"อื้ออออ~~จ๊วบบบๆ พี่ภาคขาาาา~~" หลังจากที่ 2 คนคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วเรวดีก็ยังไม่ได้ไปสอนหนังสือแต่อย่างใดตอนนี้เธอกำลังนั่งตักของภาคภูมิและกำลังจูบกันอยู่ในห้องทำงานอย่างดูดดื่มโดยที่ไม่กลัวว่าใครจะเปิดประตูเข้ามาเห็นหรือว่าเจอ ทั้งสองทำแบบนี้กันเป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องปกติแล้ว เรวดีถอนจูบออกก่อนจะเรียกเขาเสียงหวานทำให้ภาคภูมิรู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ต้องละจากจูบนั้น การได้คบกับเรวดีนั้นทำให้เขารู้สึกชอบและพึงพอใจมากๆมันเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นอย่างที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน ถ้าพูดกันตามตรงเขาชอบความสัมพันธ์แบบหลบๆซ่อนๆแบบนี้มากกว่า ถ้าในอนาคตเขาจะต้องเลิกกับอิษยาจริง ๆ และต้องเปิดตัวคบกับเรวดีเขาก็อยากจะมีผู้หญิงอีกคนลับหลังเธอเหมือนกับที่ทำกับแฟนตัวเองอยู่ในตอนนี้เหมือนกัน เพราะเขารู้สึกว่ามันตื่นเต้นและท้าทายมากกว่าคบกันแบบเปิดเผยและมีความสัมพันธ์แบบโจ่งแจ้ง แบบลับๆแบบนี้แหละเขารู้สึกดีมากกว่า
"ว่ายังไง หืม?" เขาถามเธอพร้อมกับเคลียคอที่ใบหน้าของเธอและไล่ลงมาที่ซอกคอ แต่เรวดีก็ดันใบหน้าของเขาออกไปก่อนเพราะเธอต้องพูดเรื่องนี้ให้เขาได้รู้เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไปบอกเลิกอิษยาเร็วๆ
"เมื่อเช้านี้ให้ทายสิคะว่าวดีเห็นอะไรมา?" แต่เรวดีไม่ยอมบอกง่ายๆใช้ลีลาและสายตาหว่านเสน่ห์
"ไม่รู้สิครับถ้าหากว่าน้องวดีไม่บอกพี่พี่ก็ไม่รู้...เพราะฉะนั้นช่วยบอกพี่หน่อยได้ไหม?" เขาพูดเสียงหวานพร้อมกับมือลูบสะโพกของเธอเบาๆ
"ก็ได้ค่ะ..เผื่อว่าพี่ภาคจะลองคิดเรื่องเกี่ยวกับอิษยาดูใหม่อีกรอบว่าผู้หญิงคนนั้นคู่ควรที่จะคบต่อไปจริงหรือเปล่า?"
"เรื่องอะไรกันหรือว่าทะเลาะกันอีกแล้ว?"
"วดีจะไปทะเลาะกับเพื่อนตัวเองทำไมล่ะคะ ไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องทะเลาะกันสักหน่อย ถ้าจะมีก็คงมีเรื่องเดียว..." เรวดีพูดพร้อมกับมองหน้าปาดสายตาใส่ภาคภูมิ
"เรื่องพี่สินะ...อย่าลดตัวเองไปทะเลาะกับคนแบบนั้นเลยยังไงพี่ก็เลือกวดีอยู่แล้ว" เขายังคงหยอดคำหวานให้เธอหลงต่อไป
"งั้นก็รู้เอาไว้นะคะเผื่อว่าพี่ภาคจะอยากหาเหตุผลไปบอกเลิก.."
"?" ภาคภูมิทำหน้างงเริ่มสงสัยมากขึ้นว่าสิ่งที่เรวดีต้องการบอกคือเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมมันถึงมีผลให้เขาไปบอกเลิกกับอิษยา
การที่เขาไม่บอกเลิกเธอสักทีนอกจากเหตุผลว่าเธอมีประโยชน์กับเขาแล้วอีกเหตุผลนั่นก็คือ...เขาไม่มีเหตุผลที่จะไปบอกเลิกเธอเลย เพราะว่าอิษยาไม่เคยทำผิดพลาดใดๆเกี่ยวกับชีวิตคู่หรือการเป็นแฟนแม้แต่นิด แม้ว่าเธอจะดูน่าเบื่อไปบ้างแต่ก็ตามประสาคนที่คบกันมานานนั่นแหละ เพราะงั้นเขาก็เลยยังไม่สามารถจะหาเหตุผลมาบอกเลิกเธอได้
"เมื่อเช้านี้มีผู้ชายคนอื่นมาส่งค่ะ"
"ว่ายังไงนะ?" เมื่อภาคภูมิได้ยินอย่างนั้นก็เผลอใส่อารมณ์ออกไป
"ถึงแม้ว่ายัยอิษยาจะบอกว่ารถตัวเองเสียและผู้ชายคนนั้นก็เสนอตัวมาส่งก็เถอะ แต่ระหว่างทางที่มาที่นี่จะไม่มีการแลกคอนแทคช่องทางการติดต่อกันไว้เลยหรอคะ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้หน้าตาไม่ดีอะไรแถมรถที่ขับมาก็ยังดูแพงมากอีกด้วย วดีว่าบางทียัยอิษยาอาจจะกำลังจับผู้ชายคนใหม่อยู่ก็ได้นะคะ..ว้ายยย!!" พรึ่บ!! เมื่อได้ยินอย่างนั้นภาคภูมิก็ผลักให้เรวดีลงไปจากตักของเขาและลุกขึ้นทันที
"ผู้หญิงคนนั้นนอกใจพี่หรอ?"
"พี่ภาคจะผลักวดีทำไมคะ?!" เรวดีถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเมื่อเขาแสดงอาการหึงอิษยา
"พี่ถามว่าอิษยานอกใจพี่เหรอ?!" เขาถามเสียงดังมากขึ้นและแสดงอาการโกรธออกมาอย่างปิดไม่มิด
"ก็ยังไม่แน่ใจหรอกค่ะ...แต่มันก็มีความเป็นไปได้ ตัวเองรถเสียแท้ๆแทนที่จะโทรหาแฟนอย่างพี่ แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับติดรถของผู้ชายคนอื่นมา แบบนี้มันดูมีแผนการมากกว่า เพราะฉะนั้นพี่ก็ควรจะระวังตัวเอาไว้นะคะถ้าหากว่าเจออีกครั้งสองครั้งก็มั่นใจได้เลยว่า 2 คนนั้นมีการติดต่อกันอย่างแน่นอน...."
ปัง!! เรวดียังพูดไม่ทันจบภาคภูมิก็เดินออกจากห้องทำงานไปทันที และเขาก็มองหน้าไปที่ห้องเรียนที่อิษยาสอนเขาต้องการไปถามความจริงจากเธอว่ามันเป็นยังไงกันแน่!!
ห้องเรียนอนุบาล 2/B
"ไหนนน~~รูปใครเป็นยังไงบ้างขอดูหน่อย??" อิษยาที่กำลังสอนนักเรียนอยู่ก็เรียกเก็บงานที่สั่งไป
ปัง!! แต่ภาคภูมิก็เปิดประตูเข้ามาเสียงดังพร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจอะไรบางอย่าง แต่ว่าอิษยารับรู้ได้ทันทีว่าเรวดีน่าจะไปพูดอะไรบางอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้วเกี่ยวกับเรื่องเมื่อเช้านี้
"ขอคุยด้วยหน่อย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ขอส่งเด็กๆไปทานข้าวสักครู่นะคะท่านผอ." อิษยาพูดกับเขาจบแล้วก็เก็บผลงานของนักเรียนมาไว้ที่โต๊ะเพื่อจะทำการตรวจและให้คะแนนทีหลัง
"ใครที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเอางานมาวางไว้ที่โต๊ะนะคะ แต่ก็เตรียมตัวออกไปทานข้าวกลางวันกัน...เดี๋ยวพี่เลี้ยงใบชาเข้ามารับจ้า" พี่เลี้ยงใบชานั่นก็คือพี่เลี้ยงประจำห้องนั่นเอง การดูแลเด็กนักเรียนอนุบาลนั้นไม่ง่ายเลยเพราะฉะนั้นนอกจากคุณครูประจำชั้นแล้วก็ยังมีพี่เลี้ยงประจำชั้นคอยดูแลอีก 1 คนรวมๆแล้วนักเรียน 1 ห้องก็จะใช้บุคลากรทั้งหมด 2 คนด้วยกันในการดูแล 1 คือคุณครูประจำชั้นที่รับหน้าที่สอนและดูแลระหว่างคาบเรียน คนที่ 2 คือพี่เลี้ยงดูแลซึ่งจะคอยรับเข้าห้องเรียนและพาไปทานอาหารกลางวันพาเข้านอนและก็พาออกไปส่งผู้ปกครองซึ่งพาไปส่งผู้ปกครองนั้นก็จะมีคุณครูไปด้วย
"ค้าบบบบ/ค่าาาา/ฮับผม!"
ข้างโรงอาหาร
หลังจากที่ปล่อยให้นักเรียนไปทานข้าวกลางวันเรียบร้อยแล้ว ภาคภูมิกับอิษยาก็มานัดคุยกันที่ข้างโรงอาหารซึ่งตอนนี้ภาคภูมิก็เอาแต่เดินก้มหน้าไปมาไม่ยอมพูดอะไรสักที
"พี่ภาคมีอะไรกันแน่คะ?"
"เรียกออกมาแล้วก็ไม่พูดเอาแต่เดินวนไปวนมาอยู่ได้ หนูต้องรีบไปตรวจงานของนักเรียนนะคะ" อิษยาเองก็เริ่มหงุดหงิดแล้วเหมือนกันเพราะว่าเธอก็มีงานที่ต้องไปทำข้าวเธอก็ยังไม่ได้กินยังจะต้องมารอให้ผู้ชายคนนี้ยืนเก๊กไม่พูดอะไรอีก
"ก็กำลังคิดอยู่ว่าพี่จะพูดเองหรือว่าจะให้เธอสารภาพออกมา" เขาพูดด้วยน้ำเสียงแปลกไปและจ้องหน้าของเธอเหมือนกับว่าเธอนั้นทำอะไรผิดซะมากมาย แต่เธอก็รู้ว่าถ้าเขาฟังเรื่องราวมาจากเรวดีแล้วเรื่องราวก็คงถูกใส่สีตีไข่เข้าไปเยอะ
"สารภาพอะไร....งงไปหมดแล้วนะอยู่ดีๆก็บุกมาที่ห้องเรียนและก็เลือกให้มาคุย แล้วอยู่ดีๆก็บอกว่าให้สารภาพ ถามจริงเถอะว่าความจริงแล้วพี่รู้อะไรกันมาแน่ถ้ารู้อะไรก็ถามกันออกมาตรงๆเลยจะได้พูดกันตรงๆ"
"เมื่อเช้านี้ใครมาส่งที่โรงเรียนและรถของตัวเองไปไหน?" ในเมื่อเธอเปิดโอกาสให้เขาถามขนาดนี้แล้วเขาก็จะถามเพราะตอนนี้เขาเองก็ร้อนใจ แต่ที่ร้อนใจไม่ได้กลัวว่าเธอจะนอกใจเขาจริงๆหรอกนะแต่กลัวว่าเธอจะตัดสินใจทิ้งเขาและไปหาผู้ชายคนใหม่มากกว่า แล้วถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็คงไม่มีใครช่วยงานเขาอีกแล้ว
"รถเสียและผู้ชายที่มาส่งเมื่อเช้านี้เขาก็เจอ...ฉันอยู่ข้างทางพอดีก็เลยอาสามาส่งส่วนลดช่างก็รับไปซ่อมที่อู่แล้ว"
"ฉัน?" เมื่อเจอสรรพนามแทนตัวเองแต่คงไปภาคภูมิก็ขมวดคิ้วทันที
"เมื่อกี้พี่ภาคยังเรียกฉันว่าเธอเลยนี่? แล้วทำไมฉันจะเปลี่ยนสรรพนามบ้างไม่ได้ล่ะ..."
"จะประชดกันแบบนี้ใช่ไหม?"
"ไม่ได้ประชดสักหน่อย แต่คิดไปคิดมาแทนตัวเองว่าหนูๆมันก็ดูเด็กน้อยเกินไปหน่อย ผู้ใหญ่ก็ต้องแทนตัวเองว่าฉันกับเธอ มันจะได้ดูโตและมีมารยาทขึ้นมาหน่อย"
"ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องและไม่ต้องมาหาเรื่องกัน เธอเป็นแฟนพี่แต่เธอกลับให้ผู้ชายคนอื่นมาส่งแบบนี้มันหมายความว่ายังไงเธอต้องการหักหน้าพี่ใช่ไหม?"
"หักหน้าอะไรไม่ทราบ?"
"ก็เธอคงจะอยากให้ครูในโรงเรียนเห็นว่าพี่มันบกพร่องในการเป็นแฟนและจะได้เอาไปเม้าท์กันไง!!"
"คิดไปเองเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว เมื่อเช้านี้ฉันเองก็กำลังจะกดโทรศัพท์หาพี่อยู่เหมือนกัน แต่ว่าคุณภูผาเขาแวะมาพอดีก็เลยคิดว่าถ้าติดรถไปก็คงไม่เป็นอะไร?"
"คุณภูผา? เหอะ!! สนิทกับมันมากแค่ไหนถึงได้กล้าเรียกชื่อมันออกมาต่อหน้าพี่?!"
"แค่เรียกชื่อคนๆนึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ความกล้าอะไรมากมายหรอก..."
"อิษยา!! ดีแค่ไหนแล้วที่คนเห็นเหตุการณ์คือเรวดีเลยมาบอกพี่ด้วยความหวังดี!! ถ้าเป็นครูคนอื่นเข้ามาเห็นเขาคงไม่เอามาบอกกันหรอก แต่จะเอาไปนินทามากกว่าว่าโดนแฟนตัวเองสวมเขาแถมยังห่วงผู้ชายมาเยาะเย้ยด้วยการมาส่งหน้าโรงเรียนอีก!!!"
"หวังดี? วดีนะหรอหวังดี?" พอได้ยินอย่างนั้นแล้วเธอก็อดที่จะขำไม่ได้
"ใช่ไง!! ถ้าหากว่าเรวดีไม่มาบอกพี่พี่ก็คงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนแฟนสวมเขา!!"
"เรวดีรู้ความจริงอยู่แล้วว่าคุณภูผามาส่งด้วยเหตุผลอะไรคนหวังดีเขาก็ต้องอธิบายความจริงสิไม่ใช่มาพูดว่าร้ายหาว่านอกใจกันแบบนี้มันถูกต้องแล้วหรอ"
"จะไม่ยอมรับใช่ไหม?"
"ไม่มีอะไรที่จะต้องยอมรับเพราะว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิด หรือว่าจะเอาโทรศัพท์ของฉันไปดูก็ได้นะว่าไม่ได้มีการติดต่ออะไรกันอีกหลังจากที่เขามาส่งเมื่อเช้านี้ ถ้าหากว่าพี่ยังทำแบบนี้อีกฉันจะเริ่มสงสัยว่าพี่นั่นแหละที่เป็นคนนอกใจ"
"ว่ายังไงนะ?! ตัวเองทำผิดแท้ๆแต่กลับจะโยนให้คนอื่น!!!" เมื่อได้ยินอย่างนั้นคนมีชนักติดหลังก็เริ่มหวาดระแวง
"รู้ไหมการที่คนเราจะกล่าวหาว่าแฟนตัวเองมีกิ๊กได้แปลว่าคนนั้นก็ต้องมีจิตใจที่สกปรกและก็ปิดบังความลับบางอย่างเอาไว้ก็เลยกลัวว่าแฟนตัวเองจะทำแบบนั้นบ้างการที่พี่คิดว่าฉันจะนอกใจนั่นก็เท่ากับว่าพี่อาจจะนอกใจของฉันอยู่เหมือนกันก็เลยกังวลว่าฉันจะรู้ความจริงก็เลยแกล้งทำเป็นมาโวยวายสินะ"
"อย่ามานอกเรื่องนะ!!!" เมื่อได้ยินอย่างนั้นภาคภูมิก็ตวาดใส่แล้วเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีคุณครูคนอื่นเดินผ่านมาพอดีและเมื่อได้ยินเสียงนั้นก็รีบวิ่งกันมา
พรึ่บ!! อิษยาที่ได้ยินเสียงฝ่าเท้าก็ล้มลงไปนั่งเหมือนกับว่าโดนเขาทำร้าย
"ตายแล้วคุณครูอิษยาทำไมไปนั่งกองกับพื้นตรงนั้นล่ะคะ?" คุณครูคนหนึ่งวิ่งมาถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับประคองเธอขึ้นมา
"ฮึกๆ ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้นอกใจพี่กำลังเข้าใจผิด ฮึกๆ " อิษยาน้ำตาไหล
"ผอ.คะถึงจะเป็นแฟนกันก็ต้องคุยกันด้วยเหตุผลนะคะจะมาใช้อารมณ์และทำร้ายร่างกายแบบนี้ไม่ได้! ถ้าเป็นแบบนี้ฉันจะรายงานให้ถึงกระทรวงเลยค่ะ!!"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะผมไม่ได้ทำอะไร.."
"ก็เห็นอยู่ตามตาและเมื่อกี้เราก็ได้ยินนะคะว่าผอ. ตะโกนเสียงดังใส่หน้าของคุณครูอิษยา ทะเลาะกันก็กลับไปทะเลาะกันที่บ้านค่ะที่นี่มันโรงเรียนแถมยังเป็นโรงเรียนอนุบาลอีกทำแบบนี้ไม่เหมาะสมเลยนะคะ!!" คุณครูที่มาเห็นเหตุการณ์ต่างตำหนิไม่หยุด
"มะไม่เป็นอะไรค่ะ...เขาแค่เข้าใจผิดอะไรบางอย่างเท่านั้นเองถ้าหากว่าได้อธิบายคงจะเข้าใจอะไรมากขึ้น" อิษยาพูดทำเหมือนกับว่ากำลังเห็นใจแต่ภายในใจเธอกำลังเยาะเย้ยที่เขากำลังโดนสาปจากคนอื่น
"อิษยา!!! บอกไปสิว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเธอ?!"
"นี่ไงคะตะคอกใส่แบบนี้โวยวายแบบนี้จะเรียกว่าไม่ได้ทำได้ยังไง!! รีบพาคุณครูอิษยาออกไปจากที่นี่กันเถอะค่ะไม่อย่างนั้นผอ.คงได้ลงมือทำร้ายร่างกายแน่นอน!!"