'เธอมีเวลา 3 เดือน...ถ้าหากไม่อยากตายก็ต้องตามหารักแท้ให้เจอ...'
พรึ่บ!! แล้วเมื่อข้อความสุดท้ายจบลงกระจกก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมทันที โดยที่อิษยายังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้นี้มันคืออะไรและเธออ่านเกือบไม่ทัน
"ให้ตามหารักแร้หรอ? รักแร้ใครอ่ะ?"
"รักแท้!!!!!!!" คราวนี้กระจกตอบกลับเป็นเสียงกลับมาเพราะว่าอิษยากำลังได้รับข้อความแบบผิดๆกระจกเลยต้องรีบแก้ไขความผิดพลาดก่อนที่เธอจะไปตามหาจั๊กกะแร้ของใคร
"ว้ายยยยย!!ตกใจหมดเลยพูดได้ทำไมไม่พูดขึ้นข้อความอยู่ได้คนขี้เกียจอ่านนะ!! เป็นคุณครูรู้ไหมว่าต้องอ่านหนังสือมากแค่ไหนแค่อ่านหนังสือของเด็กก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้วยังต้องมาอ่านข้อความในกระจกอีก!! พูดได้ทำไมไม่พูดห๊ะ?! จะไม่บอกใครหรอกนะว่าแกพูดได้!!" อิษยาเมื่อได้ยินเสียงออกมาจากกระจกเธอก็ทำการโวยวายทันที เพราะว่าตั้งแต่เริ่มทำไมกระจกถึงไม่พูดกับเธอเอาแต่ขึ้นข้อความอยู่ได้จนทำให้เธอเกือบอ่านผิดไปจากรักแท้ เป็นรักแร้
"เกือบได้ไปตามหารักแร้แล้วไหมล่ะ?" อิษยาบ่นไปเรื่อยก่อนที่จะเดินกลับมาที่เตียงเหมือนเดิมและทิ้งตัวนอน
เพราะว่าตอนนี้กระจกกลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีเสียงและไม่มีแสงใดๆออกมาทั้งสิ้น
"ให้ตามหารักแท้...แต่ว่าไอ้ภาคภูมิหน้าหม้อนั่นไม่ใช่รักแท้ของฉันสินะ...เสียเวลาคบจริงๆเลย"
นอกจากเสียเวลาครบแล้วเธอยังวางแผนคิดเอาไว้แล้วว่าจะแต่งงานและมีครอบครัวกับเขาคนเดียวเท่านั้น แต่ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเธอจึงไม่มีความคิดที่จะแต่งงานกับเขาอีกต่อไปแล้ว
"ความคิดแต่งงานไม่มีมีแต่ความแค้น!! กูแค้นนน!!ก็ดียังไงมาหักหลังฉัน?!" อิษยาพูดด้วยน้ำเสียงโมโหและตอนนี้สมองของเธอก็เริ่มคิดเกี่ยวกับการวางแผนเอาคืนสองคนนั้นแล้ว
"ถ้าหากว่า 3 เดือนฉันยังไม่มีรักแท้...อย่างน้อยได้แก้แค้นก็ยังดี หึหึหึ" อิษยาพูดกับตัวเองก่อนจะหันไปยิ้มมุมปากให้กับกระจกเพราะคิดว่านี่แหละคือการเริ่มต้นแห่งความแค้น!! เธอจะไม่ยอมอยู่เฉยๆให้คนพวกนั้นหลอกลวงและสวมเขาอีกแล้ว!! ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่สองคนนั้นมีความสัมพันธ์ลับๆกัน เธอจะต้องไม่เจ็บปวดคนเดียว!! เธอจะต้องเอาคืนพวกนั้นให้สะสมใจ!!!
โรงแรมม่านรูด AIA
"น้องคะพี่ขอเปิดห้อง 2 ห้อง" เมื่อเธอได้ชีวิตของเธอกลับคืนมาแล้วและเธอก็รับรู้ว่าเธอได้ย้อนเวลากลับมาก่อนวันที่เกิดเหตุ แล้ววันนี้ที่เป็นวันตายของเธอๆก็เลยกลับมาที่เดิมที่เจอสองคนนั้นเข้าม่านรูดด้วยกัน
"2 ห้องเลยหรอครับพี่?"
"พอดีว่ารวยว่ะน้องไปเปิดขอเป็นห้อง 004 กับ 005" อิษยาแจ้งหมายเลขห้องพักที่เธอต้องการเข้าไป ซึ่งเธอจำได้ดีว่าสองคนนั้นจอดรถกันที่ห้องหมายเลขอะไรเธอยังคิดอยู่ว่าเธอจะเอาเลขห้องเฮงซวยนั้นไปซื้อลอตเตอรี่ดู เผื่อว่าเธอจะถูกหวยรางวัลที่ 1 ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็...ก็รวยไง
เรื่องอะไรเธอจะต้องบอกว่าถ้าถูกหวยแล้วจะเลิกแก้แค้น 2 คนนั้นล่ะ เธอต้องพูดแก้เคล็ดเอาไว้ก่อนถ้าหากว่าถูกขึ้นมาจริงๆเธอก็ยังคงแก้แค้น 2 คนนั้นอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ
"จัดไปครับผม!" และพนักงานโรงแรมก็ไปจัดการเปิดห้องให้กับอิษยา
โดยที่เธอจอดรถของตัวเองไว้ที่ห้องหมายเลข 004 แล้วเธอก็เดินไปที่ห้อง 005 ซึ่งเป็นห้องที่ 2 คนนั้นจะมาทำกิจกรรมร่วมกัน แล้วเธอก็จัดการเอากล้องไปตั้งเอาไว้เพื่อรอเวลาให้ 2 คนนั้นเข้ามา ถ้าเมื่อไหร่ที่สองคนนั้นความแตกและถามหาหลักฐานเธอจะได้มียังไงล่ะ เธอไม่รู้หรอกว่าจะได้ใช้วีดีโอนั้นเมื่อไหร่แต่เธอก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อนป่ะ?
"โดนดีแน่!!!" เมื่อจัดการตั้งกล้องไว้เรียบร้อยแล้วอิษยาก็ออกมาจากห้อง 005 และไปบอกเช็คเอาท์กับพนักงานโรงแรม
ซึ่งพนักงานโรงแรมก็มีความงงนิดหน่อยว่าทำไมเธอถึงเช็คอินปุ๊บก็เช็คเอาท์ปั๊บเลยแต่ก็ไม่ได้มีคำถามอะไรออกไปเพราะว่ามันเป็นเรื่องของลูกค้า
และหลังจากนั้นเธอก็แค่รอเวลาให้ภาคภูมิกับเรวดีมาแทงกันที่นี่...
ห้อง 004
"ใกล้ได้เวลาแล้ว..." อิษยาที่อยู่ในห้องข้างๆนั่งมองเวลาที่สองคนนั้นจะเข้ามา เธอจำได้ดีเลยว่าสองคนนั้นเข้ามาในเวลาไหนออกในเวลาอะไร ความเจ็บปวดของเธอยังคงชัดเจน จนถึงตอนนี้เธอก็ยังรู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เธอเองไม่ได้มีเวลาให้เสียใจมากขนาดนั้น เธอมีเวลา 3 เดือนในการจัดการแค้นและตามหารักแท้ แต่ถ้าหากว่าเธอไม่สามารถตามหารักแท้ได้เธอก็ขอแก้แค้นก่อนแล้วกัน
"พี่ภาค~~กลางวันแสกๆเลยนะคะเนี่ย~"
มาถึงเวลาแล้วอิษยาก็แอบเปิดประตูห้องของตัวเองและแอบฟัง 2 คนนั้นคุยกัน ขณะที่กำลังลงมาจากรถเสียงของเรวดีก็ดังขึ้น
"มีใครเขากำหนดหรอว่ากลางวันทำไม่ได้?" เสียงของภาคภูมิพูดกับเรวดีซึ่งน้ำเสียงของทั้งสองคนชวนให้คนฟังจะอ้วกแบบสุดๆ
"ก็ไม่ได้มีใครกำหนดหรอกค่ะ...แต่ว่าพี่ภาคไม่ไปหาอิษยาเหรอคะ?" กึก!! ชื่อของเธอที่ปรากฏอยู่ในบทสนทนาทำให้เธอหยุดชะงักไปและตั้งใจฟัง
"พี่อยากอยู่กับว่าดีมากกว่า...อยู่กับอิษยาน่ารำคาญจะตายน่าเบื่อด้วยคนอะไรโคตรน่าเบื่อเลยไม่เหมือนกับน้องวดีของพี่ ทั้งเผ็ดทั้งเด็ดทั้งอร่อยไม่น่าเบื่อ"
อิษยาที่แอบฟังอยู่ก็กำมือของตัวเองแน่นพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้ออกไปกระชากหัวของทั้งสองคนมาตบ การแก้แค้นครั้งนี้เธอจะใช้สมองให้มากที่สุดแต่ถ้าใช้สมองแล้วยังไม่สาแก่ใจค่อยใช้กำลัง
"พูดแบบนั้นเดี๋ยวเพื่อนวดีได้ยินเข้าก็เสียใจแย่หรอกนะคะ" เรวดีแกล้งพูดแสร้งทำเป็นเห็นใจเพื่อนตัวเอง
"จะมาได้ยินได้ยังไงที่นี่มันโรงแรมม่านรูดนะ และอีกอย่างผู้หญิงคนนั้นโง่จะตาย เราสวมเขามาตั้งกี่ปียังไม่รู้ตัวอีก" ภาคภูมิพยายามพูดจาเยาะเย้ยถากถางแฟนสาวของตัวเองเพื่ออวดผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขาอยากให้เธอเห็นว่าเขาไม่ได้กลัวและไม่ได้สนใจอะไรอิษยาเลย
"แต่วันนี้มันวันครบรอบของพี่กับอิษยานะคะ เมื่อวานนี้อิษยาเอาแต่พูดว่าวันนี้จะไปเดทกับพี่ภาค โคตรน่ารำคาญเลย" เรวดีทำหน้าตาหงิกงอ
"วันครบรอบแล้วยังไงมันไม่ได้สำคัญเท่ากับน้องวดีนิ และอีกอย่างพี่แค่ไปขอโทษนิดๆหน่อยๆ เอางานไปอ้างบอกว่ายุ่งมาก ผู้หญิงโง่ๆแบบนั้นก็เชื่อและยกโทษให้พี่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปสนใจหรอก...มาสนใจเรื่องของเราดีกว่า..."
ปัง!! ภาคภูมิพูดจบแล้วก็พาเรวดีเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง
"โง่เหรอ...ต่อจากนี้พวกแกนั่นแหละที่จะกลายเป็นคนโง่!" เมื่อทั้งสองคนเดินเข้าห้องไปแล้วอิษยาก็พูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นแบบสุดๆ ยิ่งได้ยินประโยคพวกนั้นออกมาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนและอีกคนขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรักมันยิ่งทำให้แผลในใจของเธอมันบอบช้ำมากๆ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชีวิตของเธอจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
ถ้าถามว่า...เธอไม่เสียใจหรอถึงได้มาแก้แค้นแบบนี้
บอกเลยว่าเสียใจมากเสียใจแบบสุดๆแม้กระทั่งตอนนี้น้ำตาก็ยังคงไหลออกมา แต่อีกไม่นานเธอจะหายดีและไม่รู้สึกอะไรกับคนพวกนั้นอีก...เธอต้องตัดความรู้สึกออกไปการแก้แค้นของเธอถึงจะสำเร็จ
ชั่วโมงต่อมา...
ภาคภูมิกับเรวดีได้ทำกิจกรรมของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกไปจากห้อง อิษยาอาศัยจังหวะนั้นเข้าไปหยิบกล้องที่วางเอาไว้ออกมา
"อ้าว! พี่อยู่ห้องนู้นไม่ใช่หรอแล้วมาทำอะไรเนี่ย?" แล้วขณะที่เธอกำลังเดินออกมาจากห้องของภาคภูมิเธอก็เจอกับพนักงานโรงแรมพอดี
"มาจับกิ๊ก...อย่าไปบอกใครนะสองคนนั้นน่ะเป็นชู้กัน"
"อ่อออ! พี่เลยมาตามหาหลักฐานสินะสุดยอดเลยว่ะพี่! ถ้ามีอะไรต้องการความช่วยเหลือก็จ้างกันได้นะพี่" พนักงานโรงแรมหาช่องทางหาเงิน
เพราะว่าที่นี่มันโรงแรมม่านรูด เลยทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนมากจะเป็นพวกพากิ๊กมานอนพาชู้มาเล่น และอาชีพเสริมของพนักงานโรงแรมก็คือการขายความลับของลูกค้ายังไงล่ะ
"เอาเบอร์มาดิไอ้น้องเดี๋ยวถ้ามีอะไรพี่จะติดต่อ" เมื่อได้ยินอย่างนั้นอิษยาก็รีบส่งโทรศัพท์มือถือให้กับพนักงานโรงแรมทันที เพราะเธอเชื่อว่าสองคนนั้นน่าจะวนกลับมาใช้บริการที่นี่บ่อยๆ
เนื่องจากว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนที่เธอและสองคนนั้นทำงานมากที่สุด จึงสะดวกมากที่สุด
"ได้เลยครับพี่" พนักงานโรงแรมรับโทรศัพท์มากดเบอร์และคืนให้
"อ่านี่น้ำใจเล็กๆน้อยๆ" อิษยายื่นเงินให้เพื่อเป็นการซื้อใจพนักงาน
"ขอบคุณค้าบบบบบ!!!ขอให้จับชู้ได้นะพี่^^"
เวลาต่อมา
ร้านซากุระ
พรึ่บ!!
"ขอโทษนะที่รัก!! พอดีว่ามีเอกสารด่วนมาจากเจ้าของโรงเรียนพี่ก็เลยต้องรีบจัดการให้เขาก่อนน่ะเลยมาสาย"
หลังจากที่ออกมาจากโรงแรมแล้วภาคภูมิก็ติดต่อหาเธอบอกว่ากำลังมาหาเนื่องจากติดธุระด่วน เธอก็เลยต้องวนกลับมาที่ร้านอีกครั้ง
ไม่ใช่สิเกิดใหม่รอบนี้เธอไม่ได้มาที่ร้านนี้เลยแต่ไปตั้งฐานทัพอยู่ที่โรงแรมม่านรูดต่างหาก แต่เธอจะทำเหมือนกับว่าเธอรออยู่ที่นี่มานานแล้ว
"จริงหรอคะ?! ทำไมเจ้าของโรงเรียนจะต้องมาใช้พี่ทำงานในวันหยุดแบบนี้ด้วยอ่ะ!" อิษยาแกล้งตีหน้าซื่อไม่สงสัยอะไรทั้งนั้น
"นั่นสิ! ความจริงพี่บอกไปแล้วนะว่าวันนี้พี่มีนัดกับคนรักของพี่เนื่องจากว่าเป็นวันครบรอบที่เราคบกันมา แต่จะทำยังไงได้ล่ะเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนส่วนพี่ก็แค่ผู้อำนวยการที่เป็นลูกจ้างเขาอีกที จะปฏิเสธก็คงไม่ได้"
"ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะพี่ภาค อิษเข้าใจ...ทำงานเป็นผู้อำนวยการก็คงจะงานเยอะกว่าคุณครูทั่วไป แต่อย่างน้อยก็ยังได้มาอยู่ด้วยกันนะคะ^0^"
"ขอบคุณนะที่เข้าใจพี่ พี่สัญญาเลยว่าถ้าเราได้แต่งงานอยู่ด้วยกันแล้วเนี่ย พี่จะพยายามหาเวลามากขึ้นกว่านี้นะคนดีของพี่..."
"ค่ะ.."
'แหวะ!! จะอ้วกฉันเคยรักคนแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย?!'