งวงการการศึกษาหรือว่าจะเรียกว่ามาเฟียในธุรกิจนี้ก็ได้ เขาเป็นเจ้าของโรงเรียนตั้งแต่อนุบาลยันชั้นมัธยมปลาย เป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับต้นๆของประเทศ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอีกมากมายยิบย่อยที่อยู่ในเครือปิติธนเมธานนท์ แต่ธุรกิจหลักๆของเขานั่นก็คือเกี่ยวกับด้านการศึกษาซะมากกว่า
เขาอายุ 30 ปีและมีลูกชาย 1 คน ไม่มีภรรยาเลยทำให้เป็นที่จับตามองของสาวๆในประเทศค่อนข้างเยอะ เนื่องจากด้วยเขารูปร่างหน้าตาดีสูงมีการศึกษาแถมยังเป็นเจ้าของสถาบันมากมายนอกจากโรงเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังมีสถาบันสอนดนตรี สถาบันสอนทำขนมและอาหาร สถาบันสำหรับฝึกอาชีพต่างๆเขาเองก็เป็นเจ้าของมันเช่นกัน
เรียกได้ว่าถ้าธุรกิจเกี่ยวกับการเรียนการสอนหรือการศึกษาแล้วเขาคือที่หนึ่งในวงการนี้และครองตลาดมากกว่า 70%
ทำให้เขาเป็นที่เคารพนับถือและท่าทางของเขาช่างน่าเกรงขามผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่าบางคนก็ยังรู้สึกหวาดกลัวและเคารพเขา
และด้วยความที่ว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยเลยทำให้ผู้ใหญ่บางคนไม่ค่อยชอบและไม่พอใจ เขาเป็นพวกประเภทขวานผ่าซากตรงไปตรงมาและไม่เหลือแข้งเลียขาใคร ธุรกิจที่ดำเนินมาได้ขนาดนี้มันเป็นเพราะความสามารถของเขาล้วนๆ จากธุรกิจครอบครัวเล็กๆที่เปิดโรงเรียนสอนภาษาเขาจัดการบริหารจนตอนนี้ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนภาษาเล็กๆอีกต่อไปแล้ว...
ห้องอชิระ
แกร็ด! แต่ก่อนที่อินทัชจะกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเองเขาจึงได้แวะเข้ามาในห้องนอนของลูกชายก่อนเพื่อดูว่าอาการของเขาดีขึ้นหรือยังเนื่องจากได้ยินจากลูกน้องว่าลูกชายเพียงคนเดียวของเขากำลังไม่สบาย...
"นายท่านมาแล้วหรอคะ?" แม่นมปลาที่ยังคงดูแลคุณหนูของบ้านยังไม่ได้ไปไหน แล้วเมื่อเจอนายท่านของบ้านก็ทำการทักทายตามปกติ
"ครับ ชิระเป็นยังไงบ้าง?"
"ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะที่เป็นไข้ก็อาจจะเพราะว่าตากฝนแต่ตอนนี้ไม่มีไข้เท่าไหร่แล้วค่ะ" แม่นมปลาอธิบาย เธอเป็นแม่นมที่เลี้ยงอินทัชมาตั้งแต่เด็กจนตอนนี้มาเลี้ยงอชิระด้วย
"ขอบคุณมากครับ แม่นมไปนอนเถอะคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว"
"ได้ค่ะ งั้นนมขอตัวก่อนนะคะ" แม่นมปลาเดินออกจากห้องนอนของอชิระไป แม้ว่าเธอจะทำงานที่นี่มาหลายปีแต่เธอก็ไม่เคยตีตัวเสมอนายและยังคงให้ความเคารพอินทัชอยู่เสมอ
กึก!
"เป็นยังไงบ้างเนี่ย...คงตกใจน่าดู" อินทัชเดินมานั่งที่ข้างเตียงแล้วส่งมือไปลูบหัวของลูกชาย
"...มะม๊า...มะ...ม๊า..." และด้วยอาการไข้เลยทำให้อชิระละเมอขึ้นมา
"ว่ายังไงนะลูก?" เขาได้ยินไม่ถนัดก็เลยก้มลงไปฟัง
"มะ...ม๊า"
"มาม๊าที่ไหน?" เมื่อได้ยินอย่างชัดเจนแล้วอินทัชก็ขมวดคิ้วทันที เมื่อลูกชายเรียกหามาม๊าหรือว่าแม่ซึ่งที่ผ่านมาอชิระไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
แล้วมันทำให้เขาต้องเอาคำถามนี้ลงไปเรียกลูกน้องขึ้นมาถามทันที
"มาม๊าคือใคร?" ตอนนี้บอดี้การ์ดที่ดูแลอชิระมายืนรวมตัวกันเรียบร้อยแล้วและก็เจอคำถามของอินทัชทันที
"เอ่อ คุณหนูอชิระไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยนะครับผมว่าบางทีคุณหนูอาจจะละเมอเป็นธรรมดาของเด็ก" หัวหน้าบอดี้การ์ดเขาชื่อว่าไคเคนแต่ว่าอชิระชอบเรียกว่าไข่เค็ม
"แต่ผมคิดว่าคุณหนูอาจจะหมายถึงผู้หญิงที่เข้ามาช่วยเอาไว้ตอนที่กำลังถูกรถชนนะครับ" ลูกน้องในทีมบอดี้การ์ดคุณหนูเอ่ยขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้
"ก็มีความเป็นไปได้นะครับเพราะว่าตอนที่ผู้หญิงท่านนั้นอุ้มคุณหนูอชิระเอาไว้ คุณหนูเผลอละเมอเรียกว่ามาม๊าออกมาด้วย" เมื่อมีคนพูดถึงอิษยาทุกคนก็นึกขึ้นได้ว่าอชิระมีการละเมอแบบนั้นจริงๆ
"ผู้หญิงคนนั้นคือใครและได้ตอบแทนอะไรเธอไปหรือเปล่า?" เขาไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร
"ยังไม่ได้ตอบแทนอะไรเลยครับและพวกเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเธอคือใคร...เพราะพอเธอช่วยเหลือคุณหนูเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็ส่งคุณหนูคืนให้เรามีการถามประวัติของพวกเรานิดหน่อยว่าเป็นบอดี้การ์ดของคุณหนูจริงๆหรือเปล่าด้วยครับ...ท่าทางจะค่อนข้างระมัดระวังตัว" ไคเคนอธิบายกับเจ้านาย
"แต่เธอบอกไว้ว่าเธอเป็นคุณครูสอนเด็กนักเรียนนะครับแต่ว่าไม่ทราบเหมือนกันว่าโรงเรียนอะไร"
"ลองไปสืบหาดูแล้วก็ตอบแทนเธอด้วย เพราะว่าถ้าไม่ได้เธอป่านนี้ลูกชายกูคงไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว"
ประโยคสุดท้ายอินทัชแอบกัดลูกน้องนิดหน่อยเพราะเขายังรู้สึกเคืองที่ลูกน้องไม่สามารถดูแลลูกชายของเขาได้เป็นอย่างดี
"ผมจะรีบสืบให้ครับ" ไคเคนก้มหน้ารับคำสั่ง
ส่วนอินทัชก็แค่พยักหน้ารับรู้และเดินขึ้นชั้น 2 ของคฤหาสน์ไปเพื่อทำการพักผ่อน...
วันต่อมา
โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ
ห้องพักคุณครู
"อรุณสวัสดิ์จ้า~~" เช้าวันต่อมาอิษยาก็มาโรงเรียนตามปกติและส่งเสียงทักทายคุณครูท่านอื่นรวมถึงเพื่อนรักที่นั่งโต๊ะข้างๆด้วย
"วันนี้ดูสดใสเป็นพิเศษนะสงสัยว่าเมื่อวานนี้การเดทกับพี่ภาคจะเป็นไปได้ด้วยดี" เรวดีพูดขึ้น
"แน่นอนอยู่แล้ว...พี่ภาคน่ะดีกับฉันจะตายแม้ว่าเมื่อวานนี้จะช้าไปหน่อย แต่ฉันก็เข้าใจแหละว่างานของโรงเรียนมันต้องมาก่อน"
"ไปสายอีกแล้วหรอเนี่ยไม่น่าเชื่อเลยทำไมพี่ภาคไม่รู้จักปรับปรุงตัวเองบ้างนะ ปล่อยให้แกรออยู่ได้ฉันละสงสารแกจริงๆต้องรอทีละ 2-3 ชั่วโมง" ถ้าเป็นเมื่อก่อนอิษยาคงไม่ได้คิดอะไรกับสิ่งที่เรวดีพูดออกมา แต่ในตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเรวดีต้องการเยาะเย้ยเธอไม่ได้พูดเพราะว่าหวังดีกับเธอ
"เมื่อวานนี้ฉันรอตั้งเกือบ 6 ชั่วโมงนะแต่ก็ชิวอะ ก็ที่ภาคบอกว่าเจ้าของโรงเรียนเป็นคนนัดนี่นา" แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วและเธอก็ต้องเอาคืนเหมือนกัน
"ตายจริง?! 6 ชั่วโมงเลยหรอ!? เป็นฉันๆไม่รอแล้วนะแก!" เรวดีแสร้งทำท่าทางตกใจ
"จะทำยังไงได้ล่ะอนาคตต้องมาก่อน..อีกอย่างเราก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้วอ่ะ ต่อไปก็คงอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมงฉันรอได้"
"ทำไมพี่เขาขอแกแต่งงานแล้วหรอ?" เรวดีกัดฟันถามแต่ก็พยายามยิ้มให้
"อืมมม~ก็ไม่เชิงแต่ว่าเมื่อวานนี้หลังจากที่แยกกันแล้วอ่ะ พี่ภาคบอกว่าจะไปคุยกับพ่อแม่เรื่องสู่ของานแต่งงาน^///^" อิษยาพูดพร้อมกับทำท่าทางเขินอาย
"แบบนี้ได้แต่งแน่ๆละ เตรียมตัวเป็นว่าที่เจ้าสาวได้เลยนะครูอิษยาาาา" เสียงคุณครูต้นสนที่เป็นเพื่อนร่วมงานส่งเสียงเซา
"ก็เหมาะสมกันดีนี่นาผอ.เองก็น่ารักและดูแลครูอิษยามาโดยตลอด รีบๆแต่งเถอะอยากไปกินโต๊ะจีน" คุณครูหมวยเล็กเองก็ส่งเสียงมาด้วยเหมือนกัน ทำเอาเรวดีที่นั่งฟังอยู่แทบจะทนไม่ไหว
"อย่าลืมนะว่าฉันเป็นเพื่อนเจ้าสาว" แต่เรวดีก็ทำได้เพียงแกล้งไม่สนใจ
"แน่นอนอยู่แล้ว...ก็แกเป็นเพื่อนสนิทฉันเลยนี่นา^^"
"นั่นสินะ...แกยิ่งมีฉันเป็นเพื่อนคนเดียวอยู่ด้วย ถ้าไม่ใช่ฉันก็ไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวในงานแต่งแกอะ...ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าตอนสมัยเรียนให้คบเพื่อนเยอะๆ เวลามีงานตงงานแต่งจะได้มีคนมางาน" เรวดียังคงพูดจากระแนะกระแหน่ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเธอก็ทำแบบนี้มาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ว่าอิษยาไม่รู้เท่าทันในคำพูดและวาจาของเรวดีก็เลยคิดว่าเป็นเพียงการหยอกล้อของเพื่อนเท่านั้น แต่ตอนนี้อิษยารับรู้แล้วว่ามันเป็นการกัดเธอแขวะเธอ
"นั่นน่ะสิไม่อย่างนั้นฉันคงได้มีเพื่อนดีๆอีกเยอะเลยอ่ะ" อิษยาตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มซึ่งการกระทำของเธอนั้นก็ทำให้เรวดีรู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน เนื่องจากว่าที่ผ่านมาอิษยาแทบไม่เคยตอบโต้อะไรกลับมาเลยแค่ยิ้มรับก็เท่านั้น แต่วันนี้กับพูดจาฉะฉานแถมยังจิกกัดเธอด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ