"คุณครูแจนกับคุณครูแป้งหอมอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครได้ไหมคะ...ถือว่าฉันขอร้อง" หลังจากที่คุณครูทั้งสองพาอิษยาออกมาจากตรงนั้นเธอก็ได้ทำการขอร้องคุณครูทั้งสองด้วยน้ำเสียงน่าสงสารซึ่งก็ทำให้ครูทั้งสองคนนั้นรู้สึกโกรธแทน
"ทำไมคุณครูอิษยาถึงจะต้องไปเข้าข้างผู้ชายแบบนั้นด้วยคะ ไม่คิดเลยว่าผอ.จะเป็นคนแบบนั้นก็ทำร้ายร่างกายผู้หญิงได้ยังไงกัน?!" ครูแป้งหอมพูดด้วยน้ำเสียงโมโหเพราะเธอเป็นประเภทไม่ชอบผู้ชายที่ทำร้ายร่างกายผู้หญิง
"ใช่ค่ะครูอิษยาเรื่องนี้ความจริงแล้วต้องรายงานถึงเจ้าของโรงเรียนไม่ก็กระทรวงศึกษาธิการไปเลยค่ะ!!" ครูแจนเองก็โมโหด้วยเช่นกันพยายามยุยงให้เธอไปฟ้องถึงกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเป็นการเอาเรื่องภาคภูมิ
"ฉันไม่อยากทำถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ..นอกจากเขาจะเป็นผอ.โรงเรียนที่ฉันกำลังทำงานอยู่แล้วเขาก็ยังเป็นแฟนของฉันด้วย ถ้าหากว่ารายงานเรื่องพวกนั้นออกไปเขาต้องเดือดร้อนด้วยแน่ๆเลยค่ะ ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องโดนไล่ออก..." อิษยาพูดด้วยท่าทางน่าสงสารซึ่งก็ทำให้ครูทั้งสองคนรู้สึกเห็นใจเป็นอย่างมาก พวกเธอเองก็ลืมไปเหมือนกันว่าความจริงแล้วทั้งสองคนไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกน้องแต่เป็นแฟนเป็นคนรักกันด้วยเพราะฉะนั้นการที่จะทำอะไรก็คงเป็นเรื่องลำบากใจ
"แต่ฉันขอแนะนำครูอิษยาในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยกันนะคะ ถ้าหากว่าผู้ชายทำร้ายเราแบบนี้เราควรจะเลิกไปดีกว่าอย่าทนอยู่ค่ะ" ครูแป้งหอมแนะนำ
"นี่เป็นครั้งแรกค่ะที่เขาทำกับฉันแบบนี้...ถ้าหากว่ามีครั้งต่อไปบางทีฉันอาจจะต้องคิดใหม่อย่างที่ครูแป้งหอมพูด..."
"ดีแล้วค่ะลองคิดดูให้ดีๆอย่าอดทนอยู่กับผู้ชายที่ทำร้ายเราค่ะ"
"วันนี้ขอบคุณครูทั้งสองคนมากเลยนะคะที่เข้ามาช่วยทัน...ถ้าไม่อย่างนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะลงมือถึงขนาดไหน...แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยเอง" อิษยาไม่วายที่จะแกล้งพูดให้ทั้งสองคนรู้สึกสงสัยมากขึ้น
"เรื่องอะไรหรอคะ?" แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้ครูแจนรีบถามอย่างอยากรู้ทันที
"พอดีว่าเมื่อเช้านี้รถของฉันเสียค่ะ ก็เลยรอรถอยู่ข้างถนนแต่ว่ามีพลเมืองดีผ่านมาและอาสามาส่งค่ะ ฉันเห็นว่าใกล้จะเข้าเรียนแล้วไม่อยากเสียเวลาเรียกรถผ่าน แอพก็เลยตกลงที่จะติดรถเขามาลงที่โรงเรียนค่ะ...แต่ว่าวดีเห็นเหตุการณ์ก็เลยเอาไปฟ้องคิดว่าฉันมีผู้ชายคนอื่นค่ะ..."
"ตายจริง!!!"
"ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณครูเรวดีจะเอาเรื่องไปพูดทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงแบบนี้ ได้ข่าวว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันด้วยนี่ค่ะ" ครูทั้งสองคนได้ยินอย่างนั้นก็แสดงอาการตกใจออกมาทันทีเพราะว่าเรวดีในสายตาของคุณครูคนอื่นนั้น เธอค่อนข้างเป็นผู้หญิงอ่อนโยนเรียบร้อยและดูไม่สุงสิงกับใครเท่าไหร่นอกจากอิษยา
"นอกจากเป็นเพื่อนกับฉันแล้วเขาเองก็สนิทกับพี่ภาคเหมือนกันค่ะ เธอก็คงจะเป็นห่วงพี่ภาคกลัวว่าจะโดนฉันนอกใจละมั้งคะเลยเอาเรื่องนี้ไปบอกเขา"
"มันเป็นเรื่องของคนสองคนไม่ควรยุ่งค่ะครูอิษยา"
"บางทีวดีอาจจะเป็นห่วงพี่ภาคเกินไปค่ะ"
"แปลกนะคะมีผู้หญิงคนไหนที่เป็นห่วงแฟนเพื่อนตัวเองบ้างล่ะคะ.."
"คง...ไม่มีอะไรหรอกมั้งคะ?" อิษยาทำท่าทางเหมือนไว้วางใจเรวดีกับภาคภูมิมากๆแต่ในตอนนี้ครูทั้งสองคนเริ่มระแคะและระคายเกี่ยวกับเรื่องเรวดีและภาคภูมิไปแล้ว ซึ่งนั่นก็เป็นจุดประสงค์ของอิษยาเอง เธอต้องการให้ทุกคนสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนั้นเพื่อที่ว่าจะได้จับตาดูและถ้าหากว่าสองคนนั้นเกิดโป๊ะขึ้นมาจะได้เป็นขี้ปากชาวบ้านไปทั่ว
หลายวันต่อมา
หลังจากวันนั้นที่ภาคภูมิทะเลาะกับอิษยาเรื่องของทั้งสองคนก็ได้แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วถึงแม้ว่าอิษยาจะได้ทำการขอเอาไว้ก็ตามแต่มันก็เป็นการขอแบบลวกๆไม่ได้สนใจและไม่ได้จริงจังอะไรเลยทำให้ครูทั้งสองคนเองก็ไม่ได้สนใจเหมือนกันและเอาข่าวที่เห็นไปปล่อยให้กับครูคนอื่นได้รับรู้ ยิ่งเรื่องที่เรวดีเหมือนจะมีใจให้กับผอ.ภาคภูมิทั้งที่เขาเป็นแฟนเพื่อนตัวเองยิ่งเป็นข่าวที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วไม่ใช่แค่ครูภายในโรงเรียนเท่านั้นแต่ผู้ปกครองเองก็รับรู้เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน...
"ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม...?" อิษยากำลังจะเตรียมตัวกลับบ้านภาคภูมิก็เดินเข้ามาหาเธอ
"ขอโทษนะคะแต่ว่าวันนี้ฉันไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกับผอ.ค่ะ" อิษยาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"โถ่~ทำไมไม่เรียกกันเหมือนเดิมมาผอองผอ.อะไร?" ภาคภูมิทำน้ำเสียงน้อยใจ
"คุณเป็นคนบอกเองนะคะว่าอยู่ในโรงเรียนควรจะให้เกียรติและเรียกว่าผอ.เพราะว่าคุณมีตำแหน่งสูงสุดในโรงเรียนนี้..."
"อิษ..."
"ดิฉันซึ่งเป็นคุณครูซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผอ.ก็ต้องพูดจาด้วยท่าทางเรียบร้อยแล้วมีมารยาทสิค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"ช่วงนี้แปลกไปเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าพี่ดูแลไม่ดีตรงไหนบอกมาเลยเดี๋ยวพี่จะพยายามปรับปรุงตัวเอง..."
"ตอนนี้ยังไม่มีอะไรจะบอกค่ะเพราะว่าฉันมีธุระที่จะต้องไปทำต่อเพราะฉะนั้นขอตัวก่อน...เหมือนว่าจะมีคนรออยู่" อิษยาพูดพร้อมกับมองไปที่ด้านหลังของภาคภูมิซึ่งมีเรวดีที่กำลังยืนมองอยู่
"อิษยาเรื่องข่าวหรือพวกนั้นอย่าคิดมากพี่ไม่ได้คิดอะไรกับเรวดีต่อให้เธอคนนั้นจะคิดอะไรกับพี่ก็ตามเพราะฉะนั้นอย่าคิดมากและอย่าไปเชื่อเขาหรือพวกนั้น" ภาคภูมิพูดออกไปเพราะกลัวว่าเธอจะคิดมากและเชื่อข่าวหรือพวกนั้นโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่ปล่อยข่าวหรือพวกนั้นออกไปนั่นก็คือเธอเองนั่นแหละ
"ฉันไม่คิดอะไรมากหรอกค่ะ...ฉันไม่เชื่อเขาหรือพวกนั้นอยู่แล้วขอตัวก่อนนะคะพอดีว่าวันนี้ช่างเรียกไปรับรถ"
"ให้พี่พาไปไหม?"
"ไม่เป็นอะไรค่ะฉันเรียกรถให้มารับแล้ว" อิษยาพูดตัดบทเหมือนไม่ได้สนใจเขาสักเท่าไหร่นักแล้วไม่นานรถที่เธอได้เรียกผ่านแอพพลิเคชั่นเอาไว้ก็มาถึงและเธอก็รีบขึ้นรถคันนั้นไปทันทีซึ่งทุกการกระทำของเธอก็ตกอยู่ในสายตาของภาคภูมิ
"ปัดโธ่เว้ย!!" เขาสบถออกมาด้วยความโมโห
"พี่ภาคคะ..."
"ครูเรวดีครับ!! อยู่ในโรงเรียนอย่ามาเรียกอะไรแบบนั้นรู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้าง!!" และด้วยความที่เขากำลังหงุดหงิดอยู่ก็เลยโมโหใส่เรวดีไป
"วะว่าไงนะคะ0.0?"เธอที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจเพราะว่าเขาไม่เคยขึ้นเสียงใส่เธอเลยตั้งแต่คบกันมา
"มันมีข่าวลือของเราแพร่กระจายออกไปอยู่ในตอนนี้ครูเรวดีก็รู้เรื่องไม่ใช่หรอครับ แล้วทำไมยังทำตัวสนิทสนมกับผมอยู่อีก?! ผมว่าคุณครูควรเว้นระยะห่างหน่อยนะครับอย่าปล่อยให้ข่าวลือแบบนั้นออกมาอีก...ไม่อย่างนั้นจะหาว่าผมไม่เตือน!!" ภาคภูมิพูดจบก็เดินออกไปทิ้งเรวดีให้อยู่ตรงนั้น
"เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย?!" เธอเองก็รู้สึกโมโหเช่นกันที่โดนเขาต่อว่าแรงๆแบบนั้นเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาหรือพวกนั้นมันมาจากไหน แต่อีกใจเธอก็คิดว่าดีแล้วที่เริ่มมีคนสนใจในความสัมพันธ์ของเธอกับภาพภูมิเพราะว่ามันอาจจะส่งผลให้อิษยาบอกเลิกเขาก็ได้และหลังจากนั้นภาคภูมิก็จะเป็นของเธออย่างสมบูรณ์