เวลาต่อมา
"อิ่มไหมคะที่รัก?" หลังจากนั่งทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วภาคภูมิก็ถามอิษยาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานและอ่อนโยน ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจดูแลและเป็นห่วง ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้เธอคงจะหลงในคำหวานและตื่นเต้นกับคำพูดของเขา รู้สึกว่าเธอโชคดีจังเลยที่ได้ผู้ชายพูดเพราะใจดีอ่อนโยนแบบนี้มาเป็นแฟน
แต่ในตอนนี้เธอรู้แล้วล่ะว่ามันเฟค!! สิ่งที่เขาพูดออกมาก็แค่ถ้อยคำโกหกตอแหลเท่านั้น!! ซึ่งพอเธอได้ยินในตอนนี้เธอกลับรู้สึกจะอ้วกและสะอิดสะเอียนกับสิ่งที่ได้ยิน...แต่ว่าเธอจะต้องนิ่งไว้และเป็นอิษยาคนเดิม คนที่ดูหน้าโง่ในสายตาของเขา
"อิ่มมากเลยค่ะ! อิษดีใจนะคะที่เราคบกันมาได้ 5 ปีแล้ว อีกไม่นานก็คงจะขออิษแต่งงานใช่ไหมคะ?" เธอแกล้งพูดกดดัน
"เอ่อ ชะใช่ค่ะที่รัก อีกไม่นานเกินรอเราก็จะได้แต่งงานกัน ที่รักไม่ต้องคิดมากนะแค่ใจเย็นๆและก็รอพี่ขอแต่งงานเท่านั้น...แล้วเราก็จะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์"
"ค่ะ พี่ภาค.."
"งั้นเดี๋ยวเราแยกย้ายกันเลยนะ...เพราะว่าพี่มีนัดกับพ่อแม่น่ะ แล้วก็พี่จะคุยเรื่องของเราด้วย"
"ค่ะได้เลยค่ะ! อิษดีใจนะคะที่ได้เป็นแฟนพี่..." เธอแกล้งพูดหยอดคำหวานใส่
"พี่ก็ดีใจค่ะที่รัก...ที่ได้เป็นแฟนของที่รัก ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตพี่ตลอดที่มีแฟนมาที่รักคือคนที่พี่รักที่สุด แล้วรู้สึกว่าโชคดีที่สุดเลยค่ะ baby i love you"
'กรี๊ดดดดด!! จะอ้วก >_<"
"คะค่ะ บะเบบี้"
"งั้นพี่กลับก่อนนะครับส่วนเรื่องค่าอาหารที่รักออกไปก่อนเดี๋ยวพี่คืนให้"
"ได้สิคะ ความจริงแล้วเนี่ยพี่ภาคไม่ต้องคืนก็ได้นะคะเกรงใจ" มันก็ไม่เคยคืนเธออยู่แล้วล่ะ
"ไม่ได้หรอกครับที่รัก พี่เป็นผู้ชายก็ต้องจ่ายค่าอาหารให้แฟนตัวเอง เดี๋ยวสิ้นเดือนที่รักคิดบิลมาเลยนะว่าจ่ายแทนพี่ไปเท่าไหร่เดี๋ยวพี่จะคืนให้ทุกบาทเลย"
"ได้เลยค่ะ ทุกบาทแน่นอนค่ะ"
เธอกับเขาเป็นแบบนี้เสมอมาตั้งแต่เป็นแฟนกัน เขาจะชอบให้เธอออกเงินค่าอาหารค่านั่นค่านี่ให้ก่อน แล้วพอถึงสิ้นเดือนเธอก็จะจ่ายเขา ซึ่งแน่นอนว่าเธอคนเดิมแทบจะไม่ได้คิดอะไรมากมาย ยอมจ่ายให้แล้วพอถึงสิ้นเดือนเธอก็จะบอกเงินเล็กๆน้อยๆที่เป็นเศษจากที่เธอจ่ายไปก็เท่านั้น เช่นเงินยอดรวมทั้งหมด 50,000 บาท เธอก็อาจจะเรียกเขามาหมื่นนึงส่วนที่เหลือเธอจ่ายเอง แต่ในเมื่อเขาบอกว่าทุกบาท
สิ้นเดือนนี้เธอก็จะคิดเขาทุกบาททุกสตางค์เลยคอยดู...
"ได้สิ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะที่รักแล้วเจอกันที่โรงเรียน" เขาพูดกับเธอจบแล้วก็เดินออกจากร้านอาหารไปซึ่งเธอก็คอยมองดูจนเขารับสายตา จากนั้นเธอก็เรียกพนักงานมาคิดเงิน
"น้องคะเก็บเงินค่ะ"
"ได้ครับ"
แล้วไม่นานพนักงานก็เดินกลับมาพร้อมกับยอดอาหารของวันนี้
"ทั้งหมด 3,890 บาทรวม vat 7% แล้วครับ" พนักงานอธิบาย
"คิดว่า 14 เปอร์เซ็นต์ไปเลยพอดีว่าแฟนพี่รวยเขาอยากจ่าย" แล้วเธอก็จะไปคิดกับเขาย้อนหลัง
"เอ่อ..."
"ถือว่าเป็นการให้ติ๊บก็แล้วกัน" มันสามารถทำได้ไหมไม่รู้แต่เธอต้องการถลุงเงินของเขาให้มากที่สุด แต่ก็แอบเสี่ยงอยู่เหมือนกันถ้าหากว่าภาคภูมิไม่จ่ายเงินเธอตอนสิ้นเดือน
แต่อีกใจนึงเธอก็มั่นใจว่าคนอย่างภาคภูมิไม่ยอมเสียหน้าอย่างแน่นอน
"ขอบคุณมากนะครับ" พนักงานจัดการทำตามที่อิษยาบอก และเมื่อจ่ายค่าอาหารเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินออกมานอกร้าน มองดูบรรยากาศที่เธอจำได้ดีว่าเธอตายในช่วงเวลาที่ฝนตกเหมือนกับตอนนี้...
"คุณหนูครับอย่าวิ่งตากฝนแบบนั้นครับ!!!!" เสียงของผู้ชาย 2-3 คนดังขึ้น เธอหันไปมองก่อนพบว่ากำลังมีเด็กชายคนหนึ่งวิ่งผ่าสายฝน และมีผู้ชาย 2 คนวิ่งตามอยู่ พร้อมกับส่งเสียงตะโกนเรียก
"ไม่เอา!!ถ้าหากว่าปะป๊าไม่มาตอนนี้!!ชิระจะตากฝนจนป่วยตายไปเลย!!!" เด็กคนนั้นพูดด้วยท่าทางงอแงและดื้อรั้นมากๆ แต่เธอจะไม่อะไรเลยถ้าเธอไม่ใช่พวกรักเด็กและเป็นคุณครูสอนเด็กอนุบาล เธอรู้ดีว่าฝนเป็นตัวอันตรายต่อเด็กขนาดไหน
"คุณหนูครับ!! ตอนนี้คุณท่านกำลังทำงานอยู่เชื่อฟังพวกผมเถอะนะครับ!!"
"ไม่ๆๆๆๆๆๆๆ!! ปะป๊าาาาาาา" เด็กคนนั้นยังคงวิ่งหนีไม่หยุดแล้วตะโกนเรียกหาผู้เป็นพ่อ
"เด็กหนอเด็ก..." และในขณะที่อิษยากำลังมองอยู่นั้นจู่ๆก็มีรถคันหนึ่งขับเข้ามาและเด็กคนนั้นก็กำลังวิ่งไปทางรถคันนั้นพอดี และด้วยความเป็นคนดีของเธอขาก็เลยวิ่งก้าวออกไปอัตโนมัติเพื่อต้องการช่วยเด็กคนนั้น...
เพราะเธอรู้ดีว่าการโดนรถชนตายมันเจ็บแค่ไหน...
"คุณหนูอชิระอย่าไปทางนั้นนะครับ!!!"
"คุณหนู!!!!" กลุ่มผู้ชายพวกนั้นวิ่งไม่ทันและเธอก็อยู่ใกล้ที่สุด
"อย่าไปนะ!!!!!" หมับ!!! อิษยาพุ่งตัวเข้าไปคว้าเด็กคนนั้นเข้ามากอดและหลบเข้าข้างทาง
เธอกอดเด็กน้อยเอาไว้แน่นหลับตาปี๋แม้ว่าเธอจะเจ็บที่ขามากๆ แต่เธอก็ยังคงพยายามอดทนและกอดเด็กเอาไว้...
และเผลอคิดขึ้นมาได้ว่า...
เมื่อชาติที่แล้วก่อนที่เวลาจะย้อนกลับมา...
เด็กคนนี้ก็จะตายเหมือนกับเธอหรือเปล่านะ??
"คุณหนู!!!!" เหล่าบอดี้การ์ดรีบวิ่งเข้ามาทันที และอิษยาก็ได้สติรีบลุกขึ้น
"เจ็บตรงไหนไหมเป็นอะไรหรือเปล่า?" อิษยาถาม
"มะ...มาม๊าาาาา" พรึ่บ!! เด็กคนนั้นไม่ตอบเธอแต่กลับเรียกเธอว่ามาม๊าและสวมกอดเธอซะอย่างนั้น
"เอ่อ...-0-"
"ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยคุณหนูเอาไว้!! ผมจะให้คุณท่านตอบแทนให้อย่างงามเลยครับ!!"
"มะไม่เป็นอะไรค่ะเรื่องนั้น แต่ช่วยเอาเด็กออกไปหน่อยได้ไหมคะ...ตอนนี้ฝนตกด้วยเราต้องรีบเข้าร่ม"
"มะม๊าาาา..." แต่เด็กคนนั้นไม่ยอมปล่อยเธอกอดเอาไว้แน่นและเพ้อเรียกเธอในขณะที่เผลอหลับไป
เวลาต่อมา
"ขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยคุณหนูอชิระเอาไว้ ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูพวกผมคงได้หัวหลุดออกจากบ่าแน่นอน" ตอนนี้อิษยาและบอดี้การ์ดที่ดูแลคุณหนูอชิระ หรือว่าอาชิระได้เข้ามาหลบกันในร่มและเหล่าบอดี้การ์ดก็รีบขอบคุณทันที
ซึ่งเธอเองก็ได้ทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วว่าพวกเขาเป็นลูกน้องของพ่อเด็กคนนี้จริงๆ เธอจึงไว้วางใจให้พวกเขาดูแลต่อ
เธอเป็นครู...จะต้องป้องกันเอาไว้สิ และอีกอย่างเธอรู้สึกคุ้นหน้าเด็กคนนี้มากๆ
"ไม่เป็นอะไรค่ะ...ฉันเป็นคุณครูอนุบาลก็เลยค่อนข้างจะรับเด็กและเป็นห่วงเด็กๆค่ะ พอเกิดเรื่องแบบเมื่อกี้ก็เลยตกใจรีบพุ่งตัวเข้าไปช่วย..."
"ขอบคุณอีกครั้งนะครับ...ผมขอตัวคุณหนูอชิระไปก่อนต้องไปให้หมอตรวจอาการเพิ่มเติม"
"ได้เลยค่ะ...ยังไงก็ฝากให้พ่อแม่ดูแลใกล้ชิดหน่อยนะคะดูเหมือนว่าน้องจะต้องการพ่อแม่มาก" ก็จนถึงขนาดประท้วงออกไปวิ่งกลางฝนจนเกือบโดนรถชนน่ะสิ แบบนั้นจะเรียกว่าไม่ต้องการพ่อแม่ได้ยังไง
เธอเองก็เข้าใจนะว่าลูกคนรวยพ่อแม่อาจจะไม่ค่อยว่างมาดูแล แต่นี่มันเกินไปหรือเปล่า?
"ได้ครับผมงั้นพวกเราขอตัวครับ" หลังจากนั้นแก๊งชายชุดดำก็อุ้มเด็กอชิระไป ส่วนเธอก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนเพราะวันนี้เธอมีภารกิจเยอะซะเหลือเกิน
"แต่จะว่าไป..."
"ฉันมันคนดีขนาดนี้ไม่แปลกใจเลยทำไมสวรรค์ให้โอกาส คิคิ" อยู่ๆเธอก็รู้สึกภาคภูมิใจในความดีของเธอขึ้นมา...